event ท่องเที่ยว

บรรยากาศงาน London Craft Beer Festival 2017

823 views |

เมื่อต้นเดือนสิงหาคมผมได้เดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ทริปนี้มีเป้าหมายสามอย่างคือ เบียร์ อาหาร และฟุตบอล ฮ่าๆ เป้าหมายหลักก็คืองานนี้ London Craft Beer Festival เป็นงานที่เล็งไว้มา 2 ปีแล้วเพิ่งมีโอกาสได้มาครับ

ปีนี้งานจัดเป็นปีที่ 5 ตัวงานมีทั้งหมด 3 วันคือ 4-5-6 สิงหาคม โดยจะแบ่งเป็น 5 session ศุกร์บ่าย ศุกร์เย็น เสาร์บ่าย เสาร์เย็น และอาทิตย์บ่าย ค่าตั๋วจะอยู่ที่ 45 ปอนด์ โดยราคานี้จะได้แก้วหนึ่งใบแล้วก็ทานเบียร์ทุกตัวในงานฟรี หรือถ้าตั๋วเหมาเข้าทุกช่วงจะอยู่ที่ 150 ปอนด์

ผมไปทั้งหมด 2 session ครับ คือไปเย็นศุกร์และบ่ายอาทิตย์ วันศุกร์นี่คือลงเครื่องมาตอนเช้า พอเย็นไปงาน หัวค่ำก็เริ่มมึนๆ ง่วงๆ แล้ว (มันราวๆ ตี 2 ตี 3 ไทย) ส่วนวันอาทิตย์ที่ 6 งานเริ่มเที่ยง พอไปถึงหน้างานนี่แปลกใจพอสมควร เพราะมีแถวยาวเฟื้อยเลย แต่พอถึงเวลาเข้างานก็เร็วครับ เค้าตรวจบัตรแล้วแจกแทคข้อมือไว้ก่อนเปิดประตู

ประตูทางเข้างานครับ

รอบวันอาทิตย์บ่าย คิวยาวอ้อมตึกเลยทีเดียว

เอาเมลจองตั๋วให้พนักงานดูก็จะได้แทคข้อมือมาครับ

ผ่านประตูเข้ามาจะได้รีบแก้วคนละ 1 ใบ

เข้ามาก็จะเป็นลานโล่ง มีโต๊ะอยู่ฝั่งซ้ายมือ คนเยอะเลยครับ (เย็นวันศุกร์)

รอบๆ ลานเป็นร้านอาหาร ร้านนี้ขายไส้กรอก

ร้านพิซซ่า

ร้านนี้ขาย Shawarma

เดินผ่านลานมาก็จะเจออาคารหลังคาสูงสองฝั่ง เป็นห้องใหญ่ๆ ฝั่งแรกชื่อ Combustion Chamber

อีกฝั่งชื่อ Generating Chamber

รายชื่อแบรนด์เบียร์ในงานครับ

มีโพยให้หนึ่งใบ พร้อมแผนที่และลิสต์

ลิสต์แบรนด์เบียร์ชัดๆ ครับ

ภายใน Combustion Chamber

เข้ามาเจอ Wild Beer Co

ลิสต์เบียร์ครับ

Stillwater จากอเมริกา

Wiper and True ของอังกฤษ

ติดกันเป็น Partizan อยู่ในลอนดอนครับ

Affinity Brew โรงนี้ไม่เคยได้ยินชื่อ อยู่ในลอนดอนเช่นกัน

anspach & hobday

Five Point Brewing

Crate brewery แทปรูมของโรงนี้มีพิซซ่าขายด้วย

Hackney

40FT โรงนี้อยู่ใกล้ที่พัก Airbnb ของผมมากครับ มีวันเสาร์ลองแวะไปปรากฎว่าปิด เพราะเค้ามาออกงานนี้

