The Booth จิบคราฟท์เบียร์แกล้มพิซซ่าในร้านเท่ๆ ย่าน Itaewon – โซล เกาหลี

ร้านสุดท้ายของทริปเกาหลีคราวนี้เป็นร้านของแบรนด์ดัง The Booth ผู้จัดงาน The Beer Week Seoul ด้วยนั่นเองครับ โดยจริงๆ แล้ว The Booth มีหลายสาขาทั่วกรุงโซล แต่ผมไปวันนี้เป็นสาขา Itaewon ครับใกล้สถานีเลย เดินจากร้านเนื้อย่าง Maple Tree House นิด
เดียว

ตัวร้านจะเดินเข้ามาชั้นบนผ่านร้านอาหาร Moghul ขึ้นมา แล้วก็ขึ้นบันไดเหล็กอีกชั้นก็จะเจอร้านครับ ที่นี่เป็นตึกเก่า ตกแต่งให้ดูลุยๆ ดิบๆ โชว์โครงสร้าง เหล็ก ปูนเปลือย อิฐอะไรอย่างนี้ หน้าร้านมีที่นั่งได้นิดหน่อย วันที่ไป อากาศเย็นสบายเลยครับ ผมนั่งโต๊ะหน้าติดทางเข้าร้าน

เบียร์สดวันที่ไปมีทั้งหมด 11 แทป เป็นเบียร์ของ The Booth เองอยู่ 4 ตัว ที่เหลือเป็นคราฟท์เบียร์นำเข้า พวก Mikkeller, To Ol, Evil Twin ประมาณนี้ครับ แล้วก็มีเบียร์ขวดให้ลองชิมอีกนิดหน่อย ส่วนอาหารก็จะมีของทานเล่นง่ายๆ อย่าง พิซซ่า และฟราย ครับ

ทางเข้าร้านครับ เดินขึ้นตามไปร้านอาหาร Moghul ไป
มีป้ายชี้ขึ้นไปอย่างนี้
ขึ้นบันไดทางฝั่งขวาที่มีไฟนีออนไลท์อยู่
ขาวมือเป็นโปสเตอร์กราฟิกของร้าน
โซนเอาท์ดอร์ด้านหน้าร้าน
เข้ามาปุ๊บก็จะเจอบาร์เลย
รายการเบียร์สดวันนี้
ฝั่งขวามือเป็นตู้แช่เบียร์ขวด
ของที่ระลึก เป็นแก้ว เสื้อยืด และ Growler
ฝั่งซ้ายมือของร้านเป็นลวดเหล็ก บนผนังโชว์อิฐ ดูดิบๆ
มีไฟนีออนไลท์สวยงาม ประทับใจงานนีออนไลท์ของเกาหลีมากๆ ครับ เนี้ยบสวย
หัวแทปเบียร์สด
ห้องด้านในฝั่งซ้ายมือ
ห้องฝั่งขวามือ ดูดิบๆ เช่นกัน
เมนูเบียร์
เมนูเบียร์
เมนูเบียร์
เมนูอาหาร
เบียร์แก้วแรกเป็น Gyunglidan Hipster Ale เป็นแบทช์ที่ The Booth ต้มกับ Evil Twin รสออกหวาน ซ่า ครีมๆ ฟรุตตี้ สดชื่น ทานลื่นดีครับ ชอบ
Taedonggang Pale Ale ตัวนี้ The Booth ต้มกับ Mikkeller หอม Fresh หวานอ่อนๆ ส้ม ขมกำลังดี ดื่มเพลินอีกแล้วครับ
ขอลองชิมพิซซ่าเค้าบ้าง แป้งบางๆ ร้อนนุ่ม ซอสมะเขือเทศอร่อย ชีสหนึบๆ เปปเปอโรนี่เค็มๆ
ชิ้นนี้เป็นแบบไม่มีหน้า ก็อร่อยดีครับ
ปิดท้ายด้วย Snowball Saison ของ To Ol รสหวาน สไปซ์ ขมอ่อน แอลกอฮอล์แรงนึกถึงพวกเบียร์ extra strong ครับ

สาขานี้ตัวร้านเท่ สวยงาม เดินทางมาสะดวกครับ แล้วก็ใกล้โซนร้านอาหารอะไรพวกนี้ด้วย ซีเลคชันเบียร์ก็โอเค พิซซ่าอร่อย
เป็นอีกร้านที่น่าแวะมาของโซลครับ

