|

Druggists คราฟท์เบียร์เสิร์ฟในร้านยา สิงคโปร์

ที่จริงตอนออกจากงาน Craft Singapore ก็เริ่มมึนๆ แล้ว แต่ก็ยังอยากจะแวะไปร้านเบียร์อีกซักร้านก่อนกลับ เล็งๆ อยู่ 2-3 ร้านสุดท้ายตัดสินใจเลือกร้านชื่อ Druggists เพราะได้ยินคำบอกเล่าว่า ร้านตกแต่งสวยงาม สไตล์จีนๆ

สถานีที่ใกล้ร้านที่สุดคือ Farrer Park ครับ แต่เดินจากสถานีไกลพอสมควร 750 เมตร วันที่ไปผมนั่ง taxi จากงานลงหน้าร้าน เลยไม่เหนื่อยมาก ระหว่างทางที่มาก็ดูบรรยากาศจีนๆ นิดๆ ถึงหน้าร้านก็มีตัวอักษรแปะว่า ‘Chinese Druggists Association’ เฟี้ยวดี

ข้างในร้านตกแต่งดูมินิมัล คลีนๆ มีกลิ่นอายจีนๆ ปนนิดหน่อย แต่ไม่ได้ดูโบราณแบบร้านยาจีนขนาดนั้นครับ ดูทันสมัยพอสมควร ลูกค้านั่งแน่นเต็มร้านจนออกมาด้านนอก 2-3 โต๊ะ สำหรับเบียร์ มีเบียร์สด เสิร์ฟทั้งหมด 23 แทปครับ

Druggists_02
ด้านหน้าร้านครับ
Druggists_03
ป้ายร้าน
Druggists_01
รายการอาหารเย็น
Druggists_11
บรรยากาศภายในร้าน สว่างดีครับ
Druggists_14
รายการเบียร์ที่มีวันนี้
Druggists_13
หัวแทปเรียงสวยงาม
Druggists_05
ข้างๆบาร์มีรายการอาหาร
Druggists_12
อีกมุมขายของที่ระลึกครับ
Druggists_10
มีป้ายภาษาจีนอยู่ในร้าน ได้ฟิลล์มากๆ
Druggists_06
แก้วนี้เป็น Hop & Liefde ของ Brouwerij De Molen ครับ เป็นสไตล์ Pale Ale
Druggists_07
แก้วนี้เป็น Milk Stout ของ Mikkeller รสออกหวาน ไม่ค่อยขม ส่วนตัวไม่ค่อยโดนเท่าไหร่
Druggists_15
ออกจากร้านมาเตรียมกลับโรงแรม ฝั่งตรงข้ามมีร้านอาหารหลายร้านเหมือนกันครับ แวะกินก้อนกลับที่พักได้

ด้วยความอิ่มและมึนมาจากงาน Craft Singapore แล้ว เลยชิมได้คนละแก้วเท่านั้น ส่วนตัวชอบบรรยากาศร้านครับ สว่าง สะอาด เพลงไม่ดัง เหมาะกับการนั่งดื่มเบียร์ คุยกันเพลินๆ เป็นอีกร้านที่น่าแวะมาจิบคราฟท์เบียร์ครับ

Druggists สถานี Farrer Park
เบอร์โทร : +65 6341 5967
เปิด : 12.00-24.00
เพจ
foursquare

