Marv & Ben อาหารโมเดิร์นนอร์ดิกร้านอร่อย โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก

หลังจากทานมื้อกลางวันที่ร้าน Selma เสร็จ ผมและพี่ชายก็เดินไปยัง Botanical Garden ซึ่งอยู่ใกล้ๆ มีเรือนกระจกดีไซน์สวยงามขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี เป็นจุดเด่นตั้งอยู่ ใครชอบต้นไม้ ชอบสวนไม่ควรพลาดที่นี่เลยครับ

เดินจนครบฝนก็เทลงมา แต่ยังไม่ได้เวลาอาหารเย็นเราเลยลุยฝน ไปนั่งอุ่นๆ อยู่ที่ร้านกาแฟ 20 Grams บรรยากาศแบบโคซี่ๆ อากาศอุ่นๆ ชวนหลับมาก จนใกล้ได้เวลาก็เดินไปยังร้านข้าวที่จองไว้ครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า Marv & Ben เป็นร้านอาหาร Nordic ที่ปรุงแต่งโดยสองเชฟ David Andersen และ Johan Burich-Holck ซึ่งพยายามคัดสรรวัตถุดิบออแกนิคต่างๆ จากท้องถิ่นให้มากที่สุด

ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
ห้องครัว
รอไม่นานขนมปังก็มาเสิร์ฟ เค้าอบจนสุกเสร็จแล้วทา Bone marrow เคลือบแล้วเอาไปอบอีกทีครับ ขอบกรอบ เนื้อนุ่ม มีความเปรี้ยวนิดๆ แบบพวก sourdough
เนย
อาหารจานแรกมาเป็นหอยเชลล์ครับ เสิร์ฟมาพร้อมกับหัวเทอร์นิปจากเยอรมัน กรุบๆ มีไข่ปลาคล้ายๆ อิคุระเป็นไข่ปลาเทราท์รสอ่อนหน่อย กัดแล้วแตกโป๊ะ ชิ้นหอยนุ่ม สด รสหวาน ส่วนน้ำราดทำจาก heavy cream ผสมกับน้ำจากหอยแมลงภู่ครับ
คาเวียร์กระปุกแรก เค็มมัน เย็นๆ
ฝา
เมนูที่สองมาเป็นชามเล็กๆ เป็นโฟมชีสทรงกลมเต็มชาม ทำจากชีสรมควันสไตล์เดนมาร์ก (rygeost) รสครีมๆ นุ่ม มีความควันนิด
พอตักเข้าไปก็จะเจอผักกรุบๆ เป็นหัว sunchoke คลุกเคล้ากันกับปลารมควัน รสเค็มๆ มันๆ อร่อยดีครับ
คาเวียร์กระปุกที่ 2
รู้สึกครีมมี่ขึ้น แต่มีรสดินๆ นิด
ปลาแฮลิบัตเนื้อนุ่ม รสเค็มบางๆ สุกกำลังดีเลยครับ ด้านบนเป็นแครอทหมัก หั่นแว่นกรุบๆ รสเปรี้ยวหน่อย
เสิร์ฟคู่มากับแครอทพูเร่รสหวาน เนื้อเนียน มีเคเปอร์ทอปมา น้ำราดเป็นบัทเทอรืมิลค์ผสมกับ bone marrow และกุ้ยช่าย จานนี้อร่อยชอบครับ
ตามมาด้วยเมนูโปรดของผม Beef Tartare
แต่ต่างจากปกติคือเค้าเอาไปบ่มมา เนื้อเย็นหยึบๆ มีเห็ดหมักรสเปรี้ยว ฟังกี้ผสมอยู่ ด้านล่างเป็นครีมๆ รสเค็มเปรี้ยว พนักงานแจ้งว่าให้ลองเอาคาเวียร์มาทานพร้อมกัน เข้ากันดีครับ จานนี้ชอบเช่นกัน
คาเวียร์กระปุกที่สาม
เม็ดใหญ่หน่อย
จานสุดท้ายเป็นสันคอหมูนุ่มๆ รสอ่อน หวาน เค็มหวานแบบโชยุ บางคำมีกลิ่นสาบหมูนิดหน่อยครับ ผักที่มาด้วยกันเป็นบีทรูทหวานๆ และก็ลีคทานไปแล้วนึกถึงยากิโทริครับ
ขนมหวานปิดท้ายเป็นแป้งกรุบๆรสแอปเปิ้ลผสมกับใบซอร์เรลด้านบทเป็นไอศครีมนมเปรี้ยวของเดนมาร์กชื่อว่า ymer ทานแล้วสดชื่นดีครับ

