| |

Brewerkz โรงคราฟท์เบียร์ สิงคโปร์

การเดินทางมาสิงคโปร์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผมครับ ก่อนหน้านี้เคยมาตอนอยู่ในท้องคุณแม่ครับ ฮ่าๆ (นับไหม) ครั้งนี้มาเพราะจะมาเชียร์คราฟท์เบียร์ไทยในงาน Craft Singapore เลยได้แวะร้านนู้นร้านนี้ตามเคยครับ ออกเดินทางด้วยแอร์เอเชียประมาณ 11 โมงนิดๆ จากดอนเมือง บินราว 2 ชั่วโมง ถึงสนามบิน Changi แล้วก็นั่งรถแท็กซี่ตรงมาที่ร้านนี้ครับ ‘Brewerkz’

Brewerkz เป็นร้านอาหารและ Microbreweries ที่เปิดมานานจบครบ 20 ปี แล้ว เปิดตั้งแต่ปี 1997 ตัวร้านอยู่ที่โครงการ Riverside Point ฝั่งตรงข้ามกับ Clarke Quay นั่นเองครับ อยู่ใกล้ๆ ร้านอาหารทะเลชื่อดัง Jumbo Seafood ด้านหน้าของร้านก็จะเป็นวิวแม่น้ำสิงคโปร์ ด้านนอกของร้านมีโต๊ะให้นั่งได้ด้วยครับ ช่วงเย็นๆ ลูกค้าแน่นเลย

ที่นี่ต้มแล้วก็เสิร์ฟเบียร์สด เข้ามาด้านในร้านก็จะเจอพวก ถังหมัก ถังต้มเบียร์อยู่กลางๆ ร้านครับ ชนิดเบียร์ที่เสิร์ฟ มีหลากหลาย ทั้ง IPA, Pale Ale, Stout และอีกหลายชนิด เป็นแบบที่ต้มประจำและแบบตามฤดูกาลเป็น Seasonal Beer ครับ นอกจากแบรนด์ของร้านก็มียี่ห้ออื่นมาขึ้น Tap ด้วยเช่นกัน

