|

บิน Emirates เส้นทาง กรุงเทพ-ดูไบ-โรม – ยุโรป 2013 ตอนที่ 1

ทริปนี้เป็นทริปต่อเนื่องจากทริปฮอกไกโด กลับมาจากญี่ปุ่น 10 วันก็ไปยุโรปกันต่อเลย ทริปนี้ไปกับทัวร์อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ไปทัวร์มาหลายปี ล่าสุดที่ไปก็คือจีน คราวนั้นไป จิ่วจ้ายโกว ทริปนี้ไปกับทัวร์ก็จริง แต่ก็เป็นคนรู้จักกันหมด คือเป็นก๊วนเพื่อนของพี่ชาย ซึ่งเราก็รู้จักมักจี่เกือบทุกคน

ก่อนการเดินทางก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อยเล็กๆน้อย เช่น วีซ่าเชงเก้น ได้แบบเฉียดฉิวมาก ก่อนบินวันเดียว
ถ้าเป็นไปได้อย่าไปขออิตาลีเพราะอ่านมาได้เฉียดหวุดหวิดกันทุกคน บางคนได้ช้ากว่าวันบินเลยด้วยซ้ำ
แล้วก็มีเรื่องโรงแรม ที่ทัวร์เปลี่ยนใกล้วันจะไปแล้วเช่นกัน คือเกรดห่วยลงบ้าง โลเคชันไม่ค่อยดีบ้าง

การไปทัวร์ก็จะดีตรงที่ไม่ต้องแพลนมาก ไม่ต้องคิดอะไร เค้าให้ไปไหนก็ไป แต่ส่วนมากสถานที่เที่ยวเราก็เลือกไปบอกว่า อยากไปไหน อยากดูอะไร แล้วบริษัททัวร์ก็จัดมาค่อนข้างหลวม ก็เลยสบายๆ อีกเรื่องอาหารก็ต้องไปกินร้านทัวร์ลงซะส่วนใหญ่ เกือบจะทุกมื้อ

มาถึงวันเดินทาง เราออกช่วงเช้า แล้วก็ไปถึงที่อิตาลีช่วงค่ำๆ โดยแวะที่ดูไบก่อน เป็นครั้งแรกที่บิน Emirates
เคยบินแต่ Etihad ก็ตามมาตราฐานสายการบินตะวันออกกลาง คือเครื่องใหม่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกดี
อาหารใช้ได้ (สำหรับคนชอบพวกเครื่องเทศ)

europe13i_001
ไฟลท์แรก กรุงเทพ-ดูไบ เป็น Boeing 777-300ER มีช่อง usb ด้วย
europe13i_002
ทีเด็ดคือมีปลั๊กไฟด้วย ชั้นประหยัดธรรมดานี่หละครับ
europe13i_003
จอทัชสกรีน
europe13i_004
เมนูข้าวกลางวัน
europe13i_005
เซ็ตอาหารกลางวัน
europe13i_006
เราเลือกไก่ ก็โอเค

ประมาณ 6 ชั่วโมงก็ลงมายืดเส้นยืดสายที่สนามบิน ดูไบ (DXB) มีเวลาก่อนเปลี่ยนเครื่องประมาณ 1.30 ชั่วโมง
เราก็ไปกินข้าวที่ร้าน Jack’s Bar & Grill ร้านของเหล้า Jack Daniels เป็นร้านสไตล์อเมริกัน ขายพวกสเต็ก เบียร์ประมาณนี้

europe13i_007
ไก่บาร์บีคิว เผ็ดนิดๆ หวานๆ
europe13i_008
สเต็กของพี่ชาย
europe13i_009
สเต็กของเรา เหมือนเป้นชุดอาหารเช้า มีไข่ดาวให้ด้วย ตัวเนื้อเฉยๆ ไม่ได้อร่อยมาก
europe13i_010
มันบดจืดๆ
europe13i_011
ออเนียนริง กรอบอร่อยดีครับ

เสร็จแล้วก็ขึ้นเครื่องบินต่ออีก 6 ชั่วโมง

europe13i_012
เป็น Boeing 777-300ER เหมือนกัน แต่ดูใหม่กว่า ทันสมัยกว่า
europe13i_013
มีปลั๊กไฟเช่นกัน เราใช้เสียบโนตบุคดูหนังเพลินเลย
europe13i_014
มี usb เช่นกัน
europe13i_015
ตัวรีโมทก็มีจอทัชสกรีน
europe13i_016
เมนูอาหารเย็น
europe13i_017
สั่งจินโทนิคมาเพิ่มความสดชื่น
europe13i_018
ชุดอาหารเย็น
europe13i_019
คราวนี้เลือกแกะกับข้าว อร่อย หอมเครื่องเทศดีครับ ขนมก็อร่อยดี

