|

Stella Marise ห้องอาหารสุดหรูบนโรงแรม Loisir Asahikawa – Hokkaido ตอนที่ 3.2

เดินทางจากซัปโปโรมา 1.45 ชั่วโมง เราก็มาถึงเมือง Asahikawa (旭川)
เมืองอาซาฮิกาว่าอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของซัปโปโรประมาณ 140 กิโลเมตร

เป็นอีกเมืองที่นักท่องนิยมมาพักเพราะสามารถเดินทางไปยังเมืองอื่นๆได้สะดวก
ด้วยความที่อยู่กลางๆ เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ

ตัวเมืองไม่ใหญ่มาก อารมณ์เหมือนเมืองใหญ่ตามต่างจังหวัดบ้านเรา มีห้างร้านนิดหน่อย
แต่ก็ไม่ได้เจริญมาก ทริปนี้เราพักอยู่ Asahikawa เป็นหลักเลยครับ

hokkaidoI_101
สถานีรถไฟ Asahikawa
hokkaido_029
ตกแต่งด้วยไม้ทั้งสถานีเลย
hokkaido_030
บริเวณโถงชั้นหนึ่ง
hokkaido_031
สถานีนี้เพิ่งเปิดใหม่ไม่นานอาคารเลยสวยและใหม่มาก ชอบดีไซน์ที่เป็นไม้ๆอย่างงี้
hokkaidoI_102
ออกจากสถานีมาก็มารับรถที่จองไว้มากจากทางเน็ต เป็นรถโตโยต้าขนาดใกล้เคียง Altis บ้านเรา ตกวันละ 2500 บาท
hokkaido_car
รถที่เราเช่าหน้าตาแบบนี้ มีห้าประตู
hokkaido_033
บริเวณในตัวเมือง Asahikawa
hokkaido_032
พระอาทิตย์จะตกแล้ว เมืองเล็กๆครับ ตึกสูงๆหน่อยก็จะไปกระจุกอยู่แถวสถานีรถไฟ
hokkaido_034
โรงแรมที่เรามาพัก Loisir Asahikawa ราคาไม่แพงมาก ห้องสะอาดสะอ้านดี

หลังจากเข้าห้องพักผ่อน แล้วก็ไปเดินเล่นแถวโรมแรมแล้ว ช่วงค่ำๆก็ไปทานข้าวเย็นกัน
วันนี้เรากินในโรงแรมเลย เพราะอ่านเจอมาว่าห้องอาหารชั้นบนมีพวกเมนูเนื้ออร่อย
ขึ้นลิฟต์ชั้นเดียวก็เจอห้องอาหาร Stella Marise

hokkaidoI_118
ป้ายหน้าห้องอาหาร Stella Marise
hokkaidoI_103
ผนังสวยดี
hokkaidoI_117
โต๊ะแบบกินเทปปังยากิ (Teppanyaki) แต่เราไม่ได้กิน เราไปนั่งกินแบบสั่งเป็นเซ็ตที่โต๊ะเอาแทน
hokkaidoI_104
ตะเกียบและผ้า
hokkaidoI_105
สั่งไวน์แดงมาหนึ่งขวด โดยผู้ชายในรูปนั้นเหมือนมาคอร์ส Wine Testing กันอยู่ เห็นชิมๆ 3-4คนกันเป็น 10 แก้วเลย
hokkaidoI_106
จานเรียกน้ำย่อย เป็น Smoked Salmon
hokkaidoI_107
จานนี้เป็นแฮมสดกับอะไรนี่ ลืมไปแล้ว
hokkaidoI_108
ซุป จะเป็นซุปแอสพารากัสขาว ซึ่งเป็นวัตถุดิบในฤดู spring พอดี
hokkaidoI_109
ชุดน้ำจิ้ม มีกระเทียม เกลือพริกไทย ซอส
hokkaidoI_110
จานหลักแบบซีฟู้ด
hokkaidoI_111
จานหลักแบบเป็นเนื้อ อู้วว น่ารับประทานมาก จานนี้เป็น Sirloin
hokkaidoI_112
ส่วนจานนี้เป็น Filet
hokkaidoI_113
สุกกำลังดี หอมอร่อย รสเนื้อดีมากครับ
hokkaidoI_114
ข้าวผัดกระเทียมกับเศษๆเนื้อของจานหลัก อร่อยดีครับ กินกับผักดองและซุป อิ่มเลยทีเดียว
hokkaidoI_115
ขนมหวาน เป็นไอศกรีมผลไม้เปรี้ยวๆกับเค้ก ล้างปากได้ดี
hokkaidoI_116
ปิดท้ายด้วยกาแฟ

