Mikkeller & Friends คราฟท์เบียร์บาร์ Copenhagen

ร้าน Mikkeller ที่เป็นบาร์ใน Copenhagen นอกจากที่ Viktoriagade ยังมีที่นี่อีกหนึ่งสาขาครับ โดยสาขานี้จะเป็น mikkeller & friend ซึ่งแปลว่ามียี่ห้ออื่นๆ มาแจมด้วย หลักๆ ก็จะมี To Øl และ 3 Floyds

เบียร์สดก็เลยมีมากถึง 40 แทป ต้องแบ่ง tap wall แยกเป็นสองฝั่งเลยครับ สำหรับบรรยากาศก็คนแน่นร้านเช่นกัน แต่สาขานี้กว้างและมีหลายห้องเลยดูหลวมๆ สบายๆ กว่า การตกแต่งก็เป็นไม้ๆ พาสเทล สไตล์ scandinavian เช่นเคย

ตัวร้านนี้อยู่บนถนน Stefansgade การเดินทางใช้วิธีนั่งรถบัสมาจะสะดวกสุดครับ ลงฝั่งถนน Borups Allé หรือ Nørrebrogade แล้วเดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึง


(อ่านประวัติของแบรนด์ mikkeller ได้ที่นี่)
mikkellerandfriends_01
ด้านหน้าร้านครับ อยู่ตรงหัวมุมของตึก
mikkellerandfriends_06
หน้าร้านพอมีที่นั่ง ถ้าทนความหนาวไหวนะครับ
mikkellerandfriends_02
คนแน่นร้านครับ
mikkellerandfriends_04
25 แทปแรกครับ มี Mikkeller, To Øl, Stillwater และยี่ห้ออื่นๆ
ด้านในร้านฝั่งซ้าย มีโต๊ะยาวอยู่ด้วย
mikkellerandfriends_03
แถวๆบาร์ครับ
mikkellerandfriends_10
ฝั่งขวาอีก 15 แทป
mikkellerandfriends_12
รอบๆบาร์ ฝั่งขวา
mikkellerandfriends_09
มีโต๊ะไซส์กลางๆ ด้วย แต่ก็เต็มหมด
mikkellerandfriends_05
เริ่มกันด้วย Campfire Stout จาก High Water Brewing ของฝั่งอเมริกา ดมๆ ได้กลิ่นหอมแบบทอฟฟี่ และชอคโกแลต น้ำเบียร์หนืด มีความซ่านิดๆ ดื่มลื่นดีครับ
mikkellerandfriends_08
Mango Guppy ของ Pipeworks เป็น Session IPA ดมๆ ชิมๆ จับกลิ่นมะม่วงไม่ค่อยได้ครับ
mikkellerandfriends_11
Saison ชื่อ Arthur ของค่ายดัง Hill Farmstead Brewery ตัวนี้มีกลิ่นเปรี้ยวๆ นำ รสเปรี้ยวซ่า บอดี้บาง กลมกล่อม เรียกน้ำลายดี ดื่มแล้วสดชื่นมากครับ
mikkellerandfriends_13
Hazy Hops เป็น IPA ของค่าย Beer Here กลิ้นไม่ค่อยออก รสหวานนิดๆ บอดี้โปร่งๆ ตัวนี้เฉยๆ ครับ
mikkellerandfriends_14
Milk Stout ชื่อ The Awakening จากแบรนด์ Angry Chair ตัวนี้หอมกลิ่นโกโก้น้ำเบียร์หนา รสชอคโกแลตฉ่ำๆ หวานนิดๆ นมๆ อร่อยครับ
mikkellerandfriends_15
ตัวสุดท้ายล้างปากด้วย Spontandryhop Centennial ของ Mikkeller เอง รสเปรี้ยว สดชื่น ล้างปากดีจริงๆ ครับ

ราคาต่อแก้วค่อนข้างสูงเหมือนร้านอื่นๆครับ ตกแก้วละ 40-50 DKK หรือประมาณ 220-275 บาท ที่สาขานี้มีเบียร์ขวดขายเหมือนกันครับ และที่สำคัญคือซื้อกลับบ้านได้ด้วย ตัวเด็ดๆ อย่าง Dark Lord ก็มี Darkness ของ Surly มีพิมพ์เอาไว้ แต่ดันไม่มีขาย เสียดายมากๆ ครับ (รายชื่อเบียร์ขวดลองดูได้ที่ด้านล่างครับ)

