| | |

Glover Garden, Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 7.1

เดินทางกันมาจนถึงวันที่ 7 ของทริปครับ วันนี้เราจะย้ายเมืองกันแล้ว ออกจาก Fukuoka ไปยังเมือง Nagasaki เมืองที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 2 เมืองที่โดนระเบิดปรมาณูตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเองครับ (อีกเมืองคือ Hiroshima)

ผมและสมาชิกในทริปพยายามออกเดินทางจากสถานี Hakata ตั้งแต่เช้าๆ เพื่อเราจะได้มีเวลาเที่ยวที่ Nasagaki เยอะหน่อย การเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างที่รอรถออกหิมะก็ลงมาปรอยๆ เป็นละอองสวยงาม พยายามหยิบกล้แงมาถ่ายแต่ก็ได้ภาพไม่สวยเท่าที่เห็น ในใจก็คิดว่าเเออ เราตื่นเต้นอยู่คนเดียวรึเปล่า แต่ก็เห็นคนญี่ปุ่นหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปบ้างเหมือนกันครับ

พอมาถึง Nagasaki ก็ขึ้น Taxi ไปยังโรงแรม Richmond Hotel เพื่อฝากกระเป๋าซะก่อน ตัวโรงแรมอยู่ในโซนที่ดูเป็นแหล่งเที่ยวกลางคืน ผับบาร์เยอะมาก แต่ไม่เปิดเลยครับ เพราะเป็นวันขึ้นปีใหม่พอดี จากโรงแรมก็เดินๆ ไปจนถึงย่าน Chinatown เพื่อหาของกิน ที่นี่มีชื่อเรื่องจัมปง เป็นเมนูเส้นๆ คล้ายราเม็ง แต่เป็นสไตล์จีนมากกว่า เพราะคนจีนอยู่ที่ Nagasaki นี่เพียบเลยครับ


แต่ปัญหาก็คือมันจะใส่อาหารทะเลทุกร้าน ทำให้ผมและพี่ชายอดทาน สุดท้ายเลยได้แค่กินซาลาเปาเจ้าดังรองทอง แล้วเดินทางไปยัง Glover Garden จุดมุ่งหมายของเราในวันนี้เพราะด้วยความหวังในใจว่า มันเป็นที่เที่ยวดัง มันต้องมีร้านข้าวอร่อยๆ

พอไปถึงพยายามเปิดแอพประจำของเราอย่าง foursquare เปิดเว็บ tabelog หายังก็ไม่ค่อยมีอะไรน่ากิน ความหิวของเราเอาไม่อยู่แล้ว เดนิไปเดินมาจนไปจบที่ร้านอาหารใต้ดินร้านหนึ่ง ซึ่งบรรยากาศก็ไม่ค่อยดี เหมือนโรงอาหาร แล้วอาหารก็ดันไม่อร่อยเสียอีก สรุปว่าข้อดีที่พอจะมีของที่นี่ คือมันให้พวกเราได้หลบลมหนาวและก็ให้อาหารกินกันตายไปอีก 1 มื้อครับ

Kyushu2014_0641
บริเวณปากทางเข้า China town ของ Nagasaki
Kyushu2014_0642
ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ หลายร้านไม่เปิด เพราะเป็นวันปีใหม่พอดี
Kyushu2014_0645
กินจัมปงไม่ได้ก็กินซาลาเปาลรองท้องไปก่อนครับ ร้านนี้ชื่อ Iwasaki Honpo เป็นร้านดังเหมือนกัน
Kyushu2014_0644
หน้าเป็นแบบนี้ครับ ตัวแป้งนุ่ม หมูมันๆละลายๆ

