| |

Ramen to Biiru กินราเม็ง จิบคราฟท์เบียร์ Copenhagen

ดูแปลกๆ หน่อยที่จะมาทานราเม็งกันที่ Copenhagen แต่ร้านนี้พิเศษเพราะเป็นร้านราเม็งที่เปิดโดย Mikkeller แบรนด์เบียร์เจ้าดังของเดนมาร์กนั่นเองครับ

ร้านมีทั้งหมด 2 สาขาคือ nørrebro และ vesterbro สาขาที่ผมไปลองคือ nørrebro ครับ สำหรับชื่อร้านนั้นก็ตรงๆ ตัว ramen to biiru ราเม็ง โต๊ะ บิหรุ ภาษาไทยก็แปลได้ว่า ราเม็งและเบียร์ครับ

ตัวร้านนั้นเค้าพยายามเลียนแบบบรรยากาศร้านราเม็งที่ญี่ปุ่นมา โดยวิธีการสั่งก็คือให้กดคูปองจากตู้ จะใส่ไข่เพิ่มก็กดมาด้วย แต่ต่างจากของจริงคือ ยังไม่ต้องใส่เงิน กดเอาคูปองไปจ่ายเงินด้านในครับ

ramentobiiru_01
ร้านอยู่ตึกหัวมุมครับ
ramentobiiru_02
มีป้าย mikkeller ติดอยู่
ramentobiiru_10
บรรยากาศภายในร้าน
ramentobiiru_11
ป้ายบอกวิธีการสั่ง คือกดคูปองมาแล้ว หาที่นั่งให้ได้ก่อนค่อยเอาคูปองไปจ่ายเงิน
ramentobiiru_03
กดแบบนี้เหมือนที่ญี่ปุ่นเลย
ramentobiiru_04
ราเม็งพิเศษประจำเดือนนี้
ramentobiiru_05
ชามนี้มียุสุโรยมาด้านบน
ramentobiiru_08
ที่ร้านจะมีเบียร์ตัวพิเศษที่ทำมาให้ดื่มแกล้มกับราเม็งด้วยมีทั้งแบบขวด
ramentobiiru_09
และแบบสดครับ
ramentobiiru_06
เพิ่มความเป็นญี่ปุ่นด้วยตู้กดน้ำอัตโนมัติ แต่เปลี่ยนเป็นเบียร์กระป๋องแทน มีเบียร์ตัวเจ๋งๆสลับๆมาลองครับ ส่วนราคาก็เอาเรื่องอยู่
ramentobiiru_13
ด้านในร้านอีกมุม คนแน่นเลยครับ
ramentobiiru_20
หัวแทปเบียร์สด 5 ตัว
ramentobiiru_12
ผมได้นั่งตรงเคาท์เตอร์ติดครัวเลย
ramentobiiru_14
รอแป๊บนึงราเม็งก็มาเสิร์ฟครับ ชามนี้เป็น Spicy miso เค็มๆ รสมิโสะ มีความเผ็ดร้อนนิดๆ
ramentobiiru_15
เส้นหนึบๆ
ramentobiiru_16
ชามนี้เป็นอันยุสุครับ น้ำซุปใสๆ รสกลมกล่อมซุปไก่ แต่รสยุสุไม่ค่อยออก ไข่อร่อยมาก สุกกำลังดี รสโชยุอ่อนๆ ชาชูโอเค เปื่อยๆ หน่อไม้กรุบๆ
ramentobiiru_17
เส้นแบบเดียวกันครับ ลวกมาหนึบๆ นิดนึง
ramentobiiru_18
สำหรับเบียร์ผมสั่งตัวที่ชื่อ ramen เลย เป็นสไตล์ Blonde Ale เย็นเจี๊ยบ ซ่ากัดลิ้น มีกลิ่นสาบนิดๆ บนแก้วสกรีน ミケラ อ่านได้ว่า มิเคล่า หรือ มิเคลเลอร์นั่นเอง

ตัวราเม็งเองก็ไม่ได้อร่อยอะไรมากมาย แถมราคาโหดใช้ได้เลยครับ ตกชามละ 600-700 บาท แต่ก็ถือว่ามาลองเอาบรรยากาศ แล้วก็มาลองเบียร์และตู้กดเบียร์ด้วยครับ
แนะนำสำหรับแฟน mikkeller ครับ แต่ถ้าไม่ได้เป้นแฟน ไม่แนะนำเพราะราคาสูงและไม่ค่อยคุ้มค่าครับ

