ศาลเจ้า Toshogu เมือง Nikko

เช้าวันนี้ชาวคณะรีบออกจากโรงแรม Kinugawa Grand Hotel เพื่อไปแวะศาลเจ้า Toshogu ก่อนกลับเข้า Tokyo ครับ โดยมีรถตู้ของโรงแรมมาส่งที่สถานี Kinugawa Onsen นั่งรถไปลงสถานี Tobu-Nikko จริงๆเราสามารถขึ้นรถบัสด้วย pass ที่ซื้อเมื่อวานได้ แต่ต้องทำเวลา เลยขึ้น Taxi ไปแทนครับ

ถ้าเดินทางมาด้วย Taxi จะเลี้ยวเข้าอีกทางนึง ไม่ต้องเดินตั้งแต่ด้านหน้า มาถึงก็ซื้อตั๋วเข้าชม โดยเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าประตู Yomeimon กำลังบูรณะอยู่ ถ้าไม่แจ้งไว้เดี๋ยวซื้อตั๋วเข้าไปชมแล้วจะบ่น

สำหรับศาลเจ้า Toshogu เป็นสถานที่ฝังศพของ Tokugawa Ieyasu โชกุนผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูล Tokugawa ที่ปกครองญี่ปุ่นยาวนานถึง 250 ปี (1603-1868) เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง ภายหลังมีการต่อเติมเพิ่มขึ้นในยุคสมัยของ Tokugawa Iemitsu (หลานปู่ของ Ieyasu) จนมีอาคารและขนาดใหญ่ในปัจจุบัน

หลักๆ ที่นักท่องเที่ยวมาดูที่นี่ก็คือประตู Yomeimon, อาคารหลัก Gohonsha, โกศเก็บศพของ Tokugawa Ieyasu, ไม้แกะสลัก 3 ชิ้น คือ Nemurineko (แมวหลับ), ช้าง และ ลิง 3 ตัวครับ

JapOct15_390
บริเวณทางเข้าศาลเจ้า เป็นทางเดินใหญ่ๆ ผมชอบตรงนี้
JapOct15_391
Gojunoto เจดีย์ 5 ชั้น สร้างขึ้นในปี 1648 เคยไฟไหม้ทีนึงเมื่อปี 1815 แล้วก็มีการซ่อมแซมในปี 1818
JapOct15_393
ไม่แน่ใจว่าเพราะประตูซ่อมอยู่รึเปล่า เค้าเลยเอาต้นไม้มาวางโชว์เยอะมาก แต่ละต้น เลี้ยงดู ดัด ตกแต่งกันสวยงามมากครับ
JapOct15_394
ต้นนี้มีดอกด้วย
JapOct15_397
.
JapOct15_398
.
JapOct15_399
.
JapOct15_400
Shinkyusha อาคารที่มีไม้แกะรูปลิงสามตัวอยู่ครับ
JapOct15_401
จัดแสดงต้นไม้เยอะมาก
JapOct15_402
.
JapOct15_403
.
JapOct15_404
.
JapOct15_405
ไม้แกะสลักอีกชิ้น เป็นรูปช้างครับ
JapOct15_406
Karado Torii เป็น Torii ทองแดงอันแรกของญี่ปุ่น สร้างโดย Tokugawa Iemitsu
JapOct15_407
ดูกิ่งก้านของต้นนี้ สวยงามมากๆครับ
JapOct15_408
ประตู Yomeimon ซ่อมแซมอยู่ T-T
JapOct15_409
ประตู Karamon
JapOct15_411
ประตู Karamon มีการแกะสลักเรื่องราวตำนานของจีนเอาไว้
JapOct15_412
Shinyosha
JapOct15_414
ประตู Karamon ด้านหลังกำลังบูรณะอยู่เช่นกัน

เศร้าอีกหนึ่งวัน สรุปว่าทริป Nikko คราวนี้ได้ดูน้ำตก Ryozu แบบเต็มอิ่มที่เดียว ที่เหลือ หมอกลงบ้าง บูรณะบ้าง คงต้องกลับมาแก้ตัวในครั้งต่อๆ ไปครับ