Kyushu2014_0646
เดินทางด้วยรถรางไปยัง Glover Garden
Kyushu2014_0647
ทางขึ้นไป Glover Garden เป็นเนินครับ เดินขึ้นลงๆ หาร้านข้าวอยู่นานเหมือนกัน
Kyushu2014_0650
สุดท้ายมาจบที่ร้านอาหารง่ายๆ ใต้ดิน ไม่ค่อยอร่อย แต่ก็ต้องจำใจ
Kyushu2014_0649
จัมปง
Kyushu2014_0651
บันไดลงไปใต้ดินมีป้ายเก่าๆ สวยดีครับ
Kyushu2014_0652
โบร์ Oura ใกล้ๆ ทางขึ้นไป Glover Garden
Kyushu2014_0653
อีกนิดเดียวจะถึงแล้วครับ
Kyushu2014_0654
แผนที่ของ Glover Garden
Kyushu2014_0655
จากจุดนี้มีบันไดเลื่อนละครับ ค่อยยังชั่ว
Kyushu2014_0656
มีหลังด้วย
Kyushu2014_0661
ขึ้นมาถึงก็เจอตึกนี้ก่อน
Kyushu2014_0658
ด้านหน้าตึกเป็นบ่อปลาคาร์ฟ
Kyushu2014_0659
วิวจากมุมนี้สวยงามากครับ จะเห็นท่าเรือและทะเลที่ออกไปสู่อ่าว Nagasaki
Kyushu2014_0660
ฝั่งทางขวามือจะเป็นตัวเมือง Nagasaki ครับ
Kyushu2014_0657
ลองเข้าไปเดินในตึกนี้ (Old Mitsubishi Second Dock) ก็ไม่เห็นมีอะไร เริ่มรู้สึกผิดหวังว่า เดินทางมาดูอะไรวะเนี่ย

Kyushu2014_0663
เริ่มถอดใจ แล้วเดินหลบหนาวเข้าไปนั่งจิบกาแฟ กินขนมครับ ในรูปคือเครื่องชงกาแฟแบบ cold drip
Kyushu2014_0668
ที่หัวเครื่องหยดกาแฟแบบ cold drip ครับ
Kyushu2014_0664
สั่งชีสเค้ก
Kyushu2014_0665
สั่งชามากิน
Kyushu2014_0666
กาแฟเย็นครับ
Kyushu2014_0667
กาแฟร้อน
Kyushu2014_0669
ระหว่างที่ทานเสร็จออกจากร้าน กำลังจะเดินลงเตรียมกลับ ก็เจอป้ายชี้ไปบ้านของคุณ Glover นี่ ที่แท้ยังเดินไม่เจอไฮไลท์นั่นเองครับ
Kyushu2014_0686
บ้านหลังแรกที่เข้าไปดูคือบ้านของ William J. Alt พ่อค้าชาวอังกฤษ สร้างขึ้นในปี 1865 ออกแบบโดยสถาปนิกอังกฤษและสร้างโดยฝีมือช่างชาวญี่ปุ่น
Kyushu2014_0677
ห้องต่างๆภายในบ้าน

William J. Alt เป็นพ่อค้าชาวอังกฤษเดินทางมายัง Nagasaki ในปี 1859 โดยเริ่มกิจการแรกคือการค้าขายชาในนามบริษัท Alt & Co. ตัวของ Alt และครอบครัวอยู่อาศัยที่บ้านนี้ในช่วงปี 1865-1868 จากนั้นก็ได้ย้ายไปอยูที่  Osaka และ Yokohama หลังจากเดินทางกลับอังกฤษไปแล้ว บ้านนี้ได้กลายเป็นโรงเรียน Methodist Kwassui Academy เป็นสถานกงสุลของอเมริกา ก่อนจะกลายมาเป็นบ้านของลูกชายคนโตของ Frederick Ringer ในปี 1903 ซึ่งอาศัยอยู่จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 สุดท้ายกลายมาเป็นทรัพย์สินของเมือง Nagasaki ในปี 1970

Kyushu2014_0684
ห้องนอน
Kyushu2014_0685
เฟอร์นิเจอร์เดิมๆ เลยครับ
Kyushu2014_0679
ด้านหลังบ้าน
Kyushu2014_0687
หลังต่อมาเป็น Steele Memorial School หลังนี้มีเรือจำลองแสดงไว้เพียบๆ ครับ

อาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1887 โดยเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษอยู่ถึงปี 1932 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนจุดประสงค์ในการใช้งานไปหลายๆอย่าง จนปี 1972 ก็ถูกบริจาคให้เมือง Nagasaki ครับ

Kyushu2014_0689
มีโมเดลเรือแบบต่างๆ
Kyushu2014_0690
งานละเอียดพอสมควรเลยครับ
Kyushu2014_0696
ลองดูดาดฟ้าของของลำนี้สิครับ
Kyushu2014_0698
ลำใหญ่ๆก็มี
Kyushu2014_0691
มีโมเดลเมืองจำลองด้วยครับ
Kyushu2014_0701
แล้วก็เดินมาจนถึงหลังไฮไลท์นั่นคือบ้านของ Thomas B. Glover นั่นเองครับ