Ramen To Biiru สาขา Nørrebro, Copenhagen
เบอร์โทร : +45 50 53 02 22
เปิด : จันทร์-พฤหัสบดี 12.00-21.00 ศุกร์-เสาร์ 12.00-23.00 อาทิตย์ 12.00-20.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Lake Wanaka – New Zealand 2014 ตอนที่ 9.2

    ออกเดินทางจากเมือง Omarama เราขับลงใต้เฉียงๆไปทางตะวันตก ประมาณ 110 กิโลเมตร ตามถนนทางหลวงหมายเลข 8 ก่อนจะแยกเข้าถนน 8A และ 6 เพื่อไปยังเมือง Wanaka อีกจุดชมวิวของเกาะใต้ โดยใช้เวลาไปเกือบๆ ชั่วโมงครึ่ง Lake Wanaka ทะเลสาบที่มีขนาดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ New Zealand มีพื้นรวม 190 ตารางกิโลเมตร อยู่ที่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 300 เมตร ซึ่งชื่อนั้นเป็นภาษาเมารี ผันมาจากคำว่า Oanaka มีความหมายว่า The place of Anaka (Anaka คือชื่อหัวหน้าชนเผ่าเมารีคนหนึ่ง) สำหรับกิจกรรมที่นี่ก็คือ เดินป่า ปีนเขา ล่องเรือ เล่นสกีและสโนว์บอร์ด ปั่นจักรยาน นอกจากนี้ก็ยังทัวร์อาหารและเครื่องดื่มด้วย สำหรับเราก็เหมือนเดิมครับ แวะมาถ่ายรูปเฉยๆ หะหะ โดยจุดที่เราไปจะมี 2 จุด คือ Eely Point…

  • |

    จิบเบียร์รสพระทำ Westvleteren ที่ร้านอาหารหน้าวัด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จาก Hops Museum ในเมือง Poperinge คณะของเราก็เดินทางกันต่อประมาณ 10 นาที ระยะทางใกล้ๆ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราก็คือโรงเบียร์ Trappist ชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren ที่อยู่ในวัด ที่ผลิตเบียร์ Westvleteren นั่นเอง ที่นี่ผลิตเบียร์ทั้งหมด 3 ตัว ก็คือ Blonde (Belgian Blonde), 8 (Belgian Dubbel) และ 12 (Belgian Quad) ซึ่งตัว 12 นี้เคยได้รับการโหวตให้เป็นเบียร์ที่ดีทุกสุดในโลกจากเว็บ ratebeer ด้วยครับ เอกลักษณ์อย่างนึงก็คือทั้งสามตัวจะไม่มีฉลากบนขวด จะแยกได้ก็ต้องดูบนฝา (Blonde-เขียว, 8-ฟ้า, 12-เหลือง) ซึ่งด้วยปริมาณที่ผลิตไม่มาก ทำให้เบียร์ Westy (ชื่อเล่นของเบียร์ Westvleteren) นั้นนอกเบลเยี่ยมค่อนข้างจะหายากพอสมควร และถ้ามี…

  • ชมซากุะที่สวน Maruyama Koen 円山公園 – Hokkaido ตอนที่ 10.3

    ช่วยบ่ายๆเย็นๆวันนี้เรานั่งรถไฟออกมาดูซากุระอีกที่ หลังจากที่เมื่อเช้าไปดูมาแล้วที่สวนโอโดริ สวน Maruyama อยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก ของใจกลางเมือง Sapporo นั่งรถใต้จากสถานี Odori ไม่กี่นาทีก็ถึง โดยนอกจากสวนแล้ว ถ้าเดินเข้าไปอีกก็จะมีสนามเบสบอลและสวนสัตว์อยู่ด้วย วันที่เราไปเป็นเย็นๆวันศุกร์จึงมีคนมาเยอะมาก เป็นการชมซากุระที่หอมที่สุดเพราะ เกือบทุกกลุ่มจะมีเต้าไฟปิ้งย่างเนื้อบ้าง บาร์บีคิวบ้าง แกล้มเบียร์แกล้มเหล้า เป็นบรรยากาศที่เพิ่งเคยมาเห็นเป็นครั้งแรก

