รีวิว Uber บริการแท็กซี่แบบพรีเมี่ยม

มีโอกาสได้ลองใช้ Uber บริการ taxi แบบพรีเมี่ยมจากต่างประเทศที่มาเปิดในไทย 3-4 ครั้งแล้ว เลยขอเขียนรีวิวถึงสั้นๆง่ายๆ ซักหน่อยนึงครับ (รวมถึงแจก code นั่งฟรี 300 บาทให้ด้วย)

Uber นี่เปิดบริการที่อเมริกาในปี 2009 แล้วก็ขยายสาขาไปทั่วโลกตามเมืองใหญ่ๆ จนมาให้บริการในไทยเมื่อช่วงซักเดือน 2 เดือน 3 ปีนี้ คอนเซปท์ของ Uber ก็คือ everyone’s private driver รถที่ให้บริการในไทยก็จะเป็นระดับเดียวกับ limousine ของโรงแรมและสนามบิน (ป้ายทะเบียนสีเขียว) ส่วนใหญ่ก็จะเป็น Toyota Camry แต่ก็อาจจะโชคดีได้นั่ง Benz E-Class ได้ นอกจากนี้ที่เคยอ่านเจอและเห็นก็มีเป็น Honda Accord และ Toyota Four Runner

ส่วนโชเฟอร์ของเราก็จะสุภาพเรียบร้อย แต่งเสื้อเชิร์ตหรือสูท เวลาคุยกับเราก็ใช้คำว่า ผม/คุณ ที่ลองนั่ง 3-4 ครั้ง อัธยาศัยดีทุกคนครับ บนรถก็จะมีบริการน้ำดื่มให้ด้วย สำหรับตัวโชเฟอร์ผมก็ลองคุยๆ สอบถามดูอยากรู้เรื่องระบบเรื่องรายได้ว่าเป็นอย่างไร ก็ได้ความว่า พนักงานขับมี 2 แบบ  คือ

1. รถเป็นของพนักงานเอง เอารถเข้าร่วมกับ uber ด้วยตัวเอง แบ่งรายได้กับ uber ตามตกลง วิ่งเยอะได้เยอะ คันที่คุยด้วยแล้วเป็นเจ้าของรถเองคือ Camry ตัวใหม่เลยครับ
2. รถ  limousine ของโรงแรมต่างๆ โดยบริษัทรถ limousine เหล่านั้นเอารถไปเข้าร่วมกับ uber รายได้ค่อนข้างดี จ้างรายชั่วโมงวิ่งไม่วิ่ง ได้หมด กะละ 12 ชั่วโมง ได้ชั่วโมงละ 100 ตกวันละ 1,200 บาท นับว่าดีเลยทีเดียวสำหรับคนขับ


สำหรับขั้นตอนในการใช้งานนั้นเราจะต้องลงทะเบียน บนเว็บหรือแอพของ uber ก่อน โดยทาง uber จะใช้การตัดเงินจากบัตรเครดิตในการเก็บค่าโดยสาร ถ้าหากมีค่าทางด่วนก็จะรวมจ่ายทีเดียวเหมือนกัน เป็นอันว่าไม่ต้องพกเงินสดเลย ซึ่งโปรโมชั่นตอนนี้ นั่งครั้งแรกฟรี 300 บาทครับ

โดยกรอก code ว่า uberBKK300baht หรือคลิกที่ link นี้ตอนสมัครครับ (ผมจะได้ฟรี 300บาทด้วย ขอบคุณคร้าบบ ^^” )

ขั้นตอนการสมัคร uber

Uber_001
everyone’s private driver
Uber_026
เลือก sign in ครับ
Uber_027a
กรอก email เบอร์โทรศัพท์ แล้วกำหนด password
Uber_028a
ต่อมาก็กรอก ชื่อและนามสกุลครับ
Uber_029
หน้านี้เลือก enter promo code ครับ

