|

ไปชมและชิม ที่โรงเหล้า Yamazaki Distillery ของ Suntory – osaka ตอนที่ 3.1

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

เมื่อวานไปเกียวโตมา วันนี้ไปชานเมือง แต่ไม่ได้ออกไปไกลมาก วันนี้ไปกันที่ โรงเหล้า Yamazaki ของ Suntory สำหรับคนไทยอาจจะคุ้นกับ RED Suntory ที่เคยมาทำตลาดเมื่อหลายปีก่อน แต่จริงๆ แล้ววิสกี้ที่ดังๆดีๆ มีชื่อของ Suntory คือ Yamazaki,Hakushu และ Hibiki โดย Yamazaki กับ Hakushu นั้นเป็น Single Malt ส่วน Hibiki เป็น Blended Whisky

ฟังไปฟังมาอาจจะเริ่มงง ขออธิบายด้วยความเข้าใจและความรู้หางอึ่งที่เรามีเกี่ยวกับ Whisky นิดนึง คือชนิดของ Whisky ที่เป็นที่นิยมในไทยจะมี อยู่ 2 ประเภท

1.Blended Whisky คือ Whisky ที่ผสมขึ้นจาก Single Malt หลายๆโรงกลั่น หลายๆแหล่ง ซึ่งนอกจาก Single Malt แล้วบางยี่ห้อ อาจจะมีการผสม Grain Whiskies เข้าไปด้วย Blended Whisky ยี่ห้อที่คนไทยและคนทั้งโลกรู้จักก็คือ Johnnie Walker พวก Black Label, Red Label นั่นเอง

2.Single Malt คือ Whisky ที่ผสมขึ้นจากเหล้าภายในโรงกลั่นเดียวเท่านั้นโดย Master Blender ซึ่งเป็นคนสำคัญของโรงเหล้าเลยทีเดียว เพราะจะต้องชิมเหล้าจากหลายถังไม้ (cask) ที่อาจจะใช้เวลาบ่มไม่เท่ากัน แล้วนำมาปรุงจนเป็นรส กลิ่นที่ต้องการ ยี่ห้อที่ดังๆ ก็เช่น The Glenlivet, Glenfiddich เป็นต้น ส่วนถ้ามาจากถ้งไม้ถังเดียวเลยจะเรียกว่า Single Cask

ประมาณนี้ครับ ถ้าผิดบอกด้วยนะครับ หะหะ

อ่อ ถ้าจะไปเยี่ยมชมโรงงาน Yamazaki ต้องทำการจองล่วงหน้าเท่านั้นนะครับ จองฟรี !!

สำหรับการเดินทาง เราออกจากสถานี Namba(難波) ไปสาย Midōsuji Line ลงสถานี Shin Osaka(新大阪駅) 270 เยน ใช้เวลา 15นาที แล้วเปลี่ยนรถไปสาย JR Kyoto Line ลงสถานี Yamazaki(山崎駅) 380 เยน ใช้เวลาอีก 21 นาที

-
ถึงแล้วสถานี Yamazaki ชื่อเหมือนร้านขนมปังเลย หะหะ

-
ที่สถานีก็มีป้ายแปะบอกเรื่องโรงเหล้า Yamazaki (Yamazaki Distillery) เลย

-
มีแผนที่คร่าวๆด้วย

-
มีป้ายเขียนว่า Suntory ด้วย (サントリー)

-
เดินมาไม่ไกลจากสถานีก็ถึงแล้ว Suntory Yamazaki Distillery

IMG_2937
ด้านหน้าก็มีหม้อกลั่นอยู่เลย

-
รูปปั้นของ Shinjiro Torii (ซ้าย)ซึ่งนับได้ว่าเป็นบิดาของวงการ Whisky ญี่ปุ่น และ Keizo Saji ลูกชายที่มาสานต่อกิจการ

เรามาถึงตอนเกือบจะเริ่มทัวร์โรงกลั่นตอน 11 โมงพอดี สำหรับที่ Yamazaki Distillery นี่นับว่าเป็นโรงกลั่นวิสกี้โรงแรกของญี่ปุ่นเลยครับ พอถึงเวลาก็มีเจ้าหน้าที่มาแนะนำคร่าวเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ก็มี Audio Guide ภาษาอังกฤษให้ฟรีด้วย 😀 แล้วก็เริ่มพาชมขั้นตอนตั้งแต่แรกว่าเค้าเริ่มทำยังไง ซึ่งอธิบายเป็นญี่ปุ่นหมด -_-”
โชคดีที่มีโอกาสเคยได้ไปที่โรงกลั่นของ Dewar ที่ Scotland มาแล้ว เคยฟังเป็นภาษาอังกฤษเลยพอเข้าใจคร่าวๆ