Glover เป็นชาวสกอตแลนด์ เค้าเดินทางจากจีนมาถึง Nagasaki ในปี 1859 โดยตอนนั้นอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น เริ่มต้นก็ค้าขายสินค้าเหมือนกับพ่อค้าชาวตะวันตกคนอื่นๆ เช่น ชา อาวุธ และเรือมือสอง อีกหนึ่งภารกิจที่ท้าทายเพราผิดกฎหมาย ก็คือส่งให้คนญี่ปุ่นไปเปิดโลก ร่ำเรียนวิชาที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งหนึ่งในนั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมาด้วย (Ito Hirobumi)

Glover ยังคงดำเนินธุรกิจอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น อู่ต่อเรือ เหมืองถ่านหิน และโรงเบียร์ (ภายหลังกลายเป็น Kirin) รวมถึงเป็นผู้ริเริ่มกิจการรถไฟของญี่ปุ่นด้วย คนอะไรจะเทพขนาดนี้

Kuraba Tomisaburo ลูกชายของ Glover อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้จนกระทั้งปี 1939 ก็ได้ขายให้กับ Mitsubishi Nagasaki Shipyard พอปี 1957 บริษัทก็บริจาคอาคารนี้ให้กับเมือง Nagasaki จากนั้นก็ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปีต่อๆ มา

Kyushu2014_0702
ห้องนอนของแขก
Kyushu2014_0710
รูปถ่ายของ Glover
Kyushu2014_0711
Tsuru ภรรยาของ Glover
Kyushu2014_0712
ห้องนั่งเล่น
Kyushu2014_0717
ห้องทานข้าวเล็ก
Kyushu2014_0720
ห้องทานข้าวใหญ่ครับ
Kyushu2014_0719
มีอาหารจำลองด้วย
Kyushu2014_0718
รายการอาหารวันนี้
Kyushu2014_0721
มีส่วนที่เป็น greenhouse ไว้ปลูกต้นไม้ด้วย
Kyushu2014_0723
มีห้องลับอยู่ใต้หลังคา
Kyushu2014_0724
ห้องครัว
Kyushu2014_0709
โมเดลจำลองบ้านของ Glover ครับ

ที่จริงแล้วยังมีบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ของชาวต่างชาติที่มาสร้างกิจการ ใน Nagasaki อีกหลายหลัง แต่ผมเก็บภาพไม่ได้ไม่หมดด้วยเวลาที่จำกัด อย่างเช่นบ้านของ Frederick Ringer (ที่เชนร้านจัมปงเจ้าใหญ่ของ Nagasaki เอาไปตั้งเป็น Ringer Hut) โดยส่วนมากตัวเมืองก็จะได้รับบริจาคจากเจ้าของคนสุดท้าย หรือไม่ก็ไปขอซื้อคืนมา แล้วก็รื้อถอนจากที่ตั้งดั้งเดิม นำมาประกอบใหม่ไว้บนเขาแห่งนี้ ให้ผู้คนได้เข้าเยี่ยมชมครับ

Kyushu2014_0727
ก่อนจะกลับ บริเวณทางออกจะมีพวกเกี้ยว พวกมังกรในงานเทศกาลต่างๆแสดงอยู่ครับ
Kyushu2014_0728
เป็นรถลากแบบนี้
Kyushu2014_0729
เมีหน้าตาเป็นเรือแบบต่างๆ
Kyushu2014_0730
แต่ละปีแต่ละปีก็จะนำมาเก็บไว้
Kyushu2014_0731
แล้วก็มี video ตัวเทศกาลให้ดู
Kyushu2014_0737
คนจีนอยู่เยอะก็ต้องมีเชิดมังกรแน่นอน
Kyushu2014_0734
มังกรทอง
Kyushu2014_0739
นก
Kyushu2014_0740
ค้อนทอง

Glover Garden Nagasaki
เปิด 8.00-18.00 บางช่วงของปีเปิดถึง 21.30 ดูได้จากเว็บไซต์
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 610 เยน / นักเรียนม.ปลาย 300 เยน / นักเรียนม.ต้นและประถม 180 เยน
เดินทางโดยรถรางลงสถานี : Oura Tenshudo-shita หรือ Ishi-bashi

