World Beer Bar Second House บาร์เบียร์เล็กๆ ในเมือง Nagano – ประเทศญี่ปุ่น

ทริปญี่ปุ่นคราวนี้ผมไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่เท่าไหร่ครับ ร้านคราฟท์เบียร์ก็เลยหายากหน่อย ร้านแรกที่แวะไปนั้นเป็นร้านในเมือง Nagano คือ วันแรกนี่ผมนั่งเครื่องลงที่ Nagoya แล้วต่อรถไฟมาลง Nagano เพื่อนอนหนึ่งคืน

ลองเสิร์ชๆ ดูว่าพอจะมีร้านไหนขายคราฟท์เบียร์บ้างไหม ก็มาเจอร้านนี้ชื่อ World Beer Bar Second House ดูหน้าร้านก็เห็นว่ามีเบียร์สดนิดหน่อย Punk IPA อะไรอย่างนี้ แล้วเค้าก็มีป้ายเขียนว่ามีเบียร์ขวดอีก 100 ชนิดก็เลยลองแวะดู

เข้ามาด้านในร้านบรรยากาศมืดๆ ไม้ๆ สไตล์บาร์ญี่ปุ่น ที่นั่งก็จะยาวตามตัวร้านเข้าไป ชั้นสองมีโต๊ะอีก สี่ห้าตัวครับ พนักงานพูดภาษาอังกฤษโอเค คุยได้รู้เรื่อง ผมสอบถามว่ามีรายการเบียร์ขวดไหม พนักงานบอกไม่มี แต่แนะนำให้ได้ ชอบตัวไหนจะหาที่ใกล้เคียงมาให้

ด้านหน้าร้านครับ
ป้ายบอกว่ามีเบียร์กว่า 100 ชนิด
เมนูหน้าร้านมีแต่รายใหญ่ๆ ครับ
เข้ามาด้านในร้าน ไม้ๆ ตามสไตล์บร์ญี่ปุ่นครับ ลูกค้าเยอะอยู่
หัวแทปเบียร์สด
ด้านหลังบาร์มีขวดเบียร์เรียงโชว์ไว้ อยากลองตัวไหนให้แจ้งพนักงานครับ
บรรยากาศชั้น 2 ของร้านครับ
ผมสอบถามพนักงานว่ามี IPA ตัวไหนบ้าง เค้าก็เลยหยิบมาให้ลองเลือกหลายๆ ตัว หลายตัวมีขายในบ้านเราแล้วครับ
ผมลองตัวแรกตามคำแนะนำของพนักงาน เป็น IPA สไตล์ Belgium ชื่อ Bitter XX ของ Brouwerij De Ranke รสออกหวานนิด ฮอปส์ค่อนข้างขม ออกทางดอกไม้ๆ อร่อยดีครับ
ตัวที่สองลองยี่ห้อแปลกๆ ที่ไม่คุ้นเช่นกัน Mad River ชื่อเบียร์ว่า Slammin’ Salmon เป็น Double IPA ครับ กลิ่นมอลตี้ รสหวาน บอดี้หนา ฮอปส์ค่อนข้างขม แอลกอฮอล์แรง ซ่า
สุดท้ายอยากจะทานสเตาท์แต่ก็ไม่เจอตัวที่น่าสนใจเลยมาลองดูพวกเปรี้ยวก็มีไม่มากเท่าไหร่ ตอนแรกสั่ง Duchesse de Bourgogne แต่พนักงานดันเปิด Rodenbach Grand Cru มา ก็เลยทานๆ ไปครับ กลิ่นเปรี้ยว สีน้ำตาลเข้ม ฟองน้อย รสเปรี้ยวซ่า หวานนิดๆ ล้างปากดีครับ

โดยรวมแล้วเบียร์อาจจะไม่เยอะไม่หลากหลายมาก แต่ก็พอแก้อยากคราฟท์เบียร์ได้นิดหน่อยครับ ก็เป็นทางเลือกสำหรับใครที่มาเที่ยว Nagano แล้วเบื่อเบียร์กระป๋องในร้านสะดวกซื้อครับ

