‘t Brugs Beertje ร้านเบียร์เก่าแก่ของเมือง Brugge – ประเทศเบลเยี่ยม

โปรแกรมของวันที่ 2 ในทริป Road to Belgium เราเริ่มกันตั้งแต่เช้า มีทั้งไปโบสถ์ ไปโรงเบียร์ รวมถึงไปซุปเปอร์มาร์เก็ต สุดท้ายของวัน เรากลับมาที่เมือง Brugge แล้วก็ไปกันที่ร้านเบียร์ร้านดังประจำเมืองครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า t brugs beertje หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “Bruges’s Little Bear” เป็นร้านเบียร์ชื่อดังเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่ปี 1983 โดยสุภาพสตรีที่ชื่อ Daisy Claeys ตัวร้านอยู่ในตึกเก่าแก่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 1632 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสกลางเมือง ตอนเปิดร้านนั้นมีเบียร์ประมาณ 120 ตัว ปัจจุบันมีให้เลือกชิมถึง 300 ตัวและก็มีเบียร์สดเสิร์ฟจากแทปทั้งหมดอีก 7 ตัวครับ ผ่านมาจากวันเปิดกิจการ 34 ปี คุณ Daisy Claeys ก็ขายกิจการให้กับ Dries Brouckaert แต่ตัวเธอก็ยังแวะเวียนมานั่งจิบอยู่บ้าง

บรรยากาศร้านจะดูโบราณๆ หน่อยครับ อบอุ่นๆ ตกแต่งด้วยเพลทโฆษณาเบียร์ มุมหน้าร้านมีเถาดอกฮอปส์แห้งแขวนประดับประดาอยู่ ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์มีแก้วเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วน คือเบียร์แต่ละตัวนี่มีแก้วเป็นของตัวเองเกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้ ภายในร้านลูกค้าแน่นเลยครับ ผมเกือบจะไม่ได้โต๊ะ แต่พนักงานก็คุยกับลูกค้าอีกกลุ่ม ขยับขยายแบ่งโต๊ะเล็กๆ มาให้ ที่ประทับใจอีกอย่างก็คือที่นี่เปิดเพลง Classic ครับ น่าจะเป็นร้านเบียร์ร้านเดียวที่ผมเคยไปมาแล้วเปิดเพลง Classic

พอกลุ่มใหญ่ของเรามาถึงก็โชคดีครับ เพราะห้องด้านในของร้านมีลูกค้าทยอยๆ ออก ก็เลยได้โต๊ะ ซึ่งในห้องด้านในนี้ก็มีรูปของ Michael Jackson (The Beer Hunter)นักเขียนและพิธีกรรายการเบียร์ชื่อดังชาวอังกฤษติดอยู่ด้วย

