จิบเบียร์เบลเยี่ยม St Feuillien ที่ฐานทัพ Captain Barrel

เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำเบียร์ ‘St Feuillien’ ที่ทางผู้นำเข้า Captain Barrel จัดขึ้นครับ วันที่ไปนี่คือมีงาน Open House ของทางบริษัทที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณร้านค้าอยู่แล้ว ปีนี้มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นคือชวนสื่อมาพูดคุยกับแบรนด์เบียร์ด้วยครับ

St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ ว่า ซานฟูเยน เป็นแบรนด์จากเบลเยี่ยมครับ เป็นโรงเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี 1873 ปัจจุบันยังเป็น Family owned คือไม่มีกลุ่มทุนมาถือหุ้นเจ้าของคนปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 ของตระกูล ซึ่งรุ่นที่ 5 ก็เข้ามาช่วยทำงานในโรงแล้วด้วยครับ เบียร์จากแบรนด์มีหลายตัวหลายสไตล์ ซึ่งแน่นอนว่าคาแรคเตอร์จะออกสไตล์เบลเยี่ยม

โดยที่นี่จะมีเบียร์แบบที่คลาสสิค สูตรแบบดั้งเดิม ทำแบบดั้งเดิมแบบนี้จะเป็น Abbey Beer คือเหมือน Trappist Beer แต่ปัจจุบัน ไม่ได้มีพระเป็นผู้ผลิตแล้วนั่นเองครับส่วนอีกแบบที่ St Feuillien ก็คือจะเป็นเบียร์สไตล์ใหม่ๆ ที่โรงคิดค้นขึ้น คือมีความเป็นเบลเยี่ยมแต่ก็ผสมผสานเทนนิคแบบเบียร์ในปัจจุบันเข้าไปด้วย อย่างเช่นมีการ Dry Hops เพิ่มเติมซึ่งเป็นวิธีในการทำเบียร์สมัยใหม่

