|

10 ร้านราเม็งน่าไปลองใน Tokyo

ราเม็งเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ด้วยความที่กินง่ายราคาไม่แพง มีให้กินทั่วไป ทานง่าย เร็ว ไม่มีพิธีรีตองมาก มีทั้งเจ้าดังที่เป็นเชนสาขาทั่วประเทศ หรือร้านที่มีแค่สาขาเดียว ซึ่งแต่ละร้านก็จะมีสไตล์ มีสูตรลับ มีเครื่องที่แตกต่างกันไป

blog นี้รวบรวมร้านราเม็งเจ้าต่างๆ ในโตเกียวที่น่าแวะไปลองชิมเอาไว้ 10 ร้านครับ โดยพยายามกระจายๆ ไปหลายๆย่านของโตเกียว แล้วก็ให้สไตล์ของราเม็งแตกต่างกันด้วย บางร้านทานแล้วอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวนะครับ

วิธีสั่งเกือบทุกร้านก็ใช้หยอดเหรียญ กดตู้ เอาคูปองให้พนักงาน พูดญี่ปุ่นไม่ได้ ก็ยังสั่งได้ครับ (ดูรูปเอา ฮ่าๆ ) ยังไงถ้ามีโอกาสไปเที่ยว อยากให้แวะไปลองชิมซัก 1 มื้อ ร้านดังๆ ฮิตๆ ก็ได้ครับ

FUUNJI / SHINJUKU

เปิด : 11.00-15.00 / 17.00-21.00 ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดต่างๆ | เบอร์โทร : 03-6413-8480

ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม Hotel Sunroute Plaza เปิดมื้อเที่ยงและเย็น มีพัก 2 ชั่วโมงตอนบ่ายสาม เมนูเด็ดของร้านเป็น สึเคะเม็ง หรือแบบแยกเส้น น้ำซุปจะข้นๆ เป็นซุปปลาแห้งเค็มนิดๆ เส้นหนาขนาดกลางๆ ลวกมาแบบหนึบๆ เป็นร้านที่คิวค่อนข้างยาว ต้องเผื่อเวลาด้วยครับ

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

TONCHIN / IKEBUKURO

เปิด : 11.00-04.00(ตี4) | เบอร์โทร : 03-3985-0300

ร้านนี้อยู่ตรงทางออกประตู West ของสถานี Ikebukuro มีน้ำซุป 3 แบบ คือกระดูกหมู มิโสะ และ ซุปผสมระหว่างปลากับกระดูกหมู รสของน้ำซุปแบบผสมมีกลิ่นปลาย่างๆ ปลาแห้ง คล้ายกลิ่นต้มโคล้งปลากรอบ มัน ออกเค็มอ่อนๆ เส้นเป็นแบบเส้นใหญ่หนา ลวกแบบหนึบๆ คิวไม่ค่อยยาวครับ

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

ราเม็งมะเขือเทศ TAIYO / SHINJUKU

เปิด : 11.00-23.00 | เบอร์โทร : 03-5909-4810

ร้านอยู่บนชั้น 7 ของตึก Milord บนสถานี Shinjuku ครับ น้ำซุปของที่นี่จะเป็นซุปมะเขือเทศ แล้วเลือกทอปปิ้งด้วยหน้าต่างๆ เช่น ชีส ผักต่างๆ มะเขือม่วง หรือหอยลายก็มีครับ เส้นเป็นแบบเส้นเล็กลวกมาร้อนๆ ตัวชีสพอโรยไปก็ทำให้น้ำซุปละมุนๆ ทานร้านนี้ให้อารมณ์คล้ายๆทานพาสต้า ช่วงเที่ยงคิวยาวเล็กน้อยครับ

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

NAGI / SHINJUKU

เปิด : 24 ชั่วโมง | เบอร์โทร :  03-3205-1925

ร้านนี้ได้คะแนนในเว็บ tabelog สูงเลย มีหลายสาขา ในโซน Shinjuku มีถึง 4 สาขาครับ สาขาที่แนะนำนี้อยู่ในย่าน Kabukicho ตัวร้านหายากหน่อยเป็นทางเดินเล็กๆขึ้นไปชั้น 2 ร้านเล็กมากกกก มีให้เลือกสองแบบคือธรรมดาและสึเคะเม็ง เอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปปลาแอนโชวี ออกรสเค็มเข้มข้น ติดขมนิดๆ มัน มีกลิ่นต้นหอม พริกและปลาแห้งเจือๆ บางคำทานแล้วนึกถึงพวกอาหารจีน ปลาจะออกรสหวานผสมเผ็ด เส้นเป็นแบบขนาดใหญ่ เปิดทั้งวันทั้งคืนครับร้านนี้