ด้านหน้าร้าน
เข้ามาด้านในฝั่งซ้ายมือก็จะเป็นบาร์
ในบาร์มีแก้วเรียงรายเต็มไปหมดครับ มีแบบเซรามิคแขวนอยู่ด้วย
ด้านบนเป็นขวดเบียร์เก่าๆ
หัวแทปเบียร์สดวันนี้ มี Cantillon ด้วยครับ
รอบๆร้านตกแต่งด้วยเพลทป้ายยี่ห้อเบียร์
รอบๆร้านตกแต่งด้วยเพลทป้ายยี่ห้อเบียร์
บรรยากาศห้องด้านในครับ
รูปของไมเคิล แจคสัน
รายการเบียร์สด
รายการอาหาร
แก้วแรกของมื้อหนึ่งในเบียร์ประจำเมือง Brugge จากโรง De Halve Maan ชื่อ Brugse Zot เป็นสไตล์ Belgian Blonde รสมอลตี้ มีคั่วนิด รสขมหน่อย ได้เหล็กๆ เสิร์ฟมาเย็นดีครับ บอดี้กลาง ซ่านิด ตัวนี้สามารถหาดื่มได้ในไทยครับ
อีกแก้วชื่อว่า Saison du Meyboom จากโรง Brasserie de la Senne ตัวนี้เป็น Saison ครับ เบียร์คลีนดีมาก มีฟังกี้ มีรสเปรี้ยว ค่อนข้างซ่า ดราย จิบแล้วสดชื่น จบด้วยขมๆ บอดี้กลางๆ
กับแกล้มที่สั่งมาทานด้วยเป็น ซาลามีนุ่มๆ รสเค็มกำลังดี กินกับมัสตาร์ดที่ให้มาดีมาก เปรี้ยว เผ็ด ส่วนชีสคล้ายพวกเชดด้า เข้ากับเบียร์ดีครับ
ตัวที่สามเป็น Rodenbach Vintage ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้ไปโรงเค้ากัน เป็นสไตล์ Flanders Red Ale กลิ่นโอคชัด รสเปรี้ยวผสมรสหวาน คม ซ่า มีรสผลไม้ๆ หน่อย
แก้วนี้อีกหนึ่งโรงดังของเบลเยี่ยม Cantillon เป็นตัว Kriek 100% Bio Lambic รสเปรี้ยว ฟังกี้ สไปซ์ ขมนิด กลิ่นดอกไม้ ผลไม้ ซ่านิดๆ
ตัวสุดท้ายของคืนนี้เป็นตัวแรง ลืมบอกไปว่าทุกตัวพนักงานจะมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ รินแบบมืออาชีพมากๆ
ชื่อว่า Cuvée Delphine จากโรง De Struise Brouwers เป็นสไตล์ Russian Imperial Stout ครับแอลกอฮอล์สูง 11% จิบปุ๊บได้ความขม รสชอคโกแลต ครีมมี่ บอดี้กลาง-หนา ไม่ซ่า ฟองดำ แรงจริง

พอดึกๆ ร้านเริ่มซาครับ ลูกค้าเริ่มทยอยกลับ ถ้าหัวค่ำก็แน่นหน่อย อย่างนึงที่ประทับใจมากๆ คือพนักงานสุภาพ อัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม ตอนร้านวุ่นๆ แน่นๆ ก็ไม่มีเหวี่ยงเลย ยิ้มแย้ม แนะนำเบียร์ ช่วยเหลือจัดการเรื่องโต๊ะ

ด้วยความหลากหลายของเบียร์ บรรยากาศ และบริการ ที่นี่จึงเป็นร้านที่ไม่ควรพลาดครับหากมาแวะที่เมือง Brugge แต่ดูวันดีๆ เพราะว่าทางร้านปิดวันพุธครับ

‘t Brugs Beertje Brugge
เบอร์โทร : +32 50 33 96 16
เปิด : อาทิตย์-พฤหัสบดี 16.00-24.00 ศุกร์-เสาร์ 16.00-01.00 วันพุธปิด
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Almost Famous คราฟท์เบียร์บาร์สไตล์มินิมัลในโบสถ์เก่า สิงคโปร์

    นอกจากร้าน Temple Cellar แล้วในทริปสิงคโปร์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมก็ได้แวะไปยังอีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหม่ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Almost Famous ตั้งอยู่ในโครงการ Chijmes ซึ่งในอดีตเคยเป็นคอนแวนท์ โรงเรียนและสถานเลี้ยงเด็ก ด้านหน้าทางเข้าจะมีโบสถ์คริสต์สวยงามตั้งอยู่ ถ้าใครได้ดูหนัง Crazy Rich Asian ฉากแต่งงานในเรื่องก็ถ่ายที่นี่นั่นเองครับ ภายในตึกเก่ารอบๆ โบสถ์ถูกดัดแปลงตกแต่งเป็นร้านอาหาร ร้านเหล้า ร้านกาแฟ บรรยากาศรวมๆ ดีเลยครับ อาหารที่เห็นผ่านๆ ตาค่อนข้างหลากหลายดี ร้านญี่ปุ่นเยอะหน่อย

