|

Hikari ร้าน Izakaya แถวสถานี Hakata

ข้าวเย็นมื้อแรกเป็นร้าน Izakaya ติดสถานี Hakata ครับ ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสถานี อยู่แถวห้าง Yodobashi นั่นเองครับ บริเวณนนี้มีร้านอาหารเยอะหลากหลายสไตล์ พวกหม้อไฟ ราเม็ง Izakaya มีหมด

ร้านที่ผมทานชื่อ Hikari (ひかり) ขนาดร้านใหญ่พอสมควรครับ เข้าร้านมาปุ๊บก็จะเป็นโซนเคาเตอร์กับโต๊ะนั่ง พนักงานพาคณะของเราเข้าไปโต๊ด้านใน เป็นโต๊ะนั่งพับเพียบกับพื้น รอบๆ ร้านมีภาพพิมพ์ปลาติดอยู่เต็มไปหมด บางมุมเป็นรูปถ่ายกับปลาตัวใหญ่ๆ เจ้าของร้านน่าจะเป็นคนชอบการตกปลาครับ

สำหรับอาหารก็มีเยอะครับ ทั้งพวกปลาดิบ ของทอด ของย่าง เป็นพวกหม้อไฟก็พอมี ตัวเมนูเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด ไม่มีภาษาอังกฤษ แต่ก็มีรูปถ่าย พอเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีให้เลือกเยอะดีครับ

Kyushu16_033
ด้านหน้าร้านครับ
Kyushu16_015
เข้ามาก็จะเจอเคาเตอร์และโต๊ะล็อคๆ
Kyushu16_031
บรรยากาศภายในร้าน
Kyushu16_032
โต๊ะอีกฝั่ง
Kyushu16_016
พนักงานพามานั่งด้านในครับ
Kyushu16_025
ซองตะเกียบ
Kyushu16_017
เม็งไทโกะมาเป็นอย่างแรกครับ เค้าเสิร์ฟมาแบบเย็นๆ มีรสเผ็ดนิดๆ
Kyushu16_018
กุ้งทอดเกลือ ผมไม่ได้ทาน แต่สมาชิกบอกว่าทอดได้กรอบดี รสออกเค็มมัน
Kyushu16_019
เทมปุระผัก อมน้ำมันนิดหน่อย แป้งอร่อย กรอบ
Kyushu16_020
ชุดปลาดิบครับ สดดีทุกอย่าง ฮิราเมะนี่เนื้อหนึบหวาน คัมพาจิก็เนื้อแน่นดี
Kyushu16_021
ลิ้นวัวย่าง เสิร์ฟมากับเลมอน หอม มันๆ นุ่ม
Kyushu16_022
ชามนี้เป็นเนื้อตุ๋นครับ รสออกหวานๆ เนื้อนุ่ม แต่ไม่ถึงกับเปื่อยเละ
Kyushu16_023
ปลา Arakabu ทอด ทอดกรอบดีมาก ข้างในนุ่มๆ น้ำจิ้มที่เสิร์ฟมาเป็นพอนซึ เปรี้ยวทานแล้วเข้ากันดีครับ
Kyushu16_026
ปลาอาจิ จานนี้รสหวานผสมเค็ม มีรสงาที่โรยเอาไว้
Kyushu16_027
เนื้อม้าดิบครับ เนื้อมันๆ บีบเลมอนทานกับหอมใหญ่เพลินๆ
Kyushu16_028
ผักตุ๋น ชามนี้น้ำซุปหวานเค็มกลมกล่อม ที่เห็นกลมๆ คือมันมือเสือกับเผือกครับ
Kyushu16_029
ปิดท้ายด้วย Hotate หรือหอยเชลล์ สดดี หวานครับ
Kyushu16_024
มื้อนี้ไม่ได้ดื่มเบียร์ครับ เป็นโซจู ใส่น้ำแข็ง ดื่มลื่นคอดี แต่เมาใช้ได้เลย

มื้อนี้ราคารวมประมาณ 11,000 เยน ประมาณ 3,000 กว่าบาทครับ ก็ถือว่าคุ้มค่า ไม่แพงมากครับ อาหารอร่อยทุกเมนู แนะนำกันอีกหนึ่งร้านครับ สำหรับร้านแถวสถานี Hakata

Hikari(ひかり) สถานี Hakata
เบอร์โทร : 092-471-7309
เปิด : 17.00-23.00
foursquare
tabelog

Kyushu16i_001
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_002
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_003
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_004
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_005
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_006
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_007
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_008
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_009
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_010
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_011
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_012
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_013
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_014
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_015
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_016
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_018
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_019
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_020
เมนูร้าน Hikari
Kyushu16i_017
เมนูร้าน Hikari

 

