Heart Of Darkness Brewery เยี่ยมชมโรงคราฟท์เบียร์เจ้าดังของ Ho Chi Minh – ประเทศเวียดนาม

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมานั้นวงการคราฟท์เบียร์ในไทยโตขึ้นมาก คนดื่มมากขึ้น ยี่ห้อเบียร์มากและหลากหลาย รวมถึงคราฟท์ไทยหลายสิบเจ้าก็ออกไปต้มจากเมืองนอกแล้วนำเข้ามาเพราะบ้านเรายังไม่อนุญาติให้ผลิตเบียร์ในปริมาณน้อยๆ ต้องทำเป็นระดับอุตสาหกรรมอย่างเดียวครับ

ในขณะที่เพื่อนๆ โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รอบบ้านเรานั้นผลิตได้ ซึ่งประเทศที่ตลาดโตไม่แพ้เรา และก็มีโรงคราฟท์เบียร์เปิดเยอะที่สุดก็คือเวียดนามนี่เอง ขณะที่เขียนนี้มีเจ้าดังๆ น่าจะคุ้นหูคนไทยสายคราฟท์เบียร์ อยู่สองเจ้า เจ้าแรกชื่อ Pastuer Street และโรงที่ผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมอีกแห่งนั่นคือ Heart Of Darkness ครับ

Heart Of Darkness มี Taproom หน้าร้านของตัวเองอยู่บนถนน Ly Tu Trong ส่วนตัวโรงที่ต้มอยู่ในเขตอุตสาหกรรม VSIP ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 22.5 กิโลเมตรครับ โดยวันที่เดินทางไปนั้นผมนั่งรถตู้ออกจาก Taproom ไปที่โรงนั่นเองครับ

Heart Of Darkness ก่อตั้งโดย John Pemberton เมื่อปี 2016 John เป็นชาวออสเตรเลีย ไปโตที่อังกฤษ และระหว่างที่อยู่ในนิวยอร์ค เค้าได้ลองชิมคราฟท์เบียร์แล้วก็ติดใจ จากนั้นเค้าต้องย้ายไปอยู่จีนซึ่งไม่มีคราฟท์เบียร์ (ณ เวลานั้น) ก็เลยเริ่มทำเบียร์แบบ homebrew จนสุดท้ายตัดสินใจมาเปิดโรงกับหุ้นส่วนอีกสองคนที่ Ho Chi Minh นี่เองครับ

ปัจจุบัน Brewmaster ของ Heart Of Darkness คือ Duane Morton ชาว New Zealand ต้มเบียร์ตัวหลักๆ ประมาณ 5-6 ตัว แบทช์ละ 1,000 ลิตร แล้วก็จะมีแบทช์เล็กที่เป็นตัวพิเศษ ตัวทดลอง ต้มครั้งละ 60 ลิตร เบียร์ทั้งหมดยังมีแต่แบบสด ส่งไปขายที่ Taproom ของโรงและร้านอื่นๆ ในเวียดนามรวมถึงในไทยตอนนี้ก็มีส่งมาขายแล้วครับ

บริเวณทางเข้า
อุปกรณ์ต้มอยู่ด้านในครับครับ คือตัวโรงนี่เค้าไปเช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมประมาณนั้นครับ
ติดโปสเตอร์ขนาดใหญ่ของเบียร์แต่ละตัวเอาไว้
ชุดหม้อต้มขนาด 1000 ลิตร
ถังหมักครับ ไซส์พันลิตรจะอยู่ข้างหลัง ด้านหน้าจะเป็นไซส์เล็กๆ ไว้ทำตัวทดลองและตัวพิเศษ
ไซส์น่ารักมากๆครับ
มีบอร์ดเขียนว่าถังไหนใส่เบียร์อะไรอยู่
bright beer tank ที่เบียร์จะมาอยู่ก่อนบรรจุลง keg
Keg เบียร์สดครับ
มีปั๊มชื่อ Heart of Darkness เลย
ทีมงานพาเข้าไปชมในห้องบดมอลต์ด้วย
ชุดหม้อต้มขนาดเล็กทำแบทช์ทดลอง
ทุกคนจะได้รับตั๋วหนึ่งใบเพื่อแลกเบียร์
รายการเบียร์วันนี้
ชุดกดเบียร์สด
สดดีจริงๆได้ดื่มที่โรง
เสร็จการทัวร์ด้านหน้าโรงมีเตาบาร์บีคิวอยู่
ปิ้งข้าวโพดและต้มไส้กรอกครับ
ผมทานฮอทดอกไปชิ้น อร่อยดี

