วัดร่องขุ่น เชียงราย

สถานที่เที่ยวอันดับต้นๆของเชียงราย ถ้ามาเชียงรายก็ควรแวะมาเที่ยวให้ได้ก็คือที่นี่ วัดร่องขุ่น ครับ ผลงานการรังสรรค์สุดวิจิตรงดงามของ อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ นั่นเอง

วัดร่องขุ่นนี่โดยเด่นจากตัวปูนที่ปลายแหลมๆ พริ้วๆ ซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของอาจารย์เฉลิมชัยครับ สาเหตุที่เป็นสีขาวก็เพราะมาจากพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า โดยตัวอุโบสถหลักนั้นเปรียบได้กับพุทธภูมิ ด้านในอุโบสถก็มีผลงานของอาจารย์ทั้งองค์พระประธานและจิตรกรรมฝาผนังด้วยครับ แต่ภายในห้ามถ่ายภาพครับ (อ่านรายละเอียดความหมายเกี่ยวกับตัวอุโบสถได้ที่นี่)

การเดินทางมาวัดนั้น อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายลงมาทางใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน รอบๆ วัดมีร้านค้า ร้านข้าวเยอะแยะเลย ส่วนค่าเข้าชมสำหรับคนไทยนั้นฟรี ตอนนี้เริ่มเก็บเงินคนต่างชาติคนละ 50 บาทแล้วครับ นอกจากตัววัด ที่ไม่ควรพลาดก็คือแกลอรี่ ด้านซ้ายมือของอุโบสถ ให้เข้าชมฟรีเช่นกันครับ มีผลงานของอาจารย์ ตั้งแต่ 7-8 ขวบ จนถึงปัจจุบันเลย

ChiangRai_074
ช่วงสายๆนักท่องเที่ยวก็เพียบแล้วครับ
ChiangRai_075
ป้ายด้านหน้าอุโบสถ
ChiangRai_076
วัดร่องขุ่น มุมยอดนิยมครับ
ChiangRai_077
อุโบสถ วัดร่องขุ่น
ChiangRai_078
บริเวณหน้าอุโบสถ
ChiangRai_079
มือที่ยื่นมาเปรียบเป็นขุมนรก คือทุกข์
ChiangRai_080
ตรงกลางเป็นสะพาน ที่เดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ (อุโบสถ)
ChiangRai_081
เขี้ยวเปรียบเป็นปากพญามาร คือกิเลสในใจ ผู้ที่เจ้าข้ามไปยังพุทธภูมิต้องสละละทิ้ง กิเลสตัณหาลงไปในปากพญามารก่อนครับ
ChiangRai_082
อุโบสถ วัดร่องขุ่น
ChiangRai_084
จะเข้าตัวอุโบสถต้องเดินอ้อมมาทางด้านซ้ายมือก่อนครับ
ChiangRai_085
ด้านหน้าอุโบสถ
ChiangRai_086
ช่อฟ้าเป็นสัตว์ 2 ชนิด คือ พญานาคกับหงส์ ช่อฟ้าชั้นบนสุดเป็นหงส์ปากครุฑ
ChiangRai_087
รอบๆ อุโบสถครับ
ChiangRai_088
สวยงามจริงๆ
ChiangRai_089
ทางเดินรอบๆ ห้อยด้วยใบโพธิ์โลหะ
ChiangRai_092
เป็นต้นก็มีครับ ที่ใบระบุชื่อผู้บริจาค
ChiangRai_090
เห็นคนไปยืนรอบๆบ่อ เลยขอเดินไปชมบ้าง
ChiangRai_091
เป็นเหมือนบ่ออธิษฐานแล้วก็โยนเหรียญไปทำบุญครับ
ChiangRai_083
ปิดท้ายด้วยห้องน้ำสุดอลังการ

วัดร่องขุ่น เชียงราย
เบอร์โทร : 053-673-579, 053-673-967
เปิด  : 6.30 – 18.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    Tokyo Design Week 2015

    ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีโอกาสไปโตเกียวอีกครั้ง ระหว่างที่หาข้อมูลก็เจอว่ามีงาน Tokyo Design Week จัดอยู่ช่วงก่อนที่ผมกำลังจะกลับพอดี ก็เลยจัดในโปรแกรมว่าวันสุดท้ายจะไปงานนี้ให้ได้ เพราะเป็นงานที่อยากมาหลายครั้งแล้วครับ สบโอกาสก็เลยไม่อยากพลาด สำหรับงานปีนี้นั้น ฉลองปีที่ 30 ของงาน มีธีมหลักว่า ‘Creative Life’ จัดงานเป็น 2 ช่วงครับ ช่วงแรกวันที่ 24-28 ตุลาคม ช่วงที่ 2 วันที่ 30-3 พฤศจิกายน โดยสองช่วงนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวงานที่มาแสดงบางชิ้นครับ ผมกับเพื่อนๆไปช่วงแรก วันที่ 26 ตุลาคมครับ ตัวงานจัดที่ Meiji-Jingu Gaien Mae ตอนนั่งรถไฟไปงงเหมือนกันเพราะมันมาออกด้านหลังของงาน หาตัวงานไม่เจอ จริงๆ ให้มาลง 3 สถานีนี้จะใกล้สุด คือ Shinanomachi Station, Gaien Mae Station และ Aoyama Ichome Station