  • Social Kitchen จิบเบียร์ Brut IPA ในโรงต้นฉบับ San Francisco

    วันสุดท้ายของทริป ทุกคนแยกย้ายกันเที่ยวตามอัธยาศัยเหมือนเดิม บางคนไปชอปปิ้ง บางคนไปจิบเบียร์ต่อครับ ผมเองตอนเช้าไปร้านขายอุปกรณ์ทำเบียร์ พอช่วงบ่ายก็ไปแวะจิบ ที่แรกของวันนี้ เป็นโรงเบียร์ชื่อ Social Kitchen ครับ อยู่ทางฝั่งซ้ายๆ ของตัวเมือง San Francisco ด้านล่างของสวน Golden Gate Park ครับ สาเหตุที่เรามาที่นี่ก็เพราะว่า โรงนี้เป็นโรงแรกที่เริ่มทำ Brut IPA ก็เลยอยากมาลองว่าเจ้าที่คิดค้น ทำออกมาแล้วจะเป็นยังไง อร่อยไหม

  • Pure Project โรงเบียร์หน้าใหม่มาแรงแห่งเมือง San Diego, California

    โรงที่สองสำหรับวันนี้หลังจากที่ไปแวะ Belching Beaver ก็คือโรงชื่อว่า Pure Project เราวิ่งลงใต้กลับมาทางตัวเมือง San Diego ประมาณ 55 กิโลเมตร ใกล้ๆ กับ Ale Smith ที่เรามาวันก่อนเลย ที่นี่เป็นโรงที่พนักงานโรงเบียร์อื่นๆ หลายคนแนะนำให้มาลอง เพราะว่ากำลังเป็นเจ้าใหม่มาแรง มีจุดกำเนิดในปี 2013 จากเพื่อนสองคน Jesse Pine และ Mat Robar ที่ไปปีนเทือกเขาร็อกกี ระหว่างทางก็พูดคุยไปแล้วก็กลายเป็นไอเดียเรื่องโรงเบียร์ จากนั้น Jesse Pine ต้องไปทำงานที่ Costa Rica ซึ่งยังไม่ค่อยไม่มีคราฟท์เบียร์มากเท่าไหร่ ก็เลยเริ่มต้มเบียร์ในชื่อ Pura Vida ผ่านไป สองปี ระหว่างที่กำลังตัดสินใจเรื่องสร้างโรงที่ Costa Rica ว่าจะทำยังไงดี ปรากฎมีคนโทรมาบอกว่า ที่ Miramar, San Diego มีที่เพิ่งเปิดใหม่ เหมาะสมกับการทำโรง ก็เลยทำให้ตัดสินใจไม่ยาก นั่นก็คือบินกลับ…

  • Oud Beersel โรงเบียร์เปรี้ยวสไตล์ Lambic ชานเมือง Brussels – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมที่ 2 ของเราหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงอย่างอิ่มหนำที่ร้าน ‘t Brouwershuis ของ โรงเบียร์ Palm เราเดินทางลงทางใต้เพื่อไปอีก 1 โรงครับ โรงนี้เป็นแบรนด์ที่มีขายในไทยอยู่ซักพักแล้ว เป็นสายเบียร์เปรี้ยว โดยชื่อโรงก็ตั้งตามชื่อเมืองที่ตั้ง โรงนี้มีชื่อว่า Oud Beersel ครับ Oud Beersel เป็นอีกหนึ่งโรงที่มีอายุเก่าแก่ ก่อตั้งเมื่อปี 1882 โดย Henri Vandervelden และก็เป็นกิจการของตระกูลยาวนานมาประมาณ 100 กว่าปี แล้วก็เปลี่ยนมือมาถึงหลานชาย จนปี 2002 โรงเบียร์ก็หยุดกิจการไปด้วยปัญหาทางด้านการเงินครับ ทีนี้คุณ Gert Christiaens นั่งดื่มเบียร์ Oud Beersel อยู่ที่บาร์ใน Brussels ก็ได้รับการบอกกล่าวจากเจ้าของร้านว่า มาคราวหน้าคงจะไม่ได้กินแล้วนะ เพราะโรงเค้ากำลังจะปิดกิจการ ด้วยความชื่นชอบในเบียร์และไม่อยากให้โรงเบียร์จะต้องหยุดไปมา ก็เลยมาคุยกับ Brewmaster ของโรงในขณะนั้น (เป็นรุ่นที่สามของ Brewmaster ประจำโรง) เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเบียร์ รวบรวมเงินมาซื้อกิจการ โดยผลิตเบียร์ Bersalis Tripel และ Bersalis Kadet…

