Modern Times โรงคราฟท์เบียร์แบรนดัง – San Diego

ช่วงเย็นของวันสุดท้ายในเมือง San Diego หลังจากที่ไปแวะ White Labs กลุ่มย่อยของพวกเรานั่งรถมาสมทบกับกรุปใหญ่ที่อีกหนึ่งโรงดังของเมือง เป็นแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี นั่นคือ Modern Times ครับ

Modern Times ก่อตั้งเมื่อปี 2012 โดย Jacob McKean อดีตพนักงานของ Stone หลังจากออกมาก็มาฟอร์มทีม ดึง Brewer เก่งๆ มาร่วมทีมและเริ่มเซ็ทอัพโรงที่ Point Loma ใกล้ๆ กับสนามบิน San Diego เป็นระบบต้มและถังหมักขนาด 30 บาร์เรลหรือเกือบๆ 4,800 ลิตร เริ่มต้มแบทช์แรกในเดือนพฤษภาคมปี 2013 และขายในเดือนมิถุนายน

ซึ่งในเดือนเดียวกันที่เริ่มต้มแบทช์แรกยังได้ไป launch โปรเจคระดมทุนบน kickstarter เพื่อนำเงินมาทำแทปรูม ซื้อถังบาร์เรล และทำแลบ สุดท้ายระดมได้ถึง 65,000 usd จาก 645 backers

ปัจจุบัน Modern Times มีอีกสองโรงที่ Portland และ Los Angeles กับอีก 2 แทปรูม รวมทั้งหมดมีอยู่ 5 โลเคชั่นครับ

กลับมาที่หน้าโรง เรามาถึงโรงช่วงค่ำๆ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ตัวอาคารเป็นโกดังขนาดใหญ่หลังคาสูง ด้านหน้ามีโลโก้ของแบรนด์ที่เป็นหลอดไฟมาเรียงๆ กัน พอเข้าไปด้านใน โอ้โห โรงใหญ่มากครับ ลูกค้าแน่นๆ 

ฝั่งซ้ายมือเป็นโซนกาแฟที่ทางโรงคั่วเอง ลึกเข้าไปเป็นโซนที่ขายของที่ระลึกอย่างหมวก เสื้อยืด ติดๆ กันเป็นที่ขายเบียร์ขวดและกระป๋องสำหรับซื้อกลับบ้าน

ส่วนฝั่งขวามือเป็นบาร์ครับ ที่บาร์ขนาดใหญ่พอสมควร มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 32 แทปเป็นของทางโรงเองทั้งหมด มีทั้งที่ต้มที่นี่และจากโรงที่ Portland และ Los Angeles ด้านหลังบาร์เป็นโซนต้ม มีถัง ferment ขนาดใหญ่ สูง เรียงรายเป็น Background อยู่

ด้านหน้าโรง
บรรยากาศภายในโรง
บรรยากาศภายในโรง
ส่วนของร้านกาแฟครับ เราไปค่ำ ปิดไปแล้ว
เมล็ดกาแฟของทางโรง
เสื้อยืดและแก้ว
ตู้แช่กระป๋อง
บรรยากาศภายใน
บรรยากาศภายใน
บริเวณบาร์
รายการเบียร์
ถังหมักอยู่ด้านหลัง
รายการเบียร์วันนี้
รายการเบียร์วันนี้
ผมเริ่มด้วยตัวโปรดก่อน Orderville เป็น New England IPA ฮอปส์ส้ม ค่อนข้างซ่า เบียร์คลีนมากครับ ลื่นกินง่าย ประทับใจมากๆ
ตัวที่สอง Blazing world แก้วนี้แดงค์ เขียว หวานกำลังดี ซ่าเช่นกัน ชอบครับ
สลับไปดำบ้าง Probability Engine เป็น Imperial Stout 11% ครับ ต้มมาจากโรง Portland รสหวานนำ บอดี้หนา มีเผ็ดนิด กลิ่นกาแฟ ชอคโกแลต ชัด เนียนดี จิบลื่นๆ
Divergent Paths เป็น New England Double IPA ครับ 8.2% ออกดราย น้ำเบียร์ขุ่น ค่อนข้างซ่า ดื่มลื่น ฮอปส์โทนส้มๆ มะม่วง จบหวานนิดๆ

