สูตรและวิธีทำ Mapo Tofu เต้าหู้หม่าโผ ทำง่าย อร่อย

วันก่อนได้ลองทำเมนู เต้าหู้หม่าโผ เป็นเมนูที่ผมชอบทานอยู่แล้วครับ แต่เพิ่งเคยลองทำเองเป็นครั้งแรก ทำไม่ยากมากเท่าไหร่ จุดสำคัญคือตัววัตถุดิบที่ชื่อว่า ‘โต้วป้านเจี้ยง’ นั่นเอง

โต้วป้านเจี้ยง (Doubanjiang) Broad bean paste / spicy bean paste เป็นเครื่องปรุงที่มีต้นกำเนิดจาก มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ทำจากถั่วปากอ้า หมักกับพริก เกลือ และเครื่องเทศอื่นๆ

อย่างอื่นๆ ก็จะเป็น เต้าหู้ หมูสับ ขิง กระเทียม พริกชวงเจีย (พริกเสฉวน) น้ำมันงา ต้นหอมซอย แป้งข้าวโพด และน้ำมันพริก 

วัตถุดิบต่างๆ
ขั้นตอนแรกเริ่มจากการตำพริกชวงเจียให้พอแตกๆ
ไม่ต้องละเอียดมาก
ตั้งไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช นำพริกลงไปผัดประมาณ 30 วินาที
จากนั้นใส่ขิงซอยละเอียดลงไปผัดด้วยอีก 1 นาที
ตามด้วยกระเทียมซอยละเอียด ผัดอีก 1 นาทีครับ
เร่งไฟขึ้นเป็นไฟแรง ใส่หมูสับลงไป
ผัดจนสุกทั่ว ประมาณ 2-3 นาที
ใส่โต้วป้านเจี้ยง
ผัดให้เข้ากัน
เติมน้ำเปล่าประมาณ 120 กรัม
หั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋า
ใส่กระทะ
ผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
ผัดให้เข้ากัน
เติมแป้งข้าวโพด
ผัดจนซอสข้น
ใส่น้ำมันพริก น้ำมันงา น้ำตาล
พร้อมรับประทานครับ
ตักใส่จานพร้อมรับประทานครับ

ส่วนผสม 

พริกชวงเจี่ย 1 ช้อนโต๊ะ
ขิงซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
หมูสับ 150 กรัม
โต้วป้านเจี้ยง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 120 กรัม
เต้าหู้คินุ 1 ชิ้น
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา
น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา
น้ำตาล 1/4 ช้อนชา
น้ำมันพริก 1 ช้อนชา

ปรับสูตรและสัดส่วนจาก thewoksoflife

Similar Posts

  • Ghanaian Jollof Rice ข้าวอบมะเขือเทศสไตล์กาน่า

    เมนูที่ลองทำวันนี้ ชื่อว่า Jollof Rice เกิดจากการที่นั่งดูรายการอาหารจากประเทศในโซนแอฟริกาตะวันตก (ที่เราคุ้นหูหน่อยก็จะมี ไนจีเรีย, ไอวอรี่ โคสต์, เซเนกัลและกาน่า) ดูสูตรและวิธีทำ ไม่ยากมากเลยลองทำดูครับ วัตถุดิบผมพอหาได้ทั้งหมด ยกเว้นพริก Habanero ก็เลยใช้ Jalapeno แทน ความเผ็ดสู้ไม่ได้ อ่านจากเว็บเค้าว่าให้ใส่พริกป่นนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความเผ็ดครับ ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ความหนึบนุ่มของเมล็ดข้าวที่มีรสเปรี้ยวและหวานจากมะเขือเทศ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของผงกระหรี่และกระเทียมครับ

