| |

กินหอยนางรมที่ร้าน Hayashi และขนม โมมิจิมันจู บนเกาะ miyajima hiroshima – osaka ตอนที่ 7.2

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

หลังจากเดินเล่นและถ่ายรูปที่ศาลเจ้ากับ torii แล้ว เราก็ไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้าน Hayashi ร้านหอยนางรมร้านดังบนเกาะ Miyajima

IMG_3440
ถนนหนทางเล็กๆบนเกาะ
IMG_3441
ร้านกาแฟ miyajima coffee น่ารักดี ตั้งใจว่าจะเดินกลับมากิน ปรากฎว่าเวลาไม่พอเลยอด
IMG_3469 (1)
เดินมาถึงแล้ว ร้าน Hiyashi (はやし) บนป้ายเขียนว่า Yakigaki No Hayashi แปลได้ว่า หอยนางรมย่างของฮายาชิ
IMG_3444
หน้าร้าน
Ot1kx5TsBd
พนักงานกำลังปิ้งๆย่างๆหอยอยู่ด้านหน้าติดถนนเลย
oTVXIKepFn
มีตู้โชว์ด้วยว่าเค้าเลี้ยงกันยังไง
pTcT1h6g2j
จานแรกมาแล้วว เป็นหอยนางรมสดๆ บีบมะนาว หอยสดมากๆ ไม่คาว รสออกนมๆนิดๆ เค็มน้ำทะเลเล็กน้อย รสไม่เหมือนกับที่กินที่บ้านเรา อร่อยคนละแบบครับ มีเทคนิคคือ เวลาทานให้เอาด้านมนๆ กลมของหอยเข้าปากก่อน เนื่องจากหอยนางรมของญี่ปุ่นจะไม่เหมือนที่อื่น ตัวมันจะยาวๆเรียวๆกว่าของบ้านเราครับ
VAsvqMGN5f
ข้าวหน้าปลาไหลก็มี
kQWGUkdXjB
นอกจากแบบสด แบบชุบแป้งทอด ก็อร่อยครับ ทอดได้ดีไม่อมน้ำมัน บีบมะนาวแล้วจิ้มซอส อร่อยมากกก
O6ojsIRsAs
ชุดโซบะเย็น
AIXZpX3Jbe
ซูมหอยกันหน่อย
HI9FrTgIB9
และเมนูที่ห้ามพลาดก็คือหอยนางรมย่าง ของขึ้นชื่อของทางร้าน แต่เมนูนี้จะต้องรอนานหน่อย ถ้าจะทานสองชุดสั่งเลยทีเดียว อย่ารอสั่งสองรอบครับ อาจจะต้องรอ 20-30 นาทีเลย
Xd6gXjOiEV
รสก็จะมีกลิ่นย่างๆ ไหม้ๆนิดนึง หอมหวาน นมๆเช่นกัน เวลาทานอย่าบีบมะนาวลงไปเพราะจะทำให้รสเพี้ยน ไม่ได้รสของหอยเต็มๆ เป็นเมนูที่แนะนำเลยครับ

สรุปว่าเป็นอีกร้านที่สมควรแก่การมาลิ้มลองหากได้มาเกาะ miyajima แห่งนี้ ราคาอาจจะสูงหน่อย แต่คุ่มค่าแน่นอนครับ

Yakigaki No Hayashi – Miyajima, Hiroshima
เว็บไซต์ของร้าน
ปิด วันพุธ
เปิด วันธรรมดา วันอาทิตย์ วันหยุด (10.30-17.00 last order 16.30)
วันเสาร์ (10.30-17.30 last order 17.00)
เบอร์โทร (0829) 44-0335

- - -
- -
คลิกเพื่อดูเมนู

คนอื่นเค้าว่ายังไงบ้าง
japan-mook.com

IMG_3468
อิ่มหนำสำราญออกจากร้านเดินเล่นดูของฝากและของกินจุ๊กจิ๊กก็เจอร้านของลูกปลาชิ้นทอด ผสมนู่นนี่
IMG_3465
มีแบบพันเบคอน ไส้ปู ไส้ปลาหมึก
i97sFQD0Do
ซื้อมาลองก็เฉยๆ ไม่ถูกใจครับ
voyxBerDcQ
ระหว่างทางก็เจอไม้ๆปิ้งอีก
kKikQ3IuZS
ซื้อมาลองเช่นกัน และก็ไม่ค่อยอร่อยเช่นกัน แห้งๆเหนียวๆ เย็นๆ
IMG_3470
นอกจากหอยนางรมที่ขึ้นชื่อแล้ว เกาะ miyajima ก็มีขนม momiji manju เป็นของขึ้นชื่ออีกหนึ่งอย่าง
IMG_3474
เครื่องทำ momiji manju

