Chuka Soba Tomita Ramen สึเคะเมงอันดับ 1 ของญี่ปุ่น – Matsudo, Chiba

ในทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น นอกจากที่ตั้งใจไปงาน MBCT แล้ว ในใจก็มีร้านที่อยากไปทานมากๆ อยู่อีก 1 ร้านครับ เป็นร้าน tsukemen (ราเม็งแบบแยกเส้นแยกน้ำใช้วิธีเอาเส้นจุ่มน้ำซุปแทน)

ร้านนี้มีชื่อว่า Chuka Soba Tomita Ramen เป็นร้านที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น Tsukemen อันดับ 1 ของญี่ปุ่นครับ ทั้งจากเว็บ tabelog และ ramen db ผมเองรู้จักร้านนี้ตอนนั่งเครื่องกลับมาจากอเมริกาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เปิดไปเจอหนังสารคดีชื่อ Ramen Headz ดูไปกลืนน้ำลายไป ตั้งใจว่าได้ไปโตเกียวเมื่อไหร่จะต้องไปลองให้ได้

อันที่จริงร้านนี้มีสาขาอยู่หลายแห่งครับ ในสนามบินนาริตะก็มี แต่ถ้าอยากทานฝีมือเชฟโทมิตะก็ต้องเดินทางมายังสาขาหลักในจังหวัดชิบะครับ ซึ่งก็แปลว่าสาขานี้คนเยอะแน่นอน

บรรยากาศหน้าร้านครับ ตอนที่ผมไปถึงแถวยาวจากหัวมุมตึกลึกเข้าไปฝั่งซ้ายประมาณ 20-30 คิวได้
ฝั่งขวาคือหลังจากกดคูปองอาหารมาแล้ว ก็มารับคิวเวลาครับ
ตู้เป็นภาษาญี่ปุ่นหมด แถวบนสุดคือ ปกติ ใหญ่ และโคตรใหญ่ สีแดงขวาดสุดคือ topping ครับ
ได้คิวเวลา 13.30 กลับไปนอนรอที่โรงแรม
กลับมาที่ร้านอีกตอน 13.00 ไม่มีคนเลย
บรรยากาศภายในร้านครับ เป็นเคาท์เตอร์ทั้งหมด
น้ำเปล่ามาเสิร์ฟ น้ำแข็งเป็นแบบกลมใสสวยงาม
วิธีทาน tsukemen
เชฟ Osamu Tomita ทำเองทุกชามเลยครับ
มาแล้วครับ Tsukemen ไซส์ใหญ่ เพิ่มทอปปิ้ง
ผมลองชิมเส้นเปล่าๆ ตามคำแนะนำ เส้นใหญ่หนา ใหญ่กว่าอุด้งปกติไปอีกนิด เสิร์ฟมาเย็นๆ หนึบแข็งสู้ฟัน มีรสไข่บางๆ
ตัวซุปของที่นี่ข้นจริงสมคำร่ำลือครับ มีความครีมมี่ กลิ่นปลาแห้ง รสเค็มมัน ควันอ่อนๆ บางแว้บมีเปรี้ยว บางแว้บมีหวาน คือมัน complex มากๆ จากที่ดูในหนังเค้าใส่ส่วนผสมเยอะมาก มีหัวหมู ขาหมู กระเทียม หัวหอม ปลาแห้ง แครอท ปลาโอแห้ง โครงไก่ แล้วเคี่ยวกันเป็นวันๆ เส้นหนาหนึบเข้ากันมากๆ
ชุดทอปปิ้ง
หมูชาชู เข้าใจว่าเอาไปนึ่งก่อนแล้วเอามา sear ขอบครับ ชิ้นหมูละลาย มัน เปื่อย รสอ่อนหน่อย มีควันบางๆ
หมูนุ่มเด้ง มีความเป็นแฮม รสอ่อน ไมลด์ๆ ครับ
อีกอันหมูชิ้นๆ ย่าง เนื้อนุ่ม ขอบกรุบๆ มีกลิ่นควันๆ รสขมเกรียมนิดๆ
ไก่หนึบ รสยุสุบางๆ อร่อยดี
ไข่
ไข่ขาวเนื้อนุ่ม ไข่แดงเหลว รสเค็มเปรี้ยว
น้ำซุปที่เหลือเอาไปเติมซุปดาฉิครับ
ทานจนเกลี้ยง อิ่มตื้อ
จานปลาลายสวยของทางร้าน

