Kika จิบไวน์แกล้มอาหารอร่อย ซอยคอนแวนท์ – สีลม

เข้าเมืองอีกหนึ่งรอบครับ วนเวียนไปที่สีลม ซอยคอนแวนท์เหมือนเดิม (เนื่องจากชาวคณะ ผู้ร่วมมื้ออาหารทำงานอยู่แถวนี้) คราวนี้เป็นร้านที่เพิ่งเปิดไม่นาน ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Kika’ ครับ

ตัวร้านอยู่ปากซอยพิพัฒน์ 2 ทางเข้าร้าน Eat Me เลยครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงเย็นวันธรรมดา ลูกค้าเยอะพอสมควร มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ชั้น 1 เกือบเต็ม ก็เลยขึ้นมานั่งชั้น 2 โล่งๆ สบายๆ ร้านตกแต่งสวยงาม ไลท์ติ้งดี

เมนูที่นี่จะเน้นไปทางอาหารสเปน ปริมาณไม่เยอะมากเน้นแชร์ๆกันตามแบบ tapas ซึ่งแฮม iberico และ ชีสเพลทต่างๆ รวมถึงอาหารกระป๋อง ก็เป็นเมนูที่ทางร้านแนะนำให้ลองครับ

ด้านหน้าร้านครับ
เข้ามาด้านในร้าน บริเวณบาร์
ภายในร้านชั้นล่าง
เมนูพิเศษประจำวัน
บรรยากาศร้านจากชั้น 2
ผมขึ้นมานั่งที่ชั้น 2 ครับ
บริเวณระเบียงของชั้น 2
รายการ Cold Cuts Cheese และอาหารกระป๋องครับ
มื้อนี้ทานกับไวน์แดงจากสเปน
เริ่มมื้อกันด้วยหอยนางรมครับ แบบแรกเป็นแบบสด เนื้อเย็นนุ่ม ออกเค็ม สดใหม่ดี
หอยนางรมอีกแบบ เป็นแบบพ่นไฟ กลิ่นควันๆ ส่วนตัวชอบแบบนี้มากกว่า
เมนูโปรด ไปกี่ร้านสั่งทุกร้าน ฮ่าๆ Beef Tartare ครับ ของที่ร้าน Kika นี่รสพริกไทยชัดหน่อย ด้านบนเป็นไข่แดงสดเนื้อเต่งตึง พอคลุกๆแล้ว รสเปรี้ยว ตัวเนื้อหนึบๆ อร่อย ทานคู่กับขนมปังกรอบ ควันๆ
เมนูเนื้อเป็น Flank Steak ความสุกระดับ Medium Rare ชิ้นเนื้อหนึบๆ ขอบเกรียม รสไม่เข้มมากเท่าไหรต่ แต่ก็ไม่ถึงกับจืด มีกลิ่นควันนิดๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอส Chimichurri
สั่ง Mixed Plate มาด้วยครับ มีทั้งชีสและโคลด์คัท แฮมสไลซ์มาบางๆ รสเค็มกำลังดี หนึบ ไม่เหนียว ส่วนซาลามี่ก็หนึบๆ มันๆ
ชีสมีสามแบบ อันที่หั่นเป็นสามเหลี่ยมรสอ่อนๆ เนื้อไม่แข็งมาก ส่วนด้านล่างเป็นแบบกลมหั่นครึ่งมา น่าจะเป็นนมแพะ กลิ่นแรงนิดนึง
ไวน์หมแล้วเพื่อนผมต่อ Vedett IPA ครับ
ส่วนผมดื่ม Gin ต่ออีกแก้ว กรึ่มๆ กำลังดี

อาหารรสชาติใช้ได้ครับ ออกเร็วรอไม่นาน บรรยากาศร้านก็สบายๆ เปิดเพลงร็อคแอนด์โรล เหมาะกับการมาสังสรรค์กับเพื่อนๆ อาหารขนาดต่อจานไม่ใหญ่มาก สั่งมาหลายๆ อย่างมาแชร์กันก็เพลินดี ราคาเครื่องดื่มก็พอประมาณไม่แพงมาก หรือจะมาออกเดทก็โอเคครับ

Kika ซอยคอนแวนท์ สีลม
เบอร์โทร : 095 592 0510
เปิด : 11.00-24.00 วันเสาร์ 16.00-24.00 วันอาทิตย์ปิด
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