Druggists_08
เมนูร้าน Druggists
Druggists_09
เมนูร้าน Druggists

Similar Posts

  • Alt + Tap Everyday Bar คราฟท์เบียร์บาร์บนถนนนราธิวาสฯ – สาธร

    สัปดาห์ก่อนผมเข้าเมืองอีกครั้งครับ คราวนี้ไปแถวถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ใกล้ๆ บริเวณแยกที่ตัดกันกับถนนสาธรครับ ร้านที่ไปมีชื่อว่า Alt+Tap ตัวร้านติดถนนเลยครับ อยู่เลยปากซอย 7 มานิดหน่อยครับ เข้ามาด้านในร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แอร์เย็นจนเกือบหนาว วันที่ไปมีลูกค้าอยู่สามโต๊ะและก็มีชาวต่างชาตินั่งอยู่ที่บริเวณหน้าบาร์ครับ ในร้านบรรยากาศสบายๆ ค่อนข้างสว่าง มีเสียงเพลง Brit Pop เป็นแบคกราวน์เบาๆ ครับ ร้าน Alt+Tap มีเบียร์สดทั้งหมด 10 แทป คละกันไปทั้ง IPA เบียร์ดำอย่าง Porter เบียร์คลาสสิคๆ พวกเบลเยี่ยม รวมถึงเบียร์เปรี้ยวก็มีให้ได้ลองกันครับ ส่วนเบียร์ขวดทางร้านมีให้เลือกชิมอีกนิดหน่อยโดยแช่อยู่ในตู้ 2 บาน

  • Cheek Bistro อาหารโมเดิร์นออสเตรเลียนบนถนน Boon Tat, สิงคโปร์

    หลังจากทานมื้อกลางวันที่ร้าน Braci ช่วงเย็น ผมได้จองเอาไว้อีกหนึ่งร้านครับ เป็นร้านอาหารฝรั่งเช่นกัน อยู่บนถนน Boon Tat ไม่ไกลจากสถานี Telok Ayer ร้านนี้มีชื่อว่า Cheek Bistro ครับ เดิมทีชื่อ Cheek By Jowl แต่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านและเมนู ก็เลยเปลี่ยนชื่อไปนิดนึงด้วย ตัวร้านเป็นห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ พอมาถึงร้านผมถึงได้อ๋อ ว่าร้านอยู่ข้างล่างของร้านคราฟท์เบียร์ Freehouse ที่ผมเคยมาเมื่อปี 2017 ครับ ผมมาถึงตอนเวลาร้านเปิดพอดี พนักงานพาไปนั่งบริเวณเคาเตอร์ไม้แผ่นใหญ่ติดกับครัว เวลาทานไปก็ดูทีมงานปรุงอาหารอยู่ตรงหน้าเราเลยครับ โดยอาหารที่เสิร์ฟจะเป็นสไตล์ Modern Australia ครับ

  • Vertere Brewery โรงคราฟท์เบียร์และคาเฟ่ริมเขาชานเมืองโตเกียว

    ทริปโตเกียวเมื่อมกราคม 2020 หลังจากที่ผมเดินทางไปงาน Japan Brewers Cup ที่ Osanbashi Pier จบงานก็นั่งรถไฟกลับโตเกียว เอาของเก็บที่พัก ทานข้าว ไป Mikkeller Tokyo แล้วก็กินอิซากายะจนดึกดื่น สายๆ ของวันที่ 4 ชาวคณะก็เดินทางไกลราว 2 ชั่วโมง ออกนอกตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านเมือง Fussa และเขา Mitake ที่คุณหญิงกีรติมาเที่ยวกับนพพร  (ข้างหลังภาพ) ฮ่าๆ รถไฟวิ่งเลียบแม่น้ำ Tama ไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย เราก็ลงกันที่สถานีปลายทางชื่อ Okutama ออกมาจากสถานีบรรยากาศสลัวๆ และเย็นกว่าในโซนตัวเมืองมาก ข้ามถนนปุ๊บก็ถึงจุดหมายที่เราดั้นด้นกันมาไกล นั่นก็คือโรงเบียร์ Vertere ครับ ตั่งอยู่หน้าสถานีเลย 