Similar Posts

  • |

    Sarabeth’s อาหารเช้าเจ้าดังจาก New York – LUMINE Shinjuku

    Sarabeth’s เป็นร้านอาหารเช้าเจ้าดังจาก New York โดยได้รับการขนานนามว่าเป็น “The Breakfast Queen of New York” เมนูของที่นี่จะเน้นอาหารเช้าสไตล์อเมริกัน เสิร์ฟทั้งวันแบบ All Day Breakfast ครับ ชิ้อร้านก็มาจาก Sarabeth Levine เชฟเจ้าของร้านผู้ชำนาญในการปรุงอาหารและขนมต่างๆ ในญี่ปุ่นมีร้าน Sarabeth’s ทั้งหมด 4 สาขา 3 สาขาใน Tokyo และอีกสาขาอยู่ที่ Osaka สำหรับวันนี้ผมไปทานที่สาขา Shinjuku อยู่บนห้าง LUMINE ไปช่วงเช้าๆ มีคิว 2-3 คิวครับ ลูกค้าแน่นร้านเลย เต็มทุกโต๊ะ ตัวร้านดูสว่าง เน้นโทนสีขาวเป็นหลัก หน้าร้านมีขาย สโคนและแยม ภายในร้านมีโซนที่เป็นโต๊ะและก็เป็นเคาท์เตอร์บาร์ รอคิวแปบนึงพนักงานก็พาไปนั่งที่โต๊ะครับ ดูรวมๆ ในร้านลูกค้าผู้หญิงซะมากกว่า แบบมานั่งคุยเมาท์มอยกัน

  • ข้าวพระรามลงสรง – ตลาด อ.ต.ก.

    เมนู ‘พระรามลงสรงหลาย’ คนอาจจะไม่คุ้นหู อธิบายง่ายๆก็คือเป็นหมูชิ้นและผักบุ้งลวกมาแล้วราดด้วยน้ำสะเต๊ะ ตักน้ำพริกเผา ใส่มาอีก 1 ช้อนใหญ่ๆ ทั้งหมดนี้เทราดไปบนข้าวสวยที่อยู่ด้านล่างครับ ต้นกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของจีน (แต้จิ๋วและฮกเกี้ยน) ส่วนชื่อพระรามลงสรงก็มาจากการที่เอาผักบุ้งสีเขียวลงไปลวกในน้ำร้อน (อ่านมาจากวิกิ) เป็นเมนูที่หาทานได้ยากนิดหน่อย แต่ผมก็มีอยู่ร้านนึงที่คุณแม่พาไปทานตั้งแต่เด็กๆ อยู่ตรง ตลาด อ.ต.ก. ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่เดิม ย้ายมาอยู่ด้านหลังของตลาดแทนครับ ผมไม่ได้ไปมาเกือบ 10 ปีแล้ว มีโอกาสกลับไปลองทานอีกครั้ง ในร้านมีเมนู พระรามลงสรงก็คือราดข้าว พระลักษณ์ลงสรงเป็นราดเส้นหมี่ และ สีดาลงสรงเป็นเกาเหลามีแต่ผักบุ้งครับ นอกจากนี้ก็มีเมนูก๋วยเตี๋ยวหมูและลูกชิ้นปิ้ง (มีเฉพาะเสาร์อาทิตย์) แล้วก็มีซาลาเปากับกาแฟโบราณ

  • | |

    Commune 246 นั่งชิลล์ที่ Omotesando

    Commune 246 เป็นพื้นที่ Open Air ที่รายล้อมด้วยร้านอาหาร คาเฟ่และเครื่องดื่ม ก่อนหน้าหน้านี้เคยชื่อ 246 common ก็ปิดตัวไป แล้วกลับมาใหม่ในชื่อ Commune 246 ครับ อยู่แถวย่านฮิปๆ (ใช้คำประมาณนี้รึเปล่านะ) อย่าง Omotesando ออกจากสถานีเมโทร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเดินนิดเดียวก็ถึงเลยครับ ภายในของที่นี่ก็จะมีอาหารค่อนข้างหลากหลาย เริ่มจากหัวมุมทางเข้าเป็นร้านบุหรี่และไปป์ชื่อ Tobacco Stand ติดกันเป็นร้านน้ำปั่น ต่อมาก็เป็นมันฝรั่งสไลซ์เกลียวๆทอด พอเข้ามาตรงกลางก็จะมีร้านอาหารไทย ร้านปิ้งย่าง ร้านอาหารฝรั่ง ร้านมังสวิรัติ เปิดอยู่รอบๆ โดยพื้นที่ตรงกลางจะเป็นโต๊ะให้นั่งรับประทานอาหารกันครับ สำหรับเครื่องดื่มนั้นแต่ละร้านก็มี Selection แตกต่างกันไป เป็นเบียร์แปลกๆ บ้าง ไวน์บ้าง เครื่องแอลกอฮอล์อื่นๆ ผสมกัน ด้านหลังยังมีร้านเล็กๆ อีกร้าน รวมถึงร้านกาแฟ Chozo ที่ติดกันด้วยครับ ช่วงที่ผมไปเป็นปลายๆ ตุลา ฟ้ามืดเร็วหน่อย ตอนแรกก็จะมาจิบกาแฟเฉยๆ แต่ไปๆมาๆ เริ่มหิว เลยเปลี่ยนแผนกลายเป็นหาอะไรทานเล่น พร้อมจิบเบียร์แทน อากาศเย็นลงเรื่อยๆ คนก็เริ่มทยอยมาเรื่อยๆ พอฟ้าเริ่มมืดๆ ซัก…

  • ชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่ทะเลสาบ Shinji เมือง Matsue – Japan Nov ตอนที่ 5.1

    โปรแกรมวันที่ 5 ของเรา จะเดินทางไปทางทิศตะวันตกอีก 120 กิโลเมตร นั่งรถไฟราวๆ 2 ชั่วโมง 20 นาที ได้ครับ จุดหมายของเราวันนี้คือเมือง Matsue (松江 – มัตซึเอะ) ซึ่งเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลสาบชินจิกันครับ จริงๆแล้วเมือง Matsue จะมีกิจกรรมอื่นๆที่ได้รับความนิยมอยู่อีก 2-3 อย่าง เช่น ไปดูปราสาท Matsue ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่น รองจากปราสาทฮิเมจิ หรือ ไม่ก็ไปเดินชมหมู่บ้านซามูไร ซึ่งรักษาสภาพเอาไว้อย่างดี อีกโปรแกรมที่เราเสิร์ชแล้วจะก็คือนั่งเรือรอบคลองที่อยู่รอบตัวเมือง แต่เวลาเราไม่ค่อยเยอะก็เลยได้แต่ดูพระอาทิตย์ตกครับ ซึ่งเราก็ดันไปดูผิดที่อีก หะหะ จุดชมพระอาทิตย์ตกที่นิยมกันจะเป็นบริเวณ Art Museum ที่อยู่ติดทะเลสาบชินจิ ห่างจากสถานี Matsue ประมาณกิโลกว่าๆ จากจุดนี้จะเห็นเกาะเล็กๆที่มีต้นไม้อยู่เป็นมุมฮิตที่จะมาถ่ายรูปกัน แต่เราเอาสะดวก ดูมันจากฝั่งทิศเหนือของทะเลสาบใกล้ๆกับที่พักเลยครับ **อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Matsue ได้ที่กระทู้ของคุณ CMV ครับ

  • Founder Bak Kut Teh บักกุ๊ดเต๋ร้านดังของสิงคโปร์ – สาขา Bugis Point

    ทริปสิงคโปร์ครั้งที่ผ่านมาก็ได้ไปลองทาน บักกุ๊ดเต๋ อีกร้านครับ คือไปสิงคโปร์ทีไรก็หาร้านบักกุ๊ดเต๋ทุกครั้ง ครั้งแรกๆ ก็ไปร้านดังอย่าง Ng Ah Sio ปีที่แล้วก็ไป Song Fa ซึ่งก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เพื่อนสิงคโปร์เลยแนะนำว่าลองร้าน Founder สิ ร้าน Founder Bak Kut Teh เป็นอีกร้านเก่าแก่ของสิงคโปร์เปิดมาตั้งแต่ปี 1978 ปัจจุบันขยายสาขา จนมีในสิงคโปร์เองทั้งหมด 5 สาขา แล้วก็มีไปเปิดที่ประเทศอินโดนีเซียด้วยครับ ทริปนี้ก่อนไปก็เลยหาร้าน Founder เอาไว้ เจอสาขา Bugis Point ไม่ไกลจากร้าน Good Luck Beerhouse คือกินเบียร์เสร็จก็เดินมาที่ร้านนี้เลยครับ ไปถึงช่วงประมาณ 6 โมงนิดๆ ในร้านมีลูกค้านิดหน่อยครับ

  • |

    Rider’s Coffee เชียงของ

    ก่อนจะเดินทางไปยังสามเหลี่ยมทองคำ หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จคณะของเราก็แวะจิบกาแฟกันครับ ร้านที่แวะชื่อ Rider’s Coffee อยู่บนถนนหลักของเชียงของครับ ไม่ไกลจากท่าเรือเชียงของเท่าไหร่ ตัวร้านตกแต่งมันๆ ลุยๆ สมชื่อ rider หรือนักบิด มีมอเตอร์ไซค์จดอยู่ที่สวนหน้าร้าน ประตูทางเข้าก็มีสติกเกอร์ กลุ่มก้อน ชมรมนักบิดต่างๆ แปะอยู่เต็มบานเลยครับ สวนหน้าร้าน ถ้าแดดร่มๆ ผมว่าบรรยากาศน่าจะดีครับ เข้ามาด้านในร้านประหลาดใจนิดนึงเพราะคนแน่นมาก เต็มเกือบทุกโต๊ะ สมกับเป็นร้านดัง แต่วันนี้เรารีบต้องเดินทางต่อเลยไม่ได้นั่งที่ร้านครับ ซื้อแล้วขึ้นรถเดินทางต่อเลย


แสดงความคิดเห็น