Le Cochon Blanc เนื้อย่างเตาไฟขนาดใหญ่ ร้านสวย – สุขุมวิท 31

ร้านที่แวะไปวันนี้เป็นร้านที่น่าจะเห็นบน Facebook มาซักพัก ดูน่าทาน โดยที่ดึงดูดเป็นพิเศษก็คือรูปเตาย่างทรงกลมขนาดที่ตั้งโชว์อยู่ ย่างให้ลูกค้าดูชัดๆ ครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า Le Cochon Blanc แปลเป็นไทยได้ว่าหมูสีขาว ซึ่งไฟนีออนไลท์โลโก้ด้านหน้าร้านก็ดัดเป็นรูปหมูมีปีกตามชื่อ ตัวร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ครับ ถ้ามาจากปากซอยฝั่งสุขุมวิทถึงสี่แยกเลี้ยวขวา เข้ามาประมาณ 550 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือตรงข้ามกับ Peppina อาหารอิตาเลี่ยนร้านดัง

ด้านหน้าร้านมีที่จอดรถนิดหน่อยครับ พอเข้ามาในตัวร้านก็จะเจอเตาใหญ่ตั้งตอนรับเราอยู่ด้านหน้า ขวามือเป็นตู้เย็นโชว์เนื้อต่างๆ เข้ามาด้านในร้าน บรรยากาศเงียบสงบ ไฟสลัวๆ ร้านสวยเลยครับ วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดา ช่วงหัวค่ำ ลูกค้ายังไม่เยอะมาก


เมนูที่นี่ก็จะขึ้นชื่อพวกเมนูย่างนั่นเองครับ มีทั้ง เนื้อ หมู ไก่ และ ลอบสเตอร์ ตอนที่ไปถึงพนักงานยกเมนู Wagyu Prime Rib เมนูดังของร้าน มาให้ดู แต่ด้วยจำนวนสมาชิก 3 คน คงทานไม่ไหวแน่ (1.5-1.9 กิโลกรัม) ก็เลยสั่งเป็น starter และ main ธรรมดามาแทน

ด้านหน้าร้าน
นีออนไลท์โลโก้หมูบิน
ทางเดินเข้าร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือครับ
เข้ามาปุ๊บก็จะเจอเตาไฟขนาดใหญ่
มีตู้โชว์เนื้ออยู่ข้างๆ
บรรยากาศภายในร้าน
พนักงานยกราคาเนื้อส่วน Prime Rib วันนี้มาให้ดูที่โต๊ะ
Amouse Bouche เป็นหอยนางรมสด เนื้อนุ่มหวาน สดใหม่ มีรสเปรี้ยวนิดๆ
สั่งอาหารเสร็จขนมปังมาเสิร์ฟครับ เนื้อนุ่ม อุ่นๆ ขอบกรอบ
มื้อนี้ทานกับไวน์แดงเช่นเคย
อาหารจานแรกมาเป็นสลัดเบคอน ตัวผัดกรอบ สด น้ำราดเปรี้ยวๆ มัน ส่วนเบคอนหั่นหนา ค่อยข้างเค็มต้องทางพร้อมผัก มีรสผักชีที่โรยหน้ามาผมว่าเข้ากันดีครับ
ต่อด้วย Beef Tartare เนื้อสับมาละเอียดเนียน รสออกเปรี้ยว มี texture กรุบๆ รสออริกาโนและพริกไทยค่อนข้างชัด มีเค็มบางจุด จานนี้อร่อยประทับใจครับ
คีนัวรมควัน เสิร์ฟมาพร้อมกับ puree มะเขือม่วง และผัดสลัด ตัวคีนัวกรุบๆ รสออกหวานจากน้ำสมสายชูเชอรี่ ทานเพลินดีครับ
สตาร์ตเตอร์จานสุดท้ายเป็น Sweatbread ของลูกวัว เสิร์ฟมานุ่มๆ ร้อน คู่กับซอสครีมๆ แล้วก็มีดอกกะหล่ำนุ่มอุ่นให้ทานแกล้ม
ผมชอบทานชีสแกล้มกับไวน์ เลยสั่งมาหนึ่งเพลท มีสามชนิด นุ่มดีครับ มีอันนึงกลิ่นทรัฟเฟิล เค้าเสิร์ฟมาพร้อมกับพริกที่เชื่อมมาแต่ก็ยังเผ็ดพอสมควร มีถั่วกรุบๆ ให้มาอีกนิดหน่อย
Main จานแรกเป็น Short Rib ของวัวสายพันธุ์ Black Angus ตรงขอบกรึ่บๆ คาราเมไลซ์ ซอสที่เคลือบอยู่ค่อนข้างหวาน เนื้อตรงติดกระดูกนุ่มดีครับ
ทานคู่กับซอส 4 แบบ คือแจ่ว, Whole Grain Mustard, ซอสพริก และซอสบาร์บีคิว
ผมสั่งผักดองมาทานแกล้มด้วย ชิ้นใหญ่ กรอบเย็น ออกหวานนิดๆ ครับ
Main อีกจานเป็น Grilled bone-in pork loin เสิร์ฟมาชิ้นเบ้อเริ่ม เนื้อหนึบๆ รสพริกไทยชัดเจน คำแรกผมรู้สึกไม่ค่อยโดน แต่พอลองกินกับมัสตาร์ด เออเข้ากันดีแฮะ ตรงขอบจะมันๆ หน่อยครับชิ้นนี้
ทานคู่กับมันบด เนื้อเนียน เสิร์ฟมาอุ่นๆ รสออกหวาน ครีมมี่
ปิดท้ายด้วยขนม เป็นวานิลลาเนื้อเนียน เย็นๆ ราดด้วคาราเมล เมนูนี้ทางร้านแถมให้ฟรีครับ