The Booth สถานี Itaewon
เบอร์ : 1544-4723
เปิด : จันทร์-ศุกร์ 17.00-01.00 เสาร์ 14.00-01.00 อาทิตย์ 14.00-23.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Brewpub Têtard Vallée คราฟท์เบียร์บาร์และกาแฟ สถานี Tanimachiyonchome – Osaka

    ร้านคราฟท์เบียร์สุดท้ายของทริปโอซาก้าครั้งนี้ชื่อร้านว่า Brewpub Têtard Vallée ครับ เป็นร้านที่ผมเดินทางไปช่วงบ่ายๆ ของวันที่จะเดินทางกลับไทยในตอนกลางคืน กระเป๋าก็ฝากโรงแรม แล้วก็ออกมาหาเบียร์จิบซักหน่อยนึง ร้านอยู่ห่างจากสถานี Tanimachiyonchome ประมาณ 450 เมตรครับ ตัวร้านขนาดสองห้องค่อนข้างใหญ่พอสมควร ร้านเปิดตั้งแต่กลางวันครับ เพราะมีเสิร์ฟอาหารและกาแฟด้วย วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดา พอมีลูกค้านิดหน่อย 2-3 โต๊ะ สำหรับเบียร์มีทั้งหมด 6 แทปซึ่งต้มที่นี่ทั้งหมดครับ ตัวห้องต้มจะเป็นกระจกอยู่ด้านหลังของร้าน ซึ่งวันที่ผมไปก็กำลังต้มอยู่พอดีครับ กลิ่นมอลต์นี่หอมอวลไปทั่วร้าน ความพิเศษอีกอย่างก็คือ Brewer เป็นผู้หญิงด้วยครับ

  • |

    Niche Beer Ville เลียบทางด่วน

    – ปิดกิจการแล้วครับ – ช่วงนี้ได้ออกไปลุยร้านเบียร์ติดๆกันมาครับ วันก่อนเพิ่งไป The Pintsman ที่สีลมมา วันนี้มาโซนนอกเมืองหน่อย ร้าน Niche Beer Ville แถวเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราครับ ร้านนี้จะมีสาขาอยู่ที่ The nine ตรงพระราม 9 ครับ ร้านนั้นจะชื่อ Niche Cafe ร้านจะเล็กกว่าที่นี่ครับ สำหรับที่นี่จะใหญ่หน่อย มีลานจอดรถกว้างขวางอยู่ด้านหน้าร้าน ตัวร้านก็จะมีโซน indoor และ outdoor ครับ วันที่ไปเราเลือกนั่งข้างนอก ลมพักเย็นสบายดี ส่วนด้านในจะมีวงเล่นสดเบาๆ ด้วย บรรยากาศร้านก็จะตกแต่งสไตล์ชนบทของยุโรป เหมือนโรงนาอะไรประมาณนั้นครับ รายการเบียร์ขวดมีเยอะมาก เป็นแผ่นเบ้อเริ่ม ส่วนเบียร์สดก็มีหลายชนิดเช่นกัน วันที่ไปบางตัวหมด แต่ก็มีบางตัวที่อยู่นอกเมนู น้องพนักงานอธิบาย แนะนำแต่ละตัวเป็นอย่างดีครับ ด้านอาหารก็มีหลากหลายเมนู ทั้งฝรั่ง ไทย และฟิวชัน ตอนแรกดูราคาก็รู้สึกว่าราคาเอาเรื่องนิดหน่อย แต่พอยกมาเสิร์ฟก็โอเค เพราะจัดวางมาอย่างสวยงาม ปริมาณพอสมควร และรสชาติก็อร่อยดีครับ

  • | |

    Warpigs Brewpub บาร์บีคิวและคราฟท์เบียร์ Copenhagen

    ร้าน Warpigs Brewpub เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 2 แบรนด์ Mikkeller และ 3 Floyds ทำเป็น Brewpub ที่มีอาหารรมควันสไตล์ Texas เป็นหลัก แล้วก็มีเบียร์ตัวที่ต้มที่นี่เสิร์ฟแบบสดพร้อมกับแบรนด์อื่นๆ รวม 20 แทป ร้านอยู่ในโซนที่ชื่อว่า Meatpacking District ครับ ไม่ไกลจากสถานี Copenhagen Central Station คือเดินประมาณ 700 เมตร แล้วก็ไม่ไกลจากร้าน Mikkeller Bar ด้วยครับ ประมาณ 550 เมตรเท่านั้นเอง ตัวร้านเป็นห้องยาวๆ มีกระจกใสเห็นข้างใน ตัวอาคารเคยเป็นโรงเชือดมาก่อน คือบริเวณนี้เคยเป็นย่านซื้อขายเนื้อสัตว์ก็เลยมีชื่อว่า Meatpacking District ซึ่งบริเวณรอบๆ ก็จะมีร้านอาหาร เท่ๆ สวยๆ อยู่หลายร้านเลย