ขั้นตอนคร่าวๆมันจะเป็นแบบนี้

1.เอาข้าวบาร์เลย์ Barley ไปผ่านกรรมวิธีเพาะให้งอกเป็น มอลต์ Malt ออกมา ซึ่งขั้นตอนนี้แต่ละยี่ห้อ แต่ละที่จะไม่เหมือนกัน

2.เอาไปหมัก ใส่ยีสต์ ตรงขั้นตอนนี้จะเริ่มมีแอลกอฮอล์ออกมา

3.เอาไปกลั่นผ่านหม้อทองแดง (Copper pot)

4.บ่มใส่ถังไม้โอค (Cask) หลายปี 10 12 18 21 แบบที่เราเห็นแปะตามขวด

5.เอามาผสมก็จะกลายเป็น Whisky

ทุกขั้นตอนล้วนมีผลกับรส กลิ่น สี แต่ละยี่ห้อก็จะมีสูตร รายละเอียดเล็กน้อยที่ต่างกันไป

-
ขั้นตอนการหมัก

-

IMG_2946
หม้อกลั่น

-
มีเป็นตับเลย ตรงขั้นตอนการกลั่นจำไม่ได้ว่ายังไงบ้าง เหมือนกับว่า กลั่นออกมารอบนึงแล้วก็เอาไปวนกลั่น แอลกอฮอล์มันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

-
กลั่นออกมาเป็นอย่างงี้ ตรงนี้กลิ่นเหล้าเริ่มแรงแล้ว

-
ถังไม้โอค

-
แล้วเค้าก็พาเข้าไปโรงเก็บ Whisky ที่บ่มอยู่ ห้องนี้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าครับ เดินไปเดินมา มึนได้เลย หอมดีนะ หะหะ

-
บ่มไว้เหล้ามันก็จะระเหยไปเรื่อยๆ ฝั่งขวาคือ 4 ปี ผ่านไป 12 ปี ฝั่งซ้าย หายไปเยอะเหมือนกัน ฝรั่งเรียก Angels’ Share

-

-
ถังนี้ตั้งแต่ปี 1960 !! 50 กว่าปี

-
ถังแรกที่กลั่นออกมาคือปี 1924 และใช้เวลาอีก 5 ถึงได้มี Whisky จากโรงกลั่น Yamazaki จนในช่วงแรกชาวบ้านเอาลือกันว่าที่นี่มีปีศาจกินของอยู่ ขนของ ขนวัตถุดิบเข้าไปเยอะแยะเป็นปีๆ แต่ไม่มีอะไรออกมาเลย หะหะ

หลังจากผ่านขั้นตอนทั้งหมดก็จบการเดินทัวร์ เจ้าหน้าที่ก็จะพาไปอีกส่วนนึง ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนรอคอย นั่นคือการชิม ที่สำคัญคือ ฟรีครับ !!

IMG_2962
Yamazaki Single Malt 10 ปี และ โซดาแบบพรีเมียม

-
มาในแก้วแบบนี้

-
เจ้าหน้าที่มาอธิบาย

IMG_2967
ขวดนี้ 12 ปี

-
เป็นตับแบบนี้ :D~~~~

IMG_2971
แผ่นโปสเตอร์โฆษณาสวยดีครับ

เสร็จแล้วก็เป็นอันจบขั้นตอนการทัวร์โรงกลั่น ไปเดินดูนิทรรศการ ประวัติโรงกลั่นต่อ

-
มี Whisky Library ที่เค้าเก็บไว้ น่าจะเป็นพันๆขวด

-
เยอะมากกก นี่แค่ส่วนนึง

-
หน้าตาของถังไม้โอคก่อนประกอบ

-

-
ผังโรงกลั่น แต่โบราณ

kansai19ชอบรูปนี้ สี และ แสง มันได้

พอมาเดินที่นี่ก็นึกไปถึงโรงเหล้า โรงเบียร์บ้านเราว่าเค้าน่าจะทำอย่างงี้บ้าง เพราะอย่างเบียร์สิงห์ก็ตั้งหลายสิบปีแล้ว ที่เคยไปทั้งโรงเบียร์ Sapporo โรงเหล้า Dewar ที่ Scotland และที่นี่ เค้าทำให้คนรู้สึกสนุกและอินไปกันตัวผลิตภัณฑ์ของเค้า มันเป็นการสร้างแบรนด์และสร้างประสบการณ์ร่วมที่ดี ยังนึกเล่นๆว่าถ้าสิงห์ทำคงสนุกไม่แพ้กัน มีนิทรรศการ ประวัติ มีขั้นตอนการผลิตให้คนดู หรือว่าเค้าอาจจะมีสูตรลับที่ไม่อยากให้คนรู้กันนะ 😀