Brewerkz_38
ตัวร้านอยู่ที่โครงการ River Point ย่าน Clarke Quay ครับ
Brewerkz_25
วิวจากหน้าร้านก็จะประมาณนี้ครับ
Brewerkz_26
ฝั่งซ้ายเป็นโรงแรมโนโวเทล
Brewerkz_03
ด้านหน้าร้าน Brewerkz ครับ
Brewerkz_04
โลโก้ร้าน
Brewerkz_06
ประตูทางเข้า
Brewerkz_24
มีโซนเอาท์ดอร์ด้วยครับ พอเย็นๆ ลูกค้าแน่นเลย เป็นฝรั่งซะเยอะครับ
Brewerkz_07
เข้ามาในร้านซ้ายมือเป็นเบียร์ขวด
Brewerkz_34
เป็นตัวเดียวกับที่ขายสดในร้านครับ ตัวแรก IPA
Brewerkz_08
ติดกันเป็นของที่ระลึก growler โลหะสวยงามน่าซื้อมากครับ
Brewerkz_33
ตัวนี้เป็นเบียร์ดำ Stout
Brewerkz_35
Honey Ale ฉลากสวยเลย
Brewerkz_09
บรรยากาศในร้านช่วง 3-4 โมงเย็นครับ คนยังไม่ค่อยเยอะ
Brewerkz_21
โซนฝั่งซ้ายของร้านครับ
Brewerkz_31
ฝั่งขวาของร้านเป็นบาร์เหล้า
Brewerkz_11
กลางร้านเป็นแทปเบียร์สดครับ
Brewerkz_12
มีทั้งหมด 12 แทป
Brewerkz_32
โปสเตอร์โฆษณาเบียร์ตัวต่างๆ ของร้าน
Brewerkz_16
กลางร้านจะเป็นถังหมัก ถังต้มเบียร์สด เปิดโล่งให้ลูกค้าเห้นด้วยเลยครับ ใหญ่มากๆ หลายใบเลย
Brewerkz_15
ที่บอร์ดระบุว่าใช้ hops สายพันธุ์ไหนจากประเทศอะไรบ้าง
Brewerkz_01
สั่งเบียร์ปุ๊บพนักงานก็เอาแผ่นรองแก้วมาให้ สวยงามครับ
Brewerkz_17
แก้วแรกเป็น Hopback Ale เสิร์ฟมาไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ รสออกหวานนิดๆ มอล์ตี้ๆ ขมอ่อนๆ
Brewerkz_18
อาหารมาเสิร์ฟพดีครับ จานแรกเป็น Quesadilla แป้งอุ่นๆ ไส้เป็นไก่กับชีสร้อนๆ รสออกพริกไทย ซอสที่ให้มาจิ้มเผ็ดรสแบบเครื่องเทศแขกๆ อร่อยดีครับ
Brewerkz_19
จานที่สองเป็น Fish & Chips มันฝรั่งเค็มๆ แต่ทอดมากรอบดี ปลาชิ้นใหญ่มากครับ เสิร์มาร้อนๆ ตัวแป้งไม่กรอบเท่าไหร่
Brewerkz_20
จานสุดท้ายเป็น mac n cheese ร้อนดีครับ รสครีมมี่ๆ เค้มนิดๆ ทานกับเบียร์เพลิน
Brewerkz_22
ตัวที่ 2 เป็น Oat Meal Stout รสขมไหม้ หอมกำลังดี ติดหวานนิดๆ
Brewerkz_23
แก้วนี้เป็น XIPA หวานบางๆ ขมค้างนานครับ รสมอล์ตๆ เหมือนกัน
Brewerkz_30
ก่อนกลับแวะไปห้องน้ำ เจอโปสเตอร์อธิบายประเภทของเบียร์อยู่ครับ
Brewerkz_36
ถ่ายโลโก้หน้าร้านอีกซักที
Brewerkz_37
ฝั่งตรงข้ามก็คือ Clarke Quay ครับ
Brewerkz_39
เดินผ่านตอนกลับโรงแรม เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเหมือนกันครับ
Brewerkz_41
สองข้างทางจะเป็นร้านอาหารและร้านเหล้า
Brewerkz_42
พี่ชายบอกตอนกลางคืนจะคึกคักขึ้นมาเลยครับ แต่ผมก็ไม่ได้กลับมาดูอีกที เลยไม่ได้เห็นภาพครับ

เบียร์ก็อร่อยใช้ได้หลายตัวครับ มีบางัวไม่ค่อยเย็น เหมือนเป็นปัญหาจากกระบวนการจัดเก็บและก็ขั้นตอนการเสิร์ฟ ทำให้เบียร์แสดงศักยภาพได้ไม่เต็มที่ ส่วนอาหารอร่อยทุกอย่างเลยครับ
ชอบมาก ถูกปากเลย

มีเรื่องราคาที่โหดร้ายสมกับเป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกครับ ทานกันสองราคารวมราว 3,000 บาทได้ โหดจริงๆ ครับ แต่ถ้าเป็นคนชอบเบียร์ เป้นร้านที่น่าแวะมาลองมากครับ

Brewerkz Riverside Point, Clarke Quay Singapore
เบอร์โทร : +65 6438 7438
เปิด : 12.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Brewerkz_43
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_44
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_45
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_46
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_47
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_48
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_49
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_50
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_51
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_52
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_53
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_54
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_55
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_56
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_57
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_58
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_59
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_60
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_61
เมนูร้าน Brewerkz
Brewerkz_62
เมนูร้าน Brewerkz

 