ถ้ามา Copenhagen เป็นอีกร้านที่ควรแวะมาครับ

Mikkeller & Friends Nørrebro, Copenhagen
เบอร์โทร : +45 3583 1020
เปิด : อาทิตย์-พุธ 14.00-24.00 พฤหัสบดี-ศุกร์ 14.00-02.00 เสาร์ 12.00-02.00 อาทิตย์ 11.00-23.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

mikkellerandfriends_16
ลิสต์เบียร์ขวด
mikkellerandfriends_17
ลิสต์เบียร์ขวด
mikkellerandfriends_18
ลิสต์เบียร์ขวด
mikkellerandfriends_19
ลิสต์เบียร์ขวด

Similar Posts

  • |

    Thyme Table อาหารฝรั่งร้านอร่อย เชียงใหม่

    -= ร้านนี้ปิดกิจการแล้วครับ =- อีกหนึ่งร้านที่ได้เจ้าถิ่นพาไปชิมครับ ชื่อร้านเท่ๆ เล่นคำว่า Thyme Table เป็นร้านอาหารฝรั่งเน้นสไตล์ Italian ตัวร้านอยู่เวิ้งนันทขว้างบริเวณถนนเลียบคันคลองชลประทาน ถ้าดูจาก google map ร้านก็จะอยู่ฝั่งซ้ายมือของสนามเชียงใหม่ครับ ใกล้ๆ วัดอุโมงค์ครับ ร้านเป็นห้องโถงใหญ่ มีโต๊ะประมาณ 5-6 โต๊ะ ตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นขาวๆ สว่างๆ วันที่ไปเป็นช่วงหัวค่ำวันธรรมดา มีลูกค้าโต๊ะใหญ่นั่งอยู่หนึ่งโต๊ะ ซักพัก มีฝรั่งชาวต่างชาติมาอีก 1 ก๊วนใหญ่ คุยกันครื้นเครง บรรยกาศในร้านก็เลยดูสนุกสนานครับ เมนูของที่นี่จะมีเป็นจานเรียกน้ำย่อย สลัด ซุป พาสต้าและจานหลัก ซึ่งก็คณะเขาเราวันนนี้สั่งมาหลายๆ อย่างแล้วก็แชร์กันครับ อาหารไม่ช้ามาก เนื่องจาก เจ้าถิ่นได้สั่งบางเมนูมาไว้ก่อนแล้ว พอมาถึงแป๊บเดียวก็ทยอยมาเสิร์ฟครับ

  • Hyggestund อาหารเช้าสไตล์อเมริกัน – Copenhagen

    เช้าวันที่สามใน Copenhagen ของผม วันนี้ ไม่มีโปรแกรมตอนเช้าครับ งาน MBCC จะเป็นรอบเที่ยงสำหรับบัตรทอง ที่ให้เข้าไปทานเบียร์ที่ยังเหลืออยู่ ก็เลยสบายๆ ผมก็เลยไปทานข้าวเช้าที่อีกหนึ่งร้านในเครือของ Mikkeller ร้านนี้มีชื่อว่า hyggestund เป็นร้านขายอาหารเช้าและกลางวัน ช่วงเย็นจะปิด เมนูก็จะเป็นพวก วอฟเฟิล โดนัท แซนด์วิชประมาณนี้ กาแฟมีแต่กาแฟดำ แล้วก็เครื่องดื่มเย็นแบบ น้ำผลไม้ต่างๆ ตัวร้านอยู่ติดกับร้าน Mikkeller สาขา Viktoriagade เลยครับ วันที่ผมไปลูกค้าเยอะผมสมควร ด้านหน้าร้านมีโต๊ะมาตั้งๆ ไว้ ส่วนด้านในจะสลัวๆ หน่อย ตกแต่งแบบไม้ๆ ตามสไตล์สแกดิเนเวียน อากาศดีแดดไม่แรงมากผมก็เลยนั่งข้างนอกครับ

  • Beer Ma Kanda คราฟท์เบียร์บาร์และ Bottleshop สถานี Kanda, Tokyo

    นอกจากสาขา Kitasenju แล้ว พวกเรายังจอดแวะที่ร้าน Beer Ma อีกสาขาด้วยครับ สาขานี้จะอยู่ที่สถานี Kanda ซึ่งก็อยู่ระหว่างทางที่เรากลับเข้าเมืองเช่นกัน สาขานี้อยู่ห่างจากสถานี Kanda ประมาณ 100 กว่าเมตร หน้าร้านจะแคบกว่าสาขา Kitasenju หน่อย เข้ามาปุ๊บก็จะเป็นโต๊ะและเก้าอี้ทรงสูงสีไม้เข้มๆ ด้านหลังเป็นบาร์ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 8 แทปครับ วันที่ผมไปเป็นเบียร์นอก 7 และญี่ปุ่นอีกหนึ่ง มีให้สั่งทั้งหมด 3 ไซส์ หรือจะสั่งเป็นเบียร์ไฟลท์ 3 แก้วก็ได้ (1,500 เยน)