  • |

    Q Club ร้านขายของชำคราฟท์เบียร์ล้นตู้ สถานี Central – Hong Kong

    ร้านนี้ไปเจออย่างไม่ตั้งใจครับ คือทานร้าน Roundhouse กำลังจะเดินไปสถานีรถไฟแล้ว เจอร้าน Q Club อยู่ข้างๆ กัน หน้าร้านมีขวดเบียร์โชว์อยู่เยอะเลย แวะเข้าไป อื้อหือ มีเยอะใช้ได้ เข้ามาด้านในบรรยากาศเหมือนร้านสะดวกซื้อธรรมดา คุณน้าที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินก็ดูเป็นคนธรรมดาไม่ได้ดูเป็นแฟนเบียร์อะไรมาก คือดูเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อนั่นหละครับ ผมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป คุณน้าคงงงว่ามึงจะถ่ายทำไม เท่าที่ดูคร่าวๆ ส่วนใหญ่เป็นคราฟท์เบียร์จากอเมริกาเป็นหลัก มียี่ห้อที่ยังไม่เข้าไทยอยู่บ้านเช่นเจ้าดัง Sierra Nevada, Lagunitas และ Dogfish Head เป็นต้น ถึงแม้ว่าเบียร์จะดึงความสนใจไปหมดแต่ในร้านก็ยังมีของใช้อื่นๆ เหมือนร้านสะดวกซื้อขายด้วยเช่นกันครับ

  • | |

    Red Willow Bar บาร์ของโรงคราฟท์เบียร์ในเมือง Macclesfield

    ออกจาก Buxton Tap House ผมนั่งรถสาย 58 ข้ามเมืองมายัง Macclesfield ที่อยู่ห่างกันประมาณ 18 กิโลเมตรครับ นั่งรถประมาณ 40 นาที ซึ่งเส้นทางนี้กลายเป็นถนนที่สวยงามที่สุดในทริปนี้ จริงๆ มันก็เป็นแบบ เนินเขา หญ้าๆ เขียวๆ ธรรมดาหละครับ แต่คือไม่ได้รู้มากก่อน มันเลยแบบ เห้ย อลังการสวยงามดีคุ้มค่ารถ 3-4 ปอนด์มากๆ มาถึง Macclesfield เมืองที่ชื่อไม่ค่อยคุ้นหู ผมก็เดินจากสถานีรถบัสประมาณ 300 เมตรเพื่อไปยังร้าน RedWillow Bar ครับ ที่นี่เป็นแทปรูมของโรงซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 800 เมตรเท่านั้น เสียดายที่ไม่ได้ไปที่โรงครับ โรงนี้มีเบียร์ตัวดังๆ เป็น IPA และ Stout แต่ที่บาร์นี่มีขายของแบรนด์อื่นๆ ด้วยนะครับ หน้าร้านมีลูกค้าอยู่นิดหน่อย ส่วนข้างในนี่แม้จะเป็นวันธรรมดาก็คนแน่นร้านเลยครับ ตัวร้านตกแต่งด้วยไม้โทนๆ สีธรรมชาติ ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์ มีเบียร์แบบ Keg 15 แทป และแบบ…


แสดงความคิดเห็น