10 Barrel Brewpub 20 แทปใจกลางเมือง San Diego

จาก Hopping Pig ชาวคณะก็เดินเท้าต่อไปยังเป้าหมายต่อไป ระหว่างทางฝนเริ่มลงหนักคือทางไม่ไกลมาก แต่ฝนลงเลยเดินลำบากกันพอสมควรครับ

ไม่นานเราก็มาถึงเป้าหมายที่ 2 ของคืนนี้ เป็นโรงเบียร์ขนาดกลางๆ ชื่อว่า 10 Barrel ที่นี่เป็นโรงต้ม และก็มีส่วนแทปรูมขายเบียร์ด้วยเลย ตัวโรงขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ เข้ามาฝั่งซ้ายเป็นโซนโต๊ะนั่งกิน ตรงกลางเป็นส่วนของของที่ระลึก ส่วนฝั่งขวาเป็นโต๊ะยืน แล้วก็เป็นโซนของแทปรูม มีแบคกราวนด์เป็นถังเฟอร์เมนท์

กลับมาเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ความว่าแบรนด์ 10 Barrel นั้น อายุยังไม่เยอะมากเท่าไหร่ ก็ตั้งเมื่อปี 2006 ที่เมือง Bend, Oregon ส่วนที่ San Diego นี่ เปิดเมื่อปี 2017 เองครับ ค่อนข้างใหม่เลยทีเดียว

ที่นี่เบียร์สดจัมป์อยู่ทั้งหมด 20 กว่าแทปครับ เป็นเบียร์ของโรงเองซะส่วนใหญ่ แต่ก็มีไซเดอร์อะไรงี้แทรกๆ ด้วย ผมเองได้ลองชิมไป 2 ตัว เป็น IPA ธรรมดา กับ Brut IPA อร่อยดีครับ ตัว IPA นี่ดีเลยคลีน ส้ม ขมกำลังดี ดื่มลื่น

ด้านหน้าร้าน
เข้ามาก็จะเจอส่วนขายของที่ระลึก
ฝั่งซ้ายมือเป็นโซนนั่งดื่ม วันนี้ไม่ค่อยมีคน
ฝั่งขวาเป็นโซนแทปรูมหน้าถังหมักครับ
บริเวณบาร์
รายการเบียร์
ถังหมักสวยงาม
รายการเบียร์
รายการเบียร์

เข้าใจว่ามีอาหารขายด้วยนะครับ แต่เพราะเราอิ่มกันมาแล้วเลยไม่ได้ดูเมนู ในเมนูคือเห็นแค่เบียร์สด เบียร์กระป๋อง ไวน์และคอกเทลครับ คงจะมีเมนูอาหารแยกอีกอัน

โดยรวมสำหรับโรงนี้ที่ได้ชิมผมว่าโอเคเลยครับ อาจจะไม่ใช่โรงที่ชื่อคุ้นหูเรามาก แต่เบียร์ก็ใช้ได้ อร่อย ลื่นดี และก็อยู่ในตัวเมือง San Diego ด้วย เดินทางไม่ลำบาก เป็นหนึ่งแห่งที่น่าแวะมาครับ

10 Barrel San Diego
เบอร์ : +1 619-578-2311
เปิด : อาทิตย์-พฤหัสบดี 11.00-23.00 ศุกร์-เสาร์ 11.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    Feat Lab คราฟท์เบียร์ในร้านอาหารไซส์น่ารัก สะพานหัวช้าง – ราชเทวี