สำหรับคอวิสกี้ ถ้ามีโอกาส น่าจะมาซักครั้งนึงครับที่ Yamazaki Distillery แห่งนี้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Yamazaki ครับ

-
คลิกเพื่อดูแผนที่

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • | |

    Bashamichi Taproom คราฟท์เบียร์บาร์ เมือง Yokohama

    Yokohama เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีร้านคราฟท์เบียร์เยอะครับ มีทั้งร้านขาย โรงต้มแบบ Microbrewery ร่วมถึงบริษัทนำเข้าเจ้าใหญ่ นอกจากนี้งานเบียร์ใหญ่ของคราฟท์ญี่ปุ่นก็จัดที่นี่ด้วย การเดินทางจาก Tokyo ก็ไม่นาน 30-40 นาทีเท่านั้นครับ แต่ผมดันไปช่วงวันสิ้นปีพอดี หลายๆ ร้านก็เลยปิดอย่าง Antenna America คนนำเข้าคราฟท์อเมริกาเจ้าใหญ่ก็ปิดครับ ไม่เป็นไรไปเฉพาะร้านที่เปิดแล้วกัน ร้านแรกที่ไปคือ Bashamichi Taproom อยู่ห่างจากสถานี Kannai ประมาณ 300 เมตรเท่านั้น ที่นี่เป็น Taproom ของ Baird Beer เหมือนที่ Takadanobaba คือมี Baird Beer ขายเป็นหลัก มีเบียร์อื่นนิดหน่อย สาขานี้พิเศษตรงที่อาหารจะเป็นสไตล์ Texas เน้นอาหารรมควัน อย่าง บริสเก็ต, ซี่โครงหมู หรือไก่ทั้งตัวรมควันครับ

  • Tasman Lake – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.3

    เดินทางมาจนถึง Tasman Lake จุดหมายแรกของเราในวันนี้ Tasman Lake เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เกิดจากการละลายของ Tasman Glacier ธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดของ New Zealand อยู่บริเวณฝั่งทิศตะวันออกและทิศใต้ของ เทือกเข้า Southern Alps ทะเลสาบ Tasman นั้นในช่วงปี 1970 เป็นบ่อน้ำเล็กๆหลายๆบ่ออยู่ ต่อมาราวปี 1990 บ่อเล็กๆพวกนี้ก็รวมตัวกันกลายเป็นทะเลสาบในที่สุด ซึ่งน้ำจากทะเลสาบนี้ก็จะไหลลงไปยัง แม่น้ำ Tasman River ไหลไปจนถึงทะเลสาบ Pukaki ที่เราขับผ่านตอนเข้ามานั้นเอง สำหรับชื่อของทะเลสาบนั้นมาจากชื่อนักสำรวจชาวฮอลแลนด์ ‘Abel Janszoon Tasman‘

  • | |

    FOOD TRUCK FESTIVAL อร่อย ลั่น สนั่น (ณ) กรุง

    กระแส Food Truck มาแรงทั่วโลก พร้อมๆกับพวกคราฟท์เบียร์ เหมือนที่เคยเล่าไปในคราวก่อนที่ไปร้าน Summer Street ครับ ในไทยเองก็บูมไปพร้อมๆกับประเทศอื่นด้วยเช่นกัน ซึ่งงานรวม Food Truk หลายๆ เจ้ามาไว้ที่เดียวกันนั้นก็มีหลายครั้งแล้ว แต่ปัญหาคือผมไม่เคยไปครับ งานนี้เป็นงานแรก ก็เลยเก็บภาพมาให้ชมกัน งานนี้ชื่อว่างาน FOOD TRUCK FESTIVAL อร่อย ลั่น สนั่น (ณ) กรุง จัดที่ ณ กรุง เทเวศร์ ซึ่งเป็นพื้นที่กึ่งๆ คอมมูนิตี้มอลล์ มีโซนลานกว้างอยู่ด้านหน้า แล้วก็มีอาคารอยู่ด้านหลังครับ ส่วนผู้จัดงานเป็นทีมของ a day  ซึ่งน่าจะเป็นทีมจัดงานโดยเฉพาะ ไม่ใช่ทีมหนังสือ (ดูเฟซบุคเค้าแล้วเดาเอา) งานจัดเย็นๆวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวผมเองไปช่วงเกือบๆ ค่ำของเย็นวันอาทิตย์ ที่จริงผมไม่ควรเอารถไป แต่มีเหตุก็เลยขับไปครับ ตอนแรกก็งงทิศงงทางนิดหน่อย เพราะไม่สันทัดแถวนี้เท่าไหร่ งมไปงมมาจนเจอที่ก็ไม่รู้จะจอดรถที่ไหนดี ผู้จัดงานแนะนำไว้ในเพจว่าให้จอดที่วัดมกุฎฯ แต่พอไปก็เต็มสุดท้ายก็เลยวนกลับมาหน้างานแล้วลงกระจกถามพี่ยาม โชคดีมีสตาฟฟ์ของงานอยู่แถวนั้นก็ให้ไปจอดวัดนรนาถฯ แทนแล้วก็ให้สามล้อไปรับมางานฟรีๆด้วย ขอบคุณทีมงานผู้จัดมากครับ จากตอนแรกจะนอย หาที่จอดไม่ได้กลายเป็นประทับใจจริงๆ

