เวนิสเมืองกลางน้ำ – ยุโรป 2013 ตอนที่ 5.1

เมื่อวานจากเมืองฟลอเรนซ์เรานั่งรถทัวร์เดินทางมานอนกันที่เมือง Mestre ชื่ออาจจะไม่คุ้นนัก
จริงๆเราก็ไม่เคยได้ยิน เป็นเมืองที่อยู่ติดกับ Venice นั่นแหละครับ ฟังจากไกด์ก็ได้ความว่าที่นอนที่นี่นั้น เพราะว่าราคาต่ำกว่านอนบน Venice แล้วก็เดินทางอะไรก็สะดวก คือ Mestre นี่เป็นเมืองบนฝั่งแผ่นดิน เรานอนกันที่ NH LAGUNA PALACE หลังโรงแรมเป็นท่าจอดเรือ บรรยากาศดี

florence-mestre
เส้นทางที่เราเดินทางมาเมื่อวานประมาณ 250 กิโลเมตร เดินทาง 2 ชั่วโมงกว่าเกือบ 3 ชั่วโมง
europe13_225
ท่าจอดเรือหลังโรงแรม
europe13_226
เป็นเรือลำไม่ใหญ่
europe13_227
ด้วยความเป้นท่าจอดเรือ โรงแรมนี้เลยดีไซน์มีเรือเป็นธีมของโรงแรมด้วย
europe13_228
มีเก้าอี้ให้ น่านั่งจิบไวน์มากๆ แต่พอตกกลางคืนหนาวสุดๆ ทานไม่ไหว
europe13_229
โรงแรม LH Laguna Palace

จากโรงแรมรถก็มาส่งเราที่ท่าเรือ ตอนก่อนมาเราคิดว่า Venice ที่เห็นเป็นเมืองในน้ำนั้นเป็นน้ำจืด เป็นแม่น้ำอะไรอย่างนั้น คือไม่เคยรู้มาก่อนว่าจริงๆมันเป็นน้ำทะเล ตัวเมืองนี่เป็นเกาะเล็กๆมาเชื่อมๆกัน น้ำที่เห็นเป็นคลองในเมืองก็คือน้ำทะเล รู้สึกอายความรู้ของตัวเองเลย หะหะ

europe13_230
ที่ท่าเรือ เราจะเห็นเรือสำราญขนาดใหญ่หลายลำ
europe13_231
แต่ของเราขึ้นเรือลำไม่ใหญ่มาก ไกด์บอกเป็นเหมือนเรือเมล์ประมาณนั้น
europe13_232
เรือสำราญลำเดิม
europe13_233
ใหญ่ขนาดมีสวนน้ำอยู่ข้างบน
europe13_234
อันนี้อีกลำ
europe13_235
มีเรือสัญจรไปมาระหว่างแผ่นดินกับ Venice ตลอดเวลา
europe13_236
เริ่มเจออาคารแล้ว
europe13_237
ตัวตึกจะสีโทนเดียวกัน

europe13_238
มีงานศิลปะใหญ่ๆ
europe13_239
จอดที่ฝั่งแล้ว
europe13_240
เรือเรามาจอดหน้าโรงแรม Hotel Gabrielli
europe13_241
จากตรงที่เรือส่งเราก็จะเดินไปจตุรัส San Marco ระหว่างทางก็จะเห็นคลองเล็กๆงี้ตลอดทาง
europe13_242
ทุกคนก็จะเดินทางด้วยเรือกันในคลอง ทั้งเรือพายและเรือเครื่อง
europe13_243
คลองกว้างบ้างแคบบ้างสลับกันไป
europe13_244
อ่านไม่ออกว่าอะไร แต่เห็นมีชื่อ Vivaldi (คนแต่งเพลง Four Seasons)
europe13_245
ถ่ายย้อนกลับไปในทางที่เราเดินมา
europe13_246
ตึกนี้น่าจะเป็นโบสถ์
europe13_247
มีร้านอาหารที่ระเบียงยื่นออกมาในคลองด้วย
europe13_248
คลองนี้กว้างหน่อย
europe13_249
บางช่วงก็จะมีสะพานเชื่อมกันระหว่างตึก
europe13_250
สะพานเชื่อมอีกอัน แต่อันนี้เป็นอันที่มีชื่อเสียง โดยมีชื่อว่า “สะพานถอนหายใจ”
europe13_251
ที่ชื่อ “สะพานถอนหายใจ” (Bridge of Sighs) ก็เพราะว่ามันเชื่อมไปยังคุก ซึ่งนักโทษก็จะเห็นวิวอันสวยงามของเวนิสจากสะพานแห่งนี้เป็นที่สุดท้าย
europe13_252
เรือกอนโดล่าเรียงราย
europe13_253
Doge’s Palace เป็นวังของ Doge, Doge นี่นับเป็นตำแหน่งสูงสุดตำแหน่งหนึ่งของ Venice
europe13_254
ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Venetian Gothic ซึ่งเป็นการรวมเอาแบบ Gothic, Byzantine และ Moorish (แขกมัวร์) เข้าไว้ด้วยกัน
europe13_255
เริ่มต้นในศตวรรษที่ 14
europe13_256
เดินมาอีกนิดเดียวก็จะเป็นจตุรัส San Marco ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางอีกแห่งหนึ่งของเมือง ที่นี่เลยมีผู้คน นักท่องเที่ยวมากมาย
europe13_257
งานปูนละเอียดใบไม้เป็นใบๆเลย
europe13_260
ที่ติดกับ Doge’s Palace ก็จะเป็นโบสถ์ San Marco (St Mark) นั่นเอง
europe13_258
ด้านบนของประตูโบสถ์มีภาพ เกี่ยวกับ St Mark อยู่ ภาพนี้เป็นงาน mosaic เล่าเรื่องตอนเอาศพ St Mark กลับมา

