เดินเล่นใน Napier เมืองที่ตกแต่งเป็นสไตล์ Art Deco ทั้งเมือง – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.1

วันที่ 4 เราเดินทางกันแต่เช้าอีก 1 วัน วิ่งไปบนทางหลวงหมายเลข 5 วิ่งลงไปทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ จุดหมายของเราวันนี้คือ Hawke’s Bay โดยเราจะไปพักกันที่เมือง Napier

เราเดินทางประมาณ 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงก็มาถึง Napier เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามคลาสสิคของตัวอาคารบ้านเรือน ซึ่งเป็นตึกแบบ Art Deco แรกเริ่มเดิมที ตัวเมืองไม่ได้เป็นอย่างนี้ แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในปี 1931 ทำให้บ้านเมืองเสียหายเป็นจำนวนมาก เมื่อสร้างขึ้นใหม่ก็เลยเป็นสไตล์แบบ Art Deco ทั้งเมือง เรียกว่า Napier นี่เป็นอันดับต้นๆที่เป็นสไตล์นี้ เดินไปเดินมาในเมืองเหมือนได้ย้อนยุคกลับไป 70-80 ปีที่แล้ว ตึก ร้าน ต่างๆจะเป็นสีออกพาสเทล นุ่มๆ ถ้าเกิดสนใจอยากดูแบบรู้ประวัติเพิ่มเติม ก็มีทัวร์พาเดินชมเมืองด้วยเช่นกัน

นอกจากตัวตึกแล้ว บริเวณ Hawke’s Bay นี่ยังขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ Wine โดยในบริเวณนี้มีไร่องุ่นมากว่า 100 ไร่ และมีโรงไวน์กว่า 80 โรง เกือบทุกโรงจะสามารถเข้าไปชมและไปชิมที่ Wine Cellar ได้เลย เรื่องไวน์นี่จะขอเล่าเพิ่มเติมในตอนต่อๆไปครับ

day4route
เส้นทางของวันนี้ครับ ประมาณ 140 กิโลเมตร
NZ14i_0087
ก่อนออกเดินทางจาก Taupo เราแวะซื้อกาแฟที่ร้าน The Coffee Club ร้านนี้เคยเห็นที่เมืองไทย แถวๆสุขุมวิท
NZ14i_0088
ปรากฎว่าช้ามาก รอกาแฟจนเมื่อยเลย
NZ14i_0089
สำหรับที่ NZ กาแฟจะมี 2 ชื่อที่เราไม่คุ้นคือ long black และ flat white โดย long black จะคล้าย americano แต่มีขั้นตอนสลับกัน คือ จะรินน้ำร้อนไว้แล้วเทกาแฟ double-shot espresso ทำให้ crema ยังอยู่ และเข้มข้นกว่า americano (รินกาแฟก่อนแล้วเติมน้ำร้อน) ส่วน flat white จะคล้าย latte แต่ปริมาณนมจะน้อยกว่า latte โดยจะตีฟองแล้วเทไปบน double-shot espresso
NZ14i_0090
เริ่มออกจาก Taupo วิ่งไปบนถนนทางหลวงหมายเลข 5 ครับ
NZ14i_0091
ฟ้าใส แต่เมฆอ้วนท้วนใช้ได้
NZ14i_0092
ภูมิประเทศ เป็นภูเขาร่องๆ มีหญ้าขึ้น เหมือนในฉาก Lord of the ring
NZ14i_0093
เริมใกล้ถึง Napier แล้วครับ เมฆค่อยๆหายไป
NZ14i_0094
มีปลูกพืชกันตลอดทาง
NZ14i_0095
ภูเขาเขียวๆแบบนี้ ชอบจริงๆ
NZ14i_0096
เริ่มเห็นไร่องุ่นแล้ว แสดงว่าเราเข้าเขต Hawke’s Bay แล้วครับ
NZ14i_0097
ถึงชายทะเลก็วิ่งเลาะๆเข้าตัวเมือง
NZ14_0248
ตัวเมืองจะเป็นตึกสไตล์ Art Deco ซึ่งมีจุดกำเนิดในช่วง 1920-1940
NZ14_0249
โทนสีก็จะออกพาสเทลๆ ดูสีนวลๆนุ่มๆ
NZ14_0250
แต่ละตึกจะไม่สูงมาก 2-3 ชั้นเท่านั้น
NZ14_0251
ตึกที่อยู่หัวมุมก็จะดูอลังการ แกรนด์ๆกว่าตึกอื่น
NZ14_0252
อันนี้เป็นร้านอาหารที่เราจะมาทานครับ ชื่ร้าน Ujazi
NZ14_0272
สร้างขึ้นในปี 1933 หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 2 ปี
NZ14_0271
อารมณ์ของ Art Deco ที่พอจะนึกออกช่วงนี้ก็นึกถึงหนังเรื่อง The Great Gatsby ที่ Leonardo แสดง
NZ14_0274
ร้านนี้ขายของแต่งบ้าน
NZ14_0273
ร้านกาแฟ
NZ14_0277
บางมุมนี่เหมือนเดินเล่นในฉากหนังเลย

