Beerpub Brick Lane จิบคราฟท์เบียร์แกล้มเบอร์เกอร์ Nagoya – ประเทศญี่ปุ่น

ร้านที่สองของคืนนี้ หรือร้านสุดท้ายของทริปนั่นเอง หลังจากที่ไปร้าน Hopbuds ผมเดินมาขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานี Kamimaezu นั่งแค่ 2 สถานีก็ลงที่ Fushimi จากนั้นเดินต่อประมาณ 550 เมตรก็จะถึงร้านครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า Beerpub Brick Lane เป็นร้านขนาดกลางๆ มีโต๊ะอยู่ฝั่งขวา ฝั่งซ้ายเป็นเคาเตอร์ยาวตามร้านเข้าไป ด้านในเป็นครัวและแทปเบียร์สดครับ ในร้านสว่างๆ โต๊ะทรงสูงเป็นทอปไม้ แล้วก็มีชั้นวางของโชว์กระป๋องเบียร์หนังสือเบียร์ที่ทำด้วยไม้เช่นกัน

สำหรับเบียร์สดของที่นี่มีทั้งหมด 10 แทป (วันที่ไปจัมป์อยู่ 8 แทป)โดยจะเป็นยี่ห้อ kings Brewing เยอะหน่อย เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นผู้นำเข้ามานั่นเอง ส่วนอาหารก็จะมีเบอร์เกอร์เป็นเมนูหลักครับ แล้วก็มีของทานเล่นกับสลัดเสิร์ฟด้วย

ด้านหน้าร้าน
เข้ามาด้านในร้านครับ
ฝั่งซ้ายจะเป็นเคาท์เตอร์ยาวไปกับตัวร้าน ด้านในเป็นครัว
ด้านหน้าสุดเป็นแทปเบียร์สดครับ
ฝั่งขวาของร้านเป็นโต๊ะ และชั้นโชว์กระป๋องและหนังสือเกี่ยวกับเบียร์
รายชื่อเบียร์ครับ
เมนูอาหาร
ผมเริ่มแก้วแรกด้วยแทป 3 Juice Bomb IPA ของ Kings Brewing เป็นสไตล์ New England ตามสมัยนิยม ขุ่นลื่น รสออกหวาน ตัวฮอปส์ให้คาแรคเตอร์แบบฝรั่งสุกๆ juicy
สำหรับอาหารผมสั่งเป็นเบอร์เกอร์อโวคาโด ตัวเนื้อหนึบๆ อโวคาโดมันนุ่มอร่อย มีรสเปรี้ยวจากซัลซ่าและผักดอง แทรกด้วยรสวหัวหอมแบบคาราเมไลซ์
ปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วย Barrel Aged Imperial Stout ของ Kings Brewing เช่นกันครับ กลิ่นสไปซ์ๆ เครื่องเทศๆ แอลกอฮอล์แรงชัด ร้อนจิบไปนี่ร้อนเลยครับ แต่ก็ดื่มลื่นดี

ผมได้พูดคุณ Junya เจ้าของร้านอยู่นานเหมือนกัน เกือบตกลงรถไฟกลับโรงแรมเที่ยวสุดท้าย ฮ่าๆ คุยกันเรื่องคราฟท์เบียร์ในไทยคราฟท์เบียร์ในญี่ปุ่น สนุกดี เบอร์เกอร์ก็อร่อย เบียร์อาจจะน้อยไปนิด แต่ก็เป็นอีกร้านที่น่าแวะมาเช่นกันสำหรับเมือง Nagoya ครับ

Beerpub Brick Lane Nagoya
เบอร์ : +81 52-212-7088
เปิด : 14.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    Vector Beer Factory คราฟท์เบียร์ต้มเอง Shinjuku Tokyo

    ร้านนี้ตั้งใจว่าจะมาลองต่อจากร้าน Beer Pub Bamboo อยู่แล้ว เพราะกะว่าที่ Bamboo คงเบียร์น้อยและเดินนิดเดียวก็ถึงครับ ร้าน Vector อยู่ฝั่งตะวันออกของสถานี Shinjuku เดินประมาณ 1 กิโล ถ้าเอาใกล้หน่อยก็เป็น metro สถานี Shinjukugyoen-Mae วันที่ไปอากาศเย็นนิดหน่อยแล้วหน้าร้านก็เลยมีแผ่นพลาสติกมาบังลมให้ครับ เข้ามาด้านในลูกค้าเยอะเหมือนกัน มีชาวต่างชาติอยู่หนึ่งโต๊ะ ตัวร้านเปิดไฟสว่างๆ เปิดเพลงพังค์คลอๆ แต่เสียงคนคุยกันก็ดังกลบเพลง เบียร์มีทั้งหมด 10 แทป เป็นตัวที่ร้านต้มเอง ซึ่งตัวโรงต้มอยู่ห่างจากร้านไปนิดเดียว เสียดายผมไม่ได้เดินไป คราวหน้าคงจะไปลองดูครับ นอกจากเบียร์ก็มีอาหารขายด้วย แต่วันนี้อิ่มแล้วทานไม่ลง นั่งเลมชิปส์ที่ร้านให้มาเป็น service อย่างเดียวครับ