อาหารอร่อยครับ ที่ชอบเป็นพวก starter อย่าง tartare นี่เด็ดเลย คีนัวก็อร่อย ส่วน main ก็ใช้ได้ แต่ไม่ว้าวมาก หรือผมอาจจะสั่ง starter เยอะไป เลยอิ่มไปหน่อยไม่รู้ ฮ่าๆ รวมๆประทับใจครับ มากับแฟนก็ดี บรรยากาศดี หรือมากับเพื่อนเยอะๆ ก็เหมาะจะได้ทานชิ้นใหญ่ๆ ได้ ใครชอบทานเมนูปิ้งย่างลองแวะมาชิมดูครับ

Le Cochon Blanc ซอย สุขุมวิท 31
เบอร์โทร : 02 662 3814
เปิด : 18.00-23.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

 

เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc
เมนูร้าน Le Cochon Blanc

Similar Posts

  • เซี้ย เกาเหลาเนื้อไร้เทียมทาน เวิ้งนาครเขษม

    ถ้ามีการจัดอันดับก๋วยเตี๋ยวเนื้อในกรุงเทพ ร้านนี้นับเป็นอีกหนึ่งร้านที่จะติดอันดับต้นๆ แฟนคลับเตี๋ยวเนื้อจะต้องรู้จักแน่นอนกับร้าน เซี้ย เกาเหลาเนื้อไร้เทียมทาน เราเคยมาทานครั้งสองครั้ง ไปคราวนี้เลยเก็บภาพมาฝากกันครับ ร้านนี้เมื่อก่อนอยู่ในตลาดปีระกา  เวิ้งนาครเขษม (ส่วนใหญ่จะเขียนว่า เวิ้งนครเกษม) แต่ตอนนี้ย้ายร้านมาอยู่ในถนนบริพัตรแล้ว ไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก ถ้ามาจากฝั่งเจริญกรุง เลี้ยวขวาเข้าถนนบริพัตร(หัวมุมเป็นร้านเพชร Jubilee) มานิดเดียวร้านจะอยู่ซ้ายมือ เป็นห้อง 1 คูหา ที่นี่จะมีแต่เกาเหลา ตัวน้ำซุปจะเป็นแบบใส ไม่เข้ม มีเนื้อเปื่อย เนื้อสด และเครื่องในหลากหลายชนิด ราคาจะอยู่ที่ชามละ 60 80 และ 100 บาท ถ้าสั่งทุกอย่าง ทางร้านจะเรียกชื่อที่ฟังแล้วแปลกดีคือ “หลายอย่าง” เช่น พิเศษหลายอย่าง 2

