Cafe Rose Red จิบเบียร์คืนในสุดท้ายเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

คืนสุดท้ายในเมือง Bruges หลังจากที่กลับมาจากโรง Rodenbach ช่วงหัวค่ำพอดี อาหารทางโรงก็เลี้ยงมาเต็มอิ่มแล้ว ก็เลยหาร้านเบียร์ไปดื่มกันครับ ทีแรกเราเดินไปถึงร้าน De Garre ปรากฎว่าร้านปิด Private Party เลยต้องย้ายหาร้านใหม่

ซึ่งเป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ อยู่ห่างกันนิดเดียวเพียง 400 เมตร ร้านนี้มีชื่อว่า Cafe Rose Red ครับ ขนาดร้านค่อนข้างกว้าง เป็นสองห้องใหญ่ๆ ติดกัน ภายในร้านตกแต่งด้วยกุหลาบแดงตามชื่อร้าน เปิดเพลงแจ๊ซชิลล์ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะแก่ๆ หน่อย

ที่นี่มีเบียร์ให้เลือกเยอะมากครับ โดยเฉพาะพวกแลมบิค ในลิสต์นี่ตัวหายาก ตัวเก่าๆ มีเพียบเลยครับ ส่วนอาหาร เนื่องจากแน่นมาจากมื้อเย็นแล้วก็เลยสั่งมาแค่กับแกล้มมาทานแก้เลี่ยน ไม่ได้สั่งอะไรจริงจังครับ

นั่งๆ เล็มเบียร์ซักพักปรากฎว่าชาว Captain Barrel ตามมาสมทบกันทั้งกรุป พนักงานก็เลยให้ไปห้องอีกฝั่งนึง ซึ่งตอนแรกไม่มีลูกค้า แล้วคุณไปป์ Captain Barrel ก็สั่งเบียร์ตัวเด็ดๆ เจ๋งๆ ขวดใหญ่หลายขวดมาแชร์กันครับ

ซึ่งพนักงานก็มาดูแลพวกเราอย่างดีมาก รวมถึงสอนวิธีการเสิร์ฟเบียร์แลมบิค ว่าต้องหมุนแก้วและเอียงขวดตลอดหลังจากที่เปิดเทแล้ว เพื่อไม่ให้ยีสต์ไหลลงไปใน คือยีสต์กินได้นะครับ แต่จะทำให้ได้รับรสของเบียร์ได้ไม่เต็มที่

ด้านหน้าร้าน
ป้ายรายชื่อเบียร์สดวันนี้
เข้ามาด้านใน บริเวณบาร์จะอยู่ซ้ายมือ
บรรยากาศภายในร้าน
มี Westvleteren 12 ขายด้วยครับ
บรรยากาศภายในร้าน ห้องด้านในครับ
บรรยากาศภายในร้าน ห้องด้านในครับ
หัวแทปเบียร์สด
ผมเริ่มแก้วแรกด้วยตัวคุ้นเคย Cuvée des Jacobins จากโรง Vander Ghinste เป็นสไตล์ Flanders Red Ale รสเปรี้ยวนำ ตามด้วยรสหวานนิดๆ คม จิบแล้วสดชื่นดีครับ
ของพี่ชายเป็น Cantillon ตัว Rosé de Gambrinus เป็น Lambic (Framboise หรือ รสเบอรี่) รสเปรี้ยวนำเช่นกันครับ แต่แปลกดีตรงมีขมตามมา บอดี้กลางๆ สดชื่น
สั่งชุดเพลตมาทานแกล้ม มีไส้กรอกแห้ง ชีส มะกอก เสิร์ฟมาพร้อมกับมัสตาร์ด
ตัวที่สองของผม ‘Oude Quetsche Tilquin à L’Ancienne avec Prunes De Namur’ เป็นสไตล์ Lambic
ตัวนี้กลิ่นเปรี้ยวนำ ฟังกี้ๆ เม็ดฟองละเอียดสีขาว เสิร์ฟมาไม่เย็นครับ เปรี้ยวกัดลิ้นเลย ตื่นทันที ฮ่าๆ
ของพี่ชายอีกแก้วเป็นตัวแรง Gouden Carolus Cuvée Van De Keizer Whisky Infused จากโรง Het Anker 11.7% กลิ่นหอมหวาน คาราเมล คั่วๆ รสหวาน แรง บอดี้หนา มีขมนิดๆ ชอคโกแลต ครีมมี่ อร่อยดีครับ
ย้ายมาห้องด้านในพร้อมชาวคณะ เริ่มการแชร์เบียร์ด้วย 3 fonteinen ตัว Cuvee Armand&gaston เป็น Lambic ครับ
พนักงานมาเสิร์ฟลงแก้วเล็กให้ครับ
คนละนิดคนละหน่อย
อีกสามตัวที่ได้ชิมมี Boon, Cantillon และ Horal Megablend ครับ
พนักงานแนะนำเรื่องวิธีการรินแลมบิคและการหมุนแก้วตอนเสิร์ฟ (ดูจากในคลิป)