ผมเองมาถึงก็สั่งตัวโปรดชิมก่อนเลย ก็คือ Orderville เป็น New England IPA ฮอปส์ออกส้มๆ เบียร์คลีนมากครับ ลื่นกินง่าย ประทับใจไม่ผิดหวังเลย อีกตัวก็คือ Blazing World พอได้กินสดนี่ แดงค์กว่า เขียวก็ตัวกระป๋องเยอะเลยครับ ชอบเช่นกัน อีกตัวเป็น Imperial Stout ชื่อ Probability Engine 11% ครับ ต้มมาจากโรง Portland รสหวานนำ บอดี้หนา มีเผ็ดนิด กลิ่นกาแฟ ชอคโกแลต ชัด 

ก่อนกลับก็ไปเลือกซื้อตัวกระป๋องกลับบ้านครับ จะมีพวกตัวพิเศษอย่างซีรีย์ devil’s teeth ขายด้วย (ราคาแรงใช้ได้) แล้วก็ตัวใหม่ๆ ที่เพิ่งออก สมาชิกบางท่านก็ซื้อกาแฟของทางโรงกลับด้วยครับ

โรงนี้คงไม่ต้องเชียร์ให้มาเพราะคิดว่าสายคราฟท์เบียร์ ถ้ามา San Diego ยังไงก็คงจะแวะมาโรงนี้กันแน่ๆ ใช่ไหมครับ 😀

Modern Times San Diego
เบอร์ : (619) 546-9694
เปิด : จันทร์-พฤหัสบดี 12.00-22.00 ศุกร์ 12.00-24.00 เสาร์ 11.00-24.00 อาทิตย์ 11.00-22.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Where do we go คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – โชคชัย 4

    อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่เปิดมาได้พักใหญ่ๆ แต่ผมเพิ่งมีโอกาสมาครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Where do we go’ อยู่ในซอยโชคชัย 4 สามารถเดินทางมาร้านได้จากหลายเส้นทางครับ มาจากลาดพร้าวก็ได้ รัชดาก็ได้ หรือจากเส้นเกษตร-นวมินทร์ก็เดินทางง่ายครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ไฟออกสลัวๆ ส่วนเบียร์นั้นมีเบียร์สดอยู่ 5 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีก 1 ตู้แช่ ที่ร้าน Where do we go นี่จะเน้นเป็นคราฟท์ไทยครับ แต่ก็มีคราฟท์นอกแซมๆ บ้างนิด นอกจากเบียร์ก็มีอาหารให้สั่งทานเป็นกับแกล้มด้วย วันที่ผมไปลูกค้าเต็มร้านครับ มีโต๊ะยาวโต๊ะนึง แล้วก็โต๊ะเล็ก กระจายยู่ฝั่งขวา ตัวผมเองก็เลยมานั่งหน้าบาร์ คนเต็มร้าน แต่กแอร์ก็เย็นสบายดี วันที่ไปมีดนตรีสดเล่นอยู่ เป็นแบบคนนึงร้อง คนนึงเล่นกีตาร์ พอจบก็เปิดเพลงฝรั่งแนว pop rock ฟังสบายๆ