โดยรวมก็สนุกดีครับ เบียร์อร่อยดี ทีมงานก็เป็นกันเอาเล่าเรื่องสนุก ตัวอาหารก็ใช้ได้ สำหรับท่านที่สนใจ Brewery Tour นี้ลองดูหน้าเว็บของ Heart Of Darkness ได้ครับ เค้ามีจัดเรื่อยๆ มีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยครับ

Similar Posts

  • |

    Vector Beer Factory คราฟท์เบียร์ต้มเอง Shinjuku Tokyo

    ร้านนี้ตั้งใจว่าจะมาลองต่อจากร้าน Beer Pub Bamboo อยู่แล้ว เพราะกะว่าที่ Bamboo คงเบียร์น้อยและเดินนิดเดียวก็ถึงครับ ร้าน Vector อยู่ฝั่งตะวันออกของสถานี Shinjuku เดินประมาณ 1 กิโล ถ้าเอาใกล้หน่อยก็เป็น metro สถานี Shinjukugyoen-Mae วันที่ไปอากาศเย็นนิดหน่อยแล้วหน้าร้านก็เลยมีแผ่นพลาสติกมาบังลมให้ครับ เข้ามาด้านในลูกค้าเยอะเหมือนกัน มีชาวต่างชาติอยู่หนึ่งโต๊ะ ตัวร้านเปิดไฟสว่างๆ เปิดเพลงพังค์คลอๆ แต่เสียงคนคุยกันก็ดังกลบเพลง เบียร์มีทั้งหมด 10 แทป เป็นตัวที่ร้านต้มเอง ซึ่งตัวโรงต้มอยู่ห่างจากร้านไปนิดเดียว เสียดายผมไม่ได้เดินไป คราวหน้าคงจะไปลองดูครับ นอกจากเบียร์ก็มีอาหารขายด้วย แต่วันนี้อิ่มแล้วทานไม่ลง นั่งเลมชิปส์ที่ร้านให้มาเป็น service อย่างเดียวครับ

  • บันทึกการเดินทาง ‘เกาะกง 21 ชั่วโมง’

    อย่างที่หลายๆ คนอาจจะทราบกันว่าการทำเบียร์ในประเทศไทย ต้องมีเครื่องจักรที่มีกำลังผลิตได้อย่างน้อย 10 ล้านลิตรต่อปี น้อยลงมาหน่อยก็คือ Brewpub หรือร้านขายเบียร์สด (ไม่สามารถบรรจุขวดได้) ก็มีขั้นต่ำที่ 100,000  ลิตรต่อปีซึ่งทำให้การจะขออนุญาตเป็นโรงงานผลิตเบียร์, ร้านขนาดเล็กและกลางเป็นไปไม่ได้เลย พอกระแสคราฟท์เบียร์มาจากทางฝั่งอเมริกา เราคนไทยที่สนใจจะผลิตเบียร์เองเพื่อจำหน่ายก็ต้องหาหนทางเพื่อจะผลิต หลายทีมต้องเดินทางไปผลิตยังต่างประเทศแล้วนำเข้ามา ขั้นตอนก็คือไปหาโรงเบียร์ที่รับทำเบียร์ตามสูตรที่เราคิดขึ้น จากนั้นเปิดบริษัทนำเข้าในประเทศไทย นำเบียร์เข้ามาเหมือนว่าเป็นเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นความขำขื่น น่าเศร้า น่าสงสารที่ Brewer(คนต้มเบียร์) ต้องออกไปทำแล้วนำเข้ามา ทั้งที่เราควรจะผลิตได้ในประเทศ สร้างงานสร้างรายได้ให้พนักงาน ลูกจ้าง แล้วก็เสียภาษีให้รัฐ หนึ่งในนั้นทีมคนไทยที่ใช้อีกวิธีคือไปเปิดโรงงานเบียร์เองที่ต่างประเทศ ผลิต แล้วนำเข้ามาขายในไทย แบรนด์นั้นก็คือทีมคนหัวแข็ง ‘StoneHead’ ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าแรกที่เปิดโรงงานในต่างประเทศ(เกาะกง กัมพูชา)

