|

รีวิวห้องพัก Airbnb ย่าน Vesterbro, Copenhagen

คราวก่อนเขียนถึงโรงแรมที่เล็กที่สุดในโลกซึ่งผมไปพักในคืนแรกวันที่มาถึง Copenhagen คราวนี้มาพูดถึงห้องพัก Airbnb ที่ผมมาพักอีก 4 คืนก่อนจบทริปครับ ตอนหาห้องหาอยู่ซักพักเหมือนกัน ส่งไปจอง 2-3 เจ้า เค้าไม่ตอบ จนมีเจ้านี้ตอบมา

ผมเลือกหาจากโลเคชันที่ใกล้สถานี Copenhagen แถวย่าน Vesterbro ซึ่งมีร้านเบียร์ เช่น Mikkeller และร้านอาหารน่าอร่อยหลายร้าน คือเป็นย่านเท่ๆ แห่งนึงของเมือง Copenhagen นั่นหละครับ จากสถานีเดินมาประมาณแค่ 450 เมตรเท่านั้น

วันที่ไปถึงคุณ Mie โฮสต์มาต้อนรับอย่างดีแล้วก็พาขึ้นไปบนห้อง ห้องเราจะเป็นห้องนอนแยกจากห้องใหญ่ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นและครัวครับ ซึ่งตอนที่ไปเค้ากำลัง renovate ห้องนิดหน่อย แต่ห้องนอนของเราสะอาดเรียบร้อยดี ส่วนห้องน้ำจะอยู่แยก เวลาจะเข้าก็เดินออกจากห้องนอนมาเข้าห้องน้ำของบ้าน

>> สมัคร Airbnb วันนี้รับฟรี 27 usd (ประมาณ 950 บาท) ครับ คลิกเลย

ตัวตึกที่พักครับ
บ้านเลขที่ 19B
เข้ามาถึงจะเป็นห้องครัวอยู่ขวามือครับ
อุปกรณ์ทำอาหาร
เตาและเครื่องชงกาแฟ
ห้องนั่งเล่นใหญ่
ห้องนอนของเราจะอยู่ซ้ายมือครับ
ที่แขวนเสื้อ
ตู้เก็บของ
คุณ Mie โฮสต์เตรียมข้อมูลการเที่ยวเมือง Copenhagen ไว้ให้ด้วย
ขนมและชา
ชั้นวางของ
โต๊ะอีก 1 ตัวครับ
ห้องน้ำ สะอาดดีครับ
โถส้วม
ฝักบัว

โดยรวมก็โอเคครับ ประทับใจ จริงๆ ถือเป็นครั้งแรกที่ผมพัก Airbnb แบบมี Host อยู่ด้วย ก็เขินๆ นิดหน่อย คือปกติไปแบบเค้าเอาห้องมาปล่อย นี่เจ้าของอยู่ก็แปลกๆ ดี แต่คุณ Mie ก็อัธยาศัยดี พูดคุยสนุกครับ
ถ้ามาคนหรือ 2 คน กำลังดีเลยครับที่นี่ ห้องนอนไม่เล็กไม่ใหญ่ เดินทางสะดวกครับ ลิงค์ไปห้องนี้

