Pizza Port กินพิซซ่าแกล้มคราฟท์เบียร์จากแบรนด์เก่าแก่

เสร็จจากโรง Wild Barrel เรากลับไปเก็บของกันที่โรงแรมแล้วก็ออกเดินทางออกมาทานข้าวเย็นกันที่โรงเบียร์ Pizza Port ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พักของเราครับ 

Pizza Port นับเป็นแบรนด์เก่าแก่อีกหนึ่งแบรนด์ เริ่มเสิร์ฟเบียร์ที่ต้มเองตั้งแต่ปี 1992 โดยก่อนหน้าเป็นร้าน Pizza ที่เปิดในปี 1987 ครับ สำหรับสาขาแรกนั้นตั้งอยู่ที่ Solana Beach ส่วนสาขาที่เรามากันวันนี้ (Bressi Ranch) เป็นสาขาที่ 5 แล้วซึ่งเปิดในปี 2013 สาขานี้ขนาดค่อนข้างใหญ่ และเป็นโรงที่มีไลน์ผลิตกระป๋อง ทำให้แบรนด์สาขาส่งออกไปขายได้ทั่วโลก (ผมดื่มแบรนด์นี้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น)

วันที่ไปคนเต็มร้านเลยครับลูกเล็กเด็กแดงวิ่งกันเต็มไปหมด ภายในร้านสว่าง ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์เบียร์ ฝั่งขวาเป็นส่วนของครัว ถ้าจะสั่งอาหารก็มาฝั่งนี้ ด้านนอกยังมีโซนกองไฟที่คนนั่งกันอยู่เพียบๆ เพราะอากาศเย็นกำลังดีครับ

ทางเข้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บริเวณหน้าบาร์
ด้านหลังเป็นถังหมักขนาดใหญ่
รายการอาหาร
รายการอาหาร
เสื้อยืดที่ระลึก
เอาถังหมักมาทำตู้ปลา
แก้วแรกเป็น Swami’s IPA ตัวนี้น่าจะเป็นตัวแรกของแบรนด์ที่ผมได้กินที่ญี่ปุ่น คราวนี้ลองแบบสด เบียร์คลีน ฮอปส์โทนยาง ซ่า ดื่มลื่น ดีกว่าที่เคยกินแบบกระป๋องเยอะเลยครับ
อีกแก้วเป็น Kook D.I.P.A. 8.5% ฮอปส์ออกโทนยาง ส้ม ค่อนข้างขม ดื่มลื่น ซ่า มีรสหวานนิดๆ
พิซซ่าหน้า BBQ Chicken ไก่นุ่ม ซอสเปรี้ยวหวานเผ็ด แป้งนุ่มหนา ขอบกรอบควันๆ อร่อยดีครับ
เมนูนี้อร่อยมากครับ เป็นไก่ทอด ตัวแป้งด้านนอกกรอบ รสเผ็ด ส่วนชิ้นไก่เนื้อนุ่ม อร่อยดีเช่นกัน
ก่อนกลับดื่ม Bacon & Eggs เป็น Imperial Porter รสกาแฟ คั่ว บอดี้กลางเกือบหนา ค่อนข้างฉ่ำ ไม่หวานมาก ลื่น อร่อยครับ

ผมได้กินเบียร์ไป 3 ตัวเป็น IPA, Double IPA และ Imperial Stout อีกตัว อร่อยดีทั้งคู่ครับ  ส่วนอาหารได้ มาถึงที่นี่ก็ต้องชิม pizza หน่อย เป็นหน้า bbq chicken ไก่นุ่ม ซอส เปรี้ยวหวานเผ็ด แป้งนุ่มหนา ขอบกรอบ ควันๆ อร่อยดีครับ อีกเมนูที่ทานแล้วชอบมากคือ ไก่ทอด แป้งเค้าทอดมากรอบ รสเผ็ด เนื้อนุ่ม อร่อยดีเช่นกัน

โดยรวมก็สนุกสนานดีครับ บรรยากาศในร้านครื้นเครง มีเรื่อง Passport ที่ทางร้านซีเรียส เพราะเค้ากลัวอายุไม่ถึง ทำให้สมาชิกท่านนึงไม่สามารถซื้อได้เพราะลืมไว้ที่โรงแรม พอขอเพื่อนจิบ พนักงานเดินมาบอกเลยว่าห้ามเด็ดขาด ถ้ากินอีกจะต้องขอให้ออกจากร้านทั้งกลุ่ม

ถ้าจะมาทานข้าวเย็นที่นี่ก็เหมาะเลย รสชาติดี แต่ร้านปิดไม่ดึกมาก คือสี่ทุ่มครับ ถ้าจะยิงยาวก็คงต้องไปต่อที่ร้านอื่น