  • |

    Blue Bar Brew & Bistro คราฟท์เบียร์บาร์แกล้มอาหารอร่อยๆ – ถนนนางลิ้นจี่ ช่องนนทรี

    มีโอกาสได้รับเชิญไปร่วมชิมอาหารและเบียร์มาเมื่อวันก่อนครับ ร้านที่ไปมีชื่อว่า Blue Bar Brew & Bistro ตัวร้านอยู่บนถนนนางลิ้นจี่ ใกล้ๆกับถนนจันทน์ หรือมาจากเย็นอากาศ หรือ รัชดาภิเษกฝรั่งพระราม 3 ก็สะดวกครับ (จริงๆ แถวนี้ผมไม่ค่อยได้มาเลยนานๆ มาที) ตัวร้านขนาดไม่ใหญ่มาก มีสองโซนคือเอาท์ดอร์และโซนห้องแอร์ ตกแต่งด้วนพวกป้ายโฆษณา เพลทเหล็ก และโปสเตอร์สไตล์ย้อนยุคเต็มกำแพงร้านครับ ผมไปช่วงหัวค่ำของวันธรรมดา มีลูกค้าอยู่สองสามโต๊ะ พอดึกๆ หน่อยก็เริ่มมีทยอยมาเพิ่มนิดหน่อยครับ ที่ร้าน Blue Bar มีแทปเบียร์สด 2 ตัว วันที่ไปจัมป์ FreshSqueezed ของ Deschutes และก็ Vengeful IPA ของสโตนครับ ส่วนเบียร์ขวดก็มีให้เลือกลองพอสมควร มีทั้งคราฟท์ไทยและคราฟท์นอก รวมถึงลาเกอร์เจ้าใหญ่ก็มีครับ

  • |

    กินแซ่บ เชียงราย อาหารอร่อยในบ้านไม้โบราณพร้อมคราฟท์เบียร์ เชียงราย

    หลังจากทานน้ำเงี้ยว ป้าสุขเสร็จ ผมก็เดินทางไปยังร้านดัง ชีวิตธรรมดา คนแน่นเหมือนคราวก่อน มีอัพเดตก็คือทางร้านมีคราฟท์เบียร์จำหน่ายแล้วด้วยครับ  จากนั้นก็เดินทางเข้าที่พัก ช่วงค่ำๆ ก็ออกไปเดินที่ถนนคนเดินแล้วก็ไปยังหนึ่งในร้านเป้าหมายของทริปนี้ นั่นก็คือร้าน กินแซ่บ เชียงราย ครับ ร้านกินแซ่บอยู่ในซอย สันโค้งน้อย 2 ครับ ซอยไม่ใหญ่มากวิ่งจนสุดซอยก็จะเจอร้านอยู่ทางฝั่งขวามือ เป็นบ้านไม้หน้าตาโบราณสวยงาม เปิดไฟสว่างตั้งอยู่ตรงกลางที่ดินครับ

  • Mikkeller SD โรงตัวเองแห่งแรกของแบรนด์ชานเมือง San Diego

    จาก Ale Smith เราเดินฝ่าฝนบางๆ ไปกันที่โรงที่สองของวันนี้ คือโรง Mikkeller San Diego ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้นครับ นับเป็นโรงแรกของแบรนด์ Mikkeller ก่อนหน้านี้ต้มที่โรงคนอื่นเป็นหลัก ที่นี่เริ่มกิจการในปี 2016 โดยโรงนี้เป็นโรงเก่าของ Ale Smith นั่งเอง บนถังหมักยังมีเขียนเอาไว้ว่า ทำ customize ให้กับ Ale Smith ด้วยครับ  สาเหตุหนึ่งที่ Mikkeller มาซื้อต่อก็เพราะตัว Mikkel นั้นรู้จักและคุ้นเคยกับ Peter Zein เจ้าของ Ale Smith (ในวิกิเขียนว่า Peter เคยให้คำแนะนำวิธีการพัฒนาตัว Coffee Stout ของ Mikkeller)


แสดงความคิดเห็น