Craft Beer

จิบเบียร์เบลเยี่ยม St Feuillien ที่ฐานทัพ Captain Barrel

296 views |

เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำเบียร์ ‘St Feuillien’ ที่ทางผู้นำเข้า Captain Barrel จัดขึ้นครับ วันที่ไปนี่คือมีงาน Open House ของทางบริษัทที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณร้านค้าอยู่แล้ว ปีนี้มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นคือชวนสื่อมาพูดคุยกับแบรนด์เบียร์ด้วยครับ

St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ ว่า ซานฟูเยน เป็นแบรนด์จากเบลเยี่ยมครับ เป็นโรงเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี 1873 ปัจจุบันยังเป็น Family owned คือไม่มีกลุ่มทุนมาถือหุ้นเจ้าของคนปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 ของตระกูล ซึ่งรุ่นที่ 5 ก็เข้ามาช่วยทำงานในโรงแล้วด้วยครับ เบียร์จากแบรนด์มีหลายตัวหลายสไตล์ ซึ่งแน่นอนว่าคาแรคเตอร์จะออกสไตล์เบลเยี่ยม

โดยที่นี่จะมีเบียร์แบบที่คลาสสิค สูตรแบบดั้งเดิม ทำแบบดั้งเดิมแบบนี้จะเป็น Abbey Beer คือเหมือน Trappist Beer แต่ปัจจุบัน ไม่ได้มีพระเป็นผู้ผลิตแล้วนั่นเองครับส่วนอีกแบบที่ St Feuillien ก็คือจะเป็นเบียร์สไตล์ใหม่ๆ ที่โรงคิดค้นขึ้น คือมีความเป็นเบลเยี่ยมแต่ก็ผสมผสานเทนนิคแบบเบียร์ในปัจจุบันเข้าไปด้วย อย่างเช่นมีการ Dry Hops เพิ่มเติมซึ่งเป็นวิธีในการทำเบียร์สมัยใหม่

เข้ามาในซอยเหลือสุขซอยเล็กจากสุขุมวิท 50 ประมาณ 240 เมตร ก็จะถึงฐานของ Captain Barrel ครับ

ด้านหน้าวันนี้ทีมงานกำลังเตรียมพื้นที่เพื่อจัด Open House ของบริษัท

ตู้แช่และหัวแทปฝั่งขวา

ฝั่งซ้ายเป็นแทปของ St Feuillien และ Grisette

ด้านหน้ามีบูทของแก้ว Spiegelau

เรามานั่งกันที่ห้องชั้นบนครับ ทีมงานจัดแก้วไว้ทั้งหมด 6 ใบ

วันนี้เราจะชิมกันทั้งหมด 6 ตัวครับ

คุณไปท์ Captain Barrel กล่าวก่อนเริ่มงานครับ

คุณ Pierre Hensenne เป็น Export Manager ของ St Feuillien ซึ่งจะเป็นผู้มาเล่าถึงประวัติและรายละเอียดของเบียร์แต่ละตัวให้เราฟังในวันนี้ครับ

เริ่มตัวแรกก็แรงไม่เบาครับ 7.5% St Feuillien Blonde เป็นสไตล์ Belgian Strong Ale กลิ่นหอมหวานเหมือนขนม จิบแล้วได้รสแบบพวกสมุนไพร เครื่องเทศ หวานคาราเมลนิดๆ แล้วก็มีรสของชะเอม(liquorice) ตอนจบค่อนข้างดราย

แก้วที่ 2 เป็นสไตล์ Abbey Tripel ตัวนี้รสออกหวาน มีความฟรุตตี้ ผสมกับสไปซ์ น้ำเบียร์คลีน และซ่าครับ คุณ Pierre เล่าให้ฟังว่าใช้เทคนิค 2nd Ferment ในขวด ซึ่งขวดแมกนั่มหรือไซส์ 1500ml นั้นจะเหมาะที่สุด ตัวนี้จึงมีแต่ขวดใหญ่

ตัวต่อมาที่ได้ชิมชื่อ Grand Cru เป็นสไตล์ Belgian Strong Ale แอลกอฮอล์ 9.5% เป็นเบียร์ที่โรงเพิ่งเริ่มผลิตเมื่อปี 2011 ซึ่งใช้วิธีการและเทคนิคสมัยใหม่ มีรสหวานนิดๆ ขมหน่อยๆ เหมาะกับการแพริ่ง ตัวนี้เค้าแนะนำให้ดื่มได้เลย ไม่ต้องเอจ

ต่อมาเป็น Saison ครับ ตัวนี้ก็มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ อย่างการดรายฮอปส์ กลิ่นซับซ้อน กลิ่นหอมหวาน caramel ซ่า ค่อนข้างดราย สำหรับการทำให้เบียร์ใสไม่ได้กรอง แต่ใช้วิธีเหวี่ยงตะกอนด้วยเครื่อง centrifugal

แก้วที่ 5 Brune 8.5% สไตล์ Belgian Dubbel กลิ่นหวานๆ อีกหนึ่งตัว มีรสคาราเมลและชะเอม ไม่ค่อยขมออกไปทางมอลตี้

สุดท้ายแก้วที่ 6 คือตัวพิเศษที่ชื่อ Limited Edition ซึ่งแต่ละปีก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ของปี 2017 นี้เป็น Barley Wine ครับ เค้าไม่ได้หมักในถังไม้ แต่ใช้วิธีใส่ไม้ชิ้นๆ ลงไปแทนโดยที่ใส่ไปเป็นต้น Acacia กลิ้นทอฟฟี่ คาราเมล รสหวานมีคั่วไหม้อ่อนๆ

พอครบเซ็ต 6 ตัวแล้วก็ยังมีแถมให้ชิมอีกสองตัวครับ เป็น Belgian Coast IPA ที่ได้เทคนิคมาจากตัว West Coast IPA ของ Green Flash และ วิทเบียร์ทานง่ายแบรนด์ย่อยของซานฟูเยน Grisette ได้ลองจิบไปหน่อย หอมกล้วยๆ ค่อนข้างดราย ซ่า สดชื่น ดื่มง่ายดีครับ

รวมหมู่ที่ชิมไปวันนี้ มึนใช้ได้เลยครับ

ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจครับ ใครอยากลองเบียร์โลกเก่าคลาสสิคๆ สไตล์เบลเยี่ยมถ้าเจอ St Feuillien ก็หยิบลองได้เลย หรือถ้าเจอตัวใหม่ๆ ของแบรนด์ ก็น่าลองดูครับว่าเบียร์ออกแนวไฮบริดผสมผสานวิธีการ วัตถุดิบ โลกเก่า โลกใหม่เข้าด้วยกันผลลัพธุ์มันจะเป็นยังไง ขอขอบคุณ Captain Barrel อีกครั้งที่ชวนไปชิมและฟังประวัติของเบียร์และโรง St Feuillien ครับ


You Might Also Like


แสดงความคิดเห็น