  • |

    รีวิวเรียวกัง Kinugawa Grand Hotel

    เดินไปเดินมาในหมอกจนเริ่มเย็นก็ถึงเวลาที่จะเดินทางไปพักผ่อนครับ ที่พักของชาวคณะวันนี้เป็นเรียวกัง อยู่แถว Kinugawa-Onsen คือเดินทางขึ้นเหนือไปอีกนิด ใช้เวลานั่งรถบัสกลับจากทะเลสาบ Chuzenji มาราว 45 นาที แล้วก็นั่งรถไฟต่อ มาลงสถานี Kinugawa-Onsen อีก 45 นาทีได้ มาถึง Kinugawa-Onsen เวลายังไม่เย็นมากแต่ฟ้าก็มืดแล้ว สถานีเงียบสงบ หันทิศหาโรงแรมจนเจอแล้วเดินตาม google map ซึ่งก็พาไปเดินในทางแปลกๆ เล็กๆ โผล่มาใกล้โรงแรม คุณป้าคนญี่ปุ่นหัวเราะเบาๆ ทำนองว่า ทำไมไม่เดินถนนเส้นใหญ่มากัน โรงแรมของเราคืนนี้ชื่อ Kinugawa Grand Hotel เป็นตึกใหญ่ มีห้องพักทั้งแบบเรียวกังและแบบตะวันตก ตัวโรงแรมหรูหราดีครับ ถึงจะไม่ใหม่มาก แต่ก็สะอาดสะอ้าน ในราคาที่จองมามีอาหารเช้าและเย็นแบบ Kaiseki ให้ด้วย

  • World Beer Bar Second House บาร์เบียร์เล็กๆ ในเมือง Nagano – ประเทศญี่ปุ่น

    ทริปญี่ปุ่นคราวนี้ผมไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่เท่าไหร่ครับ ร้านคราฟท์เบียร์ก็เลยหายากหน่อย ร้านแรกที่แวะไปนั้นเป็นร้านในเมือง Nagano คือ วันแรกนี่ผมนั่งเครื่องลงที่ Nagoya แล้วต่อรถไฟมาลง Nagano เพื่อนอนหนึ่งคืน ลองเสิร์ชๆ ดูว่าพอจะมีร้านไหนขายคราฟท์เบียร์บ้างไหม ก็มาเจอร้านนี้ชื่อ World Beer Bar Second House ดูหน้าร้านก็เห็นว่ามีเบียร์สดนิดหน่อย Punk IPA อะไรอย่างนี้ แล้วเค้าก็มีป้ายเขียนว่ามีเบียร์ขวดอีก 100 ชนิดก็เลยลองแวะดู เข้ามาด้านในร้านบรรยากาศมืดๆ ไม้ๆ สไตล์บาร์ญี่ปุ่น ที่นั่งก็จะยาวตามตัวร้านเข้าไป ชั้นสองมีโต๊ะอีก สี่ห้าตัวครับ พนักงานพูดภาษาอังกฤษโอเค คุยได้รู้เรื่อง ผมสอบถามว่ามีรายการเบียร์ขวดไหม พนักงานบอกไม่มี แต่แนะนำให้ได้ ชอบตัวไหนจะหาที่ใกล้เคียงมาให้

  • Modern Times โรงคราฟท์เบียร์แบรนดัง – San Diego

    ช่วงเย็นของวันสุดท้ายในเมือง San Diego หลังจากที่ไปแวะ White Labs กลุ่มย่อยของพวกเรานั่งรถมาสมทบกับกรุปใหญ่ที่อีกหนึ่งโรงดังของเมือง เป็นแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี นั่นคือ Modern Times ครับ Modern Times ก่อตั้งเมื่อปี 2012 โดย Jacob McKean อดีตพนักงานของ Stone หลังจากออกมาก็มาฟอร์มทีม ดึง Brewer เก่งๆ มาร่วมทีมและเริ่มเซ็ทอัพโรงที่ Point Loma ใกล้ๆ กับสนามบิน San Diego เป็นระบบต้มและถังหมักขนาด 30 บาร์เรลหรือเกือบๆ 4,800 ลิตร เริ่มต้มแบทช์แรกในเดือนพฤษภาคมปี 2013 และขายในเดือนมิถุนายน ซึ่งในเดือนเดียวกันที่เริ่มต้มแบทช์แรกยังได้ไป launch โปรเจคระดมทุนบน kickstarter เพื่อนำเงินมาทำแทปรูม ซื้อถังบาร์เรล และทำแลบ สุดท้ายระดมได้ถึง 65,000 usd จาก 645 backers ปัจจุบัน Modern…


แสดงความคิดเห็น