>> สมัคร Airbnb วันนี้รับฟรี 27 usd (ประมาณ 950 บาท) ครับ คลิกเลย

รายละเอียดที่พักคร่าวๆ ครับ

Similar Posts

  • |

    รีวิวเรียวกัง Kinugawa Grand Hotel

    เดินไปเดินมาในหมอกจนเริ่มเย็นก็ถึงเวลาที่จะเดินทางไปพักผ่อนครับ ที่พักของชาวคณะวันนี้เป็นเรียวกัง อยู่แถว Kinugawa-Onsen คือเดินทางขึ้นเหนือไปอีกนิด ใช้เวลานั่งรถบัสกลับจากทะเลสาบ Chuzenji มาราว 45 นาที แล้วก็นั่งรถไฟต่อ มาลงสถานี Kinugawa-Onsen อีก 45 นาทีได้ มาถึง Kinugawa-Onsen เวลายังไม่เย็นมากแต่ฟ้าก็มืดแล้ว สถานีเงียบสงบ หันทิศหาโรงแรมจนเจอแล้วเดินตาม google map ซึ่งก็พาไปเดินในทางแปลกๆ เล็กๆ โผล่มาใกล้โรงแรม คุณป้าคนญี่ปุ่นหัวเราะเบาๆ ทำนองว่า ทำไมไม่เดินถนนเส้นใหญ่มากัน โรงแรมของเราคืนนี้ชื่อ Kinugawa Grand Hotel เป็นตึกใหญ่ มีห้องพักทั้งแบบเรียวกังและแบบตะวันตก ตัวโรงแรมหรูหราดีครับ ถึงจะไม่ใหม่มาก แต่ก็สะอาดสะอ้าน ในราคาที่จองมามีอาหารเช้าและเย็นแบบ Kaiseki ให้ด้วย

  • โรงไวน์ Esk Valley, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 5.1

    เริ่มวันที่ 5 ของทริป เรายังอยู่ใน Napier, Hawke’s Bay โปรแกรมของเราวันนี้ก็เลยยังเป็นทัวร์โรงไวน์ต่อจากเมื่อวานที่ไป Church Road Winery มา โดยเราจะเที่ยวทั้งหมด 3 โรง แล้วก็เดินทางลงใต้ไปยังเมือง masterton เมืองเล็กๆระหว่างทางที่จะไป Wellington เมืองหลวงของ New Zealand โรงแรกที่เราจะไปคือ Esk Valley Winery เป็นหนึ่งในโรงที่อยากมาตั้งแต่ตอนจัดโปรแกรมที่บ้าน เพราะอ่านมาว่าเป็นโรงที่ยังทำไวน์แบบทำมือ (Premium hand-crafted) ยังไม่เป็นแบบอุตสาหกรรมมาก แล้วโลโก้ก็สวยดีมีดีไซน์ดี (มันเกี่ยวกับรสชาติไหม ?) ที่มีอายุกว่า 80 ปี โดยวินเทจที่ออกจำหน่ายคือ 1933 ซึ่งผลิตโดย Robert Bird เจ้าของดั้งเดิม สำหรับเจ้าของปัจจุบันเข้าซื้อกิจการตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา Esk Valley จะมี 2 แหล่งปลูก คือที่นี่ Hawke’s Bay กับ Marlborough ที่อยู่เกาะใต้…

  • |

    Hanamaru Sushi ซูชิสายพานเจ้าดัง สาขา Kitte สถานี Tokyo

    ซูชิสายพานร้านนี้ ‘Nemuro Hanamaru’ เป็นร้านที่ตั้งใจจะมาทานตั้งแต่วันแรกครับ แต่พอมาถึง โอโห้ คิวยาวขนาดนี้ ยอมแพ้เลย คราวนี้กลับไปอีกทีช่วงบ่ายสามโมงคิวก็สั้นลงเล็กน้อย แต่ก็ยังใช้เวลารอประมาณครึ่งชั่วโมงครับ พอตอนสามโมงครึ่งนี่ไม่มีคิวเลย Hanamaru เป็นร้านเชนอีกหนึ่งร้านครับ มีต้นกำเนิดจาก Hokkaido มีสาขาที่ Hokkaido อยู่ 10 ร้าน ส่วนในโตเกียวมี 3 ร้าน เป็นร้าน Kaiten Sushi (ซูชิสายพาน) 2 ร้านอีกร้านเป็น standing bar สาขาที่ผมไปนี่คืออยู่ในตึก Kitte เป็นห้างสรรพสินค้าใกล้สถานี Tokyo ครับ บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างโช้งเช้งนิดหน่อย พนักงานพาเราเข้าไปนั่งโต๊ะฝั่งซ้ายของสายพานครับ โดยเราอยากทานจานไหนก็หยิบลงมา หรือถ้าอยากทานเมนูที่ไม่ได้วนอยู่ในราง ก็สามารถสั่งกับพนักงานได้ ซึ่งเค้าสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควรครับ ไม่มีปัญหาในการสั่ง