  • |

    ต๋องเต็มโต๊ะ อาหารพื้นเมือง

    ปกติถ้าไปเชียงใหม่ อาหารเมืองร้านโปรดของเราคือ เฮือนใจ๋ยอง แต่ทริปนี้ไปเช้าเย็นกลับจึงไม่มีเวลาพอออกไปนอกเมือง เลยต้องชิมร้านในเมืองแทน ที่จริงร้านนี้เค้าก็ดังอยู่แล้ว ได้รับความนิยมสูง แถมยังอยู่ในโลเคชั่นที่ดีด้วยครับ (นิมมานฯ ซอย 13) จากปากซอย 13 เดินเข้ามาประมาณ 150 เมตร ร้านจะอยู่ซ้ายมือครับ บรรยากาศดูร่มเย็นๆ ครึ้มๆ สีโทนเข้มๆ น่าจะเป็นบ้านเก่ามาดัดแปลง มีโซนข้างนอกกับข้างใน เราไปถึงประมาณช่วง 6 โมงกว่าๆ รอโต๊ะประมาณซัก 5 นาทีได้ ได้โต๊ะเสร็จ สั่งอาหาร รออาหารนานเหมือนกัน 15-20 นาที เล่นเอาหิวพอสมควร อาหารก็จะเป็นอาหารเหนือ เมนูที่ได้รับความนิยม เช่น ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว แกงฮังเล อะไรประมาณอย่างนี้ เราว่าเมนูหลากหลายดีครับ

  • Taishoken ต้นตำรับ Tsukemen เจ้าแรก ตึก Fifty Fifth ทองหล่อ

    ปัจจุบันนี้เวลาไปร้านราเมง ถ้าร้านไหนมีเมนูสึเคะเมง ผมก็จะสั่งทานครับ ย้อนไปสี่ห้าปีก่อนนี่ยังทานไม่เป็น คือไม่เก็ตความอร่อยของมันและก็อาจจะติดความเคยชินว่าต้อนซดน้ำซุปอะไรอย่างนี้ โดยสึเคะเมงนั้นเกิดขึ้นมาจากฝีมือการสร้างสรรค์ของ Kazuo Yamagishi เมื่อปี 1961 ตอนนั้นเค้าเรียกว่า Mori Soba เสิร์ฟในร้านราเมงที่มีชื่อว่า Taishoken นั่นเอง ชาวญี่ปุ่นจึงให้ความเคารพคุณ Yamagishi ว่าเป็นบิดาแห่งสึเคะเมง มีลูกศิษย์ลูกหามากมายรวมถึง Osamu Tomita เจ้าของร้าน Tomita ร้านสึเคะเมงอันกับ 1 ของญี่ปุ่น

  • ลาบลุงแก่น ลาบควายดิบร้านดังย่านป่าแดด – เชียงใหม่

    จากร้านลาบลุงน้อยพวกเราเดินมาอีกนิดแวะนั่งพักย่อยและจิบกาแฟที่ร้านร่ำเปิงอยู่แป๊บนึงก่อนจะเรียกรถวิ่งลงทางทิศใต้ไปยังอีกหนึ่งจุดหมาย ห่างกันพอสมควร เป็นร้านลาบเช่นกันครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘ลาบลุงแก่น’ ลาบลุงแก่น อยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองราวๆ 12-13 กิโลเมตรครับ บนถนน 4032 ที่วิ่งขนานกับแม่น้ำปิง ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับถนนรอบเมืองเชียงใหม่ ตัวร้านเป็นแบบเปิดโล่งขนาดค่อนข้างใหญ่ อยู่ชั้นล่างของอาคารไม้ ตอนที่เราไปถึงนั้นใกล้จะถึงเวลาปิด (18.00) แต่ก็มีลูกค้าอยู่อีก 1 โต๊ะ ติ๊กเมนูกระดาษเสร็จก็เอาไปยื่น แม้ว่าจะใกล้เวลาปิดร้านแล้ว แต่ก็ยังมีอยู่ครบทุกเมนูครับ