  • |

    3 Studio Modern Japanese Slow Food อาหารญี่ปุ่น เชียงใหม่

    ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากมาลองครับ เป็นร้านของคุณ Keiko และคุณ Yuki ที่ผมได้ไปทานและเรียนทำอาหารสไตล์ Shojin Ryori นั่นเอง พอขึ้นมาเชียงใหม่ก็แน่นอนว่าต้องไม่พลาด อยากมาชิมเต้าหู้ของเค้าด้วยครับ เพราะตอนลงไปกรุงเทพเค้าไม่ได้เอาไป มันขนย้ายลำบาก ตัวร้านอยู่ในโรงแรมศรีประกาศ โรงแรมโบราณแถวๆ สะพานนวรัฐใกล้ร้านVT แหนมเนืองครับ เป็นสถานที่จัดงาน Taste Of Japan ด้วย พอหมดงานก็คืนสภาพกลายเป็นร้านอาหาร 3 Studio เหมือนเดิม ห้องเล็กฝั่งขวาเป็นส่วนที่ขายของ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของร้าน ส่วนห้องใหญ่ซ้ายมือเป็นห้องนั่งรับประทานอาหารครับ อาหารที่ร้านจะเป็นการใช้ผักปรุงทั้งหมด เป็นสไตล์ ‘Shojin Ryori’ ไม่มีเนื้อสัตว์ มีที่มาจากการประกอบอาหารของพระเซนของญี่ปุ่นครับ โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงจะเป็นแบบโฮมเมดให้มากที่สุด เน้นวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารเคมี ซึ่งอาหารที่จะบาลานซ์แร่ธาตุและสภาวะต่างๆของร่างกาย ไม่ให้ร้อนหรือเย็นไป โดยมีการใช้ Koji ในซอสต่างๆ ที่นำมาปรุงอาหาร (อ่านเรื่อง Koji เพิ่มที่นี่)

  • สะโพกไก่อบมันฝรั่ง

    หายไปหลายเดือนครับ ที่จริงก็ยังทำอาหารอยู่เรื่อยๆ แต่เป็นเมนูซ้ำบ้าง เมนูง่ายๆ บ้าง ก็เลยไม่ได้มาเขียนเอาไว้ คราวนี้ลองทำเมนูง่ายๆ อีกหนึ่งเมนู ทำเสร็จที่บ้านชิมก็ว่าโอเคอร่อยดี ขออนุญาติแบ่งปันอีกเช่นเคยครับ เนื้อสัตว์ตามสูตรจริงๆ เค้าใช้เป็นสะโพกไก่ของโปรดของผม แต่ผมฝากแม่บ้านซื้อมาแล้วได้เป็นน่องสะโพกมาแทนก็เลยตามเลย น้ำหนักรวมประมาณ 900 กรัมบวกลบนิดหน่อย ถ้าเป็นสะโพกธรรมดาก็จะประมาณ 6 ชิ้นครับ พอเป็นน่องสะโพกก็จะประมาณ 4 ชิ้น วัตถุดิบอื่นๆ ก็จะมี มันฝรั่งซัก 3-4 หัว เลือกหัวใหญ่หน่อยครับ แล้วก็พวกหอมแดง กระเทียม มัสตาร์ด ตามสูตรให้ใช้เป็น Dijon ส่วนสำคัญอีกอย่างก็คือพวกเครื่องปรุงที่จะให้กลิ่น ให้คาแรคเตอร์กับเมนูนี้ครับ นั่นก็คือ herbes de provence แต่ผมไม่มีเลยใช้ Italian seasoning แทน หรือจะใช้เป็น thyme หรือ tarragon สดซัก 1 ช้อนโต๊ะก็ได้ครับ

  • | | | |

    เรียนทำอาหารสไตล์ ‘Shojin Ryori’ กับเชฟ Keiko ที่ร้าน Lilou Cafe

    คราวก่อนได้เขียนถึง Chef Table Dinner ไปแล้ว คราวนี้จะเล่าถึง Workshop ที่ได้ไปเรียนกับเชฟ Keiko มาครับ ที่จริงตามกำหนดการเดิมจะเป็นการ Dinner ก่อนแล้วอีกวันค่อยเรียน แต่มีการสลับนิดหน่อยก็เลยกลายเป็นได้เรียนก่อน ตัว Workshop จัดขึ้นที่ร้าน Lilou Cafe เป็นร้านกาแฟไซส์เล็กๆ มีโต๊ะ 3-4 โต๊ะ โดยที่ร้านจะมีขนมเสิร์ฟในวันธรรมดา พอเสาร์อาทิตย์จะมีเมนูอาหารเพิ่มด้วย ซึ่งทุกเมนูจะเป็นมังสวิรัติ ร้านอยู่ในบริเวณของ The Yard Hostel ในซอยราชครูครับ ผู้ที่มาสอนเราก็คือคุณ Keiko ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ครับ เธอมีร้านชื่อ 3 Studio Aeeen Works อยู่ที่โรงแรมศรีประกาศ เป็นร้านขายเต้าหู้และผลิตภัณฑ์พวกซอสและเครื่องปรุงที่มี Koji เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีคุณ Yuki สามีช่วยทำอีกคนครับ

