Marine World Fukuoka – Kyushu 2014 ตอนที่ 3.1

วันที่ 3 ของทริป วันนี้จะออกเดินทางไปเที่ยวนอกตัวเมือง Fukuoka อีก 1 วันครับ ไปไม่ไกลมาก วิ่งไปทางทิศเหนือของเมือง เป็นแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลครับ จุดหมายของเราก็คือ Uminonakamichi ซึ่งบริเวณนี้จะมีจุดท่องเที่ยวที่เล็งไว้ 2 แห่ง

แห่งแรกคือ Marine World แห่งที่ 2 คือ Uminonakamichi Seaside Park ที่ไป Marine World ก็เพราะในกรุปนั้นมีหลานชายวัยกำลังซนอยู่ 1 คนครับ เด็กๆ มาดูสัตว์น้ำ ดูโชว์น่าจะมีความสุข สนุกสนานดี แต่คนหนุ่ทสาว หรือผู้ใหญ่ก็มาดูได้ครับ ผมสังเกตเห็นคู่รักวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นมาเดทกันที่นี่หลายคู่อยู่เหมือนกัน แต่แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นพ่อแม่ลูกหละครับ

สำหรับการเดินทางนั้น สามารถขึ้นรถไฟจากสถานี Hakata แล้วลงที่สถานี Uminonakamichi ใช้เวลาประมาณ 30-35 นาทีครับ จากตัวสถานีเดินอีกประมาณ 400 เมตรก็จะถึงด้านหน้าของ Marine World

4802_map_fukuoka_04
แผนที่ Marine World Uminonakamichi จากเว็บ Japan Guide
Kyushu2014_0121
มาถึงสถานี Uminonakamichi แล้วครับ ชื่อยาวดีจัง
Kyushu2014_0120
บริเวณชานชาลาครับ เป็นสถานีเล็กๆ
Kyushu2014_0122
ติดกับสถานีจะเป้นสวน ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาช่วงบ่ายๆเย็นๆครับ
Kyushu2014_0123
เดินตามป้ายมาเรื่อยๆ ประมาณ 400 เมตรก็จะถึง Marine World
Kyushu2014_0124
ตั๋วซื้อกับเครื่องหรือกับคนก็ได้ครับ
Kyushu2014_0125
ราคาตั๋วเข้าชมครับ
Kyushu2014_0127
ตั๋วผู้ใหญ่ 2160 เยน หรือประมาณ 600 บาท ครับ
Kyushu2014_0129
เข้ามาแล้วก็ไปส่วนที่โชว์โลมาและสิงโตทะเลครับ กำลังจะแสดงพอดี
Kyushu2014_0128
คนดูเกือบเต็มครับ
Kyushu2014_0130
เริ่มด้วยโชว์สิงโตทะเลครับ
Kyushu2014_0131
โชว์เลี้ยงลูกบอล
Kyushu2014_0132
เสร็จก็เป็นปลาโลมาต่อ
Kyushu2014_0133
กระโดดกันเป็นฝูงๆ
Kyushu2014_0134
ขึ้นมาโพสท์ท่าให้เก็บภาพนิ่งกันครับ