  • |

    รีวิวเรียวกัง Kinugawa Grand Hotel

    เดินไปเดินมาในหมอกจนเริ่มเย็นก็ถึงเวลาที่จะเดินทางไปพักผ่อนครับ ที่พักของชาวคณะวันนี้เป็นเรียวกัง อยู่แถว Kinugawa-Onsen คือเดินทางขึ้นเหนือไปอีกนิด ใช้เวลานั่งรถบัสกลับจากทะเลสาบ Chuzenji มาราว 45 นาที แล้วก็นั่งรถไฟต่อ มาลงสถานี Kinugawa-Onsen อีก 45 นาทีได้ มาถึง Kinugawa-Onsen เวลายังไม่เย็นมากแต่ฟ้าก็มืดแล้ว สถานีเงียบสงบ หันทิศหาโรงแรมจนเจอแล้วเดินตาม google map ซึ่งก็พาไปเดินในทางแปลกๆ เล็กๆ โผล่มาใกล้โรงแรม คุณป้าคนญี่ปุ่นหัวเราะเบาๆ ทำนองว่า ทำไมไม่เดินถนนเส้นใหญ่มากัน โรงแรมของเราคืนนี้ชื่อ Kinugawa Grand Hotel เป็นตึกใหญ่ มีห้องพักทั้งแบบเรียวกังและแบบตะวันตก ตัวโรงแรมหรูหราดีครับ ถึงจะไม่ใหม่มาก แต่ก็สะอาดสะอ้าน ในราคาที่จองมามีอาหารเช้าและเย็นแบบ Kaiseki ให้ด้วย

  • |

    10 ร้านคราฟท์เบียร์ใน Tokyo ที่น่าแวะไปเยือน

    วันนี้คราฟท์เบียร์ได้รับความนิยมไปทั่วโลกครับ ทั้งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น รวมถึงในบ้านเราด้วย นักดื่มจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้จัก เริ่มศึกษาว่าอะไรคือคราฟท์เบียร์ แล้วก็เริ่มออกตระเวนหาเบียร์ที่นอกเหนือจากลาเกอร์ที่เราคุ้นเคยกันมาอย่างยาวนาน ‘โตเกียว’ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีร้านเบียร์ที่เสิร์ฟคราฟท์เบียร์เยอะพอสมควร ทั้งที่เสิร์ฟเบียร์นำเข้าจากอเมริกา หรือยุโรป และก็ยังมีหลายๆร้านที่นำเสนอคราฟท์เบียร์ญี่ปุ่นหลากหลายเบียร์ให้นักดื่ม ได้ลิ้มลองรสชาติกัน ไม่ว่าจะเป็น IPA, เบียร์ดำสไตล์สเตาท์, เบียร์ผลไม้, วีทเบียร์ หรือเบียร์สีเหลืองสวยที่เราคุ้นเคยกันอย่างลาเกอร์ แต่ผลิตด้วยวิธีที่ไม่เป็นอุตสาหกรรมมากเท่ารายใหญ่ๆ หลายๆร้าน ยังมีอาหารที่อร่อยถูกปาก ทั้งจะทานเล่นแกล้มเบียร์หรือทานเป็นมื้อเย็นจริงจังก็ได้ครับ ส่วนตัวด้วยความที่ชื่นชอบและสนใจในรสชาติ กลิ่น สีสัน และความรู้สึกตอนได้ดื่ม  เมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวก็เลยขอแวะชิมหลายๆ ร้าน บวกกับคิดว่าการเดินทางไปญี่ปุ่นในตอนนี้ค่อนข้างสะดวกและราคาถูกลงเยอะ หลายคนน่าจะเดินทางไปเที่ยวกันมากขึ้น หลายคนอาจจะลองเบียร์กระป๋อง เบียร์ขวดแบรนด์ใหญ่ๆในร้านสะดวกซื้อจนเบื่อแล้ว เลยขอรวบรวมร้านที่ได้ไปมา แบ่งปันกันเผื่อใครจะแวะไปลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ของเบียร์ครับ