  • O’glee – ร้านคราฟท์เบียร์บรรยากาศดีในซอยอารีย์

    ผ่านไปจิบเบียร์แถวอารีย์อีกครั้งครับ วันนี้ไปร้าน O’ Glee ได้ยินชื่อมาซักพักนึงละครับ ตัวร้านอยู่ในซอยอารีย์ 1 เลย ถ้ามาจากปากซอยฝั่งพหลฯ เลี้ยวซ้ายซอยแรกเลยครับ แต่อาจจะหาที่จอดยากนิดหน่อย โชคดีริมถนนไม่ไกลมีที่จอดว่างอยู่พอดีเลยเดินไม่ไกล บรรยากาศร้านสวยดีครับ ดูสลัวๆนิดๆ พนังเป็นอิฐแดง ตกแต่งด้วยเหล็กดำๆและกระจกรอบๆ จัดไฟสวยงาม ตรงบาร์นี่สวยเลยครับ ตอนแรกไปถึงลูกค้ายังไม่เยอะ ดูเอือยๆ นิ่งๆ แต่พอซักพักคนเข้าร้านเรื่อยๆ จนเกือบเต็ม ดูคึกครื้นขึ้นมาเลย มีเปิดเพลงฝรั่งคลอๆ ได้อารมณ์ดีครับ ร้านนี้เน้นขายคราฟท์เบียร์ มีเบียร์สด 3 แทป เปลี่ยนเรื่อยๆ ส่วนเบียร์ขวดก็มีหลายยี่ห้อครับ พวก Deschutes ,Rogue, Mikkeller, De Molen และอีกหลายยี่ห้อ แต่บางตัวอาจจะหมดนะครับ สำหรับอาหารก็มีทั้งของกินเล่นและจานหลักอย่างพาสต้า สเต็ก ฟิชแอนด์ชิปส์ พอดีทานข้าวไปก่อนแล้วเลยไม่ได้ชิม

  • Temple Cellars คราฟท์เบียร์บาร์และบอทเทิลชอป สถานี Fort Canning สิงคโปร์

    ในทริปสิงคโปร์เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ผมได้ไปแวะร้านคราฟท์เบียร์ 2-3 ร้านครับ ร้านแรกที่จะเล่าถึง ชื่อว่า Temple Cellar อยู่แถวสถานี Fort Canning ร้านนี้ผมเคยมาแล้วเมื่อปี 2018 ครับ แต่ไม่ได้เขียนถึง  ตัวร้านอยู่ในตึก UE Square ครับขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก ผังในร้านปรับจากคราวก่อนที่ผมมานิดหน่อย ฝั่งขวามือเป็นตู้แช่เบียร์ขวดและกระป๋อง ที่นี่ของเยอะพอสมควร มีเบียร์ให้เลือกชิมจากหลายประเทศ หลายสไตล์เลย ส่วนเบียร์สดมีทั้งหมด 8 แทป วันที่ผมไปเป็นแบรนด์สิงคโปร์ผสมกับแบรนด์อื่นๆ ในเอเชีย มีคราฟท์จากอเมริกาแทรกมาแทปเดียวครับ เครื่องดื่มอื่นๆก็มีเป็นไวน์และวิสกี้ ส่วนอาหารจะเป็นของทานเล่นง่ายๆ อย่างชิปสและชีส

