|

The Fat Cow ร้านคราฟท์เบียร์เสิร์ฟพร้อมเบอร์เกอร์ – ลาดพร้าว 15

ร้านนี้เป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ว่าอยากมา แต่โซนลาดพร้าวนี่ก็ไม่ค่อยได้วนไปเลย คราวนี้มีธุระแถวนั้นพอดีก็สบโอกาสครับ แวะไปลองซะหน่อย ร้านนี้ชื่อว่า The Fat Cow อยู่ที่ปากซอย ลาดพร้าว 15 เดินทางด้วย MRT สะดวก ลงสถานีลาดพร้าวแล้วเดินย้อนกลับมาทางหัวถนน ประมาณ 400 เมตร จากสถานีครับ

วันที่ผมไปเป็นช่วงหัวค่ำลูกค้าแน่นร้านเลยทีเดียว ด้านในเต็มก็เลยนั่งรอด้านนอกร้านไปก่อน ซักพักโต๊ะว่างถึงได้ย้ายเข้ามาด้านใน ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก 1 ห้อง เปิดแอร์เย็นดี ลูกค้าเป็นคนไทยและชาวต่างชาติปนๆ กัน มองไปด้านนอกก็ดูรถติดบนถนนลาดพร้าว ฮ่าๆ

อาหารของร้านนี้จะเป็นอาหารฝรั่งครับพวกเบอร์เกอร์  ฟิชแอนด์ชิปส์ พาสต้า สลัด อะไรประมาณนี้ แต่ที่เป็นทีเด็ดคือคราฟท์เบียร์ครับ Fat Cow มีคราฟท์ไทยขายเยอะมาก หลายแบรนด์ เจ้าดังๆ อย่าง Eleventh Fort, X-Beer, Decsnob, Triple Pearl มหานครและอีกหลายยี่ห้อ ผมว่าน่าจะเป็นร้านที่เยอะอันดับต้นๆ เลยหละครับ

ด้านหน้าร้านครับ อยู่ปากซอยลาดพร้าว 15 เลย
บรรยากาศภายในร้านครับ ด้านในฝั่งขวามือจะเป็นบาร์ รวมๆ ที่นั่งได้ประมาณ 20 กว่าคนครับ
ฝั่งซ้ายมือเป็นโต๊ะสูง กำแพงเปลือยดิบๆ
หลังบาร์เป็นครัว
คราฟท์ไทยแน่นๆ ตู้ครับ เยอะมาก
รายการอาหาร
ลิสต์เบียร์
ผมลอง Elventh fort IPA เป็นตัวแรก กลิ่นหอมส้มๆ น้ำเบียร์สีเข้มหน่อย รสออกหวานตามด้วยความขมกำลังดี ซ่านิดๆ ดื่มลื่นมาก ชอบมากครับ
สำหรับอาหารผมทานเบอร์เกอร์ตัวที่ชื่อ The Fat Cow เลย แล้วก็เพิ่ม ชีสกับฟรายครับ ขนมปังนุ่มๆ แต่ไม่ร้อน เนื้อนุ่ม ผักเยอะดีครับ สดกรอบ มีผักกาดแก้ว มะเขือเทศ
ฟรายชิ้นหนา ร้อน แต่จืดไปนิด โรยเกลือเพิ่มแล้วทานกับซอสมะเขือเทศ เพลิน
ตัวต่อมาเป็น Outlaw Showdown IPA กลิ่นไม่ค่อยออกครับ น้ำเบียร์สีเข้ม ซ่า คลีนดี ไม่ขมมาก หวานนิดๆ
สุดท้ายก่อนกลับลอง Eleventh Fort อีกรอบเป็น Juniper Pale Ale จูนิเปอร์คือเบอรี่ที่ใส่ไปในเหล้า Gin เป็นคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ครับ สำหรับเบียร์ตัวนี้ ผมไม่ค่อยเจอกลิ่นเท่าไหร่ แต่รสชาติก็เหมือนดื่ม Gin นิดๆ ออกผสมหวาน ซ่า ขมนิด ดื่มลื่นเช่นกัน