ข้อดีก็คือทางร้านมีระบบคิวที่ค่อนข้างโอเค อาจจะต้องตื่นเช้าหน่อยแต่ก็ไม่ต้องไปยืนรอ 2-3 ชั่วโมง เหมือนอีกหลายร้าน

พอถึงวันที่ตั้งจะไปกิน ผมตื่นตั้งแต่ประมาณตีห้าครึ่ง รีบเดินลุยฝนไปขึ้นรถไฟจากสถานี Ikebukuro ลงที่ Nishi-Nippori เพื่อเปลี่ยนไปยังสาย Chiyoda นั่งอีกราวๆ 20 นาทีก็ถึงสถานี Matsudo แล้วก็เดินไปที่ร้าน

ถึงร้านราวๆ 6 โมง 40 ได้ครับ ภาพที่เห็นคือคิวยาวพอประมาณ ราวๆ 20 กว่าคนยืนกลางร่มท่ามกลางสายฝนตก หัวแถวนี่มีเก้าอี้แบบไปแคมปิ้งมานั่งรอเลยครัล ผมเข้าไปยืนต่อท้ายแถวพลางนึกในใจว่าร่มที่ซื้อก่อนขึ้นรถไฟมาคุ้มค่าทุกเยนแล้ว 

ยืนรอจน 7.30 ทางร้านจึงได้เริ่มเปิดให้กดสั่งอาหารจากตู้ครับ เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ถ้าอ่านไม่ออกก็อาจจะต้องทำการบ้านก่อนไปนิดหน่อยว่าควรจะสั่งอะไร ข้อดีคือที่นี่สามารถจองคิวเผื่อเพื่อนๆ ได้ ไม่ต้องมาครบทุกคน 

ผมกดสั่ง tsukemen ไซส์ใหญ่ 350 กรัมไปเผื่อเพื่อนๆ เสร็จก็ต้องไปเข้าคิวที่สองเพื่อรอลงเวลาครับ รออีกคิวไม่นานก็ได้คุยกับพนักงาน เค้าสื่อสารอังกฤษได้นิดหน่อย สอบถามว่ามีผู้หญิงด้วยไหม พอบอกว่ามีเค้าก็แจ้งว่าผู้หญิงทานไม่ไหวแน่ และแนะนำให้ทานเป็นไซส์ปกติ 250 กรัมแทนแล้วก็คืนเงินส่วนต่างพร้อมกับแจ้งว่าให้กลับมาที่ร้านตอน 13.30 ครับ

ผมก็นั่งรถไฟกลับไปยังโรงแรมอีกเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วก็นอนต่อ ฮ่าๆ ที่จริงถ้าพักฝั่งตะวันออกของโตเกียว อย่าง Ueno, Akibahara หรือ Nishi-Nippori นี่จะประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะเลยครับ

เกือบๆ เที่ยงก็ตื่นมาแล้วกลับไปที่ร้านอีกรอบ โชคดีที่ฝนหยุดแล้ว ผมมาถึงก่อนเวลานัดราวๆ 30 นาที หน้าร้านโล่งไม่มีคิว พอเกือบถึงเวลา 13.30 พนักงานคนเดิมก็ออกมาแจ้งให้เข้าแถวข้างๆ ร้าน รอไม่นานพอลูกค้ารอบก่อนหน้า พนักงานก็มาเชิญเข้าไปครับ

ภายในร้านแอร์เย็นสบาย คลอด้วยเสียงเเพลงแจ๊ซเบาๆ โดยรวมค่อนข้างเงียบ ไม่มีใครกล้าคุยกันเสียงดัง ฮ่าๆ แต่ไม่เกร็งมากนะครับ นั่งพนักงานและเชฟ Osamu Tomita ก็ค่อยๆ ปรุง Tsukemen ออกมาทีละชาม 