  • |

    Tokyo Design Week 2015 ฮอลล์อื่นๆ

    ออกจากฮอลล์หลักแล้ว ก็เริ่มเดินต่อในส่วนฮอลล์ย่อย 4 ฮอลล์ครับ Professional, Young Creator, Robot & Interactive และ School ในส่วนของ School จะมีงานที่เป็น Outdoor ด้วยครับ จนครบก็ไปพักยกทานข้าวกันก่อน มีสองฝั่งครับ เป็นอาหารญี่ปุ่นพวก ราเม็ง ข้าวแกงกระหรี่ เนื้อย่าง ฝั่งนึง ส่วนอีกฝั่งเป็นอาหารฝรั่ง ตรงที่กินข้าวนี่ก็จะมีเวทีด้วย มีแสดงบ้าง สัมมนาบ้าง สลับๆกันไป ทานเสร็จก็เดินชมส่วนที่เหลือ พวกงานแสดง Outdoor ตู้คอนเทนเนอร์ของรายใหญ่ และห้องมืดสำหรับให้เด็กๆ ไปวาดรูปแล้วแสดงบนจอ

  • Brewpub Starboard คราฟท์เบียร์บาร์ใกล้สถานี Sannomiya – Kobe

    นอกจากในโอซาก้าแล้วในทริปนี้มีหนึ่งร้านที่แวะไปครับอยู่ที่เมืองโกเบ ร้านนี้มีชื่อว่า Starboard ครับ โดยร้านนี้เป็นร้านของแบรนด์เก่าแก่ของวงการคราฟท์เบียร์ญี่ปุ่น นั่นก็คือ Rokko Beer ซึ่งมีโรงผลิตอยู่ในเมืองเกโบนี่หละครับ Rokko Beer ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของผู้เริ่มต้นในวงการคราฟท์ญี่ปุ่น เริ่มกิจการหลังจากที่รัฐบาลได้มีการแก้ไขกฎหมายลดปริมาณขั้นต่ำการผลิต โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1997 ครับ แล้วก็มีหน้าร้านกระจายอยู่ในตัวเมือง ส่วน Starboard นี่เป็นเหมือนแบรนด์ใหม่ของโรงนั่นเอง สไตล์เบียร์จะทันสมัยมากขึ้นครับ ตัวร้านจะอยู่ไม่ไกลจาก Steakland ร้านเนื้อเจ้าดังที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกัน คืออยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสถานี Sannomiya ครับ ร้านอยู่บนชั้น 2 ของตึก PMPT เป็นตึกที่รวมร้านหลายๆ ร้านอยู่ หน้าร้านมีโต๊ะ 2-3 โต๊ะ พอเข้ามาด้านในก็ขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ

  • ยักษ์กะโจน ชิมปลาสดใหม่ส่งตรงจากชุมพร ถนนท่าแพ เชียงใหม่

    ทานข้าวเช้าเป็นข้าวมันไก่โกยี เสร็จผมก็กลับมายังที่พัก รอน้องๆ ทีมงานตื่น พอสายๆ พร้อมกันแล้วก็ไปทานข้าวกลางวันที่ร้านเปิดใหม่ชื่อ ‘ยักษ์กะโจน’ รับ ตัวร้านอยู่ในโครงการท่าแพอีสต์ บนถนนท่าแพใกล้ๆกับสะพานนวรัฐครับ ขนาดร้านไม่ใหญ่ มีโซนห้องแอร์หนึ่งห้องแล้วก็มีโต๊ะเล็กๆ อยู่ด้านนอกร้านอีกนิดหน่อย ร้านยักษ์กะโจนจะขายอาหารที่เน้นเมนูปลาเป็นหลัก ซึ่งปลาจะถูกจับมาด้วยวิธีประมงพื้นบ้าน จากทะเล จังหวัดชุมพร แล้วส่งขึ้นมาที่เชียงใหม่ ซึ่งแต่ละวันก็อาจจะมีปลาที่เปลี่ยนไป แล้วแต่ชาวประมงจะจับได้ ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะใช้เป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิค 


แสดงความคิดเห็น