  • |

    รีวิว Sakura Lounge (Japan Airlines) สนามบิน Haneda – Tokyo

    ทริปนี้ขากลับจาก Tokyo ก็ขึ้นที่สนามบิน Haneda  เป็นชั้นธุรกิจเหมือนตอนขามาครับ ผมค่อนข้างชอบ Haneda นะครับ มันเดินทางสะดวกดี ใกล้ดี สำหรับขากลับนี่เป็นไฟลท์ดึก ผมฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแถว  Shinjuku พอหัวค่ำก็แวะมารับกระเป๋า นั่งรถไฟสาย Yamanote มาลงที่สถานี Shinagawa แล้วนั่งสาย Keikyu ไปสนามบินก็อีกแค่ 13 นาทีครับ รวมๆ จาก Shinjuku ถึงสนามบินใช้เวลาราวๆ 45 นาที เท่านั้นครับ จากใต้ดินก็ขึ้นมาเช็คอินที่เคาท์เตอร์แถว F ครับ แล้วก็เข้าด่านตรวจความปลอดภัย เข้าช่องปกติ เพราะถามเจ้าหน้าที่แล้วว่า Fast Lane ต้องเป็นบัตรทองของสายการบินต่างๆ ครับ ตรวจไม่นานมาก็เข้ามาด้านในไปที่ Sakura Lounge ชั้น 4 ครับ

  • | |

    โรงเบียร์ Spring Valley, Daikanyama – Tokyo

    ร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาครับ ทีแรกตั้งใจว่าจะมาเดินโครงการ LOG Road ที่ย้าน Daikanyama ปรากฎมาถึง อ้าว เจอ Spring Valley ด้วยเฉยเลย มาถึงแล้วจะแค่ถ่ายรูปหน้าอย่างเดียวก็คงจะรู้สึกผิดเลยแวะจิบซักแก้วสองแก้วครับ Spring Valley เป็นแบรนด์ย่อยของ Kirin โดยชื่อนั้นเป็นชื่อเก่าดั้งเดิมของ Kirin ตั้งแต่สมัยก่อตั้ง พอเทรนด์คราฟท์เบียร์มาก็เลยจับมาแต่งตัวใหม่ มีร้านที่ Yokohama และ ที่นี่โครงการ Log Road ย่าน Daikanyama ครับ ตัวร้านจะมี 2 ชั้น ด้านนอกมีโต๊ะนั่งได้อีก 5-6 โต๊ะ ข้างในร้านเป็นโถงใหญ่แบบโรงเบียร์ เข้าไปข้างในเห็นถังหมักเบียร์ที่ตั้งใจโชว์เอาไว้เรียงรายทั้ง 2 ชั้นของร้านครับ วันที่ไปลูกค้าเยอะพอสมควร

  • |

    จิบเบียร์รสพระทำ Westvleteren ที่ร้านอาหารหน้าวัด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จาก Hops Museum ในเมือง Poperinge คณะของเราก็เดินทางกันต่อประมาณ 10 นาที ระยะทางใกล้ๆ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราก็คือโรงเบียร์ Trappist ชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren ที่อยู่ในวัด ที่ผลิตเบียร์ Westvleteren นั่นเอง ที่นี่ผลิตเบียร์ทั้งหมด 3 ตัว ก็คือ Blonde (Belgian Blonde), 8 (Belgian Dubbel) และ 12 (Belgian Quad) ซึ่งตัว 12 นี้เคยได้รับการโหวตให้เป็นเบียร์ที่ดีทุกสุดในโลกจากเว็บ ratebeer ด้วยครับ เอกลักษณ์อย่างนึงก็คือทั้งสามตัวจะไม่มีฉลากบนขวด จะแยกได้ก็ต้องดูบนฝา (Blonde-เขียว, 8-ฟ้า, 12-เหลือง) ซึ่งด้วยปริมาณที่ผลิตไม่มาก ทำให้เบียร์ Westy (ชื่อเล่นของเบียร์ Westvleteren) นั้นนอกเบลเยี่ยมค่อนข้างจะหายากพอสมควร และถ้ามี…


แสดงความคิดเห็น