ไม่นานพนักงานก็ยกมาเสิร์ฟให้ลูกค้าแต่ละคนครับ ของผมสั่งเป็น Tsukemen ไซส์ใหญ่เส้น 350 กรัม และทอปปิ้งแบบคอมโบอีกหนึ่งจาน  เห็นปริมาณเส้นแล้วสะอึกไปนิด มื้อนี้เหนื่อยแน่นอน

จากคำแนะนำของร้านให้ลองชิมเส้นเปล่าๆ ก่อนครับ จากนั้น จุ่มแบบครึ่งนึง แล้วก็จุ่มทั้งหมด โดยให้จุ่มแล้วทานให้หมดก่อน ค่อยคีบมาจุ่มเพิ่ม ไม่แนะนำให้จุ่มตอนที่ยังมีเส้นอยู่ในซุป เพราะจะทำให้รสอ่อนลงทั้งสองอย่าง

ผมลองชิมเส้นเปล่าๆ ตามคำแนะนำ เส้นใหญ่หนา ใหญ่กว่าอุด้งปกติไปอีกนิด เสิร์ฟมาเย็นๆ หนึบแข็งสู้ฟัน มีรสไข่บางๆ จากนั้นก็เริ่มจุ่มตัวน้ำซุปสุดข้นครับ

ตัวซุปของที่นี่ข้นจริงสมคำร่ำลือครับ มีความครีมมี่ กลิ่นปลาแห้ง รสเค็มมัน ควันอ่อนๆ บางแว้บมีเปรี้ยว บางแว้บมีหวาน คือมัน complex มากๆ 

จากที่ดูในหนังเค้าใส่ส่วนผสมเยอะมาก มีหัวหมู ขาหมู กระเทียม หัวหอม ปลาแห้ง แครอท ปลาโอแห้ง โครงไก่ แล้วเคี่ยวกันเป็นวันๆ เส้นหนาหนึบเข้ากันมากๆ 

สำหรับเครื่องมีเป็นหมูชาชู เข้าใจว่าเอาไปนึ่งก่อนแล้วเอามา sear ขอบครับ ชิ้นหมูละลาย มัน เปื่อย รสอ่อนหน่อย มีควันบางๆ ในชามด้านล่างมีหน่อไม้ ไม่คาว เด้งๆ กรุบ มาอุ่นๆ รสหวานเค็ม

ส่วนในจานคอมโบทอปปิ้งก็จะมี หมูนุ่มเด้ง มีความเป็นแฮม รสอ่อน ไมลด์ๆ ครับ อีกอันหมูชิ้นๆ ย่าง เนื้อนุ่ม ขอบกรุบๆ มีกลิ่นควันๆ รสขมเกรียมนิดๆ และก็มีอกเป็ดเนื้อแน่นๆ หนังกรึ่บ สุดท้ายไก่หนึบ รสยุสุบางๆ อร่อยดี ส่วนไข่เนื้อนุ่ม ไข่แดงเหลว รสเค็มเปรี้ยว

ทานจนเส้นหมด ผมเหลือน้ำซุปไว้นิดหน่อย ยกมือแจ้งพนักงานว่าขอเติมน้ำดาฉิ พนักงานยกกลับมาเสิร์ฟร้อน ซดคล่องคอมากๆ รสกลมกล่อม อร่อยเลยครับ แนะนำว่าไม่ควรพลาด

ทานจนหมด อิ่มตื้อจริงครับ พอจะกลับเชฟ Tomita ก็ถามพนักงานว่าพวกเราเป็นคนอะไร พนักงานแจ้งว่าคนไทย เชฟก็พูดว่า ‘ขอบคุณครับๆ’ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เดินออกมาจากร้านนี่ มึนเลย คืออิ่มจนมึนหัว แป้งเยอะเกินร่างกายจะรับไหว ฮ่าๆ

โดยรวมประทับใจมากครับ สมกับเป็นอันดับหนึ่งจริงๆ รสของซุป ผิวสัมผัสของเส้น มันซับซ้อน complex เข้ากัน กลมกล่อม คุ้มค่าแก่การตื่นเช้ามาลองครับ ส่วนตัวถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปลองอีกครั้งครับ

Chuka Soba Tomita Ramen สถานี Matsudo
เบอร์ : +81 47-368-8860
เปิด : 11.00-15.00
เว็บไซต์
foursquare