Hawkes เจ้านี้เป็นไซเดอร์

Howling Hops เจ้านี้ก็อยู่ไม่ไกลที่พัก ผมได้แวะไปแทปรูมของเค้าด้วยครับ

Moor Beer อีกเจ้าที่ไม่ค่อยคุ้นหู

บริเวณด้านหลังของห้องมีประตูไปอีกห้อง ชื่อ The Cask Yard

ภายในห้องนี้จะเสิร์ฟเบียร์แบบโบราณดั้งเดิมที่เรียกว่า Real Ale คือใช้มือปั๊มเบียร์ขึ้นมาจากถัง (cask) ซึ่งเป็นที่นิยมในอังกฤษมากครับ เหมือนเป็นสไตล์เก่าแก่ที่เค้าพยายามรักษาเอาไว้นั่นเอง

ลิสต์เบียร์

ลิสต์เบียร์

ด้านหน้าห้องมีเจ้าใหญ่อย่าง Brewdog ตั้งอยู่ คนไม่ค่อยรุม ไปหาเจ้าแปลกๆ ทานกันมากกว่า

Basqueland Brewing Company จากสเปน

Two Roads อีกโรงจากอเมริกา

Fourpure โรงดังในลอนดอน

บรรยากาศในงาน

Left Handed Giant โรงนี้ก็ไม่เคยได้ยินชื่อ มาจาก Bristol

เจ้านี้คุ้นหน่อย Siren Craft

Lervig จากนอร์เวย์ที่เพิ่งมีตัว supersonic ในบ้านเรา

Magic Rock จากเมือง Huddersfield ซึ่งเป็นอีกโรงที่ผมได้ไป brewery tour ด้วยครับ

Fierce เจ้านี้จากสกอตแลนด์ครับ

เดินวนจนครบห้อง ผมก็ชิมตัวแรกครับ เป็น IPA Mosaic ของ Wiper and True ตัวนี้ค่อนข้างดราย ซ่า รสแบบฝรั่งสุก หอมกลิ่นฮอปส์

เดินวนออกมาข้างนอก

เดินมาโผล่อีกห้อง ด้านหน้ามีขายเสื้อที่ระลึก

แล้วก็มีตู้ขายเบียร์กระป๋อง/ขวด ซื้อกลับบ้านได้ครับ

มีหลายๆ ยี่ห้อผสมๆ กัน

ตัว limited จะจำกัดการซื้อแค่คนละหนึ่งกระป๋อง

ขวดใหญ่แบบไม่ต้องแช่อยู่อีกฝั่ง

บรรยากาศใน Generating Chamber

มีถังน้ำเอาไว้ให้ล้างแก้วครับ

เริ่มกันที่ Brew By Numbers อีกหนึ่งเจ้าดังในลอนดอน

Pohjala จากเอสโตเนีย เจ้านี้ขึ้นชื่อพวก Stout / Imperial Stout

The Kernel เจ้าดังของลอนดอนเช่นกันครับ

แวะชิม Citra Pale Ale ของเค้าหน่อย ดรายๆ รสส้ม ค่อนข้างขมฮอปส์

ติดกันเป็น Northern Monk จาก Leeds

ลองชิมตัว Heathen ไปครับ เป็น IPA กลิ่นหอมส้มเขียวหวาน รสไปทางฝรั่งสุก ซ่า ค่อนข้างดราย ตัวนี้อร่อยเลย

ต่อด้วย Mikkeller จากเดนมาร์ก

ชิมตัวกระป๋องชื่อ Capenhagen เป็น New England IPA ที่ทำร่วมกับแบรนด์ Devil’s Peak จาก South Africa ซึ่งเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง (Cape Town+Copenhagen) ตัวนี้ดรายๆ ดื่มลื่น มีรสหวานอ่อนๆ กลิ่นส้มบางๆ

ติดกันเป็นเจ้าดังมาแรงในตอนนี้ Cloudwater จาก Manchester

ลิสต์เบียร์ของ cloudwater

ผมลอง NW DIPA Citra Amarillo เป็น Double IPA 8.2% รสส้ม บาลานซ์ดี ติดหวานนิด ดื่มลื่น มีขมหน่อยๆ ผลไม้สุกๆ อร่อยมากครับ