ตัวร้านอยู่ในตึกเก่าที่รีโนเวทและตกแต่งใหม่จนสวยงาม เข้าร้านมาครัวจะอยู่ฝั่งขวามือ บรรยากาศจะสลัวๆ หน่อย ตอนแรกคนยังไม่เยอะ ซักพักเริ่มทยอยๆ มาจนเกือบเต็มครับ

สำหรับเมนูจะมีให้เลือกเป็นคอร์ส Six Favorites, Fast Four หรือเป็น A La Carte ก็ได้ ทางร้านมีแพริ่งทั้งไวน์และน้ำผลไม้ให้เลือก และก็มีไข่ปลาคาเวียร์ให้สั่งทานด้วยเช่นกัน

เราสั่งเป็นชุด Six Favorites กับ Wine Pairing ครับ รอไม่นานขนมปังก็มาเสิร์ฟ เค้าอบจนสุกเสร็จแล้วทา Bone marrow เคลือบแล้วเอาไปอบอีกทีครับ ขอบกรอบ เนื้อนุ่ม มีความเปรี้ยวนิดๆ แบบพวก sourdough

อาหารจานแรกมาเป็นหอยเชลล์ครับ เสิร์ฟมาพร้อมกับหัวเทอร์นิปจากเยอรมัน กรุบๆ มีไข่ปลาคล้ายๆ อิคุระเป็นไข่ปลาเทราท์รสอ่อนหน่อย กัดแล้วแตกโป๊ะ ชิ้นหอยนุ่ม สด รสหวาน ส่วนน้ำราดทำจาก heavy cream ผสมกับน้ำจากหอยแมลงภู่ครับ

เมนูที่สองมาเป็นชามเล็กๆ เป็นโฟมชีสทรงกลมเต็มชาม ทำจากชีสรมควันสไตล์เดนมาร์ก (rygeost) รสครีมๆ นุ่ม มีความควันนิด พอตักเข้าไปก็จะเจอผักกรุบๆ เป็นหัว sunchoke คลุกเคล้ากันกับปลารมควัน รสเค็มๆ มันๆ อร่อยดีครับ

จานที่สามเป็นจานปลาครับ เป็นปลาแฮลิบัตเนื้อนุ่ม รสเค็มบางๆ สุกกำลังดีเลยครับ ด้านบนเป็นแครอทหมัก หั่นแว่นกรุบๆ รสเปรี้ยวหน่อย เสิร์ฟคู่มากับแครอทพูเร่รสหวาน เนื้อเนียน มีเคเปอร์ทอปมา น้ำราดเป็นบัทเทอรืมิลค์ผสมกับ bone marrow และกุ้ยช่าย จานนี้อร่อยชอบครับ

ตามมาด้วยเมนูโปรดของผม Beef Tartare แต่ต่างจากปกติคือเค้าเอาไปบ่มมา เนื้อเย็นหยึบๆ มีเห็ดหมักรสเปรี้ยว ฟังกี้ผสมอยู่ ด้านล่างเป็นครีมๆ รสเค็มเปรี้ยว พนักงานแจ้งว่าให้ลองเอาคาเวียร์มาทานพร้อมกัน เข้ากันดีครับ จานนี้ชอบเช่นกัน

จานสุดท้ายเป็นสันคอหมูนุ่มๆ รสอ่อน หวาน เค็มหวานแบบโชยุ บางคำมีกลิ่นสาบหมูนิดหน่อยครับ ผักที่มาด้วยกันเป็นบีทรูทหวานๆ และก็ลีคทานไปแล้วนึกถึงยากิโทริครับ

ขนมหวานปิดท้ายเป็นแป้งกรุบๆรสแอปเปิ้ลผสมกับใบซอร์เรลด้านบทเป็นไอศครีมนมเปรี้ยวของเดนมาร์กชื่อว่า ymer ทานแล้วสดชื่นดีครับ