  • | |

    จิบเบียร์ใน Cloudwater Barrel Store Tap Room เมือง Manchester – ประเทศอังกฤษ

    หลังจากไปที่ Vocation และ Magic Rock มาแล้ว ผมเดินทางกลับมายังแมนเชสเตอร์ด้วยรถไฟมาลงสถานี Manchester Piccadilly ซึ่งเป้าหมายที่สามของวันนี้คือแทปรูทของโรงคราฟท์ที่กำลังดังที่สุดของอังกฤษในตอนนี้นั่นก็คือ ‘Cloudwater’ ครับ ตัวแทปรูมมีชื่อว่า ‘Cloudwater Barrel Store Tap Room’ ตั้งอยู่ในโกดังใต้รางรถไฟใกล้ๆ สถานี Manchester Piccadilly นั่นหละครับ เดินมาจากสถานีนิดเดียวเท่านั้น ผมมาถึงช่วงเย็นๆ ของวันเสาร์ คนแน่นร้าน พนักงานผู้หญิงให้เข้าคิวรอ บอกว่าให้คนข้างนอกออกมาก่อนนะค่อยเข้าไป รอไม่นานก็ได้เข้าครับ ตัวร้านเป็นห้องหลังคาสูงๆ ด้านบนเป็นทรงโค้ง มีถังบาร์เรลตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของตัวร้าน ด้านในมีโต๊ะยาวสำหรับนั่งประมาณ 3-4 ตัวครับ ตัวแทปจะอยู่ข้างในกลางๆ ห้อง วันนี้มีทั้งหมด 10 แทป แล้วก็มีตู้แช่อีกเบียร์กระป๋องแบบสองบานอีกหนึ่งตู้ ตัวคอแลบฯ อะไรอย่างนี้มีหมดครับ

  • Nagasaka Sarasina ร้านโซบะ สาขา Shinjuku

    มื้อเที่ยงวันนี้ลงใต้ดินสถานี JR Shinjuku อีกครั้งครับ ร้านที่หามาเป็นร้านโซบะครับ ชื่อร้านว่า Nagasaka Sarasina เป็นร้านเชน มีหลายสาขา หน้าตาดูเป็นร้านดั้งเดิม ไม่วัยรุ่นครับ หน้าร้านมีตัวอย่างแต่ละเมนูให้ดูด้วย ตอนที่ไปคนไม่ค่อยเยอะครับ พนักงานพาไปนั่งโต๊ะใหญ่กลางร้าน เป็นโต๊ะแบบแชร์กันหลายๆ คน ที่ร้านมีเมนูภาษอังกฤษ และพนักงานก็สื่อสารอังกฤษได้ครับ สำหรับเมนูจะมีทั้งแบบจานเดียวและเป็นเซ็ต มีทั้งโซบะร้อนและเย็น มีเส้นสามแบบ ผมได้ลองไปสองแบบครับ เป็นแบบโซบะเย็นหนึ่งชุด และโซบะร้อนใส่ไก่และไข่อีกหนึ่งชาม สามารถสั่งเทมปุระ หรืออกเป็ดมาเพิ่มด้วยได้ครับ

  • | |

    T.Y. Harbor โรงเบียร์และร้านอาหารริมน้ำ สถานี Tennozu Isle

    ที่นี่ผมได้ยินชื่อมานานแล้วครับแต่ไม่มีโอกาสได้มา คราวนี้มาพักแถวสถานี Hamamatsucho ซึ่งอยู่ไม่ไกล นั่งรถนิดเดียวถึงก็เลยมาลองตั้งแต่ช่วงกลางวันครับ ตัวร้านอยู่ห่างจากสถานี Tennozu Isle ประมาณ 400 เมตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเลยครับ หน้าตาร้านจะเหมือนโกดังสินค้า เข้ามาในปุ๊บเป็นฮอลล์หลังคาสูง ใหญ่กว่าที่คิดพอสมควร พนักงานมาสอบถามจำนวนแล้วก็พาไปโต๊ะ พนักงานสุภาพเรียบร้อยมากๆ ครับ พอเข้ามาด้นาในร้าน ดูคร่าวๆ นี่เต็มเกือบทั้งร้านเลย ลูกค้าก็หลากหลาย มาเป็นครอบครัวพร้อมเด็กก็มี เป็นคนทำงานก็มี บริเวณด้านนอกร้านยังมีที่นั่งด้วย เค้าเอาพลาสติกมากันลมไว้ เพราะลมเย็นใช้ได้เลย รายการอาหารเยอะดีครับเป็นอาหารฝรั่งฟิวชั่นๆ นิดๆ อ่านดูน่าลองทานหลายเมนูเลย ส่วนเบียร์ก็จะเป็นเบียร์ที่ต้มที่นี่ มีให้เลือกชิมอยู่ประมาณ 5-6 สไตล์ แล้วก็จะมีเบียร์จากยี่ห้ออื่นๆ มาเป็น guest beer ครับ