รายการอาหาร
รายการเครื่องดื่ม

Similar Posts

  • ล้วน ลูกชิ้นน้ำใส ลพบุรี

    ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาผมมีธุระต้องไปที่จังหวัดลพบุรีเป็นประจำ ก็เลยมีโอกาสได้แวะชิมอาหารหลายร้าน สำหรับร้านแรกที่จะไปกันเป็นร้านที่ผมเคยมาทานเมื่อหลายปีก่อน เป็นร้านดังของเมืองลพบุรีครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘ล้วน’ ร้าน ล้วน ขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อและหมู ตัวร้านอยู่ตรงวงเวียนสระแก้วครับ นอกจากก๋วยเตี๋ยวก็ยังมีของกินเล่น อย่างลูกชิ้นปิ้งและขนมจีบขายด้วยครับ ถ้าจะซื้อกลับบ้านทางร้านก็มีขายทั้งลูกชิ้น เนื้อเปื่อย และเนื้อสด วันที่ผมไปเป็นช่วงเที่ยงวันธรรมดา ลูกค้าแน่นร้านเลยครับ เกือบจะไม่มีที่นั่งเลย ซึ่งที่จอดรถใกล้ๆ ร้านก็เลยพลอยหายากไปด้วย ถ้าจอดฝั่งตรงข้ามอาจจะต้องเสียเงินซื้อพวงมาลัยที่มีคนมาขายหรือไม่อย่างนั้นก็เข้าจอดใกล้ๆ กับบริเวณ บขส. ได้ครับ

  • |

    เดินเล่นกินโน่นกินนี่ที่ Otaru – Hokkaido ตอนที่ 2.2

    พออิ่มท้องจากร้าน Masa Zushi แล้ว เราก็มาเดินเล่นเมืองโอตารุกันต่อ ซึ่งส่วนมากคนก็จะไปเดินกันที่ถนน Sakaimachi กัน แต่เราแอบนอกเส้นทางไปแวะที่โรงเบียร์โอตารุก่อน โดยระหว่างทางก็จะผ่านคลองโอตารุ ซึ่งสะพานในรูปก็เป็นมุมยอดนิยม ดังนั้นถ้าว่างอยู่ก็ควรรีบถ่าย เพราะบางที อาจจะมีนักเรียนมายืนถ่ายรูปหมู่ทั้งห้อง จากสะพานไปไม่ไกลก็ถึงโรงเบียร์โอตารุ

  • กิน เฮ by Greyhound ยก Street Food มาขึ้นห้าง – Central World โซน Groove

    สัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านเปิดใหม่ชื่อ กิน เฮ ครับ เป็นร้านในเครือ Grey Hound อยู่ที่ชั้น 2 ของโซน groove ห้าง Central World นั่นเอง ร้านกิน เฮ มีคอนเซปท์ประมาณว่าอยากให้เป็นร้านนั่งดื่มของเพื่อนฝูง มากิน มาเฮ อารมณ์ประมาณร้าน Izakaya ของญี่ปุ่น แต่เมนูจะเป็นอาหารไทยที่อยู่ในร้านบ้านๆ ริมถนน มาทำให้เนี้ยบขึ้น ใส่ลูกเล่นเข้าไปเพิ่มอะไรอย่างนี้ ผมได้ลองหลายเมนูเพราะไปกันหลายคน ทั้งหม้อไฟ และก็อาหารกับแกล้มอย่างไส้ทอด ยำถั่ว ของปิ้งย่างไม้ๆ อันนี้ได้อารมณ์ยากิโทริ แต่เป็นรสไทยๆ แทน สำหรับเครื่องดื่ม มีหลักๆ อยู่สองอย่างคือเบียร์ และ และเหล้าแสงโสม นำมาเสิร์ฟเป็นแบบไฮบอล ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเมนูขนมหวาน ทางร้านมีรถเข็นจำลอง ทำขนมโตเกียวใหม่ๆ ร้อนๆ อยู่หน้าร้านเลยครับ