เป็นร้านที่ผมรู้สึกว่าพนักงานเยอะมาก แล้วอัธยาศัยดีครับ น้องพนักงานบอกว่า เปิดมา 7 เดือนแล้ว ลูกค้าเยอะทุกวัน โดยรวมชอบครับ เบียร์เยอะดี เดินทางด้วย MRT ก็สะดวก แต่ถ้ามารถอาจจะลำบากเรื่องที่จอดหน่อย โซนลาดพ้าวร้านนี้ห้ามพลาดเลยครับ

The Fat Cow ปากซอยลาดพร้าว 15
เบอร์ : 092 556 2876
เปิด : 12.00-23.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • เฮียอ้วน อาหารป่า รามคำแหง 2 เขตประเวศ

    หลังจากแวะไปลองชิมอาหารป่าในโซนบ้าน 2-3 ร้าน คราวนี้ผมและเพื่อนๆ เดินทางไกลข้ามจังหวัดไปแถวบางนากันครับ เนื่องจากเพื่อนที่อยู่แถวนี้เชิญชวนให้มาลองอีกหนึ่งร้านอาหารป่า ร้านนี้มีชื่อ เฮียอ้วน อาหารป่า อยู่ในซอยเฉลิมพระเกียรติ 28 แยก 14 ไม่ไกลจากมหาลัยรามคำแหง 2 เท่าไหร่ครับ การเดินทางสามารถเข้าจากฝั่งอุดมสุขหรือเส้นบางนา-ตราด ก็ได้ครับ ตัวร้านเป็นโครงสร้างไม้ง่ายๆ แบบเปิดโล่ง ขนาดถือว่าใหญ่ประมาณนึง ด้านหลังร้าน ติดกับบ่อน้ำ ได้บรรยากาศบ้านทุ่งเล็กน้อย วันที่ผมไปมีช่วงเย็นวันธรรมดามีลูกค้าอยู่หลายโต๊ะเหมือนกันครับ

  • Sweet Poppy อาหารฝรั่งร้านอร่อยบรรยากาศชายทะเล – ถนนสามัคคี

    ไปร้านใกล้บ้านอีกร้านครับ ร้านนี้อ่านเจอครั้งแรกในนิตยสาร อ่านและดูรูปก็น่าสนใจ มีโอกาสก็เลยได้แวะไปลอง ร้านนี้ชื่อร้านว่า ‘SWEET POPPY’ ครับ ร้านอยู่ในถนนสามัคคี ถ้าเข้าจากฝั่งติวานนท์จะใกล้กว่า ตัวร้านเข้ามาจากปากทางนิดนึง ด้านในมีที่จอดกว้างขว้างพอสมควร ผมไปช่วงเย็นวันอาทิตย์คนเยอะเลยครับ แนะนำว่าควรโทรจองครับ ตัวร้านแบ่งเป็นสองโซนคือห้องแอร์และกระโจมฟางขนาดใหญ่แบบ open air ซึ่งตัวกระโจมนี้มีหน้าตาบรรยากาศ เหมือนอยู่ริมชายหาดเลยครับ คือมีบาร์อยู่ด้วยยิ่งทำให้เหมือนเข้าไปใหญ่

  • | |

    Chez Irie ร้านขนมเล็กๆน่ารักในเมือง Asahikawa – Hokkaido ตอนที่ 5.3

    ทานข้าวที่ Farm Chiyoda เสร็จก็ไปไหนต่อไม่ได้แล้วเพราะฟ้ามืดมากแล้วฝนก็ปรอยๆ ตอนแรกแว่บไปที่ Potato no oka แล้ว แต่หนาวมาก+อิ่มก็เลยไม่กินละ เดินทางกลับดีกว่า กลับมาใกล้เมือง Asahikawa ก็แวะร้านขนมเล็กๆร้านนึง ร้านนี้น่าจะเจอจากเว็บแนะนำร้านของการท่องเที่ยว Best from Hokkaido ซึ่งร้านอยู่ในโซนขอบๆเมือง อยู่แทรกๆปนๆกับบ้านทั่วไป ตัวร้านก็คือบ้านนั่นแหละครับ ร้านแบบนี้เค้าเรียกว่า patisserie ก็คือร้านพวกที่ขายขนม เค้ก เบเกอรี่ ประมาณนี้ นี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างของการเช่ารถขับเอง มาเที่ยวเอง เพราะเราจะสามารถไปร้านกุ๊กกิ๊กๆ น่ารักๆแบบนี้ได้