Similar Posts

  • | |

    ตลาด Farmer’s Market ที่ UNU, Shibuya

    อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกก็คือ Farmer’s Market – ตลาดที่เจ้าของสวน เจ้าของฟาร์ม นำผลิตผลิตภัณฑ์ ข้าวของต่างๆ ที่ตนเองผลิตมาออกขายเองด้วยตัวเอง ทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น รวมถึงในไทยด้วยครับ ผลผลิตที่นำขายก็จะได้รับความใส่ใจจากเจ้าของมากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบออแกนิคปลอดสารอะไรอย่างงี้ครับ มาโตเกียวความนี้ ตั้งใจจะมางาน Aoyama Bread Festival ที่จัดคู่กันกับ Farmer’s Market @UNU คือตลาดเค้าจัดทุกอาทิตย์อยู่แล้ว งานขนมปังมาร่วมจัดเป็นพิเศษครับ ตัวตลาดจัดที่ UNU (United Nation Univesity) อยู่ไม่ไกลจากสถานี JR Shibuya สามารถเดินมาก็พอไหว แต่แนะนำให้นั่งรถเมล์มาจะดีกว่าครับ ในตลาดก็จะมีพืชผัก ผลไม้ อาหาร ขนมปัง น้ำผึ้ง อะไรพวกนี้ รวมถึงของนำเข้าจากต่างประเทศบางอย่าง (สงสัยเป็น Farmer ของประเทศอื่น หะหะ) ยาวๆประมาณ 2 แถว มีฝั่งซ้ายเป็นโซนรวม Food Truck สามารถแวะเติมพลังก่อนหรือหลังจับจ่ายตลาดได้ครับ

  • |

    รีวิว Sakura Lounge (Japan Airlines) สนามบิน Haneda – Tokyo

    ทริปนี้ขากลับจาก Tokyo ก็ขึ้นที่สนามบิน Haneda  เป็นชั้นธุรกิจเหมือนตอนขามาครับ ผมค่อนข้างชอบ Haneda นะครับ มันเดินทางสะดวกดี ใกล้ดี สำหรับขากลับนี่เป็นไฟลท์ดึก ผมฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแถว  Shinjuku พอหัวค่ำก็แวะมารับกระเป๋า นั่งรถไฟสาย Yamanote มาลงที่สถานี Shinagawa แล้วนั่งสาย Keikyu ไปสนามบินก็อีกแค่ 13 นาทีครับ รวมๆ จาก Shinjuku ถึงสนามบินใช้เวลาราวๆ 45 นาที เท่านั้นครับ จากใต้ดินก็ขึ้นมาเช็คอินที่เคาท์เตอร์แถว F ครับ แล้วก็เข้าด่านตรวจความปลอดภัย เข้าช่องปกติ เพราะถามเจ้าหน้าที่แล้วว่า Fast Lane ต้องเป็นบัตรทองของสายการบินต่างๆ ครับ ตรวจไม่นานมาก็เข้ามาด้านในไปที่ Sakura Lounge ชั้น 4 ครับ

  • |

    ราเม็งคุระ (らーめん 蔵) ที่ Asahikawa – Hokkaido ตอนที่ 8.4

    เย็นวันนี้เป็นเมนูราเม็งอีกวันหนึ่ง แต่ร้านนี้ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง Asahikawa ออกมาข้างนอกนิดนึง ร้านนี้น่าจะเปิดเจอจากเว็บ tabelog พอดูว่าเปิดถึง 20.30 ก็เลยขับออกมาลอง ร้านราเม็งที่เปิดไม่ดึกมีเยอะเหมือนกัน บางร้าน last order แค่ 19.00 ก็มี ส่วนใหญ่ร้านที่ปิดเร็วจะเป็นร้านที่เปิดตั้งแต่สายๆ ดังนั้นถ้าจดร้านมา ตอนดูเวลาเปิด-ปิดด้วย ร้านนี้ ราเม็งคุระ ได้รางวัลร้านอร่อย 2009 จากนิตยสาร Ramen Walker (ラーメン walker) ด้วย

  • |

    Mentsudan Sanuki Udon สาขา Shinjuku

    วันสุดท้ายของทริปนี้ กรุปของเรายังพอมีเวลาช่วงเช้าๆ สายๆ เพราะไฟลท์ที่กลับเป็นช่วงเย็นครับ กลับช่วงเย็นก็ดีตรงที่ไม่เหนื่อยมาก แต่ก็มีข้อเสียตรงที่กลับมาถึงไทยดึก ง่วง อยากกลับบ้านนอนก็ต้องรอแทกซี่กลับบ้านอีก สายวันนี้ เช็คเอาท์เสร็จก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนแล้วเดินมาหาอะไรทานใกล้ๆ โรงแรม มื้อนี้เป็นร้านอูด้ง เดินจากโรงแรมแป๊บเดียวครับ ชื่อร้านว่า ‘Mentsudan’ อยู่ทางทิศทางตะวันตกเฉียงเนื้อของสถานี JR Shinjuku ไม่ไกลจากร้านไก่ที่ทานเมื่อวานครับ ร้านนี้ขายอูด้ง ทำเส้นสดๆหน้าร้าน สั่งเสร็จก็ตักของทอดเพิ่มเองตามใจ แล้วค่อยไปจ่ายเงิน แบบเดียวกับร้าน Marugame Seimen ในบ้านเราครับ