Similar Posts

  • | |

    Daikanyama T-Site

    จากสถานี Daikanyama เดินมาเรื่อยๆประมาณ 350 เมตร ผ่านร้านเสื้อผ้า ร้านขนม ร้านรองเท้า (อ่านจากตอนที่แล้ว) ก็เดินมาถึงจุดประสงค์หลักคือ Daikanyama T-Site ครับ Daikanyama T-Site เป็นโครงการที่รวมร้านหนังสือ ที่มีเพลงและหนังขายด้วย ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านกล้อง ร้านจักรยานและอื่นๆ เอาไว้ด้วยกัน ด้านหลังยังมีโซนสวนเล็กๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ แถมยังมีที่วิ่งเล่นของหมา เอาไว้ให้ด้วย ตัวโครงมีที่จอดรถอยู่ด้านหลังประมาณ 150 คัน ชื่อ T-Site มาจาก Tsutaya ร้านหนังสือรายใหญ่นั่นเองครับ มีคอนเซปท์ว่า A Library in the Woods เปิดบริการเมื่อธันวาคมปี 2011 ตัวร้านหนังสือนี่เปิดตั้งแต่ 7 โมง แล้วไปปิดดึกดื่นถึง ตี 2 เลยครับ คอหนังสือนี่พลิกอ่านกันเพลินเลย

  • |

    Belga จิบเบียร์เบลเยี่ยมแกล้มหอยแมลงภู่อบ โรงแรม Sofitel Bangkok สุขุมวิท

    วันก่อนผมมีโอกาสได้รับเชิญจากห้องอาหาร Belga   ที่อยู่บนชั้น 32 ของโรงแรม Sofitel Bangkok สุขุมวิท ให้ไปลองชิมเมนูโปรโมชั่นใหม่ที่เพิ่งจัดขึ้นมาครับ ตัวร้านอยู่ชั้นบนสดมีโซนด้านในและโซนเอาท์ดอร์วิวสวยงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนและถนนสุขุมวิทครับ ภายในตกแต่งสีโทนเข้มๆ ไม้ๆ บรรยากาศอบอุ่นแต่ก็คึกคักเพราะลูกค้าเยอะเลย ที่นี่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเน้นเมนูจากประเทศเบลเยี่ยม มีให้เลือกหลายหลาก ทั้งเนื้อ หมู ไก่ ปลา อาหารทะเล เมนูแนะนำก็จะเป็นหอยแมลงภู่ ซึ่งนำเข้ามาจากฝรั่งเศสและสเปน สับเปลี่ยนกันไป มี 4 รสให้เลือก คือ 1.อบกับไวน์ขาว 2.อบกับเบียร์ Hoegaarden 3. เป็นรสต้มยำ และ 4. Favorite of the day แล้วแต่ว่าวันนั้นเชฟจะทำรสอะไร 

  • อาหารป่า ริมคลอง ถนนนาวงประชาพัฒนา ปทุมธานี

    หลังจากเก็บร้านค่าเวลา, เปิดตำนาน ดอนเมืองอาหารป่า และ บ้านริมคลอง ไปแล้ว ผมและเพื่อนๆ เดินทางขยับขึ้นเหนือไปอีกนิดเพื่อชิมร้านสุดท้ายในลิสต์โซนนี้ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘ริมคลอง อาหารป่า’ ครับอยู่ริมคลองประปาฝั่งขวามือ แต่รถยนต์ไม่สามารถวิ่งมาถนนเลียบคลองนะครับ ต้องวิ่งเส้นนาวงประชาพัฒนา แล้วเลี้ยวเข้าซอยเอา ตัวร้านขนาดใหญ่พอสมควรครับ เป็นอาคารโปร่งๆ ไม้ๆ ตามสไตล์อาหารป่า มีโต๊ะเยอะเลย มีเวทีด้วย เข้าใจว่ากลางคืนคงมีดนตรีสด ผมและเพื่อนๆ เลือกนั่งโต๊ะริมฝั่งติดคลอง อากาศตอนกลางวันไม่ร้อนมากครับ