Ql5Gg9ZRbs
ลองซื้อมาชิม
krpFgMsbgI
อร่อยดีเหะ มีขายหลายร้าน หลายรสมาก จำไม่ได้ว่าร้านไหนอร่อย พวกไส้ก็จะมี ครีม ครีมชีส ถั่วแดง ชอคโกแลต ชาเขียว ที่ได้ลองไส้ครีมอร่อยดีครับ
IMG_3476
ขึ้นเรือข้ามฟากกลับแล้ว
IMG_3477
บนเรือยังมีรูปวาดขนมโมมิจิ มันจูด้วยเลย

เป็นอันจบทริป เกาะ Miyajima ในวันนี้เรียบร้อย โดยตอนเย็นเราจะไปทาน okonomiyaki สไตล์ฮิโรชิมากัน
ติดตามในตอนหน้าครับ 🙂

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • |

    จิบกาแฟ กินขนมที่ร้านกาแฟเก่าแก่ Cafe Tirol – Hokkaido ตอน 6.2

    ทานซูชิที่ร้าน Take Chan เสร็จ เดินเล่นซักพัก ก็หาร้านกาแฟนั่งเล่น ร้านนี้ก็น่าจะเจอจากเว็บซักเว็บ ตอนเดินหางงเหมือนกัน เพราะแผนที่ใน fouqsquare ไม่ค่อยตรง เดินไปเดินมาจนเจอ ร้าน Cafe Tirol (ภาษาญี่ปุ่นเขียนว่า ちろる ) เป็นร้านกาแฟเก่าแก่เปิดบริการมาตั้งแต่ 1939 บรรยากาศในร้านก็จะดูอบอุ่นๆ ขรึมๆ ดูเป็นไม้สีเข้ม เปิดเพลง jazz คลอไปเบาๆ ชนิดกาแฟก็จะมีแบบธรรมดา (แต่ราคาไม่ธรรมดา) แล้วก็จะมีแบบพรีเมียม คือกาแฟ แปลกๆ คั่ว ชง แบบมีพิธีรีตอง ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก

  • ขนมจีนสันป่าข่อย ร้านดังตลาดทองคำ ปิดตี 2 เชียงใหม่

    จากร้านเก๊าบ่ะต๋าก๊บ พวกเราเดินทางกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ไปนั่งจิงคราฟท์เบียร์ที่ร้านน้ำต้นเฮาส์บาร์จนถึงดึกๆ ก็ออกไปหาของกินกัน สรุปว่าจะไปกันที่ร้านขนมจีนสันป่าข่อย ที่ตลาดทองคำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่ สำหรับร้านนี้ผมอยากมาทานนานแล้วครับ จดไว้ในลิสต์แต่ก็ไม่ได้มาซักที โชคดีวันนี้จะได้ลอง เรามาถึงร้านประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ลูกค้าทยอยมาเรื่อยๆ ตัวร้านนี่คือเป็นเหมือนแผงในตลาด เดินไปสั่งที่หน้าหม้อแกง แม่ค้าตักให้แล้วก็จ่ายเงิน เดินถือจานหาโต๊ะนั่งบริเวณนั้น

  • ร้านลาบหนวด เนื้อวัวแท้ 100% – อุดรธานี

    ทริปอุดรคราวนี้ตั้งใจจะเดินทางไปร้าน ซาหมวยแอนด์ซันส์ ไฟลท์ไปถึงเที่ยงก็เลยมีโอกาสไปแวะทานข้าวกลางวันด้วยครับ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะทานอะไรดี ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็อยาก หรือจะไปซ้ำข้าวเปียกดี หาไปหามาเจอร้านนี้ก็เลยแวะไปลองครับ ลงจากเครื่องก็เรียก grab ไปร้านเลย ร้านนี้ชื่อว่า ‘ลาบหนวด’ เนื้อวัวแท้ 100% ฮ่าๆ อยู่บนถนนศรีชมชื่น ตัวร้านใหญ่เลยครับ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาดสองห้อง ลึกเข้าไปด้านในพอสมควร วันที่ไปนี่ช่วงเที่ยงลูกค้าแน่นร้านเลย พอบ่ายโมงถึงได้ซาๆ ที่นี่เน้นรายการอาหารที่ทำจากเนื้อวัวเป็นหลัก มีเมนูหมูนิดหน่อย โดยเมนูเนื้อมีทั้งดิบและสุก พวกดิบก็จะเป็นก้อยต่างๆ แล้วก็เมนูสุกก็จะเป็นลาบ มีเมนูย่าง อีกอย่างที่ขึ้นชื่อคือเมนูต้มครับ