Uber_031
ออกมาก็จะขึ้นว่าเราได้ 300 บาท เสร็จแล้วก็กรอกเลขบัตรเครดิตครับ

Uber_032

วิธีการใช้งานแอพ uber

หลังจากสมัครเสร็จก็จะเรียกใช้บริการได้ทันทีครับ โดยถ้าอยู่ในเมืองรถก็จะเยอะหน่อย ถ้าอยู่ชานเมืองรถก็จะน้อย ทำให้อาจจะใช้เวลาในการเดินทางมาหาเราครับ จากที่คุยกับโชเฟอร์ ก็ทำให้รู้ว่า ในเมืองจะแสตนด์บายอยู่ที่โรงแรมต่างๆ และที่เที่ยว อย่าง ทองหล่อ สีลม ประมาณนี้ นอกเมืองจะได้รถเร็วก็คือ มีลูกค้าคนก่อนหน้ามาลงในบริเวณใกล้เคียง

Uber_002
จะมีเวลาแสดงขึ้นว่าอีกกี่นาทีรถจะมาถึงเราครับ แล้วก็จะเห็นว่ามีรถอยู่ใกล้ๆเรากี่คัน
Uber_003
ปุ่ม fare quote เอาไว้เช็คราคาว่าจากตำแหน่งที่เราเรียกรถถึงจุดหมายปลายทางจะเป็นราคาเท่าไหร่ ส่วน promo code ก็ไว้ใส่ code เพื่อรับส่วนลดครับ
Uber_033
กรอกที่จุดหมายปลายทางแล้วแอพก็จะคำนวณราคาคร่าวๆมาให้ครับ

Uber_004
พอเราก็ request pick up แอพก็จะทำการเชื่อมต่อกับระบบเพื่อเรียกรถให้เราครับ
Uber_005
ถ้าเกิด ไม่มีรถอยู่ใกล้ๆ เราก็จะขึ้นข้อความประมาณนี้ครับ
Uber_009
ถ้าเกิดมีรถมาแล้ว ก็จะขึ้นตำแหน่งรถคันที่จะมาหาเรา รูปคนขับ ทะเบียน รุ่นรถ และเวลาที่จะมาถึงเราครับ
Uber_010
ระหว่างที่รอรถมาเราสามารถติดต่อกับคนขับได้ หรือยกเลิกทริปก็ได้ครับ ถ้าภายใน 5 นาทีจะไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ

รีวิวภายในรถ และ พนักงาน

ผมลองใช้บริการ 3-4 ครั้ง ได้เป็นรถ Toyota Camry รุ่นใหม่ล่าสุด 1 ครั้ง และครั้งอื่นๆได้เป็น Camry ตัวรองใหม่ทุกครั้งครับ ยังไม่เคยได้ E-Class ครับ หะหะ

Uber_021
ช่วงนี้ฟุตบอลโลก ตัวรถเปลี่ยนเป็นเสื้อบอลด้วยครับ
Uber_024
บนรถก็จะมีน้ำเตรียมไว้ให้บริการครับ
Uber_023
ภายในก็สะอาดเรียบร้อย ตัวพนักงานก็จะเปิดแอพ uber เวอร์ชันของพนักงานเอาไว้ดูแผนที่ครับ
Uber_025
ถึงที่หมายแล้วครับ โชเฟอร์วันนี้ชื่อคุณโยธินครับ คุณน้าใจดี อัธยาศัยดี และพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากครับ

ทริปก่อนหน้า

เป็นตอนกลางคืนครับ ผมเดินทางกลับจากแถว ซอยอารีย์กลับบ้าน

Uber_018
เป็นรถ Camry รุ่นรองใหม่ สีบรอนซ์เงินครับ
Uber_012
มีน้ำดื่มให้เช่นกันครับ
Uber_014
นำทางด้วย iPad mini
Uber_015
ขึ้นทางด่วนมาครับ ระบบจะคิดค่าทางด่วนตอนถึงที่หมายทีเดียวครับ ไม่ต้องจ่ายเงินสด
Uber_017
โชเฟอร์ชื่อ วิทยา ครับ
Uber_020
ถึงบ้านแล้วครับวันนี้