  • |

    2203 x Spiegelau x Captain Barrel ชิมเบียร์ในแก้วพิเศษที่ร้าน 2203

    มีโอกาสกลับไปร้าน 2203 อีกครั้ง ไปกันบ่อยมาก เนื่องจากทางร้านมักจะมีอีเวนต์ดีๆ เกี่ยวกับเบียร์จัดขึ้นประจำครับ เรียกว่าผมไปแทบจะทุกเดือนเลยหละครับ สำหรับคราวนี้ไม่ได้ไปแค่ดื่มเบียร์ แต่เป็นเรื่องของภาชนะที่ใส่เบียร์ วันนี้จะไปฟังเรื่อง “แก้ว” กันครับ งานที่ไปเป็นการจัดร่วมกันของ Great Earth ผู้นำเข้าแก้ว Spiegelau, Captain Barrel ผู้นำเข้าเบียร์เจ้าดัง อย่างแบรนด์ De Molen La Trappe เป็นต้น และทางร้าน 2203 เป็นเจ้าบ้าน เปิดร้านช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ต้อนรับทุกๆคนครับ ในงานก็จะมีแก้วมาทั้งหมด 4 แบบ แต่ละแบบก็จะเหมาะสำหรับเบียร์แต่ละสไตล์ครับ สี่แบบนี้ คือ Wheat, IPA, Stout และ Barrel Aged โดยทาง Spiegelau นั้นจากที่ทำแก้วไวน์ ก็ขยายขอบเขตมาสู่ฝั่งคราฟท์เบียร์ ซึ่งทั้ง 4 ดีไซน์นี้ก็มีการร่วมมือกับแบรนด์ดังๆ อย่างเช่น Dog Fish Head, Sierra…

  • Yellow Pug คราฟท์เบียร์บาร์ร้านสวย บรรยากาศดี ถนนวัวลาย เชียงใหม่

    เดินทางมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนสิงหาคมครับ หลังจากทานลาบควายกันที่ร้าน ลาบเก๊ายาง เรานั่งรถแดงไปกันที่ร้านคราฟท์เบียร์ชื่อ Yellow Pug ครับ ร้าน Yellow Pug เดิมทีอยู่โซนนอกเมืองหน่อย แแต่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่ใหม่โครงการ Weave ที่ปรับปรุงโรงน้ำแข็งเก่าให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับงานคราฟท์ต่างๆ ทั้งร้านกาแฟ ศิลปะ ร้านค้า รวมถึงร้านคราฟท์เบียร์ด้วยนั่นเอง ตัวโครงการอยู่ในซอยวัวลาย 3 ครับ ทางเข้าอาจจะดูเล็กหน่อย แต่ตัวอาคารใหญ่มาก เน้นสีปูนเปลือยเป็นหลัก พอเดินผ่านผ้าม่านยาวสูงเข้ามาภายใน ผมนี่ว้าวอยู่ในใจเลยครับ มันใหญ่ โปร่ง สวยงามมากๆ

  • |

    La Terrasse อาหารฝรั่งเศส เชียงใหม่

    ร้านที่สองต่อจากร้านเมื่อวาน (La Fourchette) ชื่อร้านว่า La Terrasse อยู่บนถนนคชสาร อยู่ฝั่งขวาของคูเมืองครับ ไม่ไกลจากตรงประตูท่าแพ สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดของร้านดวงกมลคือเลยทางเข้าร้านมาหน่อยก็จะเป็นลานจอด ตัวร้านเป็นเหมือนบ้านเอามาดัดแปลงเป็นร้านครับ มีโซนเอาท์ดอร์อยู่ด้านหน้าร้าน แล้วก็มีโซนในร้านอีกประมาณ 6-7 โต๊ะครับ ตัวร้านดูสว่างๆ สะอาดดี พนักงานต้อนรับน่าจะเป็นชาวฝรั่งเศส มาพาไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ครับ วันที่ผมไปเป็นเย็นวันศุกร์ โต๊ะด้านในร้านเต็มหมด แนะนำว่าให้โทรจองก่อนก็ดีครับ


แสดงความคิดเห็น