  • Thyme-Rubbed Steaks with Sauteed Mushrooms สเต็กเนื้อใบไทม์เสิร์ฟพร้อมเห็ด sauté

    พักจากซีรีย์ New Zealand มาทำเมนูง่ายๆกันอีกซักเมนูครับ เป็นสเต็กที่มีตัวชูรสเป็นเห็ด เจอเมนูนี้เพราะว่า ปกติที่บ้านจะย่างเนื้อทานเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่มีปรุงอะไรมากก็จะใส่พริกไทย เกลือเท่านั้น คราวนี้ก็อยากจะลองหาแบบที่ปรุงนู่นปรุงนี่ เปลี่ยนรสดูหน่อย ก็เจอเมนูนี้ อ่านๆสูตรและวัตถุดิบก็เออ ไม่ยากมาก เราน่าจะพอทำได้ แล้วของก็หาได้หมด ไม่มีอะไรแปลก เมนูนี้ตัวเนื้อจะหอมๆเครื่องเทศเพราะมีส่วนประกอบของ ปาปริก้า กระเทียม หัวหอม พริกไทยดำ และ ใบไทม์แห้ง พอทอดเสร็จแล้ว ตัวเนื้อจะมีกลิ่นเพิ่ม กลิ่นเนื้ออาจจะหายไปหน่อย แต่ก็ได้อีกกลิ่นอีกรสชาติครับ วัตถุดิบมีไม่ตรงกับสูตรเป๊ะอยู่ 2 อย่าง คือ 1.ชิ้นเนื้อ ตามสูตรแนะนำเป็น new york strip ชิ้นใหญ่ 450g เราใช้เป็นส่วนอื่นขนาดเล็กลง 2 ชิ้นแทน และ 2.Shallot นี่เราไม่ชัวร์ว่าจะเหมือนกันหอมแดงไหม เปิดดูรูป เหมือนมันจะอยู่กลางๆระหว่างหอมใหญ่กับหอมแดง เราก็เลือกใช้หอมแดงแทน

  • Tonjiru ซุปหมูมิโสะจากซีรี่ส์ดัง Midnight Diner ทำง่ายอบอุ่นหัวใจ

    ‘ขณะที่ผู้คนเลิกงานและรีบกลับบ้าน วันของผมก็เริ่มต้นขึ้น ร้านอาหารของผมเปิดเที่ยงคืนจนถึงเจ็ดโมงเช้า พวกเขาเรียกร้านนี้กันว่า “ร้านอาหารเที่ยงคืน” (ซุปหมูมิโซะ เบียร์ สาเก โซจู) เมนูของผมมีแค่นี้ แต่ผมจะทำอาหารอะไรก็ตามที่ลูกค้าสั่ง ตามวัตถุดิบที่ผมมี นั่นเป็นนโยบายของผม ผมมีลูกค้าด้วยเหรอ มากกว่าที่คุณคิดแน่ๆ’ ใครได้รับชมซีรี่ส์เรื่อง Midnight Diner (Shinya Shokudo) น่าจะคุ้นกับประโยคนี้เป็นอย่างดีครับ เป็นบทพูดของมาสเตอร์เจ้าของร้านที่เล่าถึงร้านอาหารของเค้า  ระหว่างที่เล่าไปนั้น เจ้าของร้านก็จะลงมือทำเมนูซุปหมูมิโซะ (Tonjiru) นี้ไปด้วย ซึ่งผมก็ไม่เคยกดข้ามเพราะอยากดูบรรยากาศของชินจูกุและขั้นตอนการทำซุปชนิดนี้ เลยเป็นที่มาของเมนูวันนี้ที่อยากลองทำตามบ้างครับ


แสดงความคิดเห็น