จนถึงเวลาร้านปิดพนักงานก็แจ้งว่าต้องปิดรับออเดอร์แล้ว คณะของเราถึงได้เดินทางกลับที่พักกัน นับเป็นอีกหนึ่งร้านที่ประทับใจในทริปนี้เลยครับ พนักงานสุภาพ เบียร์เยอะมาก เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับสายเบียร์หากเดินทางมายังเมือง Bruges ไม่ควรพลาดครับ

Cafe Rose Red Bruges
เบอร์ : +32 50 33 90 51
เปิด : จันทร์-พฤหัสบดี 15.00-23.30 ศุกร์-เสาร์ 11.00-24.30 อาทิตย์ปิด
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red
เมนูร้าน Cafe Rose Red

Similar Posts

  • Chatan Harbor Brewery โรงเบียร์สดริมทะเลใน American Village – Okinawa

    คืนที่สามเป็นอีกคืนที่มีโอกาสได้ไปแวะร้านเบียร์ 2 ร้านครับ ทั้งสองร้านอยู่ในโซนที่มีชื่อว่า American Village โซนเดินเล่นหลักของเมือง Nakagami เมืองใหญ่อีกแห่งของเกาะ Okinawa ร้านแรกที่ได้ไปคือ Chatan Harbor Brewery ครับ ที่นี่เป็น Brewpub และร้านอาหาร ดูค่อนข้างหรูนิดๆ อาหารก็ราคาสูงหน่อย มีโซนเอาท์ดอร์วิวทะเลอะไรประมาณนี้ มีเบียร์สดให้ลองชิมหลายตัว แต่ถ้าไม่ทานอาหารเข้าร้านมาโซนบาร์จะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นบาร์รูปตัว U ขนาดใหญ่ สามารถมองเห็น background เป็นถัง ferment และหม้อต้มเบียร์ผ่านกระจกใสได้ชัดเจนครับ ในร้านเปิดเพลงฝรั่ง ปอปรอคยุค 80s

  • Malt คราฟท์เบียร์บาร์ 30 แทป เมืองโฮจิมินห์

    ร้านสุดท้ายที่จะเขียนถึงของทริปโฮจิมินห์เมื่อเดือนธันวาคม เป็นร้านคราฟท์เบียร์อีกหนึ่งร้านครับ คือตอนเที่ยงเราทานข้าวเสร็จแล้วก็รอจนถึงเวลาเปิดร้าน (บ่ายสองโมง) เปิดปุ๊บก็เข้าเลย ร้านนี้ชื่อว่า Malt ครับ ผมเองเคยร้านนี้เมื่อปี 2017 แต่ตอนนั้นเป็นปาร์ตี้ คนแน่นเต็มร้านก็เลยไม่ได้เขียนถึงครับ ตัวร้านขนาดไม่ใหญ่มาก ดูสลัวๆ หน่อย ด้วยความที่เราไปตั้งแต่บ่ายวันทำงานก็เลยยังไม่มีลูกค้าครับ แอร์ในร้านเพิ่งเปิดก็เลยไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ ที่นี่เสิร์ฟคราฟท์เบียร์และก็เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ด้วย เบียร์สดมีทั้งหมด 30 ตัว เป็นเบียร์ของเวียดนาม อย่าง Heart of Darkness, Pasteur Street รวมถึงแบรนด์อื่นๆ เป็นหลักแล้วก็มีคราฟท์นอกอย่าง Stone และ Rogue แทรกนิดหน่อยครับ

  • World Beer Bar Second House บาร์เบียร์เล็กๆ ในเมือง Nagano – ประเทศญี่ปุ่น

    ทริปญี่ปุ่นคราวนี้ผมไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่เท่าไหร่ครับ ร้านคราฟท์เบียร์ก็เลยหายากหน่อย ร้านแรกที่แวะไปนั้นเป็นร้านในเมือง Nagano คือ วันแรกนี่ผมนั่งเครื่องลงที่ Nagoya แล้วต่อรถไฟมาลง Nagano เพื่อนอนหนึ่งคืน ลองเสิร์ชๆ ดูว่าพอจะมีร้านไหนขายคราฟท์เบียร์บ้างไหม ก็มาเจอร้านนี้ชื่อ World Beer Bar Second House ดูหน้าร้านก็เห็นว่ามีเบียร์สดนิดหน่อย Punk IPA อะไรอย่างนี้ แล้วเค้าก็มีป้ายเขียนว่ามีเบียร์ขวดอีก 100 ชนิดก็เลยลองแวะดู เข้ามาด้านในร้านบรรยากาศมืดๆ ไม้ๆ สไตล์บาร์ญี่ปุ่น ที่นั่งก็จะยาวตามตัวร้านเข้าไป ชั้นสองมีโต๊ะอีก สี่ห้าตัวครับ พนักงานพูดภาษาอังกฤษโอเค คุยได้รู้เรื่อง ผมสอบถามว่ามีรายการเบียร์ขวดไหม พนักงานบอกไม่มี แต่แนะนำให้ได้ ชอบตัวไหนจะหาที่ใกล้เคียงมาให้

