ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa – Japan Nov14 ตอนที่ 2.1

วันที่ 2 ของทริป เราออกเดินจากสถานีเกียวโตตั้งแต่เช้าๆ เพื่อจะไปล่องเรือในแม่น้ำ ชมใบไม้เปลี่ยนสี แม่น้ำที่เราจะไปชื่อ Hozugawa (gawa แปลว่าแม่น้ำ) อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองเกียวโต โดยเราจะนั่งรถไฟออกจากเกียวโตไปลงยังสถานี Kameoka แล้วก็เดินต่อจากสถานีไปอีกนิดเพื่อขึ้นเรือ

ที่จริงแล้วขามานั้นสามารถนั่งรถไฟสายโรแมนติค (Sagano Scenic Railway) มาได้ด้วย แต่ก็ต้องตื่นเช้าขึ้นเพื่อเผื่อเวลา ถ้าจะนั่งสายนี้ ต้องลงที่สถานี Saga-Arashiyama แล้วเดินไปขึ้นสายโรแมนติคที่สถานี Torokko Saga

จากสถานี Kameoka เราเดินมาจนถึงที่ขึ้นเรือก็เหนื่อยนิดๆ กำลังดี แต่เรือกำลังจะออกทำให้ต้องซื้อตั๋วแล้วขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนแรกอ่านมาเหมือนว่าจะมีตารางออกเป็นรอบ ไปๆมาๆ เหมือนเต็มแล้วเค้าจะออกเลย ไม่ได้รอตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 120 นาที ไม่ได้วนกลับมาที่เดิมคือล่องไปเรื่อยๆจนถึง Arashiyama ใกล้ๆกับสะพาน Togetsukyo สำหรับรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการล่องเรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ hozugawakudari.jp

2158_west
เส้นทางจากสถานี Kyoto ไป สถานี Kameoka / ภาพจาก japan-guide.com

 

torokko_hozugawa_map_01
เส้นทางล่องแม่น้ำ Hozugawa / ภาพจาก japan-guide.com
img_coursemap-en
จุดต่างๆระหว่างเส้นทาง / ภาพจาก hozugawakudari.jp

 

jpnov14i_0044
ตารางเวลาออกเรือและค่าโดยสาย ผู้ใหญ่คนละ 4,100 เยนครับ
jpnov14i_0045
จะขึ้นเรือเกือบไม่ทันก็เพราะแวะซื้อเบียร์ ที่ญี่ปุ่นเกือบทุกเมืองจะมีเบียร์ท้องถิ่นเรียกว่าเป็น craft beer แบบ OTOP ก็ได้ครับ ชนิดเบียร์ก็จะมีทั้ง weizen pilsner stout แล้วแต่ว่าเมืองไหนจะทำอะไรกัน
jpnov14_0016
พนักงานเรียกให้ไปตรงท่าเรือแล้วครับ
jpnov14_0017
จะเป็นเรือไม้แบบนี้ นั่งได้ประมาณ 24 คน
jpnov14_0018
เช็คจำนวนผู้โดยสารอยู่ครับ
jpnov14_0019
พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง แต่ละลำจะมีพนักงานมา 3 คน คนหน้าและคนหลังเรือคอยบังคับทิศทาง โดยการใช้ไม้ไผ่ยาว ดันเรือไปข้างหน้าตามกระแสน้ำ น้ำไม่ค่อยลึกครับ ส่วนอีกคนจะพักคอยเล่าเรื่อง
jpnov14_0022
เล่าไป ปลอยมุขไป แน่นอนครับ ภาษาญี่ปุ่นล้วน ฟังไม่ออกเลย ได้น้องสาวที่ร่ำเรียนมาช่วยแปลเช่นเคย
jpnov14i_0046
ช่วงที่นิยมในการมาล่องเรือก็คือกลางเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นๆเดือนธันวาคม เพราะเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวจะมาชมใบไม้เปลี่ยนสีครับ
jpnov14i_0047
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0020
ผ่านวัด
jpnov14_0021
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0023
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0024
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0025
มีะพานข้ามแม่น้ำเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นสะพานของรถไฟ
jpnov14_0026
ซึ่งก็คือรถไฟสายโรแมนติค Sagano Scenic Railway นั่นเอง
jpnov14_0027
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0028
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0029
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0030
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0031
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0032
ต้นนี้สูงโปร่งดี
jpnov14_0033
สะพานข้ามแม่น้ำ
jpnov14_0034
ไกด์เล่าว่าเหมือนคนนั่งหันหลังอยู่
jpnov14_0035
บางช่วงแม่น้ำลดหลั่นเป็นขั้นๆเหมือนเล่นล่องแก่งครับ
jpnov14_0036
ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa
jpnov14_0037
อันนี้เหมือนจะเป็นโรงแรม สงสัยจะแพงน่าดู

jpnov14_0038
พูดเล่นๆกับที่บ้านว่า เดี่ยวมันต้องมีของมาขายแหงเลย พอใกล้ๆถึงท่าฝั่ง Arashiyama มันดันมีมาขายจริงๆด้วย !
jpnov14_0039
เป็นเรือขายของกินเล่นครับ มีปลาหมึกย่าง โอเด้ง
jpnov14_0040
มีแป้งๆเสียบไม้จุ่มซอส เรียกว่าอะไรไม่แน่ใจ
jpnov14_0041
สุดท้ายสั่งโอเด้งมากินเล่น 1 ชุด รสชาติก็กลางๆ
jpnov14_0042
ถึงฝั่ง Arashiyama แล้ว
jpnov14_0043
ภาพจากฝั่งบริเวณ Arashiyama
jpnov14_0044
ภาพจากฝั่งบริเวณ Arashiyama
jpnov14_0045
ภาพจากฝั่งบริเวณ Arashiyama