พอถึงที่หมายก็จะมีราคาแจ้งขึ้นมาบนแอพ พร้อมกับให้เราให้ดาวโชเฟอร์และก็สามารถคอมเมนต์โชเฟอร์ได้ด้วย แอบเห็นว่าโชเฟอร์ก็จะให้ดาวเราได้เช่นกันครับ พอเสร็จแล้วลงจากรถ uber ก็จะเมลใบเสร็จมาให้เราอีกที

Uber_034
ใบเสร็จส่งมาที่ mail

จากที่ลองใช้บริการ 3-4ครั้ง ผมค่อนข้างประทับใจมากๆครับ ซึ่งในอนาคตยาวๆ น่าจะทำให้รถแท๊กซี่ธรรมดา ต้องปรับตัวพอสมควร แต่อาจจะอีกหลายปีเพราะราคาก็ยังต่างกันอยู่เยอะ ขอลองสรุปคร่าวๆเป็นข้อๆแล้วกันครับ

ข้อดี

  • พนักงานสุภาพ แต่งตัวเรียบร้อย พูดจาดีมาก
  • รถใหม่ สะอาด ไม่ก๊อกแก๊กๆ ไม่มีกลิ่น นั่งแล้วเวียนหัว
  • จ่ายค่าบริการด้วยบัตรเครดิต
  • ไปส่งได้ทุกที่ ไม่เกี่ยง ไม่มีส่งรถไม่ทันอะไรงี้

ข้อด้อย

  • ราคาสูงกว่าแท๊กซี่ธรรมดา
  • ตอนเลือกคำนวณราคา อยากให้ปักหมุดได้ เพราะบางทีไม่รู้จะเรียกแถวนั้นว่าอะไร

หากมีข้อสงสัยอะไรก็สอบถามได้นะครับ จะพยายามตอบให้เท่าที่รู้ และขอฝาก link ไว้อีกทีหากใครจะใช้บริการครั้งแรก ใช้ code uberBKK300baht หรือคลิก link นี้ ก็จะได้ส่วนลด 300 บาท (ผมจะได้ด้วยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ 😀 )

Similar Posts

  • |

    รีวิวเรียวกัง Hanayoshi – Yufuin

    ที่พักใน Yufuin นั้นผมพักที่ Hanayoshi อยู่ห่างจากสถานีออกมานิดนึงครับ ตอนที่มาถึงก็โทรตามเค้าก็จะมีรถตู้ของโรงแรมมารับเราที่สถานี เวลาเราจะเดินจากโรงแรมก็ต้องอาศัยรถตู้เค้าเป็นหลักครับ พอมาถึงระหว่างรอเช็คอินก็มีน้ำอุ่นๆ มาเสิร์ฟ เป็นรสยุสุ หอมสดชื่นดีครับ วิวจากลอบบี้สวยงามมาก เห็นเมือง Yufuin อยู่ด้านหน้าเค้าทำลอบบี้เป็นแนวยาวๆ ดูอลังการดี เสร็จพนักงานก็พาลงลิฟท์ แล้วเดินผ่านห้องอาหารไปจนถึงห้องพักครับ ห้องพักขนาดใหญ่พอสมควัญ มีห้องนั่งเล่น ห้องอาบน้ำ ซึ่งมีบ่อน้ำร้อนเอาท์ดอร์ด้วย ฟินมาก ส่วนห้องนอนเป็นแบบเตียงไม่ได้นอนฟูกครับ สำหรับอาหารก็จะเป็น Kaiseki ต้องเดินไปทานที่ห้องอาหารของโรงแรมทั้ง 4 มื้อ