โดยรวมก็อร่อยดีครับร้านนี้ ราคาไม่แรงมาก ไวน์แพริ่งยังแพงกว่าอาหารเลย ฮ่าๆ ส่วนคาเวียร์ผมลองแล้วก็เฉยๆ รู้สึกแพงไปไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ครับ ถ้ามีโอกาสลองแวะมาชิมร้านนี้ดูครับ 

Marv & Ben Copenhagen
เบอร์ : +4523810291
เปิด : 16.30-22.00 ปิดวันอาทิตย์
เว็บไซต์
เพจ

รายการอาหาร
รายการอาหาร
ไวน์แพริ่ง

Similar Posts

  • |

    Florian ร้านกาแฟเก่าแก่ในเมืองเวนิส – ยุโรป 2013 ตอนที่ 5.2

    หันหลังให้กับโบสถ์San Marco (St Mark) ก็จะเป็น จตุรัส San Marco (Piazza San Marco) แลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งของ  venice โดยรอบๆจตุรัสนี้ก็จะเป็นวัง เป็นโบสถ์ หอนาฬิากา รวมทั้งร้านอาหาร ร้านขนมด้วย ซึ่งร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงและบรรยากาศดีที่สุดร้านหนึ่งก็คือร้าน “Florian” ร้านอยู่ด้านซ้ายมือของจตุรัส ร้าน Florian เป็นร้านเก่าแก่เพราะเป็นบริการมาตั้งแต่ 1720 เรียกว่าเกือบ 300 ปีเลยทีเดียว

  • |

    ทานข้าวกลางวันที่ Cafe Medici, Martinborough – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.2

    จาก Tasting Room ของ Schubert เราขับกลับเข้ามาในเมืองเพื่อทานอาหารกลางวัน ร้านนี้หามาจากเมืองไทยแล้ว เป็นร้านที่ได้คะแนนเยอะ ตัวร้านอยู่กลางตัวเมือง ที่จอดรถก็ต้องหาๆ ริมถนนเอาครับ ร้าน Cafe Medici นี่ก็จะขายอาหารจานเดียวทานง่ายๆ มีเป็นอาหารเช้าและอาหารกลางวัน มีพวกเบเกอรี่ต่างๆ แล้วก็มีขายพวก กาแฟ สมูธตี้ น้ำผลไม้ ไวน์ เบียร์ ก็พอมีครับ คนเต็มร้านเหมือนกัน เราไปได้โต๊ะใหญ่ พนักงานก็มาจดๆรายการอาหาร รอไม่นานมาอาหารก็มาเสิร์ฟ เราว่าร้านนี้จัดจานมาสวยงาม ดูน่าทานดีทุกจาน

  • Hokkaido Soup Curry ชิมซุปเคอรี่เมนูดังจากฮอกไกโดที่ทองหล่อซอย 11

    ร้านนี้ผมไปกินตอนประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโควิดครับ ร้านอยู่ในซอย ทองหล่อ 11 ตรงข้ามกับร้าน Audrey ร้านนี้มีชื่อตรงๆ ตัวว่า Hokkaido Soup Curry เมนูขึ้นชื่อจากเกาะฮอกไกโดนั่นเอง คือมันไม่ได้เป็นข้าวราดแกงกระหรี่แบบข้นๆ นะครับ จะน้ำใสหน่อย ผักเยอะๆ ผมเคยลองทานที่ญี่ปุ่นสามสี่ร้าน แต่ในไทยที่นี่เป็นร้านแรกครับ ตัวร้านอยู่ใน Thonglor Yokocho คือด้านนอกกลางคือจะเปิดเป็น Izakaya ด้วย ส่วนร้าน Hokkaido Soup Curry นี่เปิดสองช่วงคือกลางวันและเย็นครับ วันที่ไปนี่คนเยอะพอสมควร มาเที่ยงตรงอาจจะต้องรอคิวครับ