เป็นอีกร้านที่ประทับใจในรสชาติมาก รสของเนื้อวัวอร่อยมาก สุกมากำลังดี
เนื้อนุ่มเคี้ยวอร่อย เมนูอื่นๆก็อร่อย อย่างข้าวผัดกระเทียมนี่อยากกินอีกถ้วยเลย
แต่มีติดปัญหาอย่างนึงคือช้ามาก ตอนแรกกินในโรงแรมคิดว่าจะเสร็จเร็ว ปรากฎว่าอาจจะช้ากว่า
ไปกินข้างนอกอีก คือตั้งแต่สั่งจนกินเสร็จใช้เวลา 2.15-2.30 ชั่วโมงได้ เพราะพอเป็นเซ็ท
เค้าก็จะรอทุกคนเสร็จก่อนจึงจะเสิร์ฟจานต่อไป แล้วเว้นช้วงนาน เล่นเอาหิวพอสมควร
ด้านราคาถือว่าสูงแต่ก็เหมาะสมกับคุณภาพและรสชาติครับ

Stella Marise โรงแรม Loisir Asahikawa
เปิด
เบอร์โทร
เว็บไซต์
foursquare

แผนที่โรงแรม Loisir Asahikawa

Similar Posts

  • Suhring อาหารเยอรมัน Fine Dining ในบ้านอบอุ่นหลังใหญ่ – ซอยเย็นอากาศ ช่องนนทรี

    ‘Suhring’ เป็นชื่อที่คนชอบทานอาหารน่าจะได้ยินกันบ่อยในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาครับ โดยทางร้านเพิ่งติด Asia’s 50 Best Restaurants (ได้อันดับ 13) ตัวผมเองได้ยินชื่อ ลองเปิดรีวิวดู แล้วก็เออ น่าอร่อย ราคาพอไหว ก็เลยเข้าเว็บจองที่นั่งไปครับ อีกวันนึงก็มีเมลจากทางร้านตอบกลับมา เพื่อให้คอนเฟิร์ม เขียนมายาวเฟื้อย อ่านแล้วประทับใจมาก ชื่อร้าน Sühring (ซูหริ่ง) มาจากนามสกุลของ Thomas และ Mathias เชฟฝาแฝดชาวเยอรมัน ผู้ผ่านประสบการณ์ทำงานในเนเธอร์แลนด์, อิตาลี รวมถึงในเยอรมันนีบ้านเกิด โดยรายการอาหารที่เสิร์ฟทางร้านเรียกว่า modern German เป็นเมนูที่มาจากความประทับใจในวัยเด็ก สูตรของครอบครัว รวมถึงประสบการณ์จากที่เคยทำงานในหลายประเทศผสมผสานกัน เสิร์ฟให้กับแขกผู้มาเยือนบ้านหลังอันอบอุ่นของทั้งคู่ในซอยเย็นอากาศครับ พอถึงวันที่จองไว้ก็นั่งรถเข้าเมืองไปลงทางด่วนตรงถนนสาธุประดิษฐ์ โชคดีฝนไม่ตก รถไม่ค่อยติด ผมออกจากบ้านเลทแต่ก็มาถึงร้านพอดีกับเวลาที่จองไว้คือหกโมงเย็น (ทางร้านให้จองได้สองรอบคือ หกโมงและสามทุ่ม) แจ้งชื่อแล้วพนักงานก็พาเดินเข้าไปด้านในบ้าน ตัวบ้านขนาดค่อนข้างใหญ่ ด้านนอกมีสวนสวยงาม สำหรับที่นั่งจะมี 3 โซน คือเรือนกระจกด้านหน้า ห้องนั่งเล่น แล้วก็ส่วนที่นั่งในครัว ผมเลยขอที่นั่งติดครัว เพื่อจะได้นั่งทานไปดูพ่อครัวแม่ครัวปรุงอาหารกันตรงหน้าครับ