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

MUTEKIYA / IKEBUKURO

เปิด : 10.00-04.00(ตี 4) | เบอร์โทร :  03-3982-7656

ร้านนี้เรียกว่าเป็นร้านยอดฮิตของราเม็งในโตเกียวครับ เมื่อก่อนคิวยังไม่ยาวมาก ตอนนี้คิวยาวตลอด ต้องเผื่อเวลาเยอะดลย หรือไม่ก็ไปดึกๆแทน ได้ยินมาว่ามีเมนูภาษาไทยแล้วด้วย ตัวน้ำซุปกระดูกหมูจะร้อนจี๋ เข้มข้น มัน เวลาซดจะรู้สึกว่ามันมี texture คล้ายๆ เวลากินขนมจีนที่มีเนื้อบ้านเรา เส้นลวกแข็งๆหนึบๆหน่อย (เส้นเพิ่มฟรี) หมูชาชูหนาสะใจ แต่เปื่อยนุ่มมาก หอมควันนิดๆ เข้าปากแล้วละลาย ร้านนี้คุ้มค่าเข้าคิวรอครับ

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

KOHMEN / IKEBUKURO

เปิด : 10.00-04.00(ตี 4) | เบอร์โทร : 03-3971-3008

ร้านอยู่ไม่ไกลจาก Mutekiya เป็นตึกมี 2 ชั้น น้ำซุปร้านนี้ จะออกเค็มผสมหวาน ข้นนิดหน่อย ครีมมี่ๆ แต่ไม่มัน เส้นขนาดกลางลวกมาแข็งสู้ฟันนิดๆ เป็นตัวเลือกที่ดีถ้าเกิดรอคิว Mutekiya ไม่ไหว

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

MACHIDA SHOTEN / YOYOGI

เปิด : 11.00-03.00(ตี 4) | เบอร์โทร : 03-6276-7757

ร้านนี้เป็นสไตล์ Kakei Ramen มีต้นกำเนิดที่เมือง Yokohama เส้นเป็นแบบหนา ลวกมานุ่มๆ น้ำซุปรสออกเค็ม เข้มข้น รสแบบซุปไก่ๆ เครื่องใส่มาแน่นๆ มีไข่นกกระทาด้วย ทีเด็ดคือสาหร่าย ซึ่งปกติหลายๆร้านจะเฉยๆ ของร้านนี้อร่อยมากครับ ชาชูก็ใช้ได้

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

Ichiran / Shinjuku

เปิด : 24 ชั่วโมง | เบอร์โทร : 03-3225-5518

อีกหนึ่งร้านยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีในชื่อ ราเม็งข้อสอบ ซึ่งเราจะเข้าไปนั่งในลอคไม้เหมือนนั่งทำข้อสอบ ตอนสั่งจะมีกระดาษให้กรอกความเข้มข้น ความมันของซุป ความหนึบของเส้น ใส่กระเทียม ใส่ต้นหอมไหม ใส่หมูไหม น้ำซุปเข้มข้น หวานมัน สไตล์ซุปกระดูก (ทงคตซึ) รสออกเค็มๆ ชิ้นหมูนุ่ม เส้นเป็นแบบเส้นเล็กซึ่งสามารถระบุความหนึบในใบที่ส่งให้เค้าได้ด้วยครับ

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

TANAKA SHOTEN / AKIHABARA

เปิด : 11.00-21.00 | เบอร์โทร : 03-3256-3556

อยู่ไม่ไกลถนน Akihabara ถนนของเล่น เกมและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เส้นเป็นขนาดใหญ่แบบหนาๆ ลวกมาหนึบๆ น้ำซุปเป็นแบบใส รสเค็มกลมกล่อม มันนิดหน่อย ใส่ต้นหอมซอย หน่อไม้นุ่ม ไข่เป็นแบบยางมะตูมรสซอสๆ ชิ้นหมูหั่นแบบหนา นุ่มดี มันนิดๆ รสออกเค็มหวาน มาเดินเล่นอากิบะ น่ามาลองครับร้านนี้