  • Save Our Souls คราฟท์เบียร์บาร์ย่านเจริญนคร

    วันก่อนหลังจากที่ทานข้าวเย็นที่ร้าน JUA ผมก็ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งเจริญนครครับ มาแวะที่ร้านคราฟท์เบียร์ชื่อว่า Save Our Soul อยู่ตรงปากซอยเจริญนคร 10 ครับ ที่จริงร้านเปิดมาพักนึงแล้ว แต่ด้วยความที่อยู่โซนนี้ที่ไกลบ้านผมก็เลยเพิ่งมีโอกาสแวะมาครับ ตัวร้านอยู่ในอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง บรรยากาศสบายๆ ไม่มืด ไม่สว่างมาก วันที่ไปเป็นค่ำๆ วันอาทิตย์ ลูกค้าเยอะพอสมควรครับ ที่นี่มีคราฟท์เบียร์สดทั้งหมด 8 แทป แล้วก็มีตู้แช่เบียร์ขวดและกระป๋องอีกหนึ่งตู้ มีทั้งคราฟท์ไทยและนอกครับ ลิสต์เบียร์ค่อนข้างหลากหลาย ตัวใหม่ๆ ดังๆ มีครบครับ สำหรับอาหารก็จะเป็นพวกเมนูทานเล่นอย่าง ข้อไก่ทอด ปีกไก่ทอด ประมาณนี้ครับ

  • ‘t Brugs Beertje ร้านเบียร์เก่าแก่ของเมือง Brugge – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมของวันที่ 2 ในทริป Road to Belgium เราเริ่มกันตั้งแต่เช้า มีทั้งไปโบสถ์ ไปโรงเบียร์ รวมถึงไปซุปเปอร์มาร์เก็ต สุดท้ายของวัน เรากลับมาที่เมือง Brugge แล้วก็ไปกันที่ร้านเบียร์ร้านดังประจำเมืองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า t brugs beertje หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “Bruges’s Little Bear” เป็นร้านเบียร์ชื่อดังเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่ปี 1983 โดยสุภาพสตรีที่ชื่อ Daisy Claeys ตัวร้านอยู่ในตึกเก่าแก่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 1632 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสกลางเมือง ตอนเปิดร้านนั้นมีเบียร์ประมาณ 120 ตัว ปัจจุบันมีให้เลือกชิมถึง 300 ตัวและก็มีเบียร์สดเสิร์ฟจากแทปทั้งหมดอีก 7 ตัวครับ ผ่านมาจากวันเปิดกิจการ 34 ปี คุณ Daisy Claeys ก็ขายกิจการให้กับ Dries Brouckaert แต่ตัวเธอก็ยังแวะเวียนมานั่งจิบอยู่บ้าง บรรยากาศร้านจะดูโบราณๆ หน่อยครับ อบอุ่นๆ ตกแต่งด้วยเพลทโฆษณาเบียร์ มุมหน้าร้านมีเถาดอกฮอปส์แห้งแขวนประดับประดาอยู่ ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์มีแก้วเรียงรายอยู่นับไม่ถ้วน…

  • |

    Fermentoren คราฟท์เบียร์บาร์ Copehagen

    ร้าน Fermentoren อยู่ในโซน Meatpacking District ไม่ไกลจากจากร้าน Warpigs หรือถ้าเดินมาจากสถานี Copenhagen Central Station ก็เพียงแค่ 750 เมตร เดินราวๆ 10 นาทีครับ ตัวร้านเหมือนลงมาเป็นชั้นใต้ดินนิดๆ จากถนนลงมาประมาณครึ่งชั้น มีโต๊ะอยู่นอกร้านเยอะพอสมควร วันที่ไปเป็นหัวค่ำวันศุกร์ โต๊ะแน่นเลยครับ พอเข้ามาข้างในก็สลัวๆหน่อย คนเต็มร้านเลย มีเบียร์สดเสิร์ฟ 24 แทป โดยร้านนี้จะมียี่ห้อโลคอลอื่นๆ นอกจากเจ้าดังอย่าง Mikkeller เสิร์ฟครับ เป็นยี่ห้อที่ไม่คุ้นหูคุ้นตาหน่อย แล้วก็ยังมีแบรนด์จากต่างประเทศอย่างอเมริกามาผสมๆด้วย


แสดงความคิดเห็น