 

europe13_259
อีกภาพเป็นภาพ Last Judgment เป็นภาพงาน mosaic เช่นกัน

ตอนหน้าจะมาเล่าถึงร้านกาแฟในบริเวณจตุรัสนี้ต่อครับ

Similar Posts

  • |

    ชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆเมือง budapest – budapest/paris ตอนที่ 4

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – เข้าวันที่ 2 ใน budapest วันนี้เราจะออกไปตามสถานที่ท้องเที่ยวยอดนิยมของเมืองบูดาเปสต์กัน โดยมีไกด์ของโรงแรมพาเราเที่ยว

  • Marine World Fukuoka – Kyushu 2014 ตอนที่ 3.1

    วันที่ 3 ของทริป วันนี้จะออกเดินทางไปเที่ยวนอกตัวเมือง Fukuoka อีก 1 วันครับ ไปไม่ไกลมาก วิ่งไปทางทิศเหนือของเมือง เป็นแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลครับ จุดหมายของเราก็คือ Uminonakamichi ซึ่งบริเวณนี้จะมีจุดท่องเที่ยวที่เล็งไว้ 2 แห่ง แห่งแรกคือ Marine World แห่งที่ 2 คือ Uminonakamichi Seaside Park ที่ไป Marine World ก็เพราะในกรุปนั้นมีหลานชายวัยกำลังซนอยู่ 1 คนครับ เด็กๆ มาดูสัตว์น้ำ ดูโชว์น่าจะมีความสุข สนุกสนานดี แต่คนหนุ่ทสาว หรือผู้ใหญ่ก็มาดูได้ครับ ผมสังเกตเห็นคู่รักวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นมาเดทกันที่นี่หลายคู่อยู่เหมือนกัน แต่แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นพ่อแม่ลูกหละครับ สำหรับการเดินทางนั้น สามารถขึ้นรถไฟจากสถานี Hakata แล้วลงที่สถานี Uminonakamichi ใช้เวลาประมาณ 30-35 นาทีครับ จากตัวสถานีเดินอีกประมาณ 400 เมตรก็จะถึงด้านหน้าของ Marine World

  • |

    Woori Super ร้านของชำบ้านๆ แต่คราฟท์เบียร์เพียบ – โซล เกาหลี

    ร้านที่สองในย่าน Noksapyeong ที่จะเล่าถึงคือร้าน Woori Super ครับ อยู่ในซอย Noksapyeong-daero 54-gil ที่มีร้านคราฟท์เบียร์อัดกันอยู่มากมาย อย่างเช่น Sour Pongdang ที่ผมเขียนถึงไปคราวก่อน สำหรับร้าน Woori Super นี่เป็นร้านขายเบียร์อารมณ์บ้านๆ ครับ หน้าตาเหมือนร้านของชำธรรมดา แต่ด้านนอกแปะโปสเตอร์ ป้ายแบรนด์คราฟท์เบียร์เต็มไปหมด ด้านในมีคุณป้าเฝ้าร้านหนึ่งคน รอบร้านเป็นตู้เย็นบานกระจกเรียงรายกันอยู่ แต่ละตู้แน่นไปด้วยคราฟท์เบียร์จากทั่วโลกครับ อเมริกา ยุโรป เกาหลี มีหมด ข้างๆ ร้านมีที่พอนั่งจิบๆ ได้ หรือถ้าไม่คิดมากก็นั่งกระดกมันหน้าร้านเลยก็ได้ครับ วันที่ผมไปนี่ในร้านลูกค้าแน่น มีทั้งคนเกาหลีเอง คนต่างชาติ หัวทอง และเอเชียหัวดำอย่างเรา ผลัดกันเปิดตู้หยิบขวดมาดู มาอ่าน บางตัวก็เป็นตัวหายากราคาสูงหน่อยที่ร้านนี้ก็มีขายครับ