Dugges จาก Sweden

แล้วก็ Other Half แบรนด์ดังจาก New York

ผมลองชิม Double Dry Hopped All Citra Everything ส้มมาก หวานนิด บาลานซ์ดี สวยงาม ขมติดลิ้นนิดหน่อย อร่อยเช่นกันครับ

Dry & Bitter จากเดนมาร์ก เจ้านี้ก็ไปคอแลปกับหลายๆ แบรนด์ครับ

Buxton ของอังกฤษ ดรงที่ต้ม Omnipollo เยอะๆ นั่นเอง

Oskar Blues ของอเมริกา เจ้านี้เพิ่งเปิดตัวในบ้านเราไปครับ

Beaver Town

Pressure Drop โรงในลอนดอนอีกโรง

amundsen bryggeri จากนอร์เวย์

Gipsy Hill อยู่ทางตอนใต้ของลอนดอน จดมาว่าจะไป แต่ก็ไม่ได้ไปโรงเค้าครับ

Weird Beard Brew อยู่ในลอนดอนเช่นกัน

White Hag โรงนี้จากประเทศไอร์แลนด์ครับ

อีกเจ้าจากนอร์เวย์ Ægir Bryggeri

Thornbridge โรงนี้อยู่ใกล้ๆ Buxton ครับ

ตรงทางออกมีบูธของเจ้าใหญ่ Sierra Nevada

คนแน่นตลอด

วนกลับไปลอง Must Kuld Colombia ของ Pohjala เป็น Coffee Porter ปรากฏไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ รสออกเปรี้ยวกาแฟ บอดี้ใสๆ ซ่า

Superluminal ของ Stillwater x Buxton เปรี้ยว หอมนิดๆ กำลังดี

เปรี้ยวต่ออีกตัว Original Blueberry Slab Cake Ice Cream เป็น Buxton x Omnipollo ล้างปากดีมากครับ

แว้บออกมากิน Barbecued Lamb Shawarma ราคา 12 ปอนด์ ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ แต่กินกันตาย แป้งมันแห้งๆ ฝืดคอ

กลับไปต่อด้วย 55|05 – Double IPA – Citra & Ella ของ Brew By Numbers ตัวนี้ก็ไม่ค่อยเวิร์ค ออกหวาน ฮอปส์ไม่ค่อยออก

ล้างปากด้วยของดี Imaginary Greenscapes ตัวพิเศษของ Cloudwater ที่ทำกับ Other Half ส้ม หวาน ลื่น หอม สวยงามเลย

ก่อนกลับที่พักกินอาหารอีกที ไม่ค่อยเวิร์คอีกแล้วครับ ฮ่าๆ

วันอาทิตย์ session สุดท้ายของงาน 12.00-17.00 ผมกลับมาอีกรอบครับ ด้านนอกงานคนยังไม่เยอะมาก

เข้าห้องขวามือ Combustion Chamber ก่อน

เพราะว่าวันนี้ Verdant อีกหนึ่งเจ้าดังของอังกฤษมาแล้ว เมื่อวันศุกร์ยังไม่มา

ผมลองแก้วแรกชื่อ Pineapple Express ทำร่วมกับ Dry & Bitter สไตล์ IPA กลิ่นผลไม้สุก รสหวาน ซ่า ดื่มลื่น กลิ่นนี่หอมเปรี้ยวๆ อร่อยเลยครับ

ต่อด้วย Pulp Dorble IPA ตัวดังของแบรนด์ หอมส้ม ดื่มลื่น รสออกหวาน น้ำเบียร์ซ่า อร่อยไม่แพ้กัน

ต่อด้วย Siren Craft

ลองเป็นตัว Broken Dream Breakfast Stout เป็นสไตล์ Oatmeal Stout ครับ หอมชอคโกแลต รสหวาน บอดี้หนา ดื่มลื่นดี

