Rainbow Springs Kiwi Wildlife Park, Rotorua – New Zealand 2014 ตอนที่ 2.1

เช้าวันที่ 2 ของทริป เป็นวันที่เราจะเริ่มเดินทางออกนอกเมือง ก่อนออกมีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย คือเมื่อคืนเราเอารถเข้าไปจอดในตึกด้านหลังโรงแรม ด้วยความงก เพราะถ้าให้พนักงานโรงแรมไปจอดให้จะ 28 NZD ก็เลยขับไปจอดที่ตึกเอง ไปยืนๆอ่านมาว่าทั้งจอดคืนจะถูกกว่า ปรากฎว่า ความที่เราเป็นรถตู้ ความสูงเกินที่เค้ากำหนด (ไม่ได้ดูตอนแรก) คือมันเข้าตึกจอดไปได้ แต่ตอนเช้าออกไม่ได้ เพราะเข้าทางนึง ออกทางอีกทางนึง ทางออกมันเตี้ยกว่า สุดท้ายเลยต้องโทรไปบอกบริษัทตึกจอดว่า ขอเอาออกทางเดิม และที่สำคัญปรากฎว่าค่าที่จอดแพงกว่า 28 NZD อีก ราว 50 NZD เป็นอันเสียค่าความรู้ราคาแพงไป -_-”

จบเรื่องวุ่นวายเก่ยวกับความสูงและราคาที่จอด เราก็เดินทางออกนอกเมืองไปทางทิศตะวันออก ระหว่างทางแวะทานโน่นนี่เบาๆรองท้องที่ supermarket  แล้วก็ขับยาวไปเมือง Rotorua ระยะทางคร่าวๆประมาณ 230 กิโลเมตร โดยขอให้เช็คเรื่องน้ำมันและห้องน้ำห้องท่าให้ดี เพราะระหว่างทางนี่เราแทบจะไม่เจอปั๊มเลย

สำหรับเส้นทางบนเกาะเหนือ ถ้าวิ่งออกจาก Auckland จะนิยมวิ่งกัน 2 ทางคือออกขวาไป Rotorua หรือไม่งั้นก็ออกซ้ายไป ถ้ำ Waitomo ฝั่งซ้าย เพื่อดูหนอนเรืองแสง แล้วยาวต่อไป Mount Taranaki ฝาแฝดของภูเขาไฟฟูจิที่ญี่ปุ่น ซึ่งทริปนี้เราออกขวาไป Rotorua ทำให้อดดู หนอนเรืองแสง และ Mount Taranaki

day2route
เส้นทางของเราวันนี้ จาก Auckland ไป Rotorua ประมาณ 230 กิโลเมตร
NZ14i_0010
วิวข้างทางยังธรรมดา ไม่สวยงามมากเท่าไหร่ เป็นเนินเล็กๆ ทุ่งหญ้าเตี้ยๆ
NZ14i_0011
ออกมาหน่อยพอมี เนินใหญ่ขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ได้สวยมากมาย
NZ14i_0012
ระหว่างอยู่ดีๆ ก็เจอรถติด พอใกล้ๆถึงได้รู้ว่ามีอุบัติเหตุ
NZ14i_0013
ตำรวจมาเคลียร์
NZ14i_0014
ปรากฎเป็นรถ BMW ชนเสาไฟล้ม คนขับเป็นเอเชีย น่าจะจีน ไม่รู้เป็นนักท่องเที่ยวรึเปล่า ไม่ได้รับอันตราย เห็นตำรวจพาขึ้นรถไปโรงพัก
NZ14i_0015
ท้องฟ้าวันนี้ ฟ้าๆสลับเมฆขาวๆ