    สำหรับร้าน Feat Lab นี่เป็นอีกร้านที่ผมได้ยินชื่อมาซักพัก แต่ก็ยังไม่เคยแวะมา จนมีโอกาสได้เข้ามาทำธุระในเมืองที่ Central World ก็เลยเดินๆ เลาะถนนมาเรื่อยๆ จนถึงร้าน คือในหัวตอนแรกคิดว่ามันใกล้กัน ที่จริงที่มันใกล้คือพวกสยามพารากอน สยามอิสคัฟเวอรี่ ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับถือว่าออกกำลังกายไป ตัวร้านอยู่ตรงสะพานหัวช้างเลยครับ เป็นชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ โทนร้านออกสีขาวๆ สว่างๆ รอบร้านเป็นกระจกใส มีโต๊ะสีไม้ธรรมชาติอยู่ ประมาร 7-8 ตัวครับ วันที่ไป ลูกค้าเกือบเต็มร้าน เป็นทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยผสมๆ กัน แอร์ในร้านเย็นสบาย มีเพลงปอปฝรั่งเก่าๆ แบบ 80s-90s เปิดคลอๆ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 6 แทป (วันที่ไปเหลือ 5) แล้วก็มีเบียร์ขวดให้เลือกอีกพอสมควร เป็นทั้งคราฟท์ไทยและคราฟท์นอกครับ นอกจากเบียร์ก็มีกาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ขายด้วย สำหรับอาหารจะเน้นเป็นอาหารฝรั่ง ออกสไตล์อเมริกัน แล้วก็พวกของทานเล่นต่างๆ ครับ

  • The Fat Tap คราฟท์เบียร์บาร์แกล้มเบอร์เกอร์และอาหารฝรั่ง – เอกมัย

    มีโอกาสไปแวะที่ร้านคราฟท์เบียร์บาร์ย่านเอกมัยอีกหนึ่งร้านครับ คือปกติถ้าไปเอกมัยยังไงซะก็ต้องไปโผล่ที่ Mikkeller แต่คราวนี้ผมลองไปแวะร้านที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงดูซะหน่อยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า The Fat Tap ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 16 ตัวร้านเป็นบ้านเก่ามาดัดแปลง ขนาดร้านค่อนใหญ่ ตกแต่งด้วยไฟเหลืองๆ แอร์เย็นสบายดี เปิดเพลงฝรั่งเก่าๆ 60s-70s วันที่ไปมีลูกค้าอยู่สองโต๊ะ ร้านก็เลยดูโล่งๆ หน่อย สำหรับเบียร์สดมีทั้งหมด 12 แทป แล้วก็มีตู้แช่เบียร์ขวดอีกตู้ครับ ซีเลคชั่นนิ่งๆ ไม่ค่อย ว้าวเท่าไหร่ เป็นตัวธรรมดาซะเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยมีตัวใหม่ๆ ส่วนอาหารก็จะเป็นอาหารฝรั่ง พวกเบอร์เกอร์ แซนด์วิช ฟราย อะไรทำนองนี้ครับ

  • ตัวเมือง Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.2

    ทานข้าวเสร็จเรานั่งรถไฟต่อมาจาก Miyazu นิดเดียวก็ถึงสถานี Amanohashidate จากสถานีเราเดินไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งว่ากันว่าดูวิวของตัว Sand Bar ได้สวยกว่าการดูจากฝั่งนี้ เรือจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที แต่ถ้าใครฟิตๆ หรือเวลาเยอะหน่อย อาจจะเดินไปบน Sand Bar ซึ่งมีความยาว 3.6 กิโลเมตร เดินราวๆ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานก็จะเหลือ 20 นาที ระหว่างทางเดินไปก็จะมีร้านขนมและของที่ระลึกประปราย เราเดินมาเจอร้านใหญ่ร้านนึง ดูมีของเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังได้คราฟท์เบียร์ของแถวนี้กลับมา 3-4 ขวด เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ถามว่ามาจากไหน มานานไหม จะไปไหนบ้าง ซื้อเสร็จเราก็เดินต่อไปยังท่าเรือ ช่วงที่เราไปมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ ตัวเรือจะมีตารางเวลาเป็นรอบๆต้องคอยดูให้ดีทั้งขาไปและขากลับครับ