 

Similar Posts

  • ดูไฟ ดูพลุ Huis Ten Bosch, Nagasaki

    เช็คอิน เก็บข้าวของที่โรงแรมหุ่นยนต์ Henn na Hotel เสร็จก็เดินทางเข้า Huis Ten Bosch ครับ การที่เราพักโรงแรมในเครือทำให้ได้ลดค่าเข้าด้วย บัตรที่ซื้อเป็นแบบวันครึ่ง คือวันแรกเข้าช่วงบ่าย ส่วนวันที่ 2 ถึงจะเข้าเต็มวัน มาคราวนี้เป็นครั้งที่ 2 ของผม ก็เลยจะไม่เล่าซ้ำ แต่จะเล่าถึงโซนหรือกิจกรรมใหม่ที่เจอ ยังไงแนะนำให้ไปอ่านของทริปปี 2014 เพิ่ม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบๆ ครับ (ตอนแรกและตอนจบ) คราวนี้นอน 2 คืนเลยไม่รีบร้อนมากครับ ได้เดินดูไฟจนค่ำ ได้ดูพลุในคืนที่ 2 ด้วย สวยงามดี แต่ฝนลงหนักมากๆ แล้วเค้าห้ามกางร่ม ต้องไปซื้อเสื้อฝนมายืนดู สำหรับพลุนี่ต้องเสียเงินเพิ่มครับ เค้าจัดตรงฝั่งที่เคยมีเรือ One Piece อยู่ ตอนนนี้ไม่มีแล้ว อีกอย่างก็คือได้เดินที่ร้านขายของที่ระลึกเต็มอิ่มเลย

  • |

    Kameya Soba โซบะร้านดัง Shinjuku

    ‘โซบะ’ เป็นอีกหนึ่งเมนูเส้นของญี่ปุ่นที่ผมชื่นชอบครับ คือรู้สึกว่าเส้นมันมี texture นิดๆ รสอร่อย ยิ่งร้านไหนลวกมากแบบกำลังดี al dente หนึบๆ หน่อยจะเด็ดมากๆ จะทานเป็นแบบเย็นจุ่มน้ำซุปใส่ต้นหอมซอย หรือทานเป็นโซบะร้อนก็อร่อยคล่องคอครับ ทีนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2016 ที่ไปโตเกียวมามีโอกาสได้ไปลองร้านโซบะเจ้าดังอีกร้านหนึ่งครับ ชื่อร้านว่า Kameya เป็นร้านเล็กๆ ที่อยู่ในตรอกแคบๆ ชื่อ Omoide ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของสถานี Shinjuku ไม่ไกลจาก ‘Rokkasen‘ ร้านเนื้อย่างยอดนิยมของคนไทย ตรอกนี้ผมเดินผ่านก็หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยมาแวะเวียนจนคราวนี้ได้มาลองชิมร้าน Kameya นี่หละครับ จุดเด่นอย่างนึงของร้านคือเปิด 24 ชั่วโมง คนมาทานก็ทานแว้บๆ แล้วก็ไปเพราะร้านมีที่นั่งเพียง 8 ที่ ลูกค้าเท่าที่สังเกตเป็นพนักงานออฟฟิศผู้ชายซะเยอะ ต่างชาติก็มีมาหลายคนอยู่

  • | |

    Red Willow Bar บาร์ของโรงคราฟท์เบียร์ในเมือง Macclesfield

    ออกจาก Buxton Tap House ผมนั่งรถสาย 58 ข้ามเมืองมายัง Macclesfield ที่อยู่ห่างกันประมาณ 18 กิโลเมตรครับ นั่งรถประมาณ 40 นาที ซึ่งเส้นทางนี้กลายเป็นถนนที่สวยงามที่สุดในทริปนี้ จริงๆ มันก็เป็นแบบ เนินเขา หญ้าๆ เขียวๆ ธรรมดาหละครับ แต่คือไม่ได้รู้มากก่อน มันเลยแบบ เห้ย อลังการสวยงามดีคุ้มค่ารถ 3-4 ปอนด์มากๆ มาถึง Macclesfield เมืองที่ชื่อไม่ค่อยคุ้นหู ผมก็เดินจากสถานีรถบัสประมาณ 300 เมตรเพื่อไปยังร้าน RedWillow Bar ครับ ที่นี่เป็นแทปรูมของโรงซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 800 เมตรเท่านั้น เสียดายที่ไม่ได้ไปที่โรงครับ โรงนี้มีเบียร์ตัวดังๆ เป็น IPA และ Stout แต่ที่บาร์นี่มีขายของแบรนด์อื่นๆ ด้วยนะครับ หน้าร้านมีลูกค้าอยู่นิดหน่อย ส่วนข้างในนี่แม้จะเป็นวันธรรมดาก็คนแน่นร้านเลยครับ ตัวร้านตกแต่งด้วยไม้โทนๆ สีธรรมชาติ ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์ มีเบียร์แบบ Keg 15 แทป และแบบ…