  • | |

    Copenhagen Street Food โกดังเก่ารวมร้านอาหาร

    ตอนหาข้อมูล Copenhagen ก็เจอที่นี่ แล้วก็จดไว้เลยว่ายังไงสายกินอย่างเราต้องไปให้ได้ครับ ที่นี่มีชื่อว่า ‘Copenhagen Street Food’ ผมเดินทางมาจากโบสถ์ Grundtvigs Kirke ด้วยรถเมล์กลับเข้ามาในตัวเมือง ลงที่ป้ายแล้วเดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางคนเยอะครับ คือบรรยากาศรอบๆ ดูเงียบแต่ทุกคนมุ่งหน้ามาที่นี่กันหมด ตัวโกดังจะอยู่ติดริมปากทะเลเลยครับ ซึ่งเกาะที่ตั้งของโกดังมีชื่อว่า Paper Island ภาษา Danish เขียนว่า PapirØen ซึ่งก็มีที่มาเพราะโกดังเหล่านี้เคยเป็นสถานที่เก็บกระดาษของ Association of the Danish Press ก่อนจะกลายมาเป็น Copenhagen Street Food ในปี 2014 ที่นี่มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มมากกว่า 35 ร้าน อาหารนี่หลากหลายสไตล์มาก ทั้งบราซิล ญี่ปุ่น เกาหลี อิตาลี่ อินเดีย และอีกมากมาย ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งเบียร์ เหล้าไวน์ วันที่ผมไปเป็นบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ครับ คนเยอะมาก ข้างในหาที่นั่งไม่ได้เลย ซื้อเสร็จต้องออกมานั่งลมโกรกอยู่ข้างนอก ซื้อมาร้อนๆ แป๊บเดียวเย็น ฮ่าๆ

  • |

    Hops Addict คราฟท์เบียร์เสิร์ฟพร้อมอาหารฝรั่ง – ศรีราชา ชลบุรี

    ร้านเบียร์ร้านสุดท้ายของทริปชลบุรีอยู่แถวศรีราชาครับ เป็นร้านที่ผมไปทานก่อนเดินทางกลับบ้าน ก่อนไปก็โทรสอบถามว่ามีอาหารขายด้วยไหม สรุปว่ามี ก็ไปทานกลางวันแล้วก็ลองจิบเบียร์ด้วยเลย ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Hops Addict’ ร้านอยู่บนถนนศรีราชา-หนองยายบู่ ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟศรีราชา เป็นอาคารพาณิชย์ห้องหัวมุมสองห้องครับ ฝั่งซ้ายเป็นร้าน ฝั่งขวาเป็นห้องเย็นสต๊อกเก็บเบียร์ ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นเบียร์จากโซนร้านอาหารได้ด้วย ผมชะเง้อมองดูอยู่นานจนน้องพนักงานชวนบอกว่าพี่เข้าไปดูฝั่งห้องเย็นก็ได้ค่ะ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟอยู่ 4-5 ตัว เป็นพวกเบียร์โลกเก่าอย่างเยอรมันและอังกฤษ ส่วนเบียร์ขวดค่อนข้างหลากหลาย มีให้เลือกทดลองหลายแบรนด์พอสมควร สำหรับอาหารเน้นเป็นอาหารฝรั่ง พวกพิซซ่า สปาเกตตี้ ไส้กรอก และสเต็ก