เข้ามาในซอยเหลือสุขซอยเล็กจากสุขุมวิท 50 ประมาณ 240 เมตร ก็จะถึงฐานของ Captain Barrel ครับ
ด้านหน้าวันนี้ทีมงานกำลังเตรียมพื้นที่เพื่อจัด Open House ของบริษัท
ตู้แช่และหัวแทปฝั่งขวา
ฝั่งซ้ายเป็นแทปของ St Feuillien และ Grisette
ด้านหน้ามีบูทของแก้ว Spiegelau
เรามานั่งกันที่ห้องชั้นบนครับ ทีมงานจัดแก้วไว้ทั้งหมด 6 ใบ
วันนี้เราจะชิมกันทั้งหมด 6 ตัวครับ
คุณไปท์ Captain Barrel กล่าวก่อนเริ่มงานครับ
คุณ Pierre Hensenne เป็น Export Manager ของ St Feuillien ซึ่งจะเป็นผู้มาเล่าถึงประวัติและรายละเอียดของเบียร์แต่ละตัวให้เราฟังในวันนี้ครับ
เริ่มตัวแรกก็แรงไม่เบาครับ 7.5% St Feuillien Blonde เป็นสไตล์ Belgian Strong Ale กลิ่นหอมหวานเหมือนขนม จิบแล้วได้รสแบบพวกสมุนไพร เครื่องเทศ หวานคาราเมลนิดๆ แล้วก็มีรสของชะเอม(liquorice) ตอนจบค่อนข้างดราย
แก้วที่ 2 เป็นสไตล์ Abbey Tripel ตัวนี้รสออกหวาน มีความฟรุตตี้ ผสมกับสไปซ์ น้ำเบียร์คลีน และซ่าครับ คุณ Pierre เล่าให้ฟังว่าใช้เทคนิค 2nd Ferment ในขวด ซึ่งขวดแมกนั่มหรือไซส์ 1500ml นั้นจะเหมาะที่สุด ตัวนี้จึงมีแต่ขวดใหญ่
ตัวต่อมาที่ได้ชิมชื่อ Grand Cru เป็นสไตล์ Belgian Strong Ale แอลกอฮอล์ 9.5% เป็นเบียร์ที่โรงเพิ่งเริ่มผลิตเมื่อปี 2011 ซึ่งใช้วิธีการและเทคนิคสมัยใหม่ มีรสหวานนิดๆ ขมหน่อยๆ เหมาะกับการแพริ่ง ตัวนี้เค้าแนะนำให้ดื่มได้เลย ไม่ต้องเอจ
ต่อมาเป็น Saison ครับ ตัวนี้ก็มีการใช้เทคนิคใหม่ๆ อย่างการดรายฮอปส์ กลิ่นซับซ้อน กลิ่นหอมหวาน caramel ซ่า ค่อนข้างดราย สำหรับการทำให้เบียร์ใสไม่ได้กรอง แต่ใช้วิธีเหวี่ยงตะกอนด้วยเครื่อง centrifugal
แก้วที่ 5 Brune 8.5% สไตล์ Belgian Dubbel กลิ่นหวานๆ อีกหนึ่งตัว มีรสคาราเมลและชะเอม ไม่ค่อยขมออกไปทางมอลตี้
สุดท้ายแก้วที่ 6 คือตัวพิเศษที่ชื่อ Limited Edition ซึ่งแต่ละปีก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ของปี 2017 นี้เป็น Barley Wine ครับ เค้าไม่ได้หมักในถังไม้ แต่ใช้วิธีใส่ไม้ชิ้นๆ ลงไปแทนโดยที่ใส่ไปเป็นต้น Acacia กลิ้นทอฟฟี่ คาราเมล รสหวานมีคั่วไหม้อ่อนๆ
พอครบเซ็ต 6 ตัวแล้วก็ยังมีแถมให้ชิมอีกสองตัวครับ เป็น Belgian Coast IPA ที่ได้เทคนิคมาจากตัว West Coast IPA ของ Green Flash และ วิทเบียร์ทานง่ายแบรนด์ย่อยของซานฟูเยน Grisette ได้ลองจิบไปหน่อย หอมกล้วยๆ ค่อนข้างดราย ซ่า สดชื่น ดื่มง่ายดีครับ
รวมหมู่ที่ชิมไปวันนี้ มึนใช้ได้เลยครับ

ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจครับ ใครอยากลองเบียร์โลกเก่าคลาสสิคๆ สไตล์เบลเยี่ยมถ้าเจอ St Feuillien ก็หยิบลองได้เลย หรือถ้าเจอตัวใหม่ๆ ของแบรนด์ ก็น่าลองดูครับว่าเบียร์ออกแนวไฮบริดผสมผสานวิธีการ วัตถุดิบ โลกเก่า โลกใหม่เข้าด้วยกันผลลัพธุ์มันจะเป็นยังไง ขอขอบคุณ Captain Barrel อีกครั้งที่ชวนไปชิมและฟังประวัติของเบียร์และโรง St Feuillien ครับ

Similar Posts

  • |

    Dock No. 13 จิบคราฟท์เบียร์ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา – ถนนพระอาทิตย์

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีโอกาสไปร่วมงานเปิดร้านใหม่แถวถนนพระอาทิตย์ครับ จะเรียกว่าร้านใหม่ก็ไม่เชิง จริงๆ คือเป็นโซนเอาท์ดอร์ของร้าน Sheepshank เค้าปรับปรุง ตกแต่งเพิ่มเติมแทปเบียร์สดสำหรับคราฟท์เบียร์ โดยโซนนี้มีชื่อว่า Dock No.13 ครับ โลเคชันของที่นี่ค่อนข้างสวยงาม คือติดแม่น้ำเจ้าพระยาเลยครับ มองเห็นสะพานพระราม 8 เป็นวิว บรรยากาศดี วันที่ไปอากาศอ้าวฝนนิดหน่อย ถ้าชอบเย็นๆ ก็เข้าไปนั่งด้านในร้าน Sheepshank ที่ติดแอร์ได้ครับ เย็นสบาย เนื่องจากเป็นวันเปิดเบียร์ที่มาก็ค่อนข้างพิเศษหน่อยโดยจะเบียร์สดจากแบรนด์ Heretic ทั้งหมด 9 ตัว และก็ยังมีคราฟท์ไทยแบรนด์อุดมสุขอีก 4 ตัว ขนาดจิบแค่ตัวละนิดละหน่อยแบบเทสต์ไฟลท์ จบงานนี่มึนใช้ได้เลยหละครับ