Pizza Port Bressi Ranch
เบอร์ : +1 760-707-1655
เปิด : 11.00-22.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Tap Loei คราฟท์เบียร์บาร์บรรยากาศบ้านไม้เก่า จังหวัดเลย

    จาก Outlaw Brewing ผมเดินทางต่อไปยังเป้าหมายที่สองของคืนนี้ เป็นร้านคราฟท์เบียร์เปิดใหม่ มีชื่อว่า Tap Loei ครับ ตัวร้านอยู่ที่ถนนพิพัฒน์มงคล ฝั่งใกล้กับถนนเส้น 201 ครับ ร้าน Tap Loei เป็นการร่วมมือของพี่โจ๋ Jo+ Beer คราฟท์ไทยเจ้าดังของเชียงคานกับเชฟว่านและคุณโม นำบ้านเก่ามาดัดแปลงเป็นร้านคราฟท์เบียร์ ด้านล่างเป็นห้องโล่งยาวไปจนถึงหลังร้าน มีที่นั่งหน้าร้านนิดหน่อย ส่วนด้านในฝั่งซ้ายมือเป็นโต๊ะและเก้าอี้ทรงสูง ฝั่งขวาเป็นบาร์ขนาดใหญ่ ที่ร้านมีอาหารฝีมือเชฟว่านเสิร์ฟ ส่วนเบียร์สดมีทั้งหมด 4 แทป รวมถึงด้านในมีตู้เบียร์ขวดจำหน่ายคราฟท์ไทยและนอกคละๆ กัน ซึ่งเบียร์ก็อัพเดตเร็วไม่แพ้ในกรุงเทพฯ เลยครับ อย่างวันที่ไปนี่ Pirate Life ก็มีมาให้ได้ลองชิมกันเรียบร้อยแล้ว

  • Bierhalle Deconinck ซุปเปอร์มาร์เก็ตรวมเบียร์มากกว่า 1400 ชนิด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จบจากการทัวร์โรง Alvinne คณะของพวกเราเดินทางมีโปรแกรมเดินทางต่อไปยังโรงเบียร์ Verhaeghe แต่ก็ก่อนจะไปนั้น เราได้มีการแวะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายเบียร์เป็นหลัก มีเบียร์มากกว่า 1400 ตัว ที่นี่มีชื่อว่า Bierhalle Deconinck ครับ หน้าตาของซุปเปอร์ฯนี้จะคล้ายๆ กับซุปเปอร์ฯ ทั่วไป เป็นอาคารเหมือนโกดังหลังคาสูง เปิดโล่ง มีชั้นวางสินค้ายาวลึกเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก เพียงแต่ว่าบนชั้นเป็น เบียร์ เบียร์ เบียร์ และเบียร์ ! รายการเบียร์ที่มีขายอยู่มีทั้งเบียร์รายใหญ่ทั้งของเบลเยี่ยมและต่างประเทศ มีทั้งลาเกอร์ธรรมดา วีทเบียร์ แทรปปิสต์ แล้วก็มีเจ้าเล็กๆ จากทั่วโลกให้เลือกซื้อเป็นร้อยสไตล์ เบียร์เปรี้ยว IPA เบียร์ดำ เบียร์ผลไม้ เบียร์แรงๆ มีหมดครับที่นี่

  • | |

    Bunker สาธร – Deschutes A Unique Pairing Event

    เมื่อเดือนก่อนได้ไปร่วมงานที่ร้าน Bunker แถวสาธรมาครับ เป็นงาน Food pairing กับเบียร์ งานนี้จัดโดยทางร้านร่วมกับ Beervana ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์เจ้าใหญ่ของบ้านเรา เป็นมื้อเย็นที่จะเสิร์ฟอาหาร 4 จาน ฝีมือเชฟ Arnie Marcella แต่ละจานก็มีจะเบียร์ Deschutes, Stones และ Anderson Valley  เสิร์ฟมาด้วยกัน อาหารแต่ละจานขนาดกำลังดี มีจานสุดท้ายชิ้นใหญ่กินเกือบไม่หมดครับ สำหรับบรรยากาศร้านเป็นเหมือนตึกเก่ามารีโนเวท มีปูนเปลือยเป็นพระเอกของตึก ดูดิบๆ แข็งๆ แล้วก็มีพวกเหล็กสลับๆ ที่ผมชอบอีกอย่างก็คือทางร้านจัดไฟได้สวยงามครับ ลงตัวดีมาก