  • |

    บรรยากาศงาน ‘ความเบียร์จงมี ความสุนทรีย์จึงมา’ ที่ร้าน 2203 twenty two O three

    เมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคมผมได้รับเชิญจากคุณเทอร์โบให้ไปร่วมงาน ‘ความเบียร์จงมี ความสุนทรีย์จึงมา’ เป็นงานเสวนาและจิบเบียร์ที่ร้าน 2203 ในซอยวิภาวดี 16 หรือซอยโชคชัยร่วมมิตรนั่นเองครับ ในงานก็จะมีพี่ม่อน อุทิศ เหมะมูล ผู้เขียนหนังสือ Writer’s Taste พูดคุยเรื่องเบียร์ เล่าที่มาที่ไปว่าทำไมมาชอบและหลงไหลเบียร์ แล้วก็มีเสิร์ฟเบียร์ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมกัน 7 ตัวเลยทีเดียวครับ ผมไปถึงก่อนเวลาเริ่มงานแป๊บนึง ก็ได้ลองจิบๆ เบียร์สดไป 2 ตัว ตอนที่ไปถึงนี่ พี่ๆ น้องๆ ในวงการคราฟท์เบียร์ก็มากันเต็มร้านแล้วครับ บรรยากาศคอเบียร์คุยกันเพลินมากๆ

  • Taproom Ari คราฟท์เบียร์บาร์ อารีย์

    ร้านคราฟท์เบียร์บาร์เปิดกันถี่จนตามไปกินจะไม่ทันแล้วครับ ฮ่าๆ แต่ก็เป็นข้อดีสำหรับผู้บริโภคที่มีตัวเลือก มีร้านใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงานมากขึ้น ร้านเปิดเยอะอย่างนี้แสดงว่าเริ่มมีผู้ที่สนใจคราฟท์เบียร์มากขึ้นเรื่อยๆ อยากลองอะไรไรที่แตกต่างจากเดิม พอเยอะขึ้นก็น่าจะทำให้ผู้นำเข้ามีกำลังความสามารถ มีจำนวนปริมาณไปคุยกับโรงเบียร์ แล้วพวกเราก็น่าจะได้ของดีขึ้น ของใหม่ขึ้นด้วยครับ สำหรับร้านที่ไปวันนี้ไม่ใช่ร้านใหม่ แต่เป็นสาขาใหม่ สาขาที่ 2 ของร้าน Taproom ที่เพิ่งเปิดสาขาแรก (สุขุมวิท 26)ไปไม่นาน ก็ขยายสาขามาที่ซอยอารีย์ (ร้านคราฟท์เบียร์เปิดเยอะมาก อิจฉาคนแถวนี้) ตัวร้านอยู่ที่ใต้คอนโด noble reform ซึ่งก็คือร้าน Casa Lapin เลยครับ เดาเอาว่ากลางวันขายอาหารและกาแฟ กลางคืนก็ขายเบียร์แทน วันที่ผมไปเปิดคืนวันธรรมดายังเปิดช่วง Soft Launch อยู่ครับ หน้าร้านมีป้าย neon light เห็นเด่นชัด เข้ามาในร้านบรรยากาศร้านสลัวๆ หน่อย ตกแต่งดูดิบๆ ผสมเรโทรๆ มีโคมไฟย้อนยุคอันใหญ่เป็นจุดเด่นอยู่กลางร้าน ปริมาณลูกค้าคืนนี้ นั่งกันอยู่ซักครึ่งร้านครับ


แสดงความคิดเห็น