  • |

    Mackenzie’s Stonegrill, Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.2

    จากที่พักเราขับกลับเข้ามาบริเวณร้านค้าใกล้ทะเลสาบ จริงๆก็พอเดินได้แต่ก็ขี้เกียจเลยขับมา หาที่จอดแล้วก็ลงเดิหาร้านข้าวทาน มีร้านเล็กๆหลายร้าน เป็นคาเฟต์บ้าง เบเกอรี่บ้าง ตอนแรกที่เราหาข้อมูลมา มีร้านญี่ปุ่นได้คะแนนเยอะอยู่หนึ่งร้าน แต่ที่บ้านไม่มีใครอยากทาน แล้วร้านก็ดูเฉยๆ ดูไปดูมาจนมาลงที่ร้านชื่อ Mackenzie’s Stonegrill Mackenzie’s Stonegrill มีเมนูเด่นตามชื่อร้านก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆย่างบนแผ่นหินที่เผามาจนร้อน เวลาเสิร์ฟก็ยกเนื้อมาแบบดิบๆ ให้เรามา cook เองบนหิน นอกจากเมนูหินร้อน ที่ร้านก็ยังมีเมนูอื่นๆขายด้วย อย่าง นาโช หรือ พาสต้า ต่างๆ แล้วก็มีเบียร์ยี่ห้อ Monteith’s หลายๆสีเสิร์ฟอยู่

  • |

    สุกี้เนื้อสุดหรูร้าน Imahan Shinjuku – Japan 2014 ตอนที่ 6.3

    จาก Kawaguchiko เราเดินทางมายังโตเกียวด้วยรถบัส ประมาณ 1.50 ชั่วโมง หลับแป๊บเดียวก็ถึง รถบัสมาส่งเราที่สถานี Shinjuku ตอนมาถึงฝนปรอยๆ หาที่หลบฝน เข้าห้องน้ำห้องท่าแล้วก็ขึ้น JR ต่อไปยังสถานี Ikebukuro ซึ่งเราจองโรงแรมเอาไว้ เราไม่ได้มาโตเกียวหลายปีเหมือนกัน เพราะทริปก่อนหน้านี้ ก็อยู่แถว โอซาก้า อีกทริปก็อยู่แต่บนเกาะฮอกไกโด มาโตเกียวคราวนี้ก็เลยถือว่าไม่ได้เจอกันซะนาน เราเข้าพักที่โรงแรม Metropolitan Ikebukuro เราไม่เคยพักมาก่อน โรงแรมค่อนข้างใหญ่ โรงแรมดูไม่เก่าไม่ใหม่ แต่ห้องพักดูใหม่ น่าจะเพิ่ง renovate ไปไม่นาน ข้อดีของโรงแรมนี้ก็คือใกล้สถานีรถไฟ เดินนิดเดียวก็ถึง หลังจาก check in เก็บกระเป๋าเรียบร้อย เราก็ออกไปทานข้าวเย็น โดยนั่ง JR กลับไปที่สถานี Shinjuku อีกที ข้าวเย็นของเราวันนี้เป็น Sukiyaki เนื้อ ชื่อร้าน Imahan (今半) อยู่บนชั้น 14 ของตึก Takashimaya Times Square อาหารของที่นี่จะเสิร์ฟเป็นคอร์ส…

  • |

    จิบเบียร์รสพระทำ Westvleteren ที่ร้านอาหารหน้าวัด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จาก Hops Museum ในเมือง Poperinge คณะของเราก็เดินทางกันต่อประมาณ 10 นาที ระยะทางใกล้ๆ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราก็คือโรงเบียร์ Trappist ชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren ที่อยู่ในวัด ที่ผลิตเบียร์ Westvleteren นั่นเอง ที่นี่ผลิตเบียร์ทั้งหมด 3 ตัว ก็คือ Blonde (Belgian Blonde), 8 (Belgian Dubbel) และ 12 (Belgian Quad) ซึ่งตัว 12 นี้เคยได้รับการโหวตให้เป็นเบียร์ที่ดีทุกสุดในโลกจากเว็บ ratebeer ด้วยครับ เอกลักษณ์อย่างนึงก็คือทั้งสามตัวจะไม่มีฉลากบนขวด จะแยกได้ก็ต้องดูบนฝา (Blonde-เขียว, 8-ฟ้า, 12-เหลือง) ซึ่งด้วยปริมาณที่ผลิตไม่มาก ทำให้เบียร์ Westy (ชื่อเล่นของเบียร์ Westvleteren) นั้นนอกเบลเยี่ยมค่อนข้างจะหายากพอสมควร และถ้ามี…


แสดงความคิดเห็น