  • |

    Toyotsune ร้านเทมปุระเจ้าอร่อยเมือง Beppu

    สำหรับร้านนี้ ผมตั้งใจจะทานตั้งแต่วันแรกที่มาถึง Beppu ครับ แต่กว่าจะออกจากสถานีรถไฟมาก็ไม่ทัน เพราะร้านปิด 14.00 แล้วเปิดอีกทีตอนเย็น ก็เลยต้องมาทานอีกทีในวันที่จะเดินทางกลับ ร้าน Toyotsune มี 2 สาขาครับ สาของแรกร้านดั้งเดิมอยู่ใกล้ทะเล อีกร้านมาเปิดหน้าสถานีเป็นสาขาที่ 2 ครับ ผมไปลองทานที่ร้านสาขาแรกครับ เพราะวันนั้นไปเดินห้าง Tokiwa ซึ่งอยู่แถวนั้นพอดี ห่างจากสถานีประมาณ 700 เมตรครับ อาหารมีแบบเป็นเซ็ตด้วย หรือสั่งแยกเป็นจานๆ ก็มีครับ เมนูขึ้นชื่อก็จะเป็นเทมปุระต่างๆ อย่างกุ้งนี่ฮิตมาก แต่ผมทานไม่ได้ครับ เลยทานปลาแทน พวกปลาดิบก็มีครับ เห็นแว้บๆว่าน่าจะมีปลาปักเป้าด้วย แต่ไม่ได้ลองทานนะครับ

  • บ่อน้ำพุร้อน Yama, Umi และ Oniishibozu – Kyushu 2014 ตอนที่ 10.2

    ต่อจาก 2 บ่อแรก Oniyama และ Kamado ก็มาต่อบ่อที่ 3 ชื่อ Yama Jigoku บ่อนี้มีจุดเด่นคือมีสัตว์ชนิดต่างๆ เลี้ยงเอาไว้ให้ชมครับ จริงๆ ก็ ไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่ เพราะสัตว์ก็มีนิดๆหน่อยๆ ไม่ได้มีเยอะอะไรมากมาย บ่อต่อมาบ่อที่ 4 ชื่อว่า Umi บ่อนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร มีควันออกมาตลอดเรื่อยๆ แล้วด้านในก็จะมีเรือนกระจกที่นำความร้อน มาควบคุมอุณหภูมิภายใน ให้สามารปลูกพืชเมืองร้อนอย่าง บัว กล้วย กล้วยไม้ และ กระบองเพชร ได้ เราคนไทยมาจากเมืองร้อนก็ไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่ หะหะ บ้านเราเยอะแยะ บ่อที่ 5 ชื่อ Oniishibozu บ่อนี้ตัวบ่อจะเป็นสีเทาๆ เดือดปุดๆ อยู่เรื่อยๆ ครับ ภายในมีอยู่ประมาณ 3-4 บ่อ ขนาดต่างๆ กันไป รอบๆ บ่อนี้มีที่แช่เท้าด้วยเช่นกัน โดยมีพวกพืชตระกูลส้ม ลอยๆ ในน้ำให้มีกลิ่นหอมครับ

  • | |

    Chez Irie ร้านขนมเล็กๆน่ารักในเมือง Asahikawa – Hokkaido ตอนที่ 5.3

    ทานข้าวที่ Farm Chiyoda เสร็จก็ไปไหนต่อไม่ได้แล้วเพราะฟ้ามืดมากแล้วฝนก็ปรอยๆ ตอนแรกแว่บไปที่ Potato no oka แล้ว แต่หนาวมาก+อิ่มก็เลยไม่กินละ เดินทางกลับดีกว่า กลับมาใกล้เมือง Asahikawa ก็แวะร้านขนมเล็กๆร้านนึง ร้านนี้น่าจะเจอจากเว็บแนะนำร้านของการท่องเที่ยว Best from Hokkaido ซึ่งร้านอยู่ในโซนขอบๆเมือง อยู่แทรกๆปนๆกับบ้านทั่วไป ตัวร้านก็คือบ้านนั่นแหละครับ ร้านแบบนี้เค้าเรียกว่า patisserie ก็คือร้านพวกที่ขายขนม เค้ก เบเกอรี่ ประมาณนี้ นี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างของการเช่ารถขับเอง มาเที่ยวเอง เพราะเราจะสามารถไปร้านกุ๊กกิ๊กๆ น่ารักๆแบบนี้ได้


แสดงความคิดเห็น