  • Aoi Brewing TAP&GRILL แทปรูมในโครงการ Global Gate – Nagoya

    คราฟท์เบียร์ร้านที่สองของทริปนาโกย่านั้น อยู่ข้างล่างโรงแรมที่พักของผมเลยครับ Nagoya Prince Hotel Sky Tower คือด้านล่างของโรงแรมเป็นโครงการชื่อ Global Gate มีร้านอาหาร ร้านขายของ รวมๆ กันอยู่ และก็มีร้านเบียร์ที่ชื่อว่า Aoi Brewing ครับ Aoi Brewing เป็นแบรนด์คราฟท์เบียร์จากเมือง Shizuoka ส่วนที่ร้านนี้เป็นแทปรูมและก็มีอาหารขายด้วยครับ ตัวเบียร์มีทั้งหมด 10 แทป เป็นของทางร้านเอง 5 ตัว อีก 5 ตัวเป็นแบรนด์อื่นๆ (อย่างเช่น Yona Yona) วันที่ไปเป็นช่วงกลางวันครับ เป็นวันที่พายุเริ่มเข้าแล้ว ไม่สามารถไปไหนได้ ร้านนี้เปิดอยู่ก็เลยแวะชิมซะหน่อย ในร้านก็มีพนักงานร้านอื่นๆ มานั่งจิบด้วย น่าจะเพราะติดพายุ เดินทางกลับบ้านไม่ได้เช่นกัน

  • Mikkeller Baghaven โรงเบียร์เปรี้ยวในโกดังเก่าริมน้ำ โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก

    ทริปต่างประเทศทริปสุดท้ายก่อนเกิดการระบาดของ Covid-19 นั้น  ผมและพี่ชายเดินทางไปยังเมืองโคเปนเฮเกนอีกครั้งครับ จุดหมายของเราก็คืองานเบียร์เปรี้ยว Mikkeller Wild Ale Celebration นั่นเองครับ เราออกเดินทางจากกรุงเทพคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แวะเปลี่ยนเครื่องที่ฟินแลนด์ ถึงเดนมาร์กเช้าตรู่ 7 โมงครึ่ง แล้วก็เดินทางไปโรงแรม นอนต่อก่อนครับ ฮ่าๆ เราพักที่ Scandic Kødbyen ซึ่งอยู่ย่าน Vestrobro ใกล้กับที่จัดงาน MBCC เป็นโรงแรมยอดนิยมของคนที่มางาน MBCC นั่นเองครับ ตื่นมาก็ทานข้าวที่ร้าน Kødbyens Fiskebar ซึ่งเคยมาทานเมื่อปีก่อน จนได้เวลาก็ไปรวมตัวกันที่หน้าร้าน Warpigs Brewpub เพื่อเตรียมขึ้นรถทัวร์เดินทางไปยัง Mikkeller Baghaven ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 7 กิโลเมตรครับ