  • Christchurch ไป Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.1

    เริ่มต้นวันแรกบนเกาะใต้ที่ Christchurch เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะใต้ และมีประชากรเป็นอันดับ 3 ของประเทศ ที่นี่เราไม่มีเวลาแวะดูอะไร ต้องรีบออกเดินทาง เพราะระยะทางของเราวันนี้ประมาณ 250 กิโลเมตรได้ ดูจากในกูเกิ้ลใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง จุดหมายของเราคือ Lake Tekapo อยู่ทางทิศตะวันตกของ Christchurch จริงๆถ้าวิ่งทางหลวงหมายเลข 1 จะสั้นกว่าราวๆ 20 กิโลเมตร แต่ก็แนะนำว่าให้วิ่งเส้น 73 >> 77 >> 72 เพราะเป็น Scenic Route มีวิวภูเขา สวยงามสุดสายตา สำหรับถนนจะขับไม่ยากมากเท่าไหร่ เป็นทางราบวิ่งยาวๆ ถนนไม่ใหญ่ แต่รถไม่เยอะ พอจะทำความเร็วได้ แต่ก็ไม่กล้าเร็วมากกลัวโดนจับความเร็ว วิวระหว่างทางจะเป็นภูเขา ทุ่งหญ้า มีสัตว์และ ไร่นา เรื่อยๆ ตลอดทาง

  • |

    รีวิว dnata lounge สนามบิน CHANGI, SINGAPORE

    ทริปเดือนมิถุนาที่ผ่านมา ผมไปกลับสิงคโปร์ด้วยสายการบิน Air Asia เช่นเคย ซึ่งจะขึ้นลงที่ Terminal 1 ของสนามบิน Changi ไฟลท์กลับประมาณ 4 ทุ่ม ผมออกจากเมืองแต่เย็น ถึงสนามบินก็ยังมีเวลาอีกเยอะครับ คราวนี้ลองไปเลาจน์ dnata (คราวที่แล้วไป SATS) เปิดอ่านรีวิวเห็นว่าเพิ่ง renovate ใหม่ ปรับปรุงหลายๆอย่างเลยแวะมาลองดูครับ ใช้บัตร Priority Pass สามารถพาแขกเข้าได้ 1 คน คนเข้ามาใช้เลาจน์เยอะเหมือนกันเป็นคนฝรั่งเศสเยอะ Air France น่าจะใช้ที่นี่เป็นห้องรับรองด้วยครับ ตัวห้องกว้างขวางดี มีสองฝั่งเป็นโซนสว่าง และ โซนสลัวๆ ขนาดใหญ่กว่า อยู่ฝั่งขวามือ

  • |

    จิบเบียร์ Brew Dog สดๆที่ร้าน Brew Dog Bar Roppongi, Tokyo

    คอคราฟท์เบียร์และเบียร์อิมพอร์ตน่าจะคุ้นชื่อกับแบรนด์ BrewDog กันนะครับ สำหรับผมแล้วตอนที่เริ่มสนใจและศึกษาหาความรู้ หาเบียร์มาลองชิม ก็มีแบรนด์ BrewDog นี่หละครับที่เป็นยี่ห้อแรกเลยที่ทำให้รู้จัก IPA โดยสองตัวแรกที่ได้ทานคือ Punk IPA กับ 5 A.M. หลังจากนั้นก็เลยไปสู่เบียร์ยี่ห้ออื่น ชนิดอื่นๆตามมาครับ ก่อนจะถึงตัวร้านก็เกริ่นคร่าวๆ เกี่ยวกับแบรนด์ BrewDog ซะหน่อยครับ ก่อตั้งในปี 2007 นี่เองที่เมือง Fraserburgh โดย 2 ชาวสกอตแลนด์ James Watt และ Martin Dickie ที่เบื่อหน่ายเบียร์แบบดั้งเดิมในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันฐานการผลิตอยู่ที่เมือง Ellon แล้วก็ส่งขายไปทั่วโลก ในไทยก็มีตัวแทนจำหน่ายคือ Smilling Mad Dog ครับ เบียร์ของแบรนด์นี้ก็จะมีหลากหลายตัว หลากหลายชนิด โดยเป็นเบียร์ที่มีการทดลองสูตรใหม่ๆ แปลกๆให้ชิมอยู่เสมอ แม้ว่าจะมาจาก Scotland แต่ก็วัยรุ่นไม่แพ้พวกคราฟท์เบียร์จากอเมริกาครับ นอกจากนี้เจ้าของทั้ง 2 คน James Watt และ Martin Dickie ยังมีรายการชื่อ Brew Dogs…


แสดงความคิดเห็น