World Beer Bar Second House Nagano
เบอร์ : +81 26-224-0111
เปิด : 18.00-03.00 ปิดวันจันทร์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Pizza Port กินพิซซ่าแกล้มคราฟท์เบียร์จากแบรนด์เก่าแก่

    เสร็จจากโรง Wild Barrel เรากลับไปเก็บของกันที่โรงแรมแล้วก็ออกเดินทางออกมาทานข้าวเย็นกันที่โรงเบียร์ Pizza Port ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พักของเราครับ  Pizza Port นับเป็นแบรนด์เก่าแก่อีกหนึ่งแบรนด์ เริ่มเสิร์ฟเบียร์ที่ต้มเองตั้งแต่ปี 1992 โดยก่อนหน้าเป็นร้าน Pizza ที่เปิดในปี 1987 ครับ สำหรับสาขาแรกนั้นตั้งอยู่ที่ Solana Beach ส่วนสาขาที่เรามากันวันนี้ (Bressi Ranch) เป็นสาขาที่ 5 แล้วซึ่งเปิดในปี 2013 สาขานี้ขนาดค่อนข้างใหญ่ และเป็นโรงที่มีไลน์ผลิตกระป๋อง ทำให้แบรนด์สาขาส่งออกไปขายได้ทั่วโลก (ผมดื่มแบรนด์นี้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น) วันที่ไปคนเต็มร้านเลยครับลูกเล็กเด็กแดงวิ่งกันเต็มไปหมด ภายในร้านสว่าง ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์เบียร์ ฝั่งขวาเป็นส่วนของครัว ถ้าจะสั่งอาหารก็มาฝั่งนี้ ด้านนอกยังมีโซนกองไฟที่คนนั่งกันอยู่เพียบๆ เพราะอากาศเย็นกำลังดีครับ

  • |

    Ippudo ราเม็งยอดนิยม – Japan 2014 ตอนที่ 8.1

    สายๆของวันนี้เราไปกินราเม็งร้านดังของญี่ปุ่น เป็นอีกร้านที่คนไทยรู้จักกันดี และกำลังจะมาเปิดสาขาแรกในไทยที่ Central Embassy ด้วยครับ นั่นก็คือร้าน Ippudo Ramen (一風堂) เป็นร้านที่มาญี่ปุ่นกี่ครั้งก็ต้องไปทานทุกครั้งให้ได้ซัก 1 สาขา โดย Ippudo นี่เป็นร้าน chain มีสาขาอยู่ทั่วประเทศครับ หาทานได้ไม่ยาก ร้าน Ippudo นี่ที่ต้นกำเนิดอยู่ที่ย่าน Hakata ในเมือง Fukuoka (อยู่ตอนใต้ๆของประเทศ คนไทยไปเที่ยวกันเยอะเช่นกัน) แล้วดังขึ้นมาเพราะเป็นแชมป์รายการ TV Champion สำหรับสาขา Ikebukuro นี่อยู่ไม่ไกลจากสถานี JR เท่าไหร่ เดินนิดเดียวก็ถึงครับ ออกทางด้าน east exit ตัวร้านจะอยู่ตรงหัวมุมของตึก ตกแต่งด้วยเหล็กดูเก่าๆสนิมๆ เห็นได้ง่ายครับ

  • | |

    ตลาด Farmer’s Market ที่ UNU, Shibuya

    อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกก็คือ Farmer’s Market – ตลาดที่เจ้าของสวน เจ้าของฟาร์ม นำผลิตผลิตภัณฑ์ ข้าวของต่างๆ ที่ตนเองผลิตมาออกขายเองด้วยตัวเอง ทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น รวมถึงในไทยด้วยครับ ผลผลิตที่นำขายก็จะได้รับความใส่ใจจากเจ้าของมากเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบออแกนิคปลอดสารอะไรอย่างงี้ครับ มาโตเกียวความนี้ ตั้งใจจะมางาน Aoyama Bread Festival ที่จัดคู่กันกับ Farmer’s Market @UNU คือตลาดเค้าจัดทุกอาทิตย์อยู่แล้ว งานขนมปังมาร่วมจัดเป็นพิเศษครับ ตัวตลาดจัดที่ UNU (United Nation Univesity) อยู่ไม่ไกลจากสถานี JR Shibuya สามารถเดินมาก็พอไหว แต่แนะนำให้นั่งรถเมล์มาจะดีกว่าครับ ในตลาดก็จะมีพืชผัก ผลไม้ อาหาร ขนมปัง น้ำผึ้ง อะไรพวกนี้ รวมถึงของนำเข้าจากต่างประเทศบางอย่าง (สงสัยเป็น Farmer ของประเทศอื่น หะหะ) ยาวๆประมาณ 2 แถว มีฝั่งซ้ายเป็นโซนรวม Food Truck สามารถแวะเติมพลังก่อนหรือหลังจับจ่ายตลาดได้ครับ