NZ14_0039
2 ชั่วโมงกว่าเกือบ 3 เราก็มาถึง Rainbow Springs ที่เที่ยวยอดนิยมของ Rotorua อ่านกี่รีวิวทุกคนก็จะมากันหมด ที่นี่จะมีส่วนที่ดูสัตว์ กับส่วนที่เป็นสวนน้ำ
NZ14_0040
ราคาตั๋วก็จะต่างกันไป ว่าจะเข้าโซนไหนยังไงบ้าง ราดูนกกีวี่อย่างเดียว 22 NZD ถ้าดูอย่างอื่นด้วยจะ 40 NZD แล้วถ้าเข้าสวนน้ำด้วยจะเป็น 44 NZD ราคาตั๋วนี่แนะนำให้ถามพนักงานเอา เพราะที่ป้ายกับตอนบอก ไม่ตรงกันครับ
NZ14_0041
ถ้าเลือกแบบดูทุกอย่าง ควรจะมาเช้า เพราะมีโชว์ตั้งแต่เช้าเลยครับ
NZ14_0043
ตั๋ว 22 NZD ของเราจะมาดู Kiwi Encounter อย่างเดียว
NZ14_0046
ก็จะเป็นภายในอาคาร มีบอร์ดให้ความรู้ต่างๆ เช่น สายพันธุ์ของนกกีวี่
NZ14_0045
ความแตกต่างของแต่ละชนิด ซึ่งจะมีไกด์เดินอธิบายให้เราฟังคร่าวๆด้วย
NZ14_0044
การเก็บกีวี่จากธรรมชาติมาดูแล
NZ14_0047
ขนาดของไข่
NZ14_0048
มีแผนที่ให้ดูว่า ชนิดไหนจะอยู่ส่วนไหนของเกาะ
NZ14_0049
มีกีวีที่เป็นแบบสตาฟให้ดู
NZ14_0050
พันธุ์นี้ตัวใหญ่ ไม่ค่อยคุ้นตา
NZ14_0051
แบบขนลายๆ
NZ14_0053
พันธุ์นี้จะเห็นบ่อย พวกโลโก้ ตุ๊กตา มาสคอตต่างๆ ส่วนมากจะมีพันธุ์นี้เป็นต้นแบบครับ
NZ14_0052
บรรพบุรุษของนกกีวี่

จากตรงที่เป็นนิทรรศการ กับตัวนกสตาฟ ไกด์ก็จะพาเข้าห้องไปดูซึ่งห้ามถ่ายภาพ ก็จะมีห้องฟักเลี้ยง ห้องเก้บตัวอย่าง มีเปิดวิดิโอให้ดูขั้นตอนการดูแล สุดท้ายกูจะมีตัวจริงให้ดูอยู่ในห้องมืดๆ ประมาณ 4-5 ตัว

NZ14_0042
บริเวณทางออก มีรูปปั้นนกกีวี่ ใส่ชุดรักบี้ทีมชาติ New Zeland หรือทีม All Blacks นั่นเอง

ก็เป็นอันจบที่ Rainbow Springs ซึ่งส่วนตัวรู้สึกไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เพราะเห็นนกกีวี่ตัวเป็นๆ น้อยมาก ก็เลยขอแนะนำว่า ถ้าไม่ชอบสัตว์ข้ามที่นี่ไปก็ไม่เป็นไรครับ หะหะ ไม่รู้ว่าส่วนอื่นเป็นไงบ้าง แต่ถ้า Kiwi Encounter นี่เราไม่ค่อยโดนเลย เสร็จจากที่นี่เราก็จะแวะไปหมู่บ้าน whakarewarewa thermal village ซึ่งจะขอเล่าในตอนหน้าครับ

Similar Posts

  • เดินซื้อของกินของฝากที่ตลาด Ameyoko – Japan 2014 ตอนที่ 10.2

    ทานโซบะที่ร้าน Ueno Yabu Soba เสร็จเราก็เดินมาชอปปิ้งของกินของฝากที่ตลาดใกล้ๆกัน สำหรับตลาดที่เดินมันๆ สนุกๆ ของเยอะๆ ในโตเกียวก็ต้องมาที่นี่เลยครับ ตลาด Ameyoko (アメ横) มีขายของหลากหลายชนิด ถ้าเปรียบกับบ้านเราก็คล้ายๆตลาดนัดจตุจักร ผสมๆ กับถนนคนเดิน การเดินทางก็ให้ลงที่สถานี Ueno แล้วออกประตูทางฝั่งทิศใต้ ชื่อตลาดนี่เต็มๆ คือคำว่า Ameya Yokocho แปลเป็นไทยได้ว่า “ตรอกลูกอม” ซึ่งเมื่อก่อนเคยมีร้านลูกอมมากมายอยู่ที่นี่ แต่ก็มีอีก 1 ข้อสันนิษฐานว่า Ame อาจจะมาจาก America เพราะบริเวณนี้เคยเป็นตลาดมืดในยุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับสินค้าที่นี่ก็จะมีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ของสดของแห้ง เสื้อผ้า ยา ขนม รองเท้า ร้านราเม็งร้านข้าว หรือจะไปเดินดูเครื่องใช้ไฟฟ้าในร้าน Yodobashi สาขา Ueno ก็ได้