ครบ 6 ชั่วโมงก็มาถึงสนามบิน Leonardo da Vinci ของกรุงโรมประเทศอิตาลี แล้วก็นั่งรถตู้เล็กไปโรงแรม คืนนี้เรานอนกันที่ Novotel แต่เป็นสาขาที่อยู่นอกๆเมืองหน่อย

Similar Posts

  • Sakeichi สเต็ก ซูชิ สาเก – ราชพฤกษ์

    วันก่อนไปแถวถนนราชพฤกษ์มาครับ ไปลองอาหารญี่ปุ่นชื่อ Sakeichi ร้านเป็นส่วนหนึ่งของสามเสนวิลล่า ผมเองเคยมาทานสามวิลล่า เมื่อหลายปีก่อนแล้วก็ไม่ได้แวะมาอีกเลย คราวนี้กลับมาลองอาหารญี่ปุ่นครับ ที่ร้าน Sakeichi นี้จะเน้นไปที่สามรายการคือ เมนูเนื้อญี่ปุ่น พวกวากิวต่างๆ ทำเป็นสเต็กกระทะร้อน อย่างที่สองก็คือเมนูซูชิที่มีปลาค่อนข้างหลากหลาย เกรดโอเค และสามก็คือสาเก ทางร้านมีให้เลือกหลายตัวพอสมควรเลยครับ ผมเองได้ลองชิมสเต็กไปหนึ่งชิ้นครับ เป็น Miyazaki Ribeye A4 สุกแบบ Medium Rare มาอุ่นๆ ไม่ร้อนมาก ชิ้นเนื้อนุ่มดี มีกรึบๆ บางจุด มันหน่อย ชิ้นบางไปนิด จิ้นทานกับเกลือแล้วเค็มกำลังดีครับ ด้านล่างเป็นหัวหอมใหญ่นุ่มหวาน กับข้าวโพด

  • |

    Tengoku De Cuisine – เชียงใหม่

    เป็นอีกร้านที่เราไปซ้ำอีกครั้ง จะว่าไปทริปนี้ก็ซ้ำร้านเก่าเกือบทั้งทริป มีร้านใหม่เพิ่มร้านสองร้านเท่านั้นเอง ร้าน Tengoku De Cuisine เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นอันดับ 1 ของเชียงใหม่ก็ว่าได้ คุณภาพวัตถุดิบดีไม่แพ้ร้านในกรุงเทพ เผลอๆดีกว่าหลายร้านในกรุงเทพด้วยซ้ำ ตัวร้านจะอยู่ในซอยวัดบวกครกหลวง โดยพอเข้าซอยมาแล้วร้านจะอยู่ซ้ายมือตรงข้ามกับโรงแรมดาราเทวี ซึ่งร้านนี้อาจจะจอดรถยากนิดนึง เพราะที่จอดหน้าร้านค่อนข้างน้อย และลูกค้าก็เยอะแน่ร้านอยู่เรื่อยๆ เป็นอีกร้านที่แนะนำให้โทรจองเพื่อความสบายใจ ไม่ต้องรอโต๊ะนาน

  • |

    Murakami Suisan ร้าน Izakaya เมือง Tottori – Japan Nov ตอนที่ 4.4

    เที่ยวครบทั้งสามที่แล้ว (Uradome Coast, Tottori Sand Dunes และ Sand Museum) คุณลุง taxi ก็พาเรากลับเข้าบริเวณตัวเมือง เราหาร้านข้าวเย็นมาไว้แล้ว ก็เลยพยายามเปิดรูป บอกชื่อร้าน จนสุดท้ายลุงเข้าใจ เพราะว่าเป็นร้านใหญ่เหมือนกัน ร้านนี้มีชื่อว่า Murakami Suisan อยู่ไม่ไกลจากสถานี Tottori เดินประมาร 400 เมตรก็ถึง หน้าร้านดุใหญ่โตดีเป็นตึก อ่านข้อมูลมาเขียนว่ารองรับลูกค้า 120 คน เรามาถึงร้านยังไม่แน่นมาก พวกโต๊ะโล่งๆนี่คือคนโทรจองไว้ เราเลยได้นั่งตรงบาร์ติดพ่อครัว สำหรับอาหารที่ขายก็เป็นสไตล์ของเราเช่นเคย นั่นก็คือ Izakaya ครับ เมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนตามปกติ แต่พอมีแผ่นที่มีรูปพอชี้ๆ ได้ พนักงานก็พอฟังอังกฤษได้นิดหน่อย เราก็พอสั่งได้ พูดชื่อปลา ชื่ออาหาร จนสั่งสำเร็จ จากนั้นพนักงานก็ยกเบียร์มาเสิร์ฟพร้อมกับแกล้ม เบียร์สดที่นี่เป็นของ Yebisu ครับ