  • |

    รีวิวห้องพัก Airbnb ย่าน Shibuya, Tokyo

    ที่พักของเราวันนี้เลือกใช้บริการ airbnb อีกหนึ่งครั้ง เนื่องจากเป็นวันเสาร์โรงแรมที่อยากได้เต็มหมด ก็เลยต้องเป็น airbnb นับเป็นครั้งที่สองในโตเกียว ครั้งแรกพักห้องใหญ่แถว Akasaka แล้ว มีช่วงเดือนสิงหาเคยไปพักที่หัวหินทีนึงคราวนั้นราคาแค่ 500 บาท เท่านั้น พอคราวนี้โรงแรมเต็มก็เลยตัดสินใจเลือก airbnb อีกครั้งครับ ห้องที่ไปพักเป็นของคุณ Takeshi การเดินทางจากสถานี JR Shibuya มาไม่ยากครับ เดินตามเมลที่เจ้าของอธิบายมาสบายๆ ไม่นานก็ถึง ห่างจากสถานีประมาณ 500 เมตร ในเมลเจ้าของอธิบายค่อนข้างละเอียดมากๆ ขึ้นบันไดอันไหน ผ่านอะไรบ้าง มีเซเว่นอยู่ตรงไหน ตอนที่มาถึง บริเวณใกล้ๆ ห้องค่อนข้างเงียบ คนน้อยครับ ใกล้ๆด้านหน้าอพาร์ตเมนต์เป็นลานจอดรถ พอเอากุญแจมา ขึ้นมาที่ห้องพัก เปิดห้องปุ๊บ ไม่ตรงกับรูปในเว็บเท่าไหร่ เพราะในเว็บถ่ายสวยมาก ของจริงก็จะดรอปลงนิดนึง อุปกรณ์ต่างๆ ครบครัน ห้องก็ดูไม่ใหม่ปิ๊ง แต่ก็สะอาดสะอ้านดี เก็บข้าวของเสร็จก็ออกไปทานอาหาร พอถึงตอนที่กลับมานอน ตอนกลางคืนกลับมามีเสียงก๊อกแก๊กๆ อยู่เรื่อยๆ ทัง้คืน เล่นเอาหลอนอยู่ แต่คิดว่าน่าจะเป็นจะพวกรถไฟมั๊งครับ

  • |

    รีวิว ANA Lounge สนามบิน Narita

    ขากลับจาก Narita ได้เข้าใช้ ANA Lounge ตอนก่อนขึ้นบินครับ เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้บริการที่นี่ สายการบินในเครือ Star Alliance อย่างการบินไทยก็ใช่ที่นี่เช่นเดียวกันครับ ทำให้ในเลาจน์มีคนไทยอยู่เลยคนเลย ตอนก่อนเข้ามีคิวนิดหน่อย ขนาดของเลาจน์ค่อนข้างใหญ่ครับ เข้ามามีแยกสองฝั่งซ้ายขวา ทั้งสองฝั่งมีไลน์อาหารและเครื่องดื่มเหมือนๆ กัน วันที่ผมใช้บริการนี่เป็นช่วงเย็นๆ คนแน่นทั้งสองฝั่ง คือเยอะมา เอเชีย ฝรั่ง คนไทย เต็มไปหมด สำหรับอาหารก็มีฝรั่งฝรั่งอย่างพาสต้า แซนด์วิช ขนมปังนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเน้นอาหารญี่ปุ่น พวกข้าวแกงกระหรี่ ข้าวปั้น ซูชิ ผัดเส้น นอกจากนี้ก็มีราเม็งให้เราไปสั่งได้แบบทำใหม่ชามต่อชาม ซึ่งตรงนี้จะคิวยาวหน่อยครับ สำหรับเครื่องดื่มแอกอฮอล์มีพวกสาเกให้ดื่มด้วยครับ

  • |

    รีวิวโรงแรม Lotte City Hotel Myeongdong – โซล เกาหลี

    สำหรับโรงแรมที่ผมพักตอนไปเกาหลีมีชื่อว่า Lotte City Hotel ครับ ที่จองโรงนี้เพราะได้ยินมาว่าดี ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ปรากฎว่าเป็นการเข้าใจผิดเพราะจริงๆ แล้ว ไอ้ Lotte ที่เค้าพูดถึงกัน มันคือ Lotte Hotel Seoul เป็นโรงใหญ่ครับ แต่ที่ Lotte City Hotel นี่ก็ไม่เลวเดินไป Myeongdong นิดเดียว สถานีที่ใกล้ที่สุดชื่อ Euljiro 3-ga ตัวโรงแรมใหม่สะอาดสะอ้านดี ผมพักห้องเตียงคู่ ไม่ได้เอาอาหารเช้า เพราะอยากไปลองทานร้านข้างนอกมากกว่า ตัวดีไซน์ของโรงแรมจะดูทันสมัย เรียบง่าย ไม่ได้ดูหรูหราครับ ในห้องมีอุปกรณ์ทั่วไปครบครัน ตู้เย็น ทีวี กาน้ำร้อน ส่วนส้วมเป็นแบบกดปุ่มอัตโนมัติเหมือนที่ญี่ปุ่น สะดวกดีครับ