  • |

    ร้าน Emporium, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.6

    สำหรับเย็นนี้เราขับจากที่พัก Deco City Motor Lodge เข้ามาในตัวเมือง Napier เพื่อหาร้านข้าวเย็นรับประทานกันครับ ร้านนี้ไม่ได้หามาก่อน แต่มาตอนอยู่ที่ New Zealand แล้ว ดูจากพวก tripadvisor foursquare ดูบรรยากาศดี และคะแนนก็เยอะดี ร้าน Emporium จะอยู่เกือบๆหัวถนนที่ติดทะเล อยู่ไม่ไกลจากร้าน Ujazi ที่เรามาทานเมื่อตอนเช้ามาก ซึ่งก็คืออยู่ในโซนที่ตัวตึกรามบ้านช่องจะเป็นสไตล์ Art Deco ทำให้การตกแต่งภายในร้าน ดีไซน์ต่างๆ ก็จะเป็นแนว Art Deco ดูย้อนยุคไป ปี 20-30 เช่นกัน ในร้านจัดแสงไฟออกแดงๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบนึง สำหรับอาหารร้านนี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่ง เมนูค่อนข้างหลากหลายพอสมควรครับ มีทั้งจากฝรั่งยุโรป แล้วก็มีอเมริกา อเมริกาใต้มาผสมๆ ทำให้มีเมนูแปลกๆ ใหม่ได้ลองหลายจานครับ

  • | |

    FOOD TRUCK FESTIVAL อร่อย ลั่น สนั่น (ณ) กรุง

    กระแส Food Truck มาแรงทั่วโลก พร้อมๆกับพวกคราฟท์เบียร์ เหมือนที่เคยเล่าไปในคราวก่อนที่ไปร้าน Summer Street ครับ ในไทยเองก็บูมไปพร้อมๆกับประเทศอื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งงานรวม Food Truk หลายๆ เจ้ามาไว้ที่เดียวกันนั้นก็มีหลายครั้งแล้ว แต่ปัญหาคือผมไม่เคยไปครับ งานนี้เป็นงานแรก ก็เลยเก็บภาพมาให้ชมกัน งานนี้ชื่อว่างาน FOOD TRUCK FESTIVAL อร่อย ลั่น สนั่น (ณ) กรุง จัดที่ ณ กรุง เทเวศร์ ซึ่งเป็นพื้นที่กึ่งๆ คอมมูนิตี้มอลล์ มีโซนลานกว้างอยู่ด้านหน้า แล้วก็มีอาคารอยู่ด้านหลังครับ ส่วนผู้จัดงานเป็นทีมของ a day  ซึ่งน่าจะเป็นทีมจัดงานโดยเฉพาะ ไม่ใช่ทีมหนังสือ (ดูเฟซบุคเค้าแล้วเดาเอา) งานจัดเย็นๆวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวผมเองไปช่วงเกือบๆ ค่ำของเย็นวันอาทิตย์ ที่จริงผมไม่ควรเอารถไป แต่มีเหตุก็เลยขับไปครับ ตอนแรกก็งงทิศงงทางนิดหน่อย เพราะไม่สันทัดแถวนี้เท่าไหร่ งมไปงมมาจนเจอที่ก็ไม่รู้จะจอดรถที่ไหนดี ผู้จัดงานแนะนำไว้ในเพจว่าให้จอดที่วัดมกุฎฯ แต่พอไปก็เต็มสุดท้ายก็เลยวนกลับมาหน้างานแล้วลงกระจกถามพี่ยาม โชคดีมีสตาฟฟ์ของงานอยู่แถวนั้นก็ให้ไปจอดวัดนรนาถฯ แทนแล้วก็ให้สามล้อไปรับมางานฟรีๆด้วย ขอบคุณทีมงานผู้จัดมากครับ จากตอนแรกจะนอย หาที่จอดไม่ได้กลายเป็นประทับใจจริงๆ

