Where do we go คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – โชคชัย 4

อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่เปิดมาได้พักใหญ่ๆ แต่ผมเพิ่งมีโอกาสมาครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Where do we go’ อยู่ในซอยโชคชัย 4 สามารถเดินทางมาร้านได้จากหลายเส้นทางครับ มาจากลาดพร้าวก็ได้ รัชดาก็ได้ หรือจากเส้นเกษตร-นวมินทร์ก็เดินทางง่ายครับ

ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ไฟออกสลัวๆ ส่วนเบียร์นั้นมีเบียร์สดอยู่ 5 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีก 1 ตู้แช่ ที่ร้าน Where do we go นี่จะเน้นเป็นคราฟท์ไทยครับ แต่ก็มีคราฟท์นอกแซมๆ บ้างนิด นอกจากเบียร์ก็มีอาหารให้สั่งทานเป็นกับแกล้มด้วย

วันที่ผมไปลูกค้าเต็มร้านครับ มีโต๊ะยาวโต๊ะนึง แล้วก็โต๊ะเล็ก กระจายยู่ฝั่งขวา ตัวผมเองก็เลยมานั่งหน้าบาร์ คนเต็มร้าน แต่กแอร์ก็เย็นสบายดี วันที่ไปมีดนตรีสดเล่นอยู่ เป็นแบบคนนึงร้อง คนนึงเล่นกีตาร์ พอจบก็เปิดเพลงฝรั่งแนว pop rock ฟังสบายๆ

เลี้ยวมาปุ๊บ ก็จะเห็นป้ายร้านมีไฟอยู่
ด้านหน้าร้าน
ฝั่งขวามือมีซุ้มปิ้งย่างอยู่
ร้านเปิด 18.00-24.00 ทุกวันครับ
บรรยากาศภายในร้าน
บริเวณบาร์ครับ
มีดนตรีสดเล่นพอดี
เบียร์ขวดหนึ่งตู้ครับ
มีถั่วเสิร์ฟให้ฟรีครับ เค็มๆ มันๆ
รายการเบียร์สดวันนี้
รายการอาหาร
เบียร์แก้วแรกเป็น Pale Ale ของ Yaksa ที่ไปต้มาจากโรง Stone Head กัมพูชา กลิ่นไม่ค่อยออก รสออกบิสกิต หวาน ซ่า ขมบางๆ ตอนท้ายๆ
อีกแก้วเป็น Alpha Crucis ของ Holgate จากออสเตรเลียเป็นสไตล์ IPA ครับ หอมลิ่นฮอปส์ส้มชัด ซ่าดี ขมกำลังดี
สั่งอาหารมาทานเล่นสองอย่าง จานแรกเป็น คอหมูกรอบทอดครับ มันๆ รสออกเค็มๆ มีกระเทียมโรยมากรุบๆ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู้ด
อีกจานเป็นเนื้อย่าง นุ่มกำลังดี กลิ่นหอมควันๆ ครับ ตัวน้ำจิ้มแจ่วไม่เผ็ดมาก
ลองเบียร์คราฟท์ไทยทำที่เกาหลีครับ Orangey เป็น Stout ที่ทำโดยทีมเสรีเบียร์ (ลำซิ่ง, Changwon Express, มหานคร และ Sandport) หอมกาแฟ ชอคโกแลต ซ่า รสคั่วๆ บอดี้บางๆ ดราย
ปิดท้ายด้วย Wheat Of The Wall ของทีม Sandport ครับ บอดี้ออกเป็นวีทแต่มีรสขมของฮอปส์เยอะหน่อย ขมค้างเลยหละครับ

 

โดยรวมโอเคเลยครับ บรรยากาศร้านดี เบียร์มีให้เลือกพอสมควร ใครอยู่โซนนี้นี่สะดวกเลยครับ อาหารก็อร่อย มีเรื่องที่จอดรถอาจจะหายากหน่อย แต่ยังไงก็นั่ง taxi มาดีกว่าครับ เมาไม่ขับ