กลางห้องมีดีเจเปิดแผ่นอยู่

Ain’t Nothing Nice ของ Other Half แบบ Double Dry Hopped หอมสดชื่น รสส้มๆ บาลานซ์สวย มีหวานนิด ขมกำลังดี ดื่มลื่นมากครับ

ต่อด้วย Double Dry Hopped Double Mosaic Daydream เป็น Double IPA 8.5% รสหวาน ฮอปส์ส้มๆ บอดี้หนา ดื่มลื่นดี ชอบเช่นกัน

ไหนๆ ก็ไหนๆ กดครบสามตัวเลย สุดท้าย Double Dry Hopped Simcoe IPA คาแรคเตอร์ยังคงเป็นส้ม ซ่า ขมกำลังดี หวานนิด บอดี้กลางๆ ดื่มลื่น

เดินไปบูธของ Phojala

วันนี้มาสองตัว

ลองตัว Virmalised IPA เป็นแนว Malty หญ้าๆ ไม่ค่อยมีฮอปส์โดดเด่น บอดี้หนา รสหวาน

Winter Palace ของ Wiper And True ตัวนี้เป็น Imperial Stout รสหวาน รสกาแฟ นม บอดี้หนา มีสไปซ์นิดๆ จิบๆ ไปเริ่มเลี่ยนตอนหลังๆ

Faith ของ Northern Monk เป็น Pale Ale ครับ เบาๆ 5.4% กำลังดี ดรายซ่า ลื่น ดื่มง่าย

ลานด้านนอกคนเยอะตลอดเวลา

วนไปลองเบียร์ดำ Export India Porter ของ Kernel ตัวนี้เฉยๆ ดราย ใส ไม่ค่อยว้าวครับ

กินของเปรี้ยวล้างปาก Moscatel Sour จาก Dugges เปรี้ยวสมใจครับ ล้างปากดี นึกถึงพวกโยเกิร์ต นมนิดๆ

สี่โมงกว่าๆ เริ่มทยอยหมดครับ

Heavy Water With Chilli ของ Beavertown เป็น Imperial Stout หวานด้วย เผ็ดด้วย เย็นๆ ชอคโกแลต บอดี้หนา แปลกดีครับ

Hobo Chic เบียร์ Double IPA ของ Dry & Bitter หวานนิด ฮอปส์กลางๆ อร่อยดี

แก้วสุดท้ายในงานเป็น Porter ชื่อ Strictly Roots ของ Pressure Drop ครับ ตัวนี้ก็กลางๆ ไม่ว้าวมาก ซ่า เนื้อใสหน่อย มีคั่วนิดๆ

เบียร์หมด พบกันใหม่ปีหน้า 2018

โดยรวมประทับใจมากครับ คุ้มค่าบัตร 45 ปอนด์สุดๆ คือไม่น่าจะกินครบแน่ๆ เรื่องความหลากหลายของเบียร์ปีนี้อาจจะเทไปทางพวก New England IPA หรือ Hazy IPA เยอะไปหน่อย จิบซ้ำๆ ก็เลี่ยนเหมือนกัน อยากได้พวกดำๆ หรือเปรี้ยวมาตัดหน่อยครับ

สำหรับอาหารก็พอกินกันตาย ไม่ได้อร่อยมากเท่าไหร่ ที่เจ๋งอีกอย่างก็คืออากาศ โชคดีไม่เจอฝนเลยครับ พระอาทิตย์ตกสองทุ่มกว่าๆ เย็นสบาย ในห้องอาจจะร้อนหน่อยแต่ข้างนอกชิลล์มาก

เป็นงานเบียร์ที่ประทับใจที่สุดงานหนึ่งที่เคยไปมาเลยครับ ทีมงานเดียวกันนี่เค้ายังตระเวนจัดอีก หลายเมืองทั่วเกาะ เช่น Edinburgh Craft Beer Festival, Bristol Craft Beer Festival ถ้ามีโอกาสคิดว่าจะกลับมาแน่ๆ ครับ

You Might Also Like


แสดงความคิดเห็น



WP Twitter Auto Publish Powered By : XYZScripts.com
Connect!