  • Arno’s Butcher & Eatery ร้านสเต็กเนื้อดรายเอจ – ช่องนนทรี

    วันก่อนมีโอกาสไปลองร้านสเต็กที่ได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อซักสามสี่ปีก่อน ช่วงนั้นใครเป็นสายเนื้อจะต้องกล่าวถึงร้านนี้กันเป็นประจำ แต่กลายเป็นว่าตัวผมเองยังไม่เคยมีโอกาสได้ทานซักครั้ง จนเค้าขยายไปหลายสาขา ก็ยังไม่ได้ลอง ร้านที่พูดถึงอยู่นี้มีชื่อว่า Arno’s นั่นเองครับ ผมไปลองที่สาขาแรกดั้งเดิมในซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 20 ไปถึงร้านประมาณ 11 โมงครึ่งได้ วันนี้ไม่ได้จองมา แต่ก็มีที่ครับ พอเที่ยงลูกค้าเริ่มทยอยๆ มา เกือบจะเต็มร้านเหมือนกัน (เป็นวันธรรมดานะครับ) ได้โต๊ะเสร็จพนักงานก็มาแจ้งให้ไปเลือกเนื้อที่ห้องด้านหน้าของร้าน ในตู้มีเนื้อวัวหลายส่วนให้เลือก ที่นี่มีชื่อเรื่องเนื้อ dry aged ก็เลยมีหลายอายุให้เลือกชิมตั้งแต่ 75-120 วันครับ นอกจากเนื้อวัว ตู้ข้างๆ ก็จะมีอาหารทะเลอย่างลอบสเตอร์ หอยนางรม แซลมอนและชีส รวมถึงบนตู้ก็จะมีหน้าตาของสลัดให้ดู

  • |

    Mackenzie’s Stonegrill, Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.2

    จากที่พักเราขับกลับเข้ามาบริเวณร้านค้าใกล้ทะเลสาบ จริงๆก็พอเดินได้แต่ก็ขี้เกียจเลยขับมา หาที่จอดแล้วก็ลงเดิหาร้านข้าวทาน มีร้านเล็กๆหลายร้าน เป็นคาเฟต์บ้าง เบเกอรี่บ้าง ตอนแรกที่เราหาข้อมูลมา มีร้านญี่ปุ่นได้คะแนนเยอะอยู่หนึ่งร้าน แต่ที่บ้านไม่มีใครอยากทาน แล้วร้านก็ดูเฉยๆ ดูไปดูมาจนมาลงที่ร้านชื่อ Mackenzie’s Stonegrill Mackenzie’s Stonegrill มีเมนูเด่นตามชื่อร้านก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆย่างบนแผ่นหินที่เผามาจนร้อน เวลาเสิร์ฟก็ยกเนื้อมาแบบดิบๆ ให้เรามา cook เองบนหิน นอกจากเมนูหินร้อน ที่ร้านก็ยังมีเมนูอื่นๆขายด้วย อย่าง นาโช หรือ พาสต้า ต่างๆ แล้วก็มีเบียร์ยี่ห้อ Monteith’s หลายๆสีเสิร์ฟอยู่