  • Goji Terrace บาร์เอาท์ดอร์ โรงแรม Marriott Marquis Queen’s Park – สุขุมวิท 22

    วันก่อนผมได้รับเชิญจากทาง Smiling Mad Dog ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์เจ้าดังๆ อย่าง Brewdog และ Ballast Point ให้ไปร่วมงานเปิดตัว ร้านคราฟท์เบียร์แห่งใหม่ครับ ฝ่าการจราจรอันโหดร้ายช่วงหัวค่ำในกรุงเทพมาถึงที่หมายช่วงประมาณ 1 ทุ่มครับ ตัวร้านอยู่ที่โรงแรม Marriott Marquis Queen’s Park ในซอยสุขุมวิท 22 ครับ เป็นห้องอาหารที่ชื่อว่า Goji ดูๆ แล้วเป็นห้องอาหารแบบบุฟเฟต์ของโรงแรม ทีนี้เค้าปรับปรุงบริเวณโซนเอาท์ดอร์ให้เป็นโซนที่เสิร์ฟเบียร์เพิ่มขึ้น จากตรงโซนนี้ก็จะมองไปเห็นสวนสาธารณะเบญจสิริ เห็นคนมาออกกำลังกายกันครับ เบียร์สดมีไม่เยอะมาก 5 แทป ซีเลคชั่นก็พยายามให้ครอบคลุมหลายหลายไสตล์หน่อย มี Punk IPA, Maisel Weiss Original และ La Chouffe ของเบลเยี่ยม ส่วนอีก 2 แทปเป็นลาเกอร์ธรรมดาเผื่อแขกต่างชาติของโรงแรมอยากจะลองชิม (ช้างและไฮเนเก้น) นอกจากนี้ก็มีเบียร์ขวดจากทาง Smiling ให้ได้ลองกันครับ

  • |

    Akarenga ตึกแดงที่ Yokohama

    จาก Garden Center ก็นั่งรถไฟกลับมาแถวท่าเรือ Yokohama เพื่อจะไปเดินที่ตึกแดงครับ หลายปีก่อนผมเคยมากับที่บ้าน แต่คราวนั้นไม่ได้เข้าไปข้างใน จำได้ว่าฝนตกหนัก แล้วก็เดินไปดูตรงอื่น การเดินทางนั้นสามารถลงที่สถานี Bashamichi หรือ สถานี Nihon-Oodori ถ้านั่ง JR ยาวมาจาก Tokyo ลง สถานี Sakuragicho หรือ สถานี Kannai ครับ Akarenga หรือ Yokohama Red Brick Warehouse ที่คนไทยคุ้นหูกันในชื่อตึกแดงครับ อยู่ที่ท่าเรือโยโกฮาม่า เดิมทีเคยเป็นที่ทำงานของศุลกากร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1899 ปัจจุบันถูกรีโนเวทปรับปรุงภายใน กลายเป็นร้านอาหาร ร้านขายของ และที่จัดงานต่างๆ ตัวตึกจะมี 2 ตึก ตึกที่มีร้านขายของและอาหารจะเป็นตึกใหญ่ (ตึก 2) ครับ เดินวนไปวนมา แต่สุดท้ายผมและคณะก็ไม่ได้ทานข้าวเย็นทีนี่ ถ่ายรูปเล่น เดินดูของ แล้วก็เดินทางกลับโตเกียวไปทานที่โตเกียวแทน


แสดงความคิดเห็น