  • Okinawa Kinjo – ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โอกินาว่า

    สำหรับร้านนี้ก็เป็นอีกร้านที่ได้รับความนิยมมานาน ตั้งใจว่าจะมาลองหลายทีแล้ว จนลืมไปวันก่อนเพิ่งนึกออก เลยแวะมาชิมให้หายอยากครับ ร้านนี้ชื่อว่า โอกินาว่า คินโจ อยู่ในซอยสุขุมวิท 69 จากปากซอยเข้ามานิดเดียวร้านจะอยู่ขวามือ ถ้ามารถไฟลงสถานีพระโขนงออกทางออก 3 ครับ วันที่ไปลูกค้าชั้น 1 เต็มทุกโต๊ะ ไม่แน่ใจว่าร้านมี 2 หรือ 3 ชั้นครับ เมนูของที่นี่จะแตกต่างกับร้านญี่ปุ่นทั่วๆไปตรงที่จะเน้นอาหารสไตล์โอกินาว่า เกาะที่อยู่ล่างสุดของญี่ปุ่น ซึ่งเมนูก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากเมนูที่เราคุ้นๆ อยู่บ้าง ของขึ้นชื่อก็จะมี สาหร่ายองุ่น และ มะระผัดไข่ ซึ่งเมนูหลังนี่ก็คล้ายๆ แบบของบ้านเราแหละครับ ตามประวัติศาสตร์นี่โอกินาว่าติดต่อการค้ากับไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณเลยครับ

  • |

    Mangal ร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์ตุรกี ย่าน Dalston – London

    ร้านนี้เป็นร้านทานพี่ผมแวะมาทานหลังจากเดินทางกลับมาจากที่ Deya Brewing ครับ ตัวร้านอยู่บนถนน Arcola ไม่ไกลจากสถานี Dalston Junction ที่ลงรถไฟเท่าไหร่ประมาณ 600 เมตร พอเดินได้ครับ ตอนแรกมาถึงหน้าร้านก็หวั่นๆ กลัวคิวยาว เพราะคนแน่นมาก ระหว่างรอก็ยืนดูตู้แช่ที่มีชิ้นส่วนเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ เสียบไม้รอปิ้งอยู่ ข้างๆกันเป็นกระจกใสกั้นเตาปิ้งควันท่วมๆ กลิ่นหอมฉุยเลยครับ ปรากฎว่ารอไม่นาน พนักงานก็พาเข้าไปห้องด้านในอีกฝั่งของร้านครับ คืออีกฝั่งเป็นห้องใหญ่ แล้วก็ยังมีห้องเล็กๆอยู่ด้านข้างอีก คนแน่นเต็มร้าน ทั้งฝรั่ง ทั้งเอเชีย กระจายเต็มร้านไปหมด

  • ลาบต้นข่อย ดอยสะเก็ด สุดยอดลาบควายดิบ สันทราย – เชียงใหม่

    เช้าวันที่สองในทริปเชียงใหม่คราวนี้ ทีแรกตั้งใจว่าจะไปกินโจ๊กกันแต่ก็ตื่นสายจนไม่ทันการ เราก็เลยเปลี่ยนแผนว่าไปร้านลาบกันเลยดีกว่า ซึ่งร้านที่เราจะไปนี้จะออกจากตัวเมืองไปพอสมควรครับ ประมาณ 10 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ร้านนี้มีชื่อว่า ‘ลาบต้นข่อย ดอยสะเก็ด’ ครับ เป็นหนึ่งในร้านลาบที่ผมได้ยินชื่อเสียงมานาน รุ่นพี่ชาวเชียงใหม่ก็แนะนำว่าห้ามพลาด ถ้าอยากทานลาบควายดิบที่เรียกว่าเป็นตำนานร้านหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เรามาถึงที่ร้านราวๆ 11.30 ในร้านที่เต็มเกือบหมดละครับ เวลาเปิดดูรูปร้านนี้ จะเห็นเปิดเหมือนซุ้มไม้มีหน้าต่าง มีเก้าอี้นั่ง มองไปในครัวก็จะเจอลุงรัตน์กำลังปรุงลาบอยู่ในชามสแตนเลสขนาดใหญ่


แสดงความคิดเห็น