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก

TAKAHASHI / SHINJUKU

เปิด :11.00-5.00 (ตีห้า) | เบอร์โทร :050-5571-5573

จากโรงแรม Shinjuku Prince เดินมานิดเดียวก็จะเจอร้านนี้ครับ เป็นน้ำซุปปลาแห้งแบบใส เส้นเป็นแบบหนา ลวกมาแข็งนิดๆ เคี้ยวสนุกดี ส่วนหมูเฉยๆ คิวอาจจะมีบ้างประมาณ 10-15 นาที ถ้ากลับมาดึกๆ จากเที่ยว ไม่อยากกินบะหมี่เซเว่น มาแวะทางร้านนี้ก่อนเข้าโรงแรมก็ได้ครับ

อ่านรายละเอียดและดูรูปทั้งหมด >> คลิก


Similar Posts

  • ศาลเจ้า Toshogu เมือง Nikko

    เช้าวันนี้ชาวคณะรีบออกจากโรงแรม Kinugawa Grand Hotel เพื่อไปแวะศาลเจ้า Toshogu ก่อนกลับเข้า Tokyo ครับ โดยมีรถตู้ของโรงแรมมาส่งที่สถานี Kinugawa Onsen นั่งรถไปลงสถานี Tobu-Nikko จริงๆเราสามารถขึ้นรถบัสด้วย pass ที่ซื้อเมื่อวานได้ แต่ต้องทำเวลา เลยขึ้น Taxi ไปแทนครับ ถ้าเดินทางมาด้วย Taxi จะเลี้ยวเข้าอีกทางนึง ไม่ต้องเดินตั้งแต่ด้านหน้า มาถึงก็ซื้อตั๋วเข้าชม โดยเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าประตู Yomeimon กำลังบูรณะอยู่ ถ้าไม่แจ้งไว้เดี๋ยวซื้อตั๋วเข้าไปชมแล้วจะบ่น สำหรับศาลเจ้า Toshogu เป็นสถานที่ฝังศพของ Tokugawa Ieyasu โชกุนผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูล Tokugawa ที่ปกครองญี่ปุ่นยาวนานถึง 250 ปี (1603-1868) เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง ภายหลังมีการต่อเติมเพิ่มขึ้นในยุคสมัยของ Tokugawa Iemitsu (หลานปู่ของ Ieyasu) จนมีอาคารและขนาดใหญ่ในปัจจุบัน หลักๆ ที่นักท่องเที่ยวมาดูที่นี่ก็คือประตู Yomeimon, อาคารหลัก Gohonsha, โกศเก็บศพของ Tokugawa Ieyasu, ไม้แกะสลัก 3 ชิ้น คือ Nemurineko…

  • ตัวเมือง Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.2

    ทานข้าวเสร็จเรานั่งรถไฟต่อมาจาก Miyazu นิดเดียวก็ถึงสถานี Amanohashidate จากสถานีเราเดินไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งว่ากันว่าดูวิวของตัว Sand Bar ได้สวยกว่าการดูจากฝั่งนี้ เรือจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที แต่ถ้าใครฟิตๆ หรือเวลาเยอะหน่อย อาจจะเดินไปบน Sand Bar ซึ่งมีความยาว 3.6 กิโลเมตร เดินราวๆ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานก็จะเหลือ 20 นาที ระหว่างทางเดินไปก็จะมีร้านขนมและของที่ระลึกประปราย เราเดินมาเจอร้านใหญ่ร้านนึง ดูมีของเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังได้คราฟท์เบียร์ของแถวนี้กลับมา 3-4 ขวด เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ถามว่ามาจากไหน มานานไหม จะไปไหนบ้าง ซื้อเสร็จเราก็เดินต่อไปยังท่าเรือ ช่วงที่เราไปมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ ตัวเรือจะมีตารางเวลาเป็นรอบๆต้องคอยดูให้ดีทั้งขาไปและขากลับครับ

  • โรงไวน์ Murdoch James, Martinborough – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.3

    ทานข้าวกลางวันเสร็จเราออกจากตัวเมืองเพื่อไปแวะโรงไวน์สุดท้ายบนเกาะเหนือ ก่อนที่เราะจไปขึ้นเครื่องที่ Wellington ในช่วงเย็น โรงที่เราจะไปกันมีชื่อว่า ‘Murdoch James’ Murdoch James ก่อตั้งขึ้นไปในปี 1986 โดย Roger Fraser ซึ่งตั้งชื่อโรงไวน์ตามชื่อพ่อของเขา (Murdoch James Fraser) ที่นี่ก็เรียกว่าเป็น Premium hand-crafted อีกแห่ง เพราะยังใช้มือในการเลือกองุ่นและผลิตไวน์อย่างพิถีพิถัน ผสมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมและเทคนิคสมัยใหม่เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ไวน์ที่มีรสชาติและคุณภาพดีที่สุด สายพันธุ์องุ่นที่โดดเด่น คือ Pinot Noir, Syrah และ Pinot Gris สำหรับที่นี่คุ้นๆว่าถ้าชิมต้องเสียเงินรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ก็ประมาณ 4-5 NZD ต่อคนเท่านั้น ได้ชิมไวน์คนละ 4-5 แก้ว โดยมีคุณลุงที่ดูขรึมๆหน่อย อธิบายไว้แต่ละชนิดให้ฟังด้วย

  • โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยวหมู ร้านอร่อยแยกมักกะสัน

    สัปดาห์ก่อนผมมีธุระแถวย่านประตูน้ำครับ เสร็จงานก็ช่วงเย็นๆ ค่ำๆ ทีแรกตั้งใจว่าจะกินข้าวมันไก่ ไม่ได้กินหลายปีแล้วเหมือนกัน แต่คนเยอะก็เลยเปลี่ยนใจ เดินตามถนนราชปรารภมาเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกมักกะสันก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา เดินอีกนิดก็ถึงร้านที่เคยปักหมุดไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาสมาครับ ร้านนี้ไม่มีชื่อ เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูและโจ๊ก ถ้าในกูเกิ้ลก็เสิร์ชว่า ‘ก๋วยเตี๋ยวหมู โจ๊กหมู อร่อยขั้นเทพ’ ตัวร้านเป็นโต๊ะตั้งริมถนนลึกเข้าไปในซอย c.s.t 

  • ลำดีตี้ขัวแดง อาหารเหนือนอกตัวเมือง อำเภอสันทรายเชียงใหม่

    เย็นอีกวันในทริปเชียงใหม่ เราออกนอกตัวเมืองนิดนึงไปทานอาหารเหนืออีกร้านแถวสันทราย เป็นร้านที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘ลำดีตี้ขัวแดง’ ชื่อร้านแปลได้ว่า ‘อร่อยดีที่สะพานแดง’ (ลำ-อร่อย, ขัว-สะพาน) ซึ่งที่ร้านก็มีสะพานแดงขนดใหญ่อยู่จริงๆ ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ครับ มีโซนห้องแอร์ โซนด้านนอก มีสนามเด็กเล่นให้เด็กๆ ด้วย พอเปิดเมนูถึงได้รู้ว่าเป็นร้านของแบรนด์ ‘วนัสนันท์’ ของฝากเจ้าดังของเชียงใหม่นั่นเอง ที่สนามบินมีขายเพียบๆ 

  • ลาบลุงน้อย ลาบควายร้านดัง ย่านร่ำเปิง – เชียงใหม่

    มีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่อีกครั้งในช่วงต้นปีครับ คราวนี้ไม่มีงานอะไร ตั๋วไปกลับไม่แพงมากก็รวมตัวกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวกัน โดยออกจากดอนเมืองสายๆไปถึงเที่ยงพอดีก็นั่งรถไปเก็บของที่ห้องพัก Airbnb แถวนิมมานฯ แล้วก็เดินทางต่อไปร้านอาหารเลย  ร้านแรกของเราเป็นร้านลาบชื่อ ลาบลุงน้อย อยู่ไม่ไกลจากวัดอุโมงค์ เรามาถึงช่วงเที่ยงกว่าๆ ลูกค้าเยอะพอสมควร พอได้ที่นั่งก็จดรายการอาหารในกระดาษ เสร็จวิธีการของร้านนี้คือต้องนำไปใบส่งตามแต่ละสเตชั่นคือแยกตามชนิดอาหาร ลาบสเตชั้นนึง ปิ้งย่างอีดสเตชั่นนึง อะไรอย่างนี้ ด้วยความที่ขนาดของแต่ละจานไม่ใหญ่มาก ทำให้ได้ลองชิมหลายเมนูครับ ทั้งลาบดิบและสุก ต้มแซ่บ แล้วก็ได้ลองเนื้อเสียบไม้ปิ้ง เมนูโปรดของผมด้วย ปรุงรสอร่อย รสเนื้อเยอะดี รสผักชีชัดหน่อย ราดด้วยซอสรสเปรี้ยวหวาน เสียดายเสิร์ฟมาอบบไม่ร้อนเท่าไหร่ ส่วนลาบก็อร่อยใช้ได้ แบบดิบเนื้อหยึบเย็น รสผักไผ่และยี่หร่าเข้มข้น ไม่ขมออกหวาน


แสดงความคิดเห็น