  • | |

    Burger Joint จิบคราฟท์เบียร์แกล้มเบอร์เกอร์สไตล์ New York – สิงคโปร์

    อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่แวะไปในทริปสิงคโปร์รอบล่าสุดคือร้านชื่อ Burger Joint ครับ ร้านนี้ผมแวะไปทานช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์ที่จะเดินทางกลับไทยครับ พอทานที่นี่เสร็จก็กลับโรงแรมเอากระเป๋าไปสนามบินเลย ตัวร้านค่อนข้างลึกลับนิดนึง คือไม่ได้หายากหรืออยู่ในตรอกในซอย แต่ร้านไม่มีป้ายชื่อ มีแค่นีออนไลท์ดัดเป็นรูปเบอร์เกอร์เท่านั้น พอเข้ามาก็จะเป็นทางเดินมืดๆ ยาวซัก 5-6 เมตร แล้วก็จะเจอกับตัวร้านที่ตกแต่งด้วยไม้ทั้งร้าน ดูมีบรรยากาศแบบอเมริกัน เพราะเป็นร้านมาจาก New York นั่นเองครับ ที่นี่มีเบอร์เกอร์ขายเป็นหลัก มี side dish และขนมนิดหน่อย สำหรับเบอร์เกอร์ จะเลือกซอส เลือกเครื่อง ตัวเนื้อก็เลือกความสุกได้ครับ นอกจากเบอร์เกอร์ ร้าน Burger Joint เค้ามีทีเด็ดคือคราฟท์เบียร์สดถึง 18  แทปเลย

  • Elements ร้านอาหารฝรั่งเศสผสมผสานญี่ปุ่น โรงแรม Okura Prestige – ถนนวิทยุ

    ร้าน Fine Dining ร้านสุดท้ายของปี 2017 ที่ผมมีโอกาสได้ไปทานคือร้าน Elements ครับ เมนูของที่นี่เป็นอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งเศส คือมีวัตถุดิบ เครื่องปรุงและรสชาติหลายๆ อย่างเป็นญี่ปุ่น แต่นำมาปรุงเป็นอาหารฝรั่งเศส ซึ่งลงตัวมากๆ ครับ ตัวร้านอยู่ที่ชั้น 25 ของโรงแรม The Okura Prestige หัวมุมถนนวิทยุติดกับถนนเพลินจิต บรรยากาศภายในโรงแรมนี่มีกลิ่นอายเป็นญี่ปุ่นมากๆ ดูมินิมัล คลีนๆ พอออกจากลิฟต์ต้องขึ้นบันไดไปอีกหนึ่งชั้นครับ ช่วงที่ผมไปเป็นเทศกาลคริสมาสต์ก็เลยมีต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ประดับอยู่ เข้าไปในร้านขนาดกลางๆ ตกแต่งสีสันดูสดใสด้วยไฟสีน้ำเงิน พนักงานพาไปนั่งด้านใน ติดกับส่วนของครัวครับ กลิ่นอาหารนี่หอมเลย สำหรับเมนูอาหารทางร้านมีแบบที่เป็นคอร์สให้เลือกสองคอร์ส คือ Elements Pretige และ Elements Signatures หรือไม่อย่างนั้นก็สามารถสั่งแยกเป็นจานๆ ได้ ดูไปดูมาเมนูน่าลองหลายอย่างแล้วราคาถ้าสั่งแยกก็ไม่ต่างจากคอร์สมา สุดท้ายโต๊ะเราก็เลยสั่งแยกเป็นจานครับ

  • ชิมไวน์ที่ Amisfield Winery & Bistro – New Zealand 2014 ตอนที่ 11.4

    เดินทางกันมาจนถึง Winery สุดท้ายของทริปนี้ครับ รวมทั้งหมดเราแวะไปชิมได้ 9 โรง โรงสุดท้ายที่เรามาคือ Amisfield Winery & Bistro อยู่บนทางหลวงหมายเลข 6 เช่นกัน อยู่ห่างจาก Gibbston Valley แค่ 10 กิโลเมตรเท่านั้นเอง Amisfield Winery เร่ิมปลูกองุ่นในปี 1999 ก่อนหน้านี้แถวนี้เป็นที่เลี้ยงแกะ แรกเริ่มปลูกอยู่ 4 พันธุ์คือ Pinot Noir, Pinot Gris, Sauvignon Blanc และ Riesling ผลิตออกวางจำหน่ายได้เป็น Vintage 2002 ตัวที่โดดเด่นก็คือ Pinot Noir ไวน์ดังของ Central Otago นั่นเองครับ ที่นี่ถ้าจะชิมรู้สึกว่าจะเสียเงินนิดหน่อย แต่ก็สามารถเอาไปเป็นส่วนลดได้หากเราซื้อกลับบ้านด้วยครับ นอกจากไวน์ที่นี่ก็ยังมีร้านอาหารไว้บริการเช่นกัน วันที่เราไปมีคนทานอยู่ โต๊ะ สองโต๊ะครับ


แสดงความคิดเห็น