  • | | | |

    เรียนทำอาหารสไตล์ ‘Shojin Ryori’ กับเชฟ Keiko ที่ร้าน Lilou Cafe

    คราวก่อนได้เขียนถึง Chef Table Dinner ไปแล้ว คราวนี้จะเล่าถึง Workshop ที่ได้ไปเรียนกับเชฟ Keiko มาครับ ที่จริงตามกำหนดการเดิมจะเป็นการ Dinner ก่อนแล้วอีกวันค่อยเรียน แต่มีการสลับนิดหน่อยก็เลยกลายเป็นได้เรียนก่อน ตัว Workshop จัดขึ้นที่ร้าน Lilou Cafe เป็นร้านกาแฟไซส์เล็กๆ มีโต๊ะ 3-4 โต๊ะ โดยที่ร้านจะมีขนมเสิร์ฟในวันธรรมดา พอเสาร์อาทิตย์จะมีเมนูอาหารเพิ่มด้วย ซึ่งทุกเมนูจะเป็นมังสวิรัติ ร้านอยู่ในบริเวณของ The Yard Hostel ในซอยราชครูครับ ผู้ที่มาสอนเราก็คือคุณ Keiko ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ครับ เธอมีร้านชื่อ 3 Studio Aeeen Works อยู่ที่โรงแรมศรีประกาศ เป็นร้านขายเต้าหู้และผลิตภัณฑ์พวกซอสและเครื่องปรุงที่มี Koji เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีคุณ Yuki สามีช่วยทำอีกคนครับ

  • |

    Ribsmannn เขาใหญ่

    เมื่อตอนต้นเดือนธันวาที่ไปงาน Beer Camp มีโอกาสแวะไปลองทานร้านดัง Ribsmann มาด้วยครับ ตัวร้านอยู่บนถนนธนะรัชต์จากเส้นมิตรภาพเข้ามาประมาณ 3 กิโลเมตรครับ ตัวร้านใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มครับ ด้านนอกดูเป็นปูนๆ หินๆ สีโทนเทาผสมไม้และเหล็กสีดำ ข้างในโอ่โถงครับ จัดไฟสวยงามเลย วันที่ไปเป็นเย็นวันศุกร์ลูกค้าเยอะ แต่ยังไม่แน่นร้าน อาหารรอไม่นานมากครับ เมนูที่ขึ้นชื่อของที่นี่ก็เป็นพวกของรมควันอย่างซี่โครง แฮม พอร์คชอป อกเป็ด ประมาณนี้ครับ เมนูอื่นๆก็จะเน้นพวกอาหารฝรั่ง อย่าง พาสต้า และ สเต็กครับ

  • |

    Taruichi ร้าน Izakaya เสิร์ฟเนื้อปลาวาฬ – Shinjuku

    นอกจากราเม็งแล้ว ทริปนี้ผมก็ยังมีโอกาสได้แวะไปทานพวกร้าน Izakaya หรือร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น บางร้านก็อาจจะเน้นเมนูปลาดิบ บางร้านเน้นของทอด หรือบางร้านก็อาจจะมีรวมๆ หลายห อย่างเลย รอบนี้ผมได้ไป 2-3 ร้าน ส่วนมากก็จะทานช่วงค่ำๆ ก่อนออกไปหาร้านคราฟท์เบียร์ดื่ม ร้านนี้ Taruichi(樽一) อยู่ไม่ไกลจากโรง Hotel Gracery Shinjuku ที่พัก อยู่ในโซน Kabukicho เหมือนกันครับ เดินจากตัวโรงแรมประมาณ 300 เมตร ถ้าจากสถานี JR Shinjuku เลยก็จะประมาณ 550 เมตร ระหว่างทางไปผ่านร้านเหล้า บาร์นิดหน่อย ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ ลงมาทางบันไดร้านจะอยู่ซ้ายมือ เข้าไปในร้านคนเยอะเหมือนกันครับ พนักงานมาต้อนรับพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างโอเค เมนูก็มีภาษาอังกฤษ ที่นั่งเป็นแบบโต๊ะสูง สำหรับร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อปลาวาฬเอามาแล่เป็นซาชิมิ มีหลายชิ้นส่วนของปลา นำมาปรุงแต่ละเมนูต่างๆ กันไป


แสดงความคิดเห็น