เสร็จจากศาลเจ้าทีแรกว่าจะกลับแทกซี่ แต่ไม่มีจอดอยู่ซักคัน เลยต้องรีบนั่งรถบัสกลับไปสถานี ระหว่างทางก็ติดใช้ได้ครับ ถึงสถานีก็รีบเข้าไปเพราะจะตกรถไฟกลับ Tokyo แล้ว วิ่งกันหอบจับแต่ก็ขึ้นทันครับ

ศาลเจ้า Toshogu Nikko
เปิด : 8:00-17:00 เดือน พฤศจิกายน-มีนาคม ปิด 16.00
เว็บไซต์
foursquare

Similar Posts

  • | |

    บินสายการบินโลว์คอสต์ Easyjet จาก ปารีสไปบูดาเปสต์ – budapest/paris ตอนที่ 2

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – วันที่สองของการเดินทาง เราตื่นมาที่โรงแรม Only Suites ใกล้ๆสนามบินโรงแรมอีกอาหารเช้าให้ด้วย

  • |

    เยี่ยมชมโรงสาเก Ishikawa เมือง Fussa

    ทริปโตเกียวเมื่อช่วงสิ้นปี 2016 นั้นผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโรงสาเก Ishikawa มาครับ ตัวโรงอยู่ที่เมือง Fussa ออกจากใจกลางโตเกียวไปประมาณ 50 กว่ากิโลฯ นั่งรถไฟสาย Chuo ออกไปทางตะวันตกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็จะถึงสถานี Haijima ครับ จากสถานีโรงอยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตรจะเดินหรือ taxi ก็ได้ สำหรับโรงสาเก Ishikawa นี้ เป็นหนึ่งโรงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะออกไม่จากตัวเมืองไม่ไกล แล้วก็เป็นโรงที่มีประวัติยาวนาน เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1863 ซึ่งยังคงดำเนินการโดยตระกูล Ishikawa รุ่นที่ 18 ครับ สืบทอดจากบรรพบุรุษมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน ทางโรงนั้นเปิดให้คนนอกสามารถเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องแจ้งมาล่วงหน้า คณะของเราได้ลองติดต่อทางเมลแล้วแต่เค้ายังไม่ทันตอบ ก็เลยเดินทางมาลุ้นเอา มาถึงตอนแรกก็เงียบๆ นึกในใจว่าคงอดแน่ๆ คุยไปคุยมามีฝรั่งเค้าติดต่อมาเยี่ยมชม 1 คู่ พวกเราก็เลยโชคดี เพราะทางเจ้าหน้าที่ให้ร่วมเป็นกรุ๊ปเดียวกันไปครับ

  • |

    The Axe คราฟท์เบียร์บาร์ ถนน Northwold สถานี Stoke Newington – London

    สำหรับร้าน The Axe นี้เป็นร้านที่ผมไปต่อหลังจากเลิกงาน London Craft Beer Festival ครับ คือพอจบงานตอน 5 โมง ก็กะว่าจะเอาของไปเก็บที่พักแป๊บนึงเพราะพะรุงพะรังมากๆ ทีนี้พักสายตาแป๊บ ตื่นมาอีกที 2 ทุ่มครับ ฮ่าๆ รีบขึ้นรถเมล์ไปร้านเลย ตัวร้านอยู่บนถนน Northwold ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Stoke Newington (Overground) ครับ ร้านอยู่ตรงโค้งๆ พอดี เปิดเข้าไปในร้านคนแน่นและวุ่นวายพอสมควร เพราะวันนี้เค้ามีเบียร์ Other Half เจ้าดังจากนิวยอร์คมาหลายตัวเลย แต่ด้วยความที่พวกเราดันเมาแล้วเผลอหลับไป มาถึง Other Half ก็หมดไปหลายตัวแล้วครับ เหลืออยู่แค่ ตัวสองตัว แล้วกว่าจะสั่งได้ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะคนเยอะในบาร์วุ่นวายมากๆ โชคดีมีโต๊ะว่าง ได้นั่งพอดี