  • Cru 2nd Floor Wine Bar ไวน์บาร์บนถนนสามล้าน – เชียงใหม่

    อิ่มตื้อจากร้านป้าแดงจิ้นตุ๊บพวกเรานั่งรถกลับเข้าเมืองไปแวะที่ร้าน Moment’s Notice ร้านแจ๊ซบาร์เปิดใหม่ บรรยากาศดี เพลงเพราะ ไปเชียงใหม่คราวหน้าผมกลับไปอีกแน่นอนครับ ที่จริงอยากอยู่จนร้านปิด แต่มีภารกิจอีกหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่ไปคืนนี้ก็จะอด เพราะพรุ่งนี้เค้าปิดครับ ร้านนี้คือ Cru ไวน์บาร์ร้านใหม่ อยู่แถวๆ วัดพระสิงห์ครับ ตัวร้านอยู่บนชั้นสองของอาคารไม้ ทางเข้าเป็นตรอกเล็กๆ แล้วก็เข้าด้านข้างไป จากนั้นก็ขึ้นบันไดไม้ บรรยากาศสลัวๆ ร้านสีโทนเข้มๆ สวยงาม แอร์เย็นสบายมากครับ ความพิเศษของที่นี่คือไม่มีไวน์ลิสต์ครับ แต่ละวันจะมีไวน์ 6 ขวด ให้เลือก สามารถซื้อเป็นแก้วหรือทั้งขวดก็ได้ โดยสามารถชิมได้ก่อน วันที่พวกเราไปกันนั้นถ้าจำไม่ผิดจะมีเป็นแดง 3 ขวด ขาว 2 และ แชมเปญอีก 1 ชิมจนตัดสินใจได้ ก็สั่งมาหนึ่งขวดครับ

  • เยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ที่เมือง Roeselare – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมช่วงบ่ายของพวกเราในวันที่ 3 ของทริป Road to Belgium หลังจากไปทานข้าวกลางวันและจิบเบียร์ที่ร้าน In De Vrede หน้าโรงเบียร์ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren เราเดินทางกันต่ออีกประมาณ 40 กิโลเมตรไปทางตะวันออก เข้าไปยังตัวเมือง Roeselare เพื่อจะเข้าเยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ครับ ตอนที่เรามาถึงฝนกำลังโปรยปรายเบาๆ พอให้หัวเปียก เจ้าหน้าที่ของโรงก็พาเข้าห้องประชุมของโรง แล้วก็เสิร์ฟกาแฟคนละถ้วยอย่างรู้ใจว่าบ่ายๆ แบบนี้ง่วงแน่นอน จากนั้นก็ให้ชม Video เกี่ยวกับโรงครับ แล้วก็เล่าประวัติต่างๆ เช่น ทำไมชื่อถึงดูเป็นเยอรมัน สาเหตุก็เพราะว่าบรรพบุรุษเป็นชาวเยอรมันชื่อ Ferdinand Rodenbach เป็นหมอทหาร ไปรบแล้วก็ถูกจับ พอได้รับการปล่อยตัวก็มาตั้งรกรากที่เมือง Roeselare ที่ตั้งของโรงเบียร์นี่เอง โดยตัวโรง Rodenbach ก่อตั้งเมื่อ 1821 (ใกล้ครบ 200 ปีแล้ว) โดย 4 พี่น้อง(Pedro, Alexander, Ferdinand and Constantijn) ซึ่งเป็นรุ่นหลานของปู่ Ferdinand  หลังจากนั้นผ่านไป 15…


แสดงความคิดเห็น