  • |

    ราเม็งคุระ (らーめん 蔵) ที่ Asahikawa – Hokkaido ตอนที่ 8.4

    เย็นวันนี้เป็นเมนูราเม็งอีกวันหนึ่ง แต่ร้านนี้ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง Asahikawa ออกมาข้างนอกนิดนึง ร้านนี้น่าจะเปิดเจอจากเว็บ tabelog พอดูว่าเปิดถึง 20.30 ก็เลยขับออกมาลอง ร้านราเม็งที่เปิดไม่ดึกมีเยอะเหมือนกัน บางร้าน last order แค่ 19.00 ก็มี ส่วนใหญ่ร้านที่ปิดเร็วจะเป็นร้านที่เปิดตั้งแต่สายๆ ดังนั้นถ้าจดร้านมา ตอนดูเวลาเปิด-ปิดด้วย ร้านนี้ ราเม็งคุระ ได้รางวัลร้านอร่อย 2009 จากนิตยสาร Ramen Walker (ラーメン walker) ด้วย

  • | |

    Daikanyama T-Site

    จากสถานี Daikanyama เดินมาเรื่อยๆประมาณ 350 เมตร ผ่านร้านเสื้อผ้า ร้านขนม ร้านรองเท้า (อ่านจากตอนที่แล้ว) ก็เดินมาถึงจุดประสงค์หลักคือ Daikanyama T-Site ครับ Daikanyama T-Site เป็นโครงการที่รวมร้านหนังสือ ที่มีเพลงและหนังขายด้วย ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านกล้อง ร้านจักรยานและอื่นๆ เอาไว้ด้วยกัน ด้านหลังยังมีโซนสวนเล็กๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ แถมยังมีที่วิ่งเล่นของหมา เอาไว้ให้ด้วย ตัวโครงมีที่จอดรถอยู่ด้านหลังประมาณ 150 คัน ชื่อ T-Site มาจาก Tsutaya ร้านหนังสือรายใหญ่นั่นเองครับ มีคอนเซปท์ว่า A Library in the Woods เปิดบริการเมื่อธันวาคมปี 2011 ตัวร้านหนังสือนี่เปิดตั้งแต่ 7 โมง แล้วไปปิดดึกดื่นถึง ตี 2 เลยครับ คอหนังสือนี่พลิกอ่านกันเพลินเลย

  • |

    เซ็ตอาหารกลางวันร้าน Innsyoutei ในสวน Ueno – Japan 2014 ตอนที่ 7.2

    ออกจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว เราก็เดินลงมาด้านล่างเพื่อกินข้าวกลางวันที่ออกจะเลทไปเยอะเหมือนกัน จริงๆใน พิพิธภัณฑ์ก็มีร้านข้าว แต่ก็แพงแล้วก็ดูไม่ค่อยน่ากิน ก็เลยยอมเดินออกมาไกลนิดนึง ประมาณ 600 เมตร มาร้านนี้ Innsyoutei ร้าน Innsyoutei อยู่ในโซนสวน Ueno เลยครับ ร้านนี้ก็เจอมาจาก tabelog เช่นเคย บรรยากาศร้านจะดูเป็นญี่ปุ่นๆ เก่านิดนึง ไม่ทันสมัย แต่ก็ไม่โบราณมาก อาหารกลางวันก็จะเป็นเซ็ต แบบ kaiseki พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้นิดๆหน่อย ดูเมนูแล้วจิ้มๆเอา ยังดีที่เมนูมีรูปอาหารทั้งหมดครับ


แสดงความคิดเห็น