  • |

    Showraku หม้อไฟไส้วัวสถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 1.3

    อาหารที่ขึ้นชื่อของ Fukuoka มีอยู่ 3-4 อย่างครับ เช่นฮากาตะ ราเม็ง (Ippudo เป็นต้น) ไข่ปลาเม็งไทโกะของที่นี่ก็ดัง และเมนูยอดฮิตอีกอย่างก็คือ หม้อไฟไส้วัว (Motsu Nabe) ครับ ที่จริงเป็นหมูก็มี แต่ถ้าแบบดั้งเดิมต้องเป็นวัวถึงจะได้อารมณ์ครับ ส่วนผสมหลักๆของหม้อไฟไส้วัวก็คือเครื่องในวัว แล้วก็มีซุป บางครั้งอาจจะใส่มิโสะ มีผักเป็นกุ้ยช่าย และกระหล่ำปลี แล้วโรยด้วยกระเทียมฝานๆ โดยพนักงานจะยกมาเสิร์ฟทั้งหม้อ รอผักนิ่ม เนื้อนิ่มก็รับประทานได้ครับ ถ้าไม่ถึงใจ อาจสั่งข้าวหรือเส้นจัมปงมาใส่เพิ่ม ทานปิดมื้อให้อิ่มตื้อกันไปเลย ร้านที่ไปลองกันคือร้าน Showraku มี 3 สาขาใน Fukuoka ครับ มีสาขาใหญ่ที่ Tenjin อีกสาขาที่ Haruyoshi และสาขานี้สถานี Hakata ครับ อยู่บนชั้น 10 ของห้าง Hankyu ครับ วันที่ไปทานเป็นมื้อเย็นคนเยอะเหมือนกัน รอคิวประมาณ 30 นาที ตอนแรกเกือบจะถอดใจแล้วครับ แต่แถวขยับเรื่อยๆ ก็เลยยืนรอ พอถึงคิวก็เข้าไปในตัวร้าน ขนาดกลางๆ…

  • Uokura ร้านอาหารญี่ปุ่นเน้นเมนูปลา เมือง Fukuoka

    และแล้วก็เดินทางกันมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปฟุกุโอกะเมื่อสิ้นปี 2019 ครับ กลางวันเราทานหม้อไฟไส้วัวกันที่ร้าน Ooyama ตอนเย็นเราไปทานร้านอาหารญี่ปุ่นเน้นเมนูทะเลกันที่ร้านชื่อว่า Uokura ครับ ร้าน Uokura อยู่ที่ชั้น 3 ของโรงแรม Miyako Hotel Hakata ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานี Hakata  ห่างจากสถานีประมาณ  200 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้ผมใช้วิธีการจองผ่านเว็บไซต์ของร้านครับ ใช้กูเกิ้ลทรานสเลตเอา พอช่วยได้ เพราะอย่างที่เล่าไปคราวก่อนว่าช่วงสิ้นปีร้านอาหารจะเต็มเร็วมาก ถ้าจองได้ควรจอง ไม่งั้นอดทาน ไม่ก็รอนานมากๆ  แน่ครับ

  • |

    Café Kitsuné ร้านกาแฟสวยๆ ย่าน Aoyama สถานี Omotesando

    Maison Kitsune เป็นแบรนด์แฟชั่นชื่อดังจากฝรั่งเศส มีร้านกระจายตัวอยู่ทั่วโลก 10 กว่าสาขา ตั้งแต่ Paris, New York, Tokyo และฮ่องกง วันนี้เราไม่ได้จะไปชอปเสื้อผ้ากันครับ แต่จะไปที่ร้านกาแฟของแบรนด์ ที่ร้านสาขา Omotesando มีร้านกาแฟชื่อ Cafe Kitsune อยู่ติดกัน บรรยากาศร้านดูอบอุ่นด้วยไม้ที่เริ่มตั้งแต่ทางเข้า มีผนังไม้ไผ่พร้อมโลโก้อันคุ้นตาติดอยู่ ส่วนภายเป็นสีไม้กลางๆ ไม่อ่อนไม่เข้ม สลับกับสีขาว ในร้านมีขายกาแฟ ชา น้ำผลไม้ ส่วนอาหารมีแซนด์วิชขายครับ ที่นี่เสิร์ฟกาแฟที่คั่วจากร้านดัง Omotesando Koffee ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ผมมาถึงร้านช่วงสายๆ ในร้านพอมีลูกค้าอยู่ 3-4 โต๊ะ หลายคนแต่งตัวเท่ๆ เก๋ๆ เดาเอาพอได้ว่าต้องเป็นศิลปินหรือนักออกแบบแน่นอน มีเพลงอิเล็กทรอนิคคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศ ผมสั่งกาแฟลาเต้เย็นพร้อมด้วยแซนด์วิชหนึ่งชิ้นเพราะยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้าเลย


แสดงความคิดเห็น