  • โรงไวน์ Church Road, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.3

    หลังจากทานข้าวที่ร้าน Ujazi เสร็จก็เข้าสู่ไฮไลท์ช่วงแรกของทริป NZ 2014 ในครั้งนี้ คือเริ่มตะลุยโรงไวน์ต่างๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เรามีความสุขมาก ก่อนหน้านี้เราไม่เคยทัวร์โรงไวน์เลย เคยแต่ไปโรงเหล้าและโรงเบียร์ เช่นที่ Dewar’s Whiskey Distillery หรือ Yamazaki Distillery ของ Suntory การมาเยือนโรงไวน์ในทริปนี้เลยทำให้เราได้เข้าใจกระบวนการขั้นตอนการผลิตแบบเห็นของจริง หลังจากที่อ่านมาในหนังสือ เกริ่นเรื่องไวน์คร่าวๆ ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นโปร หรือกูรูใดๆ เป็นเพียงคนที่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะขอเล่าตามที่พอรู้เพื่อให้ผู้ที่ไม่สันทัดอ่านตามได้เข้าใจขึ้นเล็กน้อย แต่อาจจะไม่ดีเทลมากมายนะครับ ไวน์ New Zealand นับเป็นหนึ่งในไวน์โลกใหม่ ตัวอย่างไวน์โลกใหม่อื่นๆก็เช่น ออสเตรเลีย ชิลี อเมริกา แอฟริกาใต้ พูดง่ายๆก็คือนอกยุโรปนั่นเอง ถ้าเป็นไวน์โลกเก่าก็จะมี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เป็นต้น นอกจากสถานที่แล้ว กระบวนการผลิตของแต่ละที่ก็จะต่างกันไป สำหรับไวน์ New Zealand พันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงก็คือ ไวน์ขาว Sauvignon Blanc ส่วนไวน์แดงจะมีพันธุ์ที่เด่นคือ Pinot Noir, Syrah และการเบลนด์หลายๆพันธุ์สไตล์ Bordeaux

  • Kawaguchiko Music Forest – Japan 2014 ตอนที่ 5.3

    รีวิวโรงแรมและอาหารไปแล้ว ยังไม่ได้พูดถึงที่เที่ยวในเมือง Kawaguchiko เลย จริงๆแล้วนั้นชื่อ Kawaguchiko เป็นชื่อของทะเลสาบ ชื่อเมืองจริงๆคือ Fujikawaguchiko ที่เที่ยวแถวนี้ก็จะออกแนวสบายๆ บรรยากาศร่มรื่น ป่าเขา ธรรมชาติหน่อย หรือถ้าจะมันก็ต้องรถไปใกล้ๆอย่าง สวนสนุก Fuji Q Highland สำหรับบ้านเราก็แพลนคร่าวๆว่าจะไปซัก 3 ที่ แต่พอถึงเวลาจริงไปได้แค่ 2 ที่ ลองเปิดดูจากเว็บ Japan guide ดูได้ว่ามีที่เที่ยวอะไรบ้าง ที่แรกที่เราไปคือ พิพิธภัณฑ์กิโมโนของ Kubota Itchiku ที่นี่ภายในห้ามถ่ายรูป เราดูแล้วก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ง่วงๆ ดูไปก็รู้สึก อืม สวยดี แต่ไม่ได้ชอบ จากพิพิธภัณฑ์ก็เดินๆมาเรื่อยๆจนถึง Kawaguchiko Music Forest อันนี้เจ๋งดี เค้าจะมีพวกหีบเพลงโบราณ ตู้เพลงแบบไขลานอะไรอย่างนี้ ฟังดูเหมือนไม่น่าจะสนุก แต่พอได้ดูมันเพลินดี เพลงก็เพราะ ดูในรูปถ่ายถ้าเป็นตอนกลางคืนยิ่งสวยงาม ค่าเข้าชมที่นี่อยู่ที่ 1,300 เยน ดูเหมือนแพง แต่คุ้มค่าแน่นอน ที่นี่จะมีอยู่ 2-3…

  • |

    เจ๊เล็ก เนื้อลวก ปากท่อ ราชบุรี

    ทริปไปเช้าเย็นกลับของเรากลับมาเป็นครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกเราขับขึ้นไปทางเหนือไปจังหวัดอ่างทอง ครั้งนี้เราขับออกทางทิศตะวันตกเฉียงๆลงไปทางใต้ ด้วยเส้นพระราม 2 เป็นหลัก มีจุดหมายคือ แม่กลอง สมุทรสงคราม แต่เราขับเลยต่อไปอีกหน่อยประมาณ 20 กิโลเมตร เพื่อจะไปชิมเนื้อลวกปากท่อ เนื้อลวกปากท่อ แน่นอนว่าต้องอยู่ที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อก่อนตอนเด็กๆเราก็งงว่าทำไมถนนถึงชื่อธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม 2)จนโตมาถึงได้รู้ว่ามันเป็นถนนเส้นทางยาวจากธนบุรี ถึงอำเภอปากท่อนั่นเอง กลับมาเรื่องเนื้อลวกต่อ เราได้ยินชื่อ เนื้อลวกปากท่อมาหลายปีแล้ว น่าจะจากในเน็ตนี่แหละ แล้วก็ว่าจะไปลองหลายที แต่ก็ไม่มีโอกาส เพราะถ้าขับไปจนถึงตรงนั้นแล้วส่วนมากก็คือจะเลยไปถึงเพชรบุรี หรือหัวหินเสียมากกว่า ไม่ได้มาหยุดที่ราชบุรี


แสดงความคิดเห็น