  • | |

    Bunker สาธร – Deschutes A Unique Pairing Event

    เมื่อเดือนก่อนได้ไปร่วมงานที่ร้าน Bunker แถวสาธรมาครับ เป็นงาน Food pairing กับเบียร์ งานนี้จัดโดยทางร้านร่วมกับ Beervana ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์เจ้าใหญ่ของบ้านเรา เป็นมื้อเย็นที่จะเสิร์ฟอาหาร 4 จาน ฝีมือเชฟ Arnie Marcella แต่ละจานก็มีจะเบียร์ Deschutes, Stones และ Anderson Valley  เสิร์ฟมาด้วยกัน อาหารแต่ละจานขนาดกำลังดี มีจานสุดท้ายชิ้นใหญ่กินเกือบไม่หมดครับ สำหรับบรรยากาศร้านเป็นเหมือนตึกเก่ามารีโนเวท มีปูนเปลือยเป็นพระเอกของตึก ดูดิบๆ แข็งๆ แล้วก็มีพวกเหล็กสลับๆ ที่ผมชอบอีกอย่างก็คือทางร้านจัดไฟได้สวยงามครับ ลงตัวดีมาก

  • Craft Beer Base Bud ร้านคราฟท์เบียร์ชั้นใต้ดินพร้อมอาหารอร่อยๆ – Osaka

    ร้าน Craft Beer Base เป็นคราฟท์เบียร์บาร์ที่มีถึง 4 สาขาใน Osaka ครับ สำหรับสาขาแรกที่ผมแวะไปนั้นชื่อว่า Craft Beer Base Bud อยู่ที่ชั้นใต้ดิน B2F ของตึก Osaka Ekimae Daiichi ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของสถานี Umeda ครับ หน้าร้านจะโล่งๆ ไม่มีประตู คือเป็นห้องชั้นใต้ดินแล้วก็เปิดกว้างๆ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีโต๊ะยืนดื่ม และก็โต๊ะนั่งเล็กๆ อยู่ริมกำแพงครับ วันที่ไปเป็นวันเสาร์ช่วงเที่ยงๆ แต่ลูกค้าแน่นครับวันนี้ มีทั้งคนแก่ คนหนุ่ม เพราะเค้ามีงานรวมเบียร์ IPA ลูกค้าเลยเยอะครับ เป็น American ซะ 6 หัว อีกสองหัวเป็น Mikkeller จาก Denmark สำหรับอาหารที่นี่มีค่อนข้างเยอะครับ เน้นเป็นอาหารฝรั่งพวกไส้กรอก แกะ ฟิชแอนด์ชิปส์ ซึ่งผมยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงก็เลยได้ทานกันเพียบ ได้ลองกันหลายเมนู แต่อาหารก็ออกช้านิดนึงเพราะลูกค้าค่อนข้างเยอะครับ

  • | |

    Ye Olde Buffalo Tavern อาหารเช้าแบบฝรั่ง หัวหิน

    อาหารเช้ายอมนิยมของหัวหินก็คงจะหนีไม่พ้นร้านเจ๊กเปี๊ยะ หรืออย่างร้านโจ๊กฮิตๆ เช่น เจ๊แอ้ม แต่คราวนี้ไปลองหาอาหารฝรั่งทานกันดูบ้างครับ ร้านที่ไปวันนี้ผ่านหลายทีแล้ว ส่วนมากจะผ่านตอนกลางคืน ก็จะเห็นคนมานั่งดื่มเบียร์กันมากกว่า ร้านชื่อ Ye Olde Buffalo Tavern บางทีในเน็ตจะเจอคำว่า Buffalo Bills คือร้านเดียวกันครับ ร้านอยู่ในซอย หัวหิน 55 (ชมสินธุ์) วิ่งจนจะถึงหาด ร้านจะอยู่หัวมุมฝั่งขวาครับ อาจจะต้องจอดรถตั้งแต่กลางๆ ซอย 55 แล้วเดินมาครับ เพราะแถวร้านไม่มีที่จอด กลางคืนเค้าจะมากินสเต็ค พอร์คชอป แกะ อะไรอย่างนี้กัน เห็นมีเบียร์ foster ขายด้วย แต่ผมมาเช้าก็ต้องจัด Full English Breakfast ให้เข้าบรรยากาศร้านสไตล์อังกฤษครับ แต่ถ้าอยากกิน ตอนบ่ายตอนเย็นเค้าก็ทำขายนะครับ เป็นแบบ All Day Breakfast ครับ


แสดงความคิดเห็น