  • |

    รีวิวโรงแรม Hotel Sunroute Plaza Shinjuku – Japan Nov ตอนที่ 7.3

    ที่พักของเราในโตเกียวทริปนี้เราพักที่ Hotel Sunroute Plaza Shinjuku นอนทั้งหมด 3 คืนครับ เป็นครั้งแรกที่มานอนโรงแรมนี้ ทุกทีถ้านอนชินจูกุจะพักที่ Shinjuku Prince  (ห้องค่อนข้างเล็ก) โดยทำการจองจาก booking.com แล้วมาจ่ายที่โรงแรมในวันเข้าพักครับ ตำแหน่งโรงแรมค่อนข้างดีอยู่ห่างจากสถานี JR Shinjuku นิดเดียว เดิน 4-5 นาทีถึง หน้าโรงแรมยังมีสถานีของรถใต้ดินสาย Oedo Line อยู่ด้วยครับ ซึ่งก็มีร้านกาแฟ Starbucks อยู่ด้วย (หันหน้าเข้าโรงแรมตึกซ้ายมือ) เดินไป Tokyu Hands ก็ไม่ไกลมาก สรุปว่าเดินทางค่อนข้างสะดวกครับ ตัวโรงแรมด้านในสะอาดดี พนักงานสุถภาพเรียบร้อย สำหรับห้องพักเรานอนห้องเตียงคู่กับพี่ชาย ขนาดกว้างขวางไม่อึดอัด ห้องใหม่สะอาดเช่นกันครับ

  • | |

    รีวิวเรียวกัง Genmyoan ที่ Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.4

    สำหรับที่พักในเมือง Amanohashidate นั้น เราพักโรงแรมแบบเรียวกัง มีชื่อว่า Genmyoan (玄妙庵) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีมากนัก แต่เป็นทางขึ้นเขา ในช่วงเช้าที่เราเดินทางมาถึงสถานีก็โทรแจ้ง ทางโรงแรมก็ส่งรถมาคนขับเป็นคุณลุงท่าทางใจดี คุณลุงช่วยขนกระเป๋ากลับไปไว้มี่โรงแรมให้ ส่วนเราก็เดินทางไปดู Sand Bar พอดูเสร็จในตอนเย็นๆก็กลับมาสถานีรถไฟ โทรอีกทีคุณลุงก็วนมารับใหม่ รถเลี้ยวขึ้นเขาโค้งไปโค้งมานิดหน่อย ถึงโรงแรมก็มีพนักงานมาต้อนรับพร้อมด้วยชาและขนมระหว่างรอเช็คอินนั่นเอง ที่ห้องโถงที่เรานั่งรอนั้นก็สามารถเห็น Sand Bar ได้ด้วยเช่นกัน ทานขนมทานชาเสร็จพนักงานก็พาไปห้องพัก ขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็กมาก เวลานอนพนักงานจะมาเก็บโต๊ะแล้วปูฟูกให้ จัดเก็บของเสร็จก็ไปอาบน้ำบ่อออนเซน ที่นี่บ่อไม่ใหญ่ครับ มี 2 ห้อง สลับกันชาย หญิงเช้าเย็น ต้องสังเกตจาปป้ายผ้าหน้าห้อง สีแดงเป็นผู้ชาย สีน้ำเงินเป็นผู้หญิง กลับมาจากอาบน้ำ ข้าวก็จัดเสร็จพอดี

  • Cantillon ทัวร์และชิมโรงเบียร์เปรี้ยว Lambic ชื่อดังของโรงที่เมืองบรัสเซลส์ – ประเทศเบลเยี่ยม

    วันที่ 6 ของทริป Road to Belgium กับชาวคณะ Captain Barrel นั้นช่วงเช้าปล่อยตามสบายครับ ใครอยากไปไหนก็ได้ แต่ให้มาเจอกันที่ร้านอาหารตอนเที่ยง สำหรับคนที่ยังไม่หนำใจกับการจิบเบียร์ ก็ได้นัดรวมตัวตั้งแต่เช้าไปยังโรง Lambic ชื่อดังของโลกที่มีชื่อว่า ‘Cantillon’ Cantillon (กองติญง) เป็นโรงเบียร์ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1900 โดย Paul Cantillon และ Marie Troch ภรรยา ในช่วงแรกนั้นทางโรงยังไม่ได้ต้มเบียร์เอง แต่ใช้วิธีซื้อเบียร์ Lambic จากโรงอื่นๆ มาเบลนด์ (ปัจจุบันก็ยังมีโรงที่ซื้อเบียร์มาเบลนด์แบบนี้ทั้งในยุโรปและอเมริกา) ผ่านไป 38 ปีจึงได้มีการต้มเองโดยลูกชาย 2 คนของ Paul ชื่อ Robert และ Marcel ซึ่งดันโดนเรียกไปเป็นทหารในช่วงสงครามอีก กว่าโรงจะกลับมาผลิตอย่างจริงจังก็ราวปี 1950 พอ 1960 เบียร์ lambic ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยม Robert ก็ขายหุ้นให้น้องชาย Marcel…


แสดงความคิดเห็น