|

เตรียมตัว วางแผน ออกเดินทาง – budapest/paris ตอนที่ 1

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

ทริปส่งท้ายปี 2555 มีโอกาสได้ไปไกลหน่อย คราวนี้ไปยุโรป 2 ประเทศ ก็คือ ฮังการี และ ฝรั่งเศส ตอนแรกที่จัดทริปนั้นวนไปวนมาหลายประเทศ ทั้ง สวิส เยอรมัน อิตาลี จนมาสรุปเหลือ 2 ประเทศนี้ เพราะ ได้ที่พักบรรยากาศดีออกแนวรีสอร์ทๆ ที่ฮังการี

ทีนี้มันไม่มีเครื่องบินตรงไป บูดาเปสต์ ก็เลยตัดสินใจไปแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฝรั่งเศส บินไปฮังการี แล้วค่อยกลับมาเที่ยวปารีสก่อนกลับไทย

ช่วงเตรียมการ

ที่พัก เราแบ่งเป็นสามท่อน คือ นอนที่ฝรั่งเศส 1 คืน นอนฮังการี 7 คืน กลับมานอนฝรั่งเศส 4 คืน
ในฮังการี เป็นรีสอร์ทชานเมืองซึ่งแม่จองไว้ ส่วนในฝรั่งเศส คืนแรกนอนแถวสนามบิน อีก 4 คืนสุดท้ายนอนแถว มงมาร์ต โดยจองจาก booking.com ทั้งสองที่

การเดินทาง จากไทยไปฝรั่งเศสเราไปโดยสายการบิน Air France ราคาโอเค บินตรงไม่มีพัก ถูกกว่าการบินไทย จากฝรั่งเศสไปฮังการี บินโลวคอสต์ชื่อ easyjet มีข้อแนะนำสำหรับใครจะจอง easyjet ให้จองผ่านเว็บ easyjet ตรงเลยจะถูกที่สุด เราจองผ่าน hipmunk แพงกว่าแล้วโดนค่าดำเนินการอีก 100 USD เป็นค่าความรู้ไป TwT
**ที่สำคัญถ้ามีกระเป๋าโหลดแนะนำให้จ่ายเพิ่มตอนจองตั๋วออนไลน์เลยเพราะจะถูกกว่าและไม่ต้องต่อคิวสองรอบ

วีซ่า การไปยุโรปดีตรงที่ขอวีซ่าทีเดียวไปได้หลายประเทศ (วีซ่าเชงเก้น) เข้าได้ 26 ประเทศ (ข้อมูลวันที่ 24.01.2556) ดูได้ใน list ซึ่งอ่านจากหลายเว็บว่าควรจะไปขอประเทศไหน ตอนแรกเราไปขอที่ฝรั่งเศส ปรากฎไปถึงเค้าให้ไปขอที่ฮังการีแทนเพราะอยู่ฮังการีมากกว่า สรุปได้ประมาณนี้

1. อยู่ประเทศไหนมากสุด ให้ขอประเทศนั้น
2. ถ้าอยู่เท่ากันให้ขอประเทศที่เดินทางเข้า

*โทรเช็คกับสถานฑูตอีกทีเพื่อความชัวร์
*อังกฤษไม่อยู่ในเชงเก้น ต้องขอวีซ่าแยก

ตอนไปขอที่ฮังการีก็ได้ประสบการณ์ใหม่ เพราะต้องไปที่สถานฑูตตรง (เดี๋ยวนี้หลายประเทศเช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสให้ยื่นผ่านตัวแทน VFS ) สถานฑูตอยู่บนตึกคอนโดแถว สุขุมวิท ซอย 24 ขึ้นไปเป็นห้องเล็กๆ เหมือนเป็นห้องรับแขกในบ้านคน ดูอบอุ่นมากๆ มีคนมากขอประมาณ 10 กว่าคน ก็ดูแน่นห้องแล้ว เจ้าหน้าที่ใจดีไม่ดุ ประมาณ 10-14 วันก็ได้วีซ่า พร้อมลุยแล้วว

อ่านข้อมูลขอวีซ่าของฮังการีที่นี่

วันเดินทาง

Air France จะบินออกสายๆประมาณ 11 โมงบ้านเราไปถึงปารีส 17.00 (ที่ไทย 23.00) รวมประมาณ 12 ชั่วโมง
อาหารเสิร์ฟสองมื้อ