  • |

    Leo’n Pancake – Huis Ten Bosch

    ทานหอยนางรมย่างเสร็จแล้ว สมาชิกยังไม่อิ่มกัน ตัวผมอิ่มแล้วเพราะกินราเม็งเข้าไป ก็เลยเดินไปเดินมา วันเข้าไปดูร้านนู้นร้านนี้ สุดท้ายเจอร้านนึงหน้าตาน่ารับประทาน ชื่อ Leo’n Pancake ครับ ร้านการอาหารก็ตามชื่อร้านเลยคือเน้นขายแพนเค้ก มีหลากหลายหน้าครับทั้งแบบผลไม้ ถั่วแดง ไอศครีม ราดซอสต่างๆ ชากาแฟก็พอมี แต่ไม่อร่อยครับ กาแฟ จืดๆ ใสๆ นอกจากแพนเค้กที่เป็นของหวาน อีกรายการนึงที่ร้านทำคือข้าวแกงกระหรี่ครับ ดูไม่ค่อยน่าจะเกี่ยวข้องกันเท่าไหร่เลย ได้ลองชิมนิดๆ หน่อยๆ อร่อยดีครับ อีกอย่างในเมนูเห็นมีเบอร์เกอร์ด้วย รายการอาหารแปลกดีจริงๆ

  • |

    Yona Yona Beer Works สาขา Kanda – Tokyo

    สำหรับแบรนด์เบียร์ญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดในไทยก็จะมี Hitachino, Baird, Kagua, Coedo แล้วก็ Yona Yona (YO-HO) เจ้านี้นี่หละครับ ตัวที่เอาเข้ามาขายในไทยที่คุ้นๆ ตา คือ ตัว Pale Ale, Aooni IPA, Tokyo Black แล้วก็ตัว Wit ที่กระป๋องเป็นรูปแมว ทีนี้ที่โตเกียวนี่แบรนด์นี้เค้าก็มีบาร์เป็นของตัวเองด้วย มีอยู่ 3 สาขา กระจายตามที่ต่างๆ สาขาที่ผมได้ไปลองนั่งดูคือสาขา Kanda ครับ ตัวร้านนี่ติดบันไดสถานีรถไฟ metro เลยครับ วันที่ไปนี่คนแน่นร้าน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ คุยกันเสียงดัง ร้านไม่ต้องเปิดเพลงเลย ผมได้นั่งริมผนังฝั่งซ้ายมือครับ นั่งๆ อยู่นี่กลิ่นอาหารโชยมาตลอด หอมมากๆ สุดท้ายเลยลองสั่งไก่จานดังของร้านมาลองซะหน่อย

  • |

    รีวิว Louis’ Tavern CIP Lounge สนามบินสุวรรณภูมิ

    มีโอกาสได้ไปลองใช้บริการ Louis’ Tavern CIP Lounge ที่สุวรรณภูมิมาครับ ถ้าบัตร Priority Pass จะสามารถใช้เข้าเลาจน์นี้ได้ เมื่อก่อนผมเคยใช้บริการอยู่ แล้วเหมือนลูกค้า กสิกรเข้าให้ไปเข้าของ The Wisdom แทนครับ คราวนี้ได้เข้าไปใช้เพราะบินชั้นธุรกิจของสายการบินฟินน์แอร์ ก็ได้บัตรมาเข้าใช้ที่นี่ครับ สำหรับตัว CIP Lounge นี่มีหลายจุด หลาย Gate ครับ เราขึ้นเครื่องตรงไหนก็ไปอันใกล้ที่สุด แต่เค้ามีแยก First  และ Business ต้องดูว่าบัตรเราเข้าอันไหนได้ครับ อันที่ผมเข้านี่อยู่ใกล้ Gate G ที่จะขึ้นเครื่องเลย เดินนิดเดียวครับ เป็นช่วงเช้าแต่ก็คนเยอะพอสมควร บรรยากาศดูสบายๆ สลัวๆ นิดนึง อาหารมีนิดหน่อยไม่เยอะมาก พวกขนมปัง ข้าวผัด ประมาณนี้ครับ


แสดงความคิดเห็น