ตอนหน้าจะเป็นร้านอาหารที่เราทานในเมือง Napier ครับ

Similar Posts

  • |

    Kamatake อุด้งน้ำขลุกขลิก แถวสถานี Namba – Japan 2014 ตอนที่ 3.1

    วันนี้เราเริ่มวันด้วยการไปทางอูด้งเจ้าอร่อย ซึ่งก็เป็นร้านที่เคยมาแล้วเช่นกันตอนปี 2011 ร้านนี้ชื่อว่า Kamatake 釜たけうどん เป็นซานูกิอุด้งเจ้าดังของโอซาก้า มีทีเด็ดคือเส้นที่เหนียวนุ่ม เสิร์ฟมากับ ชิกุวะชุบแป้งทอด ซึ่งกรอบอร่อยมากๆ ร้านนี้คราวก่อนเรามาไม่มีคน แต่คราวนี้ต้องเข้าแถวอีก 1 ร้าน ช่วงปีใหม่นี่คนเยอะทุกร้านจริงๆครับ รอ 15-30 นาที เกือบทุกร้านเลย

  • |

    Taruichi ร้าน Izakaya เสิร์ฟเนื้อปลาวาฬ – Shinjuku

    นอกจากราเม็งแล้ว ทริปนี้ผมก็ยังมีโอกาสได้แวะไปทานพวกร้าน Izakaya หรือร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น บางร้านก็อาจจะเน้นเมนูปลาดิบ บางร้านเน้นของทอด หรือบางร้านก็อาจจะมีรวมๆ หลายห อย่างเลย รอบนี้ผมได้ไป 2-3 ร้าน ส่วนมากก็จะทานช่วงค่ำๆ ก่อนออกไปหาร้านคราฟท์เบียร์ดื่ม ร้านนี้ Taruichi(樽一) อยู่ไม่ไกลจากโรง Hotel Gracery Shinjuku ที่พัก อยู่ในโซน Kabukicho เหมือนกันครับ เดินจากตัวโรงแรมประมาณ 300 เมตร ถ้าจากสถานี JR Shinjuku เลยก็จะประมาณ 550 เมตร ระหว่างทางไปผ่านร้านเหล้า บาร์นิดหน่อย ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ ลงมาทางบันไดร้านจะอยู่ซ้ายมือ เข้าไปในร้านคนเยอะเหมือนกันครับ พนักงานมาต้อนรับพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างโอเค เมนูก็มีภาษาอังกฤษ ที่นั่งเป็นแบบโต๊ะสูง สำหรับร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อปลาวาฬเอามาแล่เป็นซาชิมิ มีหลายชิ้นส่วนของปลา นำมาปรุงแต่ละเมนูต่างๆ กันไป

  • |

    Inariya ร้านโซบะเมือง Nikko

    จากน้ำตก Ryozu ผมก็ขึ้นรถบัสกลับมาตรงท่ารถป้าย 24 (Chuzenji Onsen) ซึ่งเป็นป้ายหลัก จะต่อรถไปไหนหรือนั่งรถกลับไปสถานี Nikko ก็ต้องมาขึ้นที่นี่ครับ ซึ่งจะมีป้ายย่อยเป็น 24A 24B 24C ด้วย ต้องดูปลายทางให้ดี บริเวณนี้มี Information Center สามารถสอบถามได้ครับ เวลาก็บ่ายคล้อยแล้วครับ หาข้าวทานกันดีกว่า สำหรับของขึ้นชื่อที่นิกโก้นี่ก็คือ Yuba (ゆば) หรือฟองเต้าหู้นั่นเอง เป็นเมนูโปรดของผมอยู่แล้วครับ เดินไปเดินมาหาร้านว่าจะทานอะไรดีก็มีร้านโซบะ ดูท่าทางน่าจะพอไหว หน้าร้านมีตู้โชว์อาหารปลอม เข้าไปด้านในลูกค้าแน่นเลยครับ มีคุณป้ารับลูกค้าอยู่คนเดียว คุณป้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ผมใช้วิธีจำชื่อแล้วมาชี้เมนู กับเปิด google translate แปลเอา ก็สั่งจนสำเร็จครับ