  • Brouwerij de Molen ทัวร์และจิบเบียร์ที่โรงดังของเนเธอร์แลนด์

    เดินมาถึงวันที่ 4 ของทริป ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของผมและพี่ชายครับเนื่องจากติดธุระ (แต่ชาวคณะท่านอื่นๆ ยังอยู่ต่อนะครับ) เราออกเดินทางขึ้นเหนือจากเมือง Eindhoven ประมาณ 120 กิโลเมตร แล้วก็แวะเที่ยวที่เมือง Gouda ต้นกำเนิดของชีส Gouda นั่นเอง ที่นี่เราแวะดูการประมูลชีสที่จัตุรัสใจกลางเมืองแล้วก็แวะซื้อชีสจากตลาดนัดใกล้ๆ ครับ มีไซส์เล็กไส์ใหญ่หลายรส รวมถึงของทานเล่นอื่นๆ อย่างไส้กรอกแห้ง แฮม เป็นต้น เสร็จก็เดินทางกันต่ออีกนิดเดียวไปยังเมือง Bodegraven ที่อยู่ติดกัน เพื่อทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมโรงเบียร์ Brouwerij De Molen ครับ โดยเรารับประทานอาหารและเบียร์ ที่ด้านล่างขอกังหันนั่นเอง

  • | |

    Bashamichi Taproom คราฟท์เบียร์บาร์ เมือง Yokohama

    Yokohama เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีร้านคราฟท์เบียร์เยอะครับ มีทั้งร้านขาย โรงต้มแบบ Microbrewery ร่วมถึงบริษัทนำเข้าเจ้าใหญ่ นอกจากนี้งานเบียร์ใหญ่ของคราฟท์ญี่ปุ่นก็จัดที่นี่ด้วย การเดินทางจาก Tokyo ก็ไม่นาน 30-40 นาทีเท่านั้นครับ แต่ผมดันไปช่วงวันสิ้นปีพอดี หลายๆ ร้านก็เลยปิดอย่าง Antenna America คนนำเข้าคราฟท์อเมริกาเจ้าใหญ่ก็ปิดครับ ไม่เป็นไรไปเฉพาะร้านที่เปิดแล้วกัน ร้านแรกที่ไปคือ Bashamichi Taproom อยู่ห่างจากสถานี Kannai ประมาณ 300 เมตรเท่านั้น ที่นี่เป็น Taproom ของ Baird Beer เหมือนที่ Takadanobaba คือมี Baird Beer ขายเป็นหลัก มีเบียร์อื่นนิดหน่อย สาขานี้พิเศษตรงที่อาหารจะเป็นสไตล์ Texas เน้นอาหารรมควัน อย่าง บริสเก็ต, ซี่โครงหมู หรือไก่ทั้งตัวรมควันครับ

  • The Yellow Pug คราฟท์เบียร์บาร์บนถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

    ร้านย้ายโลเคชั่นที่ไปใหม่ >> Yellow Pug หลังจากไปที่ Parallel Universe บนนิมมานฯและ My Beer Friend Market บนถนนช้างม่อย ผมออกนอกเมืองไปยังบริเวณถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เพื่อไปร้านสุดท้ายของค่ำคืนนี้ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า The Yellow Pug เป็นอาคารชั้นเดียวสองห้องริมถนน ด้านหน้าร้านมีโต๊ะนั่งข้างนอกได้ ตัวร้านโทนสว่างๆ มีเพนท์รูปบนกำแพง ห้องขวามือเป็นเวทีดนตรี ฝั่งซ้ายมีบาร์อยู่ตรงหัวมุมครับ ผมไปถึงที่ร้านประมาณเกือบๆ สามทุ่มได้ ยังไม่มีลูกค้าเข้าร้าน สักสามทุ่มครึ่งถึงได้มีคนเริ่มทยอยมาครับ ที่นี่มีเบียร์สด 4 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดและกระป๋องให้เลือกชิมอีกประมาณนึง


แสดงความคิดเห็น