Similar Posts

  • Beer Pub Camden คราฟท์เบียร์บาร์ย่าน Ikebukuro – โตเกียว

    ทริปงาน Mikkeller Beer Celebration Tokyo เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น หลังจากที่แลนดิ้งแล้วก็นั่งรถไฟไปเช็คอินโรงแรมเสร็จก็รีบเดินทางไปหาเพื่อนๆ ที่ Mikkeller Tokyo เพื่อเอาบัตรงานและจิบนิดหน่อยครับ จิบไม่นาน อยู่ดีๆ เพื่อนก็หายไป ได้ความว่าทุกคนเดินทางกลับไปต่อกันที่ร้านแถวๆ ที่พัก ผมเองก็เลยกลับด้วยเช่นกัน แต่ยังรู้สึกว่าขอจิบอีกซักนิดละกัน ก็เลยมาลงเอยที่ร้าน Beer Pub Camden สาขา Ikebukuro east exit ซึ่งอยู่ใกล้ๆโรงแรมครับ สาขานี้ตัวร้านจะอยู่บนชั้น 2 ทางขึ้นจะดูไม่เหมือนร้านเบียร์เท่าไหร่ บรรยากาศคล้ายบริษัท ออฟฟิศ อะไรอย่างนี้ครับ มีลุงยามเฝ้าอยู่หนึ่งคน 

  • ฮกกี่ ห่านพะโล้เจ้าดัง สาขา The Street – รัชดา

    ในวันที่ไปร้าน Epic Slap ผมแว่บไปกินข้าวก่อนจะเข้าไปกินเบียร์ครับ ร้านที่ไปกินก็คืออยู่ใน The Street รัชดาเช่นกัน แต่อยู่ฝั่งขวาสุดของโครงการเลยร้าน เพลินวานมาหน่อย ร้านนี้มีชื่อว่า ฮกกี่ ครับ ฮกกี่เป็นร้านเก่าแก่ สาขาแรกอยู่ที่ถนนบรรทัดทอง สามย่าน ส่วนสาขานี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน เมนูขึ้นชื่อของร้านก็คือห่านพะโล้ ออส่วน หัวปลาต้มเผือก ขนมผักกาดทอด เก้งผัดคึ่นไช้ ประมาณนี้ และก็ยังมีเมนูอาหารจีนอีกหลายอย่างเลยทีเดียว ขนาดร้านค่อนข้างกว้างขวางตกแต่งดูทันสมัยผสมด้วยฉากกั้นสไตล์จีนๆ ซึ่งด้านในจะมีโต๊ะใหญ่ไว้จัดเลี้ยงได้ครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงหัวค่ำวันธรรมดา มีลูกค้าอยู่หลายโต๊ะเหมือนกัน แต่อาหารก็ออกเร็วดีครับ สั่งแป๊บเดียวมาเสิร์ฟเลย

  • |

    La Terrasse อาหารฝรั่งเศส เชียงใหม่

    ร้านที่สองต่อจากร้านเมื่อวาน (La Fourchette) ชื่อร้านว่า La Terrasse อยู่บนถนนคชสาร อยู่ฝั่งขวาของคูเมืองครับ ไม่ไกลจากตรงประตูท่าแพ สามารถจอดรถได้ที่ลานจอดของร้านดวงกมลคือเลยทางเข้าร้านมาหน่อยก็จะเป็นลานจอด ตัวร้านเป็นเหมือนบ้านเอามาดัดแปลงเป็นร้านครับ มีโซนเอาท์ดอร์อยู่ด้านหน้าร้าน แล้วก็มีโซนในร้านอีกประมาณ 6-7 โต๊ะครับ ตัวร้านดูสว่างๆ สะอาดดี พนักงานต้อนรับน่าจะเป็นชาวฝรั่งเศส มาพาไปนั่งโต๊ะที่จองไว้ครับ วันที่ผมไปเป็นเย็นวันศุกร์ โต๊ะด้านในร้านเต็มหมด แนะนำว่าให้โทรจองก่อนก็ดีครับ