Where do we go โชคชัย 4
เบอร์ : 094 548 2326
เปิด : 18.00-24.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    New Kayaba ร้านกินดื่มได้อารมณ์คนท้องถิ่นซ่อนตัวอยู่หลังโรงรถ สถานี Kayabacho โตเกียว

    จบร้านหม้อไฟ Toyodaya กลุ่มของเราแบ่งกันเป็นกรุปเล็กๆ แยกกันเที่ยว ผมติดสอยห้อยตามไปกับทีมเบียร์จ๋าอีกหนึ่งร้านครับ อยู่แถวสถานี Kayabacho ครับ ที่นี่มีชื่อว่า New Kayaba ครับ เป็นร้านกินดื่มพร้อมกับแกล้มต่างๆ ฟังดูเหมือนจะเป็นร้านธรรมดาๆ แต่ร้านนี้ไม่ธรรมดาครับ คือพอมาถึงหน้าร้านก็จะงงๆ หน่อยว่ามีร้านอยู่จริงรึเปล่า เพราะด้านหน้าร้านเป็นเหมือนโรงจอดรถของบ้านคนปกติ หลังรถถึงจะมีประตูทางเข้าร้านครับ พอเข้ามาบรรยากาศนี่อื้ออึงเลย ลูกค้าเยอะมาก  ส่วนใหญ่ดูเป็นพนักงานออฟฟิศประมาณอย่างนี้ ไม่มีเก้าอี้เป็น บาร์ยืนทั้งร้าน

  • |

    TAP The Ale Project คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Mong Kok – Hong Kong

    จากงาน Beertopia วันที่ 2 ผมออกเดินทางมาที่ย่าน Mong Kok ย่านขายของวัยรุ่นยอดนิยม พวกเสื้อผ้า รองเท้านี่ติดกับเป็นแผงเลยครับ ค่อยๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงร้าน ‘TAP’ ที่ย่อมาจาก TAP The Ale Project บรรยากาศคืนวันเสาร์คนเยอะแน่นร้านครับ เกือบจะไม่ได้ที่แล้ว ได้ไปยืนอยู่ที่ปลายโต๊ะยาวกลางร้านครับ ได้เจอทีมคนไทยที่มาในงาน Beertopia ด้วยเช่นกัน ร้านนี้มีเบียร์สดทั้งหมด 18 แทป เป็นทั้งคราฟท์นำเข้าจากต่างประเทศผสมกับแบรนด์ที่ต้มในฮ่องกงครับ สำหรับอาหารก็มีเป็นของทานเล่นแล้วก็มีแซนด์วิชเป็น Signature ของร้านครับ ผมอิ่มแล้วเลยได้ลองแค่อย่างเดียว

  • Brouwerij de Molen ทัวร์และจิบเบียร์ที่โรงดังของเนเธอร์แลนด์

    เดินมาถึงวันที่ 4 ของทริป ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของผมและพี่ชายครับเนื่องจากติดธุระ (แต่ชาวคณะท่านอื่นๆ ยังอยู่ต่อนะครับ) เราออกเดินทางขึ้นเหนือจากเมือง Eindhoven ประมาณ 120 กิโลเมตร แล้วก็แวะเที่ยวที่เมือง Gouda ต้นกำเนิดของชีส Gouda นั่นเอง ที่นี่เราแวะดูการประมูลชีสที่จัตุรัสใจกลางเมืองแล้วก็แวะซื้อชีสจากตลาดนัดใกล้ๆ ครับ มีไซส์เล็กไส์ใหญ่หลายรส รวมถึงของทานเล่นอื่นๆ อย่างไส้กรอกแห้ง แฮม เป็นต้น เสร็จก็เดินทางกันต่ออีกนิดเดียวไปยังเมือง Bodegraven ที่อยู่ติดกัน เพื่อทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมโรงเบียร์ Brouwerij De Molen ครับ โดยเรารับประทานอาหารและเบียร์ ที่ด้านล่างขอกังหันนั่นเอง