  • |

    The Fox Craft Beer House ถนน Kingsland สถานี Haggerston – London

    คืนวันเสาร์หลังจากออกไปตระเวณที่ Tiny Rebel และ Deya ผมก็นั่งรถไฟกลับมาถึง London ประมาณ 3 ทุ่มกว่า แล้วก็หาข้าวทานเป็นร้านอาหารตุรกีชื่อ Mangal แนวปิ้งๆ (Kebab เดี๋ยวเล่าละเอียดๆ อีกทีครับ) กินเสร็จก็ขึ้นรถเมล์หาเบียร์จิบก่อนนอนมาลงที่ร้าน The Fox ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ตัวร้านอยู่บนถนน Kingsland ซึ่งไม่ไกลจากที่พัก Airbnb ของผมเท่าไหร่ครับประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าเดินทางด้วยรถไฟก็ลงสถานี Haggerston (overground) ร้านจะเป็นตึกทรงโบราณๆ เพราะมีอายุเก่ากว่าร้อยปีตั้งแต่ปี 1881 เลยทีเดียวครับ ด้านหน้าร้านมีโต๊ะนั่งอยู่สองสามตัว ข้างในคนแน่นและก็ค่อนข้างร้อนผมเลยซื้อเบียร์ออกมานั่งข้างนอก แต่นั่งได้แป๊บเดียวพี่การ์ดก็มาบอกว่าให้เข้าไปนั่งข้างในเพราะเลยเวลาแล้ว ประมาณซักเกือบๆ 5 ทุ่ม ถ้าจำไม่ผิด เข้ามานั่งข้างในได้ซักพัก พอจะสั่งเบียร์เพิ่มประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง เดินไปพนักงานบอกปิดบาร์แล้วจ้าเพราะร้านปิดเที่ยงคืนครับ

  • จิบเบียร์เบลเยี่ยม St Feuillien ที่ฐานทัพ Captain Barrel

    เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำเบียร์ ‘St Feuillien’ ที่ทางผู้นำเข้า Captain Barrel จัดขึ้นครับ วันที่ไปนี่คือมีงาน Open House ของทางบริษัทที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณร้านค้าอยู่แล้ว ปีนี้มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นคือชวนสื่อมาพูดคุยกับแบรนด์เบียร์ด้วยครับ St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ ว่า ซานฟูเยน เป็นแบรนด์จากเบลเยี่ยมครับ เป็นโรงเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี 1873 ปัจจุบันยังเป็น Family owned คือไม่มีกลุ่มทุนมาถือหุ้นเจ้าของคนปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 ของตระกูล ซึ่งรุ่นที่ 5 ก็เข้ามาช่วยทำงานในโรงแล้วด้วยครับ เบียร์จากแบรนด์มีหลายตัวหลายสไตล์ ซึ่งแน่นอนว่าคาแรคเตอร์จะออกสไตล์เบลเยี่ยม โดยที่นี่จะมีเบียร์แบบที่คลาสสิค สูตรแบบดั้งเดิม ทำแบบดั้งเดิมแบบนี้จะเป็น Abbey Beer คือเหมือน Trappist Beer แต่ปัจจุบัน ไม่ได้มีพระเป็นผู้ผลิตแล้วนั่นเองครับส่วนอีกแบบที่ St Feuillien ก็คือจะเป็นเบียร์สไตล์ใหม่ๆ ที่โรงคิดค้นขึ้น คือมีความเป็นเบลเยี่ยมแต่ก็ผสมผสานเทนนิคแบบเบียร์ในปัจจุบันเข้าไปด้วย อย่างเช่นมีการ Dry Hops เพิ่มเติมซึ่งเป็นวิธีในการทำเบียร์สมัยใหม่


แสดงความคิดเห็น