  • ศาลเจ้า Toshogu เมือง Nikko

    เช้าวันนี้ชาวคณะรีบออกจากโรงแรม Kinugawa Grand Hotel เพื่อไปแวะศาลเจ้า Toshogu ก่อนกลับเข้า Tokyo ครับ โดยมีรถตู้ของโรงแรมมาส่งที่สถานี Kinugawa Onsen นั่งรถไปลงสถานี Tobu-Nikko จริงๆเราสามารถขึ้นรถบัสด้วย pass ที่ซื้อเมื่อวานได้ แต่ต้องทำเวลา เลยขึ้น Taxi ไปแทนครับ ถ้าเดินทางมาด้วย Taxi จะเลี้ยวเข้าอีกทางนึง ไม่ต้องเดินตั้งแต่ด้านหน้า มาถึงก็ซื้อตั๋วเข้าชม โดยเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าประตู Yomeimon กำลังบูรณะอยู่ ถ้าไม่แจ้งไว้เดี๋ยวซื้อตั๋วเข้าไปชมแล้วจะบ่น สำหรับศาลเจ้า Toshogu เป็นสถานที่ฝังศพของ Tokugawa Ieyasu โชกุนผู้ยิ่งใหญ่ของตระกูล Tokugawa ที่ปกครองญี่ปุ่นยาวนานถึง 250 ปี (1603-1868) เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง ภายหลังมีการต่อเติมเพิ่มขึ้นในยุคสมัยของ Tokugawa Iemitsu (หลานปู่ของ Ieyasu) จนมีอาคารและขนาดใหญ่ในปัจจุบัน หลักๆ ที่นักท่องเที่ยวมาดูที่นี่ก็คือประตู Yomeimon, อาคารหลัก Gohonsha, โกศเก็บศพของ Tokugawa Ieyasu, ไม้แกะสลัก 3 ชิ้น คือ Nemurineko…

  • |

    The Axe คราฟท์เบียร์บาร์ ถนน Northwold สถานี Stoke Newington – London

    สำหรับร้าน The Axe นี้เป็นร้านที่ผมไปต่อหลังจากเลิกงาน London Craft Beer Festival ครับ คือพอจบงานตอน 5 โมง ก็กะว่าจะเอาของไปเก็บที่พักแป๊บนึงเพราะพะรุงพะรังมากๆ ทีนี้พักสายตาแป๊บ ตื่นมาอีกที 2 ทุ่มครับ ฮ่าๆ รีบขึ้นรถเมล์ไปร้านเลย ตัวร้านอยู่บนถนน Northwold ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Stoke Newington (Overground) ครับ ร้านอยู่ตรงโค้งๆ พอดี เปิดเข้าไปในร้านคนแน่นและวุ่นวายพอสมควร เพราะวันนี้เค้ามีเบียร์ Other Half เจ้าดังจากนิวยอร์คมาหลายตัวเลย แต่ด้วยความที่พวกเราดันเมาแล้วเผลอหลับไป มาถึง Other Half ก็หมดไปหลายตัวแล้วครับ เหลืออยู่แค่ ตัวสองตัว แล้วกว่าจะสั่งได้ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะคนเยอะในบาร์วุ่นวายมากๆ โชคดีมีโต๊ะว่าง ได้นั่งพอดี

  • |

    สุดยอดราเม็ง Baikoken Ramen 梅光軒 บนตึก ESTA – Hokkaido ตอนที่ 12.1

    ช่วงๆสายในการเที่ยววันสุดท้ายของทริปนี้เรากลับมาที่ โซนรวมร้านราเม็งชื่อ Sapporo Ramen Kyōwakoku ชั้น 10 ตึก ESTA สถานี JR Sapporo อีกครั้ง หลังจากที่มากินร้าน Shirakaba Sansou Ramen (白樺山荘) เมื่อวันแรกที่มาถึง ร้านไปโคเคน มีเมนูดังคือราเม็ง น้ำซุปโชยุสูตรลับของทางร้าน อีกเมนูที่ได้รับความนิยมก็คือ ราเม็งใส่เนยและข้าวโพด (บัตเตอร์+คอร์น)


แสดงความคิดเห็น