  • Mezzaluna – อาหารฝรั่งเศสบรรยากาศสุดประทับใจบนชั้น 65 โรงแรม Le Bua – สีลม

    สำหรับร้านที่แวะไปวันนี้เป็นร้านที่ต้องยอมรับว่าก่อนที่ทางร้านจะได้รับดาวมิชลินนั้นผมไม่เคยรู้จักมาก่อนครับ คือรู้จักตัวโรงแรม Le Bua รู้จักตัวตึก รู้จัก Sirocco Bar ที่อยู่ชั้นบนของโรงแรม ร้านนี้มีชื่อว่า Mezzaluna อยู่บนชั้น 65 ของตึก state tower บนถนนสีลมครับ ที่นี่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสที่มีการผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นลงไปด้วย เนื่องจาก Ryuki Kawasaki เชฟใหญ่ของเป็นชาวญี่ปุ่น โดยเมนูจะเป็น Tasting Menu เท่านั้นครับ ผมมาถึงที่ชั้นล่างของโรงแรม ก็มีพนักงานของทางร้านมาต้อนรับ สอบถามชื่อที่จองไว้ จากนั้นก็พาไปขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 64 แล้วก็ขึ้นบันไดไปยังชั้น 65 ซึ่งอยู่ใต้โดมสีทองชั้นบนสุดนั้นเอง บรรยากาศตกแต่งแบบหรูหราแต่ไม่เวอร์มาก โดยที่โต๊ะริมกระจกจะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวยงามมากๆ ครับ มีวงดนตรีสี่ชิ้นบรรเลงเพลงชิลล์ๆ

  • สันติโอชา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใส ลพบุรี

    หลังจากที่ไปทานร้าน ล้วน ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นร้านดังของลพบุรี ก็มีหลายคนแนะนำร้านอื่นๆ เข้ามาอีกเพียบ ร้านที่มีคนพูดถึงเยอะสุดก็คือร้านนี้ สันติโอชา ครับ พอมีโอกาสก็เลยขอแวะมาลองซะหน่อย ร้านนี้ถ้าเสิร์ชจาก google map จะตำแหน่งไม่ตรงครับ ให้เสิร์ชว่า เซเว่นอีเลฟเวนท่าโพธิ์จะใกล้สุด คือร้านจะอยู่ตรงหัวมุมระหว่างถนนสุรสงครามตัดกับถนนปรางค์สามยอดพอดี ที่ร้านมีเมนูดังคือก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำใสครับ มีเนื้อสด เนื้อเปื่อย เอ็น และลูกชิ้น เครื่องในไม่มี ถ้าไม่ทานเนื้อก็มีก๋วยเตี๋ยวหมูด้วยเช่นกัน เป็นหมูแดงและลูกชิ้นหมู

  • |

    กินหอยนางรมย่างใน Huis Ten Bosch

    ร้านแรกใน Huis Ten Bosch ที่ผมทานเป็นร้านขายหอยย่างครับ คือมานั่งย่างหอยทานกันจริงๆ จังๆเลย โต๊ะก็จะเจาะรู้มีเตาถ่ายอยู่ตรงกลางวางตะแกรงแล้วก็ปิ้งกันเอง เวลาซื้อก็ซื้อเป็นตะกร้าๆ มาครับ ที่จริงในเมนูมีหอยสังจ์ หอยอย่างอื่นอีก แต่วันที่ไปหมดเกลี้ยง เหลือแต่หอยนางรมครับ คุณลุงพนักงานพอรับ order ไปก็จัดหอยมาให้ เสร็จก็มาสอนวิธีการปิ้งว่าให้คว่ำฝั่งไหน รอจนมันอ้าฝาก็แปลว่าทานได้ ตัวแรกผมทานเปล่าๆ อยากรู้รส ตัวต่อมาก็ลองจิ้มพอนซึดูครับ นอกจากหอยนางรม เค้ามีราเม็งขายด้วยแปะป้ายว่าเป็นราเม็งเจ้าอร่อย ก็เลยสั่งมาแบ่งกันหนึ่งชาม รสชาติก็โอเคครับ มีน้ำซุปให้ซดสลับกับหอยย่าง ส่วนเครื่องดื่มผมดื่มเบียร์ เสิร์ฟมาเย็นเจี๊ยบ ทานเพลินดีครับ


แสดงความคิดเห็น