-
มื้อแรก มีจานหลัก ขนม ไวน์ สลัด ขนมปัง

-
จานหลักเป็นเนื้อ พอทานได้ไม่อร่อยมาก

-
บรรยากาศบนเครื่อง มีจอทุกที่นั่ง

-
มื้อเบาๆก่อนลง

พอมาถึงสนามบิน Charles de Gaulle ก็หาทางไปขึ้นรถบัสฟรี ไปโรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เรียกว่าตรงนั้นมันเป็นโซนโรงแรมเลยก็จะมีหลายยี่ห้อ รถบัสจะวนไปตามโรงแรมต่างๆ

พอเช็คอินเก็บของเสร็จ ก็ออกมาหาของกินฝนดันตกอีก มีร้านเปิดอยู่แค่ 2-3 ร้าน ก็เลยเลือกร้านที่พอมีคนหน่อย ชื่อ Brasserie le Village

-
มีเบียร์สเตลาร์

-
ลองยี่ห้อแปลกๆ Loburg

-
สตูว์แกะ

-
ซุป

-
ตับห่าน

-

หมูมั๊ง

โดยรวมก็โอเค ไม่ได้อร่อยมาก แต่ก็กินกันตายไปคืนแรกออกมาจากร้านฝนซาแล้ว กลับโรงแรมนอน

ลิงค์ของร้าน

https://foursquare.com/v/brasserie-le-village/4e2dcb20e4cd3bc166ad6b6b

http://levillagerestaurant.com/index.php?langue=3

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • Amici อาหารอิตาเลี่ยนร้านอร่อยในสยาม พารากอน

    อาทิตย์ก่อนได้เข้าเมืองไปอีกรอบครับ คราวนี้ไปที่ห้างสยามพารากอน ตอนแรกก็ลังเลอยู่ว่าจะทานมื้อเที่ยงเป็นอะไรดี สุดท้ายที่บ้านก็ตกลงเลือกร้าน Amici ครับ Amici เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยน เจ้าของเดียวกับร้าน Pomodoro ร้านอยู่ที่ชั้น 1 ครับ บรรยากาศในร้านดีเลย ตกแต่งดูหรูหราหน่อย ประดับด้วยก้อนชีส(ของปลอม ฮ่าๆ) มีชั้นลอยด้วยครับ ผมไปวันธรรมดาตอนกลางวันลูกค้าเยอะเหมือนกันครับ แต่ก็ยังพอมีโต๊ะ ถ้าอากาศดีๆ ไม่ร้อน ก็สามารถนั่งด้านนอกร้านได้ด้วย พนักงานพาเราไปนั่งตรงโต๊ะด้านหน้าครัว

  • อาหารป่าบางเดื่อ รสจัดจ้านถึงใจ จานใหญ่คุ้มค่า – ปทุมธานี

    ช่วงนี้ผมและเพื่อนๆ ยังวนเวียนตระเวนชิมอาหารป่าเป็นหลักครับ ด้วยความเผ็ดร้อนถึงเครื่องของเมนู ทานเป็นกับแกล้มก็เพลิดเพลินทั้งเหงื่อท่วมหัวดี ฮ่าๆ  หลังจากที่ไปครัวสมเกียรติอาหารป่า คราวนี้พวกเราไปกันทางฝั่งปทุมธานีครับ ไม่ไกลจากบ้านผมมากนัก ประมาณ 7.5 กิโลเมตร บนถนนปทุมธานีสายใน ที่วิ่งขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาครับ ร้านนี้มีช่อว่า อาหารป่าบางเดื่อ อยู่เยื้องๆ ห่างกับวัดบางเดื่อประมาณ 250 เมตรครับ ตัวร้านขนาดกลางๆ ที่นั่งประมาณ 6-7 โต๊ะ ฝั่งขวามือเป็นครัว ฝั่งซ้ายเป็นที่นั่ง วันที่ผมไปมีลูกค้านั่งอยู่อีกโต๊ะนึงครับ 

  • | |

    Chez Irie ร้านขนมเล็กๆน่ารักในเมือง Asahikawa – Hokkaido ตอนที่ 5.3

    ทานข้าวที่ Farm Chiyoda เสร็จก็ไปไหนต่อไม่ได้แล้วเพราะฟ้ามืดมากแล้วฝนก็ปรอยๆ ตอนแรกแว่บไปที่ Potato no oka แล้ว แต่หนาวมาก+อิ่มก็เลยไม่กินละ เดินทางกลับดีกว่า กลับมาใกล้เมือง Asahikawa ก็แวะร้านขนมเล็กๆร้านนึง ร้านนี้น่าจะเจอจากเว็บแนะนำร้านของการท่องเที่ยว Best from Hokkaido ซึ่งร้านอยู่ในโซนขอบๆเมือง อยู่แทรกๆปนๆกับบ้านทั่วไป ตัวร้านก็คือบ้านนั่นแหละครับ ร้านแบบนี้เค้าเรียกว่า patisserie ก็คือร้านพวกที่ขายขนม เค้ก เบเกอรี่ ประมาณนี้ นี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างของการเช่ารถขับเอง มาเที่ยวเอง เพราะเราจะสามารถไปร้านกุ๊กกิ๊กๆ น่ารักๆแบบนี้ได้