  • |

    Yung Kee ห่านย่างร้านดัง สถานี Central – Hong Kong

    ร้านนี้เป็นหนึ่งร้านดังของฮ่องกง ขึ้นชื่อเรื่องห่านย่างครับ คนไทยรู้จักกันดีและเป็นที่นิยมพอสมควร สำหรับผมเองมาร้านนี้เป็นครั้งที่สองครับ ตัวร้านอยู่แถวสถานี Central เดินจากสถานีมาประมาณ 400 เมตรเท่านั้นครับ บรรยากาศในร้านค่อนข้างหรูหรานิดหน่อย มีหลายชั้น วันที่ไปพนักงานมาสอบถามจำนวนที่แล้วก็เชิญขึ้นไปชั้นสาม มีลิฟต์ครับ พอมาถึงก็รอด้านหน้าอีกแป๊บนึง แล้วก็พาไปนั่งที่โต๊ะกลม เมนูอาหารของร้านค่อนข้างเยอะครับ ทั้งอาหารทะเล เนื้อวัว ผักต่างๆ โจ๊กก็มี รวมทั้งเมนูดังของร้านก็คือห่านนั่นเอง สำหรับราคาก็สูงตามบรรยากาศและเกรดของร้าน จะเรียกว่าภัตตาคารก็คงไม่ผิด

  • |

    3 ร้านเบียร์ที่ถนนนิมมานเหมินทร์ เชียงใหม่

    ** ผ่านไป 3 ปีมีร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหม่อีกหลายร้านครับ แนะนำให้อ่านรวมร้านคราฟท์เบียร์ในเชียงใหม่แทนครับ ** เสร็จภารกิจในช่วงกลางวันที่งาน Chiang Mai Maker Party และการไปสำรวจ Maker Space กับ Punspace เราเดินทางมาที่นิมมานฯ ทานข้าวเย็นที่ร้านต๋องเต็มโต๊ะ แล้วก็เริ่มอีกภารกิจภาคกลางคืน นั่นก็คือออกตามหา My Beer Friend คราฟท์เบียร์ไทยชื่อดังของเมืองเชียงใหม่นั่นเองครับ สำหรับร้านแรกที่เราไปคือร้าน The Block เพิ่งเปิดได้ไม่นาน อยู่ใน นิมมานฯ ซอย 13 จากปากซอยเข้ามาลึกหน่อยครับประมาณ 150 เมตร ร้านจะอยู่ฝั่งขวามือครับ ตกแต่งร้านดูทันสมัย โทนเทา-ดำ แล้วก็เน้นมีไม้ๆ พอไปถึงที่ร้านก็รู้เลยว่ามาชิมเบียร์ My Beer Friend ใช่รึเปล่า สั่งเสร็จเจ้าของร้านก็เตรียมแก้วเย็นๆ มาเสิร์ฟพร้อมเบียร์ครับ นอกจาก MBF แล้วที่ร้านก็ยังมีเบียร์นำเข้าอีกหลายเจ้าขายด้วยเช่นกัน

  • |

    รีวิวห้องพัก Airbnb ย่าน Vesterbro, Copenhagen

    คราวก่อนเขียนถึงโรงแรมที่เล็กที่สุดในโลกซึ่งผมไปพักในคืนแรกวันที่มาถึง Copenhagen คราวนี้มาพูดถึงห้องพัก Airbnb ที่ผมมาพักอีก 4 คืนก่อนจบทริปครับ ตอนหาห้องหาอยู่ซักพักเหมือนกัน ส่งไปจอง 2-3 เจ้า เค้าไม่ตอบ จนมีเจ้านี้ตอบมา ผมเลือกหาจากโลเคชันที่ใกล้สถานี Copenhagen แถวย่าน Vesterbro ซึ่งมีร้านเบียร์ เช่น Mikkeller และร้านอาหารน่าอร่อยหลายร้าน คือเป็นย่านเท่ๆ แห่งนึงของเมือง Copenhagen นั่นหละครับ จากสถานีเดินมาประมาณแค่ 450 เมตรเท่านั้น วันที่ไปถึงคุณ Mie โฮสต์มาต้อนรับอย่างดีแล้วก็พาขึ้นไปบนห้อง ห้องเราจะเป็นห้องนอนแยกจากห้องใหญ่ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นและครัวครับ ซึ่งตอนที่ไปเค้ากำลัง renovate ห้องนิดหน่อย แต่ห้องนอนของเราสะอาดเรียบร้อยดี ส่วนห้องน้ำจะอยู่แยก เวลาจะเข้าก็เดินออกจากห้องนอนมาเข้าห้องน้ำของบ้าน


แสดงความคิดเห็น