  • | |

    รีวิวของกินใน Emperor Lounge สนามบิน Auckland – New Zealand 2014 ตอนที่ 13

    มาถึงตอนสุดท้ายของทริปนี้ครับ เขียนกันนานข้ามปีเลย ต้งขออภัยในความไม่ต่อเนื่องด้วยครับ ตอนแรกจะตั้งชื่อ post นี้ว่า รีวิว Emperor Lounge พอดูๆรูปแล้ว ไม่มีบรรยากาศของเลาจน์เลยมีแต่ของกิน ก็เลยรีวิวแต่ของกินแล้วกันครับ บรรยากาศในเลาจน์ดีนะครับ ขนาดใหญ่ ดูใหม่สะอาด พนักงานต้อนรับดี มีลูกค้ามาใช้บริการ 3-4 กลุ่ม เป็นคนไทย เกือบหมด รอขึ้นไฟลท์เดียวกันกลับไทยนี่หละครับ ตอนแรก พวกของคาวมีน้อย ซักพักก็เริ่มยกมาเสิร์ฟครับ เราก็เลยขอชิมไปหลายเมนูหน่อย ชิมจนอิ่ม พอได้เวลาเราก็ไปขึ้นเครื่องการบินไทยกลับกรุงเทพ บินตรงประมาณ 12 ชั่วโมง เสิร์ฟอาหาร 2 มื้อครับ เป็นอันจบทริปนี้อย่างสมบูรณ์

  • |

    ประสบการณ์ขึ้น NIght Bus จาก Osaka ไป Tokyo – Japan Nov ตอนที่ 6.4

    ทานข้าวเย็นที่ Okayama เสร็จก็แยกตัวจากกรุปเพื่อนั่งรถไฟไป Osaka ทริปนี้เราไม่ได้พักที่ Osaka เลย ได้แค่แวะเดินเล่นแป๊บเดียว จาก Okayama เรานั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นรถชินกังเซนครับ พอมาถึงสถานี Shinosaka ก็ต้องรถใต้ดินเพื่อไปเดินเล่นที่ dotonbori แวะถ่ายรูปที่ป้ายกูลิโกะซะหน่อย กลัวไม่รู้ว่ามาจริง จนพอใกล้เวลาก็เดินทางไปยังสถานี Umeda(Osaka) แล้วเดินไปยังตึก Umeda Sky Building ในแผนที่เหมือนใกล้ แต่เอาจริงๆก็เดินเหนื่อยใช้ได้ราวๆ 800 เมตรครับ มาถึงก่อนเวลาเดินทางนิดหน่อย เราเดินทางด้วย NIght Bus ยี่ห้อ Willer Express เป็นเจ้าใหญ่เหมือนกันเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ สามารถจองตั๋วด้วยบัตรเครดิตจากหน้าเว็บได้เลยครับ ที่จริงนั้นเราสามารถขึ้นรถ Night Bus จาก Okayama ไปลงโตเกียวเลยก็ได้ แต่ที่เรามาขึ้นโอซาก้าเพราะว่ามันมีแบบ Executive นั่นเองครับ นอกจากไปโตเกียวก็ยังมีเดินทางไปที่อื่นๆด้วย ทำให้บริเวณที่รอขึ้นรถนั้นมีคนเยอะเต็มห้องครับ พอถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็จะมาตามๆ บอกปลายทางแล้ว เรียกขึ้นรถ ก่อนขึ้นก็จะมีเช็คชื่ออีกครั้งครับ วันที่เราเดินทางนั้นรถออกประมาณ 00.35 และจะไปถึงโตเกียวตอน 8…


แสดงความคิดเห็น