  • Lady Knox Geyser, Rotorua – New Zealand 2014 ตอนที่ 3.1

    เริ่มต้นวันที่ 3 ของทริป เช้านี้เรามี 2 จุดที่ต้องเที่ยวในเมืองโรโตรัว ก่อนออกเดินทางไป Lake Taupo โดย 2 ที่นี้อยู่ในบริเวณเดียวกัน ไม่ไกลกันมาก แต่เดินน่าจะไม่ไหวขับรถเอาจะสะดวกกว่า จุดที่เราต้องไป ก็คือ 1. Wai-O-Tapu Thermal Wonderland และ 2.Lady Knox Geyser ซึ่งคือส่วนหนึ่งของ Wai-O-Tapu นั่นเอง Wai-O-Tapu นี่จะอยู่ทางทิศใต้ วิ่งออกมาจาก Rotorua ประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณ 30 นาที ทำให้ต้องออกเดินทางจากในเมืองเช้าหน่อยเพราะต้องมาซื้อตั๋วจุดนึงแล้วขับรถมาดูอีกจุดนึง ซึ่งโชว์จะมีแค่วันละรอบ เวลา 10.15 โชว์ที่จะมาดูก็คือน้ำพุ Lady Knox Geyser ซึ่งมันจะไม่ได้พุ่งอยู่เองตลอดทั้งวัน ต้องมีการใช้สารเคมีช่วย (surfactant – สารลดแรงตึงผิว มีอยู่ใรพวก แชมพู/สบู่) Geyser แปลว่าน้ำพุร้อนที่พุ่งจากใต้ดิน ส่วนชื่อ Lady Knox นั้นมาจาก Lady Constance Knox ลูกสาวคนที่ 2 ของ…

  • Braci อาหารอิตาเลี่ยนร้านอร่อย บรรยากาศดี – สิงคโปร์

    เดือนสิงหาคมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์อีกครั้งครับ ในทริปนี้ก็ได้ไปทั้งร้านข้าวและร้านเบียร์ใหม่ๆ หลายร้านอยู่ ร้านแรกที่อยากจะเล่าถึงผมได้ไปทานเป็นมื้อกลางวันครับ ตัวร้านอยู่แถวย่าน Boat Quay ทางขึ้นร้านอาจจะงงหน่อย คือด้านล่างจะเป็น O Chicken & Beer ต้องขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 5 ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Braci ครับ เป็นอาหารสไตล์ Italian ตัวร้าน ขนาดไม่ใหญ่มาก คือออกมาจากลิฟต์ปุ๊บก็จะเป็นร้านเลย ตกแต่งสวยงามดูมีสไตล์ ฝั่งขวามือเป็นครัวเปิด ได้กลิ่นหอมของอาหารโชยมาตลอด ที่นั่งมีไม่เยอะครับ ประมาณซัก 20 ที่เท่านั้น ชั้น 6 เป็นดาดฟ้าแต่ผมไม่ได้ขึ้นไป

  • |

    รีวิวโรงแรม Deco City Motor Lodge, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.5

    เที่ยวเล่นทั้งที่โรงไวน์ Church Road และโรงงานน้ำผึ้ง Arataki Honey แล้ว เราก็กลับเข้ามาในตัวเมือง Napier เพื่อเข้าโรงแรมที่ได้จองไว้ คืนนี้เราพักกันที่โรงแรม Deco City Motor Lodge ซึ่ง ก็มีดีไซน์ด้านนอกตัวอาคารรวมถึงชื่อโรงแรมเป็น Art Deco นิดๆตามสไตล์ของเมืองด้วย ที่นี่จะมีลักษณะเป็น ตัว U กลับหัว ตัวอาคารมี 2 ชั้น ที่จอดรถก็คือตรงกลางของอาคาร สำหรับห้องพักวันนี้เราต้องจอง 2 ห้อง เป็น 1ห้องใหญ่กับ 1 ห้องเล็ก ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เดินหากันสะดวก ภายในห้องพักสะอาดสะอ้าน มีไมโครเวฟและตู้เย็น พร้อมนมให้ 1 ขวดเช่นเคย


แสดงความคิดเห็น