  • โรงงานน้ำผึ้ง Arataki Honey New Zealand 2014 ตอนที่ 4.4

    โปรแกรมต่อจากโรงไวน์ Church Road พอกรึ่มๆได้ที่ กรุปเราลงใต้มาอีกประมาณ 20 กิโลเมตร น้องสาวที่ไม่ชิมไวน์เป็นคนขับนะครับ ถ้าเมาแล้วขับผิดกฎหมายแน่นอน ผ่านเมือง Hastings ไปยังเมือง Havelock North เพื่อไปที่โรงงานผลิตน้ำผึ้ง ‘Arataki Honey’ Arataki Honey เป็นน้ำผึ้งยี่ห้อยอดนิยมของ New Zealand มีขายแทบจะทุก Supermarket โดยที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ร้านขาย แต่มีข้อมูลและบอร์ดต่างๆให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งด้วย ซึ่งเราก็ได้รู้อะไรใหม่ๆหลายอย่าง เช่น คนนี้ New Zealand นี่บริโภคน้ำผึ้งเป็นอันดับ 1 ของโลก หรือเรื่องของรสชาติน้ำผึ้งนั้นมีแตกต่างหลายชนิดขึ้นอยู่กับดอกไม้พันธุ์ต่างๆที่ผึ้งไปเก็บมานั่นเอง ที่นี่เข้าชมฟรี ไม่เสียเงิน มีน้ำผึ้งต่างๆ และผลิตภัณฑ์อื่นๆจากผึ้งจำหน่ายด้วย แม้ความศูนย์จะไม่ใหญ่ แต่ก็ให้ข้อมูลความรู้เรื่องน้ำผึ้งได้เป็นอย่างดีครับ

  • |

    Café Kitsuné ร้านกาแฟสวยๆ ย่าน Aoyama สถานี Omotesando

    Maison Kitsune เป็นแบรนด์แฟชั่นชื่อดังจากฝรั่งเศส มีร้านกระจายตัวอยู่ทั่วโลก 10 กว่าสาขา ตั้งแต่ Paris, New York, Tokyo และฮ่องกง วันนี้เราไม่ได้จะไปชอปเสื้อผ้ากันครับ แต่จะไปที่ร้านกาแฟของแบรนด์ ที่ร้านสาขา Omotesando มีร้านกาแฟชื่อ Cafe Kitsune อยู่ติดกัน บรรยากาศร้านดูอบอุ่นด้วยไม้ที่เริ่มตั้งแต่ทางเข้า มีผนังไม้ไผ่พร้อมโลโก้อันคุ้นตาติดอยู่ ส่วนภายเป็นสีไม้กลางๆ ไม่อ่อนไม่เข้ม สลับกับสีขาว ในร้านมีขายกาแฟ ชา น้ำผลไม้ ส่วนอาหารมีแซนด์วิชขายครับ ที่นี่เสิร์ฟกาแฟที่คั่วจากร้านดัง Omotesando Koffee ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ผมมาถึงร้านช่วงสายๆ ในร้านพอมีลูกค้าอยู่ 3-4 โต๊ะ หลายคนแต่งตัวเท่ๆ เก๋ๆ เดาเอาพอได้ว่าต้องเป็นศิลปินหรือนักออกแบบแน่นอน มีเพลงอิเล็กทรอนิคคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศ ผมสั่งกาแฟลาเต้เย็นพร้อมด้วยแซนด์วิชหนึ่งชิ้นเพราะยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้าเลย

  • วัดร่องขุ่น เชียงราย

    สถานที่เที่ยวอันดับต้นๆของเชียงราย ถ้ามาเชียงรายก็ควรแวะมาเที่ยวให้ได้ก็คือที่นี่ วัดร่องขุ่น ครับ ผลงานการรังสรรค์สุดวิจิตรงดงามของ อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ นั่นเอง วัดร่องขุ่นนี่โดยเด่นจากตัวปูนที่ปลายแหลมๆ พริ้วๆ ซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของอาจารย์เฉลิมชัยครับ สาเหตุที่เป็นสีขาวก็เพราะมาจากพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า โดยตัวอุโบสถหลักนั้นเปรียบได้กับพุทธภูมิ ด้านในอุโบสถก็มีผลงานของอาจารย์ทั้งองค์พระประธานและจิตรกรรมฝาผนังด้วยครับ แต่ภายในห้ามถ่ายภาพครับ (อ่านรายละเอียดความหมายเกี่ยวกับตัวอุโบสถได้ที่นี่) การเดินทางมาวัดนั้น อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายลงมาทางใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน รอบๆ วัดมีร้านค้า ร้านข้าวเยอะแยะเลย ส่วนค่าเข้าชมสำหรับคนไทยนั้นฟรี ตอนนี้เริ่มเก็บเงินคนต่างชาติคนละ 50 บาทแล้วครับ นอกจากตัววัด ที่ไม่ควรพลาดก็คือแกลอรี่ ด้านซ้ายมือของอุโบสถ ให้เข้าชมฟรีเช่นกันครับ มีผลงานของอาจารย์ ตั้งแต่ 7-8 ขวบ จนถึงปัจจุบันเลย


แสดงความคิดเห็น