  • ตัวเมือง Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.2

    ทานข้าวเสร็จเรานั่งรถไฟต่อมาจาก Miyazu นิดเดียวก็ถึงสถานี Amanohashidate จากสถานีเราเดินไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งว่ากันว่าดูวิวของตัว Sand Bar ได้สวยกว่าการดูจากฝั่งนี้ เรือจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที แต่ถ้าใครฟิตๆ หรือเวลาเยอะหน่อย อาจจะเดินไปบน Sand Bar ซึ่งมีความยาว 3.6 กิโลเมตร เดินราวๆ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานก็จะเหลือ 20 นาที ระหว่างทางเดินไปก็จะมีร้านขนมและของที่ระลึกประปราย เราเดินมาเจอร้านใหญ่ร้านนึง ดูมีของเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังได้คราฟท์เบียร์ของแถวนี้กลับมา 3-4 ขวด เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ถามว่ามาจากไหน มานานไหม จะไปไหนบ้าง ซื้อเสร็จเราก็เดินต่อไปยังท่าเรือ ช่วงที่เราไปมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ ตัวเรือจะมีตารางเวลาเป็นรอบๆต้องคอยดูให้ดีทั้งขาไปและขากลับครับ

  • | |

    Copenhagen Street Food โกดังเก่ารวมร้านอาหาร

    ตอนหาข้อมูล Copenhagen ก็เจอที่นี่ แล้วก็จดไว้เลยว่ายังไงสายกินอย่างเราต้องไปให้ได้ครับ ที่นี่มีชื่อว่า ‘Copenhagen Street Food’ ผมเดินทางมาจากโบสถ์ Grundtvigs Kirke ด้วยรถเมล์กลับเข้ามาในตัวเมือง ลงที่ป้ายแล้วเดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางคนเยอะครับ คือบรรยากาศรอบๆ ดูเงียบแต่ทุกคนมุ่งหน้ามาที่นี่กันหมด ตัวโกดังจะอยู่ติดริมปากทะเลเลยครับ ซึ่งเกาะที่ตั้งของโกดังมีชื่อว่า Paper Island ภาษา Danish เขียนว่า PapirØen ซึ่งก็มีที่มาเพราะโกดังเหล่านี้เคยเป็นสถานที่เก็บกระดาษของ Association of the Danish Press ก่อนจะกลายมาเป็น Copenhagen Street Food ในปี 2014 ที่นี่มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มมากกว่า 35 ร้าน อาหารนี่หลากหลายสไตล์มาก ทั้งบราซิล ญี่ปุ่น เกาหลี อิตาลี่ อินเดีย และอีกมากมาย ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งเบียร์ เหล้าไวน์ วันที่ผมไปเป็นบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ครับ คนเยอะมาก ข้างในหาที่นั่งไม่ได้เลย ซื้อเสร็จต้องออกมานั่งลมโกรกอยู่ข้างนอก ซื้อมาร้อนๆ แป๊บเดียวเย็น ฮ่าๆ

  • Hopbuds ร้านคราฟท์เบียร์เจ้าเด็ดในเมือง Nagoya

    คืนสุดท้ายของทริปนี้หลังจากไปอยู่ต่างจังหวัดหลายวัน ผมกลับมานอนที่โรง Centrair Hotel ในสนามบินเพราะไฟลท์บินกลับนั้นเป็นช่วงเช้าครับ ตื่นมาก็ลงมาเช็คอินได้เลย หลังจากเก็บของที่โรงแรมเสร็จก็นั่งรถไฟเข้ามาในตัวเมือง Nagoya ร้านแรกที่จะไปคืนนี้ชื่อว่า Hopbuds ตัวร้านจะอยู่ไกลสถานีรถไฟนิดนึง ผมลงรถไฟที่สถานี Kanazawa แล้วต่อรถเมล์สาย 26 มาลงป้ายใกล้ๆ เดินต่ออีกประมาณ 400 เมตรก็ถึงร้านครับ (ถ้าลงสถานีใต้ดิน Higashi-Betsuin หรือ Kamimaezu จะเดินประมาณ 650 เมตร) ร้านนี้ขายแต่เบียร์กระป๋องและขวด ไม่มีแทปเบียร์สด และไม่มีอาหาร แต่ selection ที่นี่เด็ดๆ ทั้งนั้น พวก Hazy หรือ Barrel Aged Imperial Stout เปรี้ยว มีให้เลือกเยอะมาก รวมถึงมีตัวเด็ดๆ ที่พี่ฝรั่งเจ้าของร้าน แอบเก็บไว้ อย่างวันที่ผมไป แกก็บอกมี Cloudwater นะ กระป๋องละ 3000เยน ประมาณ 900 บาท! สนใจไหม


แสดงความคิดเห็น