  • |

    BRUS บาร์ของคราฟท์เบียร์แบรนด์ To Øl Copenhagen

    คราฟท์เบียร์เจ้าดังอีกหนึ่งแบรนด์ของ Denmark นอกจาก Mikkeller ก็คือ To Øl ซึ่งสองแบรนด์นี้ก็จะดีสนิทสนมกลมเกลียวกันดี ออกงานด้วยกัน มีร้านร่วมกัน (Mikkeller & Friends) เบียร์ที่ทำก็เป็นแบบยิปซีเหมือนกัน (ไม่มีโรงต้มเป็นของตัวเอง) ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า แท้จริงแล้ว Tobias Emil Jensen และ Tore Gynther (To Øl) เป็นลูกศิษย์ของ Mikkel (Mikkeller) ที่โรงเรียน Det Fri ใน Copenhagen ทั้ง 3 คนเคยคุยกันว่าทำไมมันมีแต่เบียร์โบราณๆ แบบเดิมๆ ที่น่าเบื่ออยู่มาเป็น 100 ปีแล้ว ไม่มีอะไรแปลกๆ ตื่นเต้นๆ บ้างเลย สุดท้ายก็เลยลงมือทำเบียร์แบบ Homebrew โดยต้มกันมันในห้องครัวโรงเรียนนี่หละครับ แต่ก็ต้มกันช่วงกลางคืน 4 ทุ่ม ถึง 6 โมงเช้า นี่มาเรียนหรือมาต้มเบียร์กันวะ จากนั้นก็อย่างที่รู้กันว่า Mikkeller ก็ดังในระดับสากลในปี 2006…

  • |

    Inariya ร้านโซบะเมือง Nikko

    จากน้ำตก Ryozu ผมก็ขึ้นรถบัสกลับมาตรงท่ารถป้าย 24 (Chuzenji Onsen) ซึ่งเป็นป้ายหลัก จะต่อรถไปไหนหรือนั่งรถกลับไปสถานี Nikko ก็ต้องมาขึ้นที่นี่ครับ ซึ่งจะมีป้ายย่อยเป็น 24A 24B 24C ด้วย ต้องดูปลายทางให้ดี บริเวณนี้มี Information Center สามารถสอบถามได้ครับ เวลาก็บ่ายคล้อยแล้วครับ หาข้าวทานกันดีกว่า สำหรับของขึ้นชื่อที่นิกโก้นี่ก็คือ Yuba (ゆば) หรือฟองเต้าหู้นั่นเอง เป็นเมนูโปรดของผมอยู่แล้วครับ เดินไปเดินมาหาร้านว่าจะทานอะไรดีก็มีร้านโซบะ ดูท่าทางน่าจะพอไหว หน้าร้านมีตู้โชว์อาหารปลอม เข้าไปด้านในลูกค้าแน่นเลยครับ มีคุณป้ารับลูกค้าอยู่คนเดียว คุณป้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ผมใช้วิธีจำชื่อแล้วมาชี้เมนู กับเปิด google translate แปลเอา ก็สั่งจนสำเร็จครับ

  • |

    The Axe คราฟท์เบียร์บาร์ ถนน Northwold สถานี Stoke Newington – London

    สำหรับร้าน The Axe นี้เป็นร้านที่ผมไปต่อหลังจากเลิกงาน London Craft Beer Festival ครับ คือพอจบงานตอน 5 โมง ก็กะว่าจะเอาของไปเก็บที่พักแป๊บนึงเพราะพะรุงพะรังมากๆ ทีนี้พักสายตาแป๊บ ตื่นมาอีกที 2 ทุ่มครับ ฮ่าๆ รีบขึ้นรถเมล์ไปร้านเลย ตัวร้านอยู่บนถนน Northwold ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Stoke Newington (Overground) ครับ ร้านอยู่ตรงโค้งๆ พอดี เปิดเข้าไปในร้านคนแน่นและวุ่นวายพอสมควร เพราะวันนี้เค้ามีเบียร์ Other Half เจ้าดังจากนิวยอร์คมาหลายตัวเลย แต่ด้วยความที่พวกเราดันเมาแล้วเผลอหลับไป มาถึง Other Half ก็หมดไปหลายตัวแล้วครับ เหลืออยู่แค่ ตัวสองตัว แล้วกว่าจะสั่งได้ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะคนเยอะในบาร์วุ่นวายมากๆ โชคดีมีโต๊ะว่าง ได้นั่งพอดี


แสดงความคิดเห็น