  • Mikkeller SD โรงตัวเองแห่งแรกของแบรนด์ชานเมือง San Diego

    จาก Ale Smith เราเดินฝ่าฝนบางๆ ไปกันที่โรงที่สองของวันนี้ คือโรง Mikkeller San Diego ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้นครับ นับเป็นโรงแรกของแบรนด์ Mikkeller ก่อนหน้านี้ต้มที่โรงคนอื่นเป็นหลัก ที่นี่เริ่มกิจการในปี 2016 โดยโรงนี้เป็นโรงเก่าของ Ale Smith นั่งเอง บนถังหมักยังมีเขียนเอาไว้ว่า ทำ customize ให้กับ Ale Smith ด้วยครับ  สาเหตุหนึ่งที่ Mikkeller มาซื้อต่อก็เพราะตัว Mikkel นั้นรู้จักและคุ้นเคยกับ Peter Zein เจ้าของ Ale Smith (ในวิกิเขียนว่า Peter เคยให้คำแนะนำวิธีการพัฒนาตัว Coffee Stout ของ Mikkeller)

  • |

    POPEYE คราฟท์เบียร์บาร์ร้านดัง Tokyo

    ร้าน popeye นับว่าเป็นอีกหนึ่งร้านดังของโตเกียวครับ มีเบียร์สดมากถึง 70 แทป ! จะเยอะอะไรขนาดนั้น โดยจะเป็นทั้งคราฟท์ญี่ปุ่นและเบียร์อิมพอร์ตรวมกันครับ ร้านอยู่แถวสถานี Ryogoku ฝั่งๆ โซนตะวันออกของโตเกียวครับ อยู่ห่างจาก Akihabara แค่ 2 สถานีเท่านั้น ตัวร้านขนาดกลางๆ ประมาณ 3 ห้อง วันที่ไปนี่ลูกค้าแน่นร้านเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานออฟฟิศครับ นอกจากเบียร์แล้ว อาหารของร้านก็ดูน่าอร่อยหลายเมนูเลย มีเมนูที่เป็นกับแกล้มเยอะหน่อย มีหน้านึงเป็นรายการอาหารที่ใช้เบียร์ทำด้วย เสียดายวันที่ไปผมค่อนข้างอิ่ม เลยสั่งมาลองทานเล่นได้แค่อย่างเดียวครับ

  • Elsewhere คราฟท์เบียร์บาร์และร้านแผ่นเสียง สถานี BTS สนามเป้า

    มีโอกาสแวะไปร้านคราฟท์เบียร์ในโซนอารีย์อีกหนึ่งร้าน อาจจะไม่อารีย์ซะทีเดียวแต่ก็ไม่ไกลมาก ร้านอยู่ตรงสถานี BTS สนามเป้า ร้านนี้มีชื่อว่า Elsewhere ครับ ร้าน Elsewhere อยู่ในซอยข้างๆ ธนาคารกสิกรไทยสาขาสนามเป้าครับ ห่างจากทางลงรถไฟฟ้าแค่ 30-40 เมตร ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ต่อเติมข้างหน้าเป็นห้องกระจกออกมาหน่อยนึง ภายในร้านสลัวๆ วันที่ผมไปมีลูกค้าอยู่นิดหน่อยครับ จุดเด่นอย่างนึงของที่นี่ก็คือตกแต่งร้านด้วยปกแผ่นเสียง ซึ่งก็มีขายด้วย สามารถซื้อกลับได้ ที่นี่เปิดตั้งแต่เช้าครับ ช่วงเช้าขายกาแฟ พอเย็นก็มีคราฟท์เบียร์เสิร์ฟ โดยเป็นเบียร์สด 4 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีก 2 ตู้ มีเมนูกับแกล้มทานเล่นอีกนิดๆ หน่อยๆ


แสดงความคิดเห็น