  • Sushi Takaya โอมากาเสะ 20 เมนูแน่นๆ ราคาไม่แพง กินซ่า โตเกียว

    ร้านสุดท้ายของทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ที่จะขอเล่าให้ฟังนั้น  เป็นร้านซูชิแบบ Omakase ครับ คือช่วงสายไปกินราเม็งร้าน Muginae แล้วบ่ายๆ ผมก็ไปร้านนี้เพราะอยากทานซูชิก่อนกลับไทยซัก 1 มื้อครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Sushi Takaya อยู่ในย่าน Ginza ครับ ที่เลือกร้านนี้ก็เพราะว่าเปิดกลางวันและก็จองผ่านเว็บ opentable ได้ คะแนนใน google และ tabelog ก็โอเค  ตัวร้านอยู่ลงมาด้านล่างในชั้นใต้ดินของตึกชื่อ Ginza Lee ครับ เข้ามาในร้านบรรยากาศเงียบๆ เป็นเคาเตอร์ไม้สีอ่อนรูปตัว L ส่วนผนังเป็นสีดำ ตกแต่งด้วยไฟจุดๆ เหมือนเป็นดวงดาว ไม่แน่ใจว่าเพราะผมจองบ่ายรึเปล่า ในร้านคือมีผมเป้นลูกค้าคนเดียวเลยครับ

  • Ginza Ishizaki โอมากาเสะเนื้อวัว A5 ย่านกินซ่า โตเกียว

    ในทริปโตเกียวเมื่อเดือนมกราคมปี 2020 นั้น ผมพยายามจะเกลี่ยๆ สลับ เมนูอาหาร ระหว่างร้านเนื้อและร้านซูชิให้ไปพอๆ กัน แต่อยู่ที่ว่าจะจองได้ไม่ได้ด้วยครับ พอเป็นโอมากาเสะสองมื้อติด มื้อเย็นของวันที่ 2 ก็เลยเป็นร้านเนื้ออีกครั้ง อยู่ในโซน Ginza เช่นกัน ห่างจากโรงแรมนิดเดียว ประมาณ 200 เมตรเท่านั้นครับ เดินไม่ถึง 5 นาทีเลย ร้านนี้มีชื่อว่า Ginza Ishizaki อยู่บนชั้น 4 ของตึก ทางเข้าจะเป็นลิฟต์ แล้วก็ขึ้นไปยังร้านต่างๆ ได้ พอออกจากลิฟต์มาพนักงานก็มาต้อนรับครับ ตัวร้านเป็นเคาท์เตอร์ยาวตามแนวตึกไป สุดทางเป็น โต๊ะนั่งอีกประมาณ 2-3 โต๊ะ หลังเคาท์เตอร์ก็จะเป็นครัวแบบเปิด เห็นเวลาเชฟปรุงอาหาร ทั้งย่าง ทอด คลุก อบ หั่น

  • Mimata อาหารญี่ปุ่นในบ้านบรรยากาศสบายๆ – ทองหล่อ

    วันก่อนแว้บเข้าไปแถวทองหล่อครับ ไม่ได้แวะไปนานเหมือนกัน คราวนี้แวะไปร้านญี่ปุ่น ชื่อร้านว่า Mimata จะว่าเป็น Izakaya ก็ไม่เชิง คือเมนูเป็นกับแกล้ม แต่บรรยากาศแบบสบายๆ ในบ้านไม่โช้งเช้งครับ ตัวร้านอยู่ในซอยทองหล่อ 9 ปากซอยก็คือร้านบะหมี่ Gok fa Yuen ที่ผมเคยมากินเมื่อปีที่แล้วครับ ร้าน Mimata เป็นบ้านแล้วก็เอามาดัดแปลงชั้น 1 เป็นร้านครับ เข้ามาจะเป็นเคาท์เตอร์ยาวทางฝั่งซ้ายมือ ส่วนขวามือเป็นโต๊ะครับ วันที่ไปเป็นช่วงค่ำๆ ของวันธรรมดา ที่ร้านมีลูกค้าอยู่นิดหน่อย เป็นคนญี่ปุ่นทั้งหมดครับ ที่นี่จะไม่ค่อยมีลูกค้าชาวไทยเท่าไหร่ คือเมนูอาหารเค้าอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่คนไทยนิยมกัน


แสดงความคิดเห็น