Kyushu2014_0135
ลืมบอกว่าฉากหลังเป็นอ่าว Hakata บรรยากาศสวยงามมากครับ
Kyushu2014_0140
จากโชว์ เราลงมาด้านล่างเพื่อทานข้าวกลางวันกันครับ ไก่ทอดกับมันฝรั่ง
Kyushu2014_0141
อูด้งเนื้อ
Kyushu2014_0142
ข้าวโรยด้วยไข่ โปะด้วยแซลมอน
Kyushu2014_0143
จริงๆอาหารรสชาติเฉยๆแต่ทีเด็ดคือวิวครับ
Kyushu2014_0144
ทานข้าวไปก็จะได้ดู โลมาและสิงโต ไปพลางครับ
Kyushu2014_0145
ใกล้ๆศูนยอาหารมีเพนกวินด้วยครับ
Kyushu2014_0136
ทานข้าวเสร็จก็เริ่มเดินดูสัตว์ครับ ตัวแรกเป็นปลา cherry salmon
Kyushu2014_0139
ตัวนาก
Kyushu2014_0146
ขึ้นมาชั้นบน ก็เจอตู้นี้เป็นตู้แรก น่าจะเป็นปลาปักเป้า
Kyushu2014_0147
เล่นกล้องซะด้วย
Kyushu2014_0148
ตัวนี้สีแปลกดี
Kyushu2014_0149
อีกสี
Kyushu2014_0150
มันมีเหมือนนอแหลมๆด้วยครับ
Kyushu2014_0151
ฝูงนี้สีสวยเหมือนสะท้อนแสงแบลคไลท์
Kyushu2014_0152
ตัวนี้เหมือนปลาจาระเม็ด
Kyushu2014_0153
ปลานีโม่หรือปลาการ์ตูนนั่นเองครับ
Kyushu2014_0154
ปลาไหลตัวเล็กๆ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า orange-barred garden eel
Kyushu2014_0138
มันน่ารักจนเค้าเอามาทำเป็นของที่ระลึกขายด้วย
Kyushu2014_0156
ฝูงนี้ก็สีสดดีครับ
Kyushu2014_0157
ฝูงนี้น่ารักเป็นระเบียบ
Kyushu2014_0158
ปลา palette surgeonfish พอจะคุ้นๆไหมครับ Dory ใน Finding Nemo คือพันธุ์นี้หละครับ
Kyushu2014_0159
ตัวนี้หน้าตาแปลกดีครับ
Kyushu2014_0161
หมึกกล้วย
Kyushu2014_0162
ตัวพลางตัวได้เนียนมาก
Kyushu2014_0163
กำลังให้อาหารครับ
Kyushu2014_0165
ที่นี่ตรงขอบจะหนา ทำให้เด็กๆไปยืนดูได้ครับ
Kyushu2014_0166
เดินมาเจอบริเวณที่มีพนักงานอยู่ ตรงนี้เด็กๆจะมาสอบถาม + ทำกิจกรรมกัน
Kyushu2014_0167
ปลาหมึกเกาะกระจก
Kyushu2014_0169
เจอทางเดินที่เพนท์ด้วยสีเรืองแสง
Kyushu2014_0172
สวยงามมากครับ
Kyushu2014_0173
วาดเหมือนจริงเลย
Kyushu2014_0174
ลงมาก็จะเจอแทงค์ขนาดใหญ่
Kyushu2014_0176
มีปลาฉลามด้วย
Kyushu2014_0179
นักดำน้ำจะมีกล้องวิดิโออยู่ในมือ ถ่ายออกมาให้ผู้ชมดูครับ
Kyushu2014_0175
มาออกที่จอนี้
Kyushu2014_0178
คนดูเพียบๆ
Kyushu2014_0181
กระเบน
Kyushu2014_0192
กระจกแทงค์นี้หนา 28.5 เซนติเมตรเลยครับ
Kyushu2014_0182
ออกมาบริเวณด้านนอกดูแมวน้ำ/caption]

[caption id="attachment_12881" align="alignnone" width="1024"]Kyushu2014_0184 มันจะผลุบๆโผล่ๆให้เราได้ให้อาหารครับ

Kyushu2014_0186
สำหรับอาหารก็หยอดตู้แล้วไขออกมา
Kyushu2014_0187
ใกล้ๆกัน มีโลมาอยู่ 2-3 ตัว
Kyushu2014_0188
เข้าไปในอาคารอีกทีเจอตัวนี้ หยั่งกะเอเลี่ยน
Kyushu2014_0189
มีปูขายาวๆ
Kyushu2014_0190
ปลาปากแปลกๆ
Kyushu2014_0191
ตัวนี้ยาวมากกกก
Kyushu2014_0193
ฉลามอีกที
Kyushu2014_0194
ลากันไปด้วยรูปฝูงปลาที่ว่ายตามกันเป็นสายครับ

Marine World Uminonakamichi, Fukuoka
เบอร์โทร : +81 92-603-0400
เปิด : 9.30-17.30
เว็บไซต์
foursqaure

Similar Posts

  • |

    ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) เกียวโต – Japan 2014 ตอนที่ 4.3

    ทานราเม็งที่ร้าน Gogyo เสร็จ เราก็มาเดินเล่นที่ตลาดนิชิกิ (錦市場) ซึ่งอยู่แถวร้านนั่นแหละครับ ตลาดนี้เราเคยมาแล้วตอนทริปปี 2011 คราวนี้ก็เลยพาพ่อแม่มาเดินเล่นย่อยราเม็งไปด้วย ที่นี่ก็จะขายพวกของสด ของแห้ง ผัก ผลไม้ ขนม หลายๆอย่าง แต่จะเป็นของวัตุดิบทำอาหารซะเยอะ ของกินเล่นแบบทานได้เลยก็พอมีอยู่บ้าง หรืออย่างไข่ปลา ใบชา เหล้า ของฝากจุกจิก ก็มีขายอยู่สองสามร้าน

  • | |

    Camelback แซนด์วิชและกาแฟ Shibuya

    ร้าน Camelback อยู่ในย่านที่ชื่อว่า Kamiyama ซึ่งก็มีร้านเก๋ๆ เท่ๆ อยู่หลายร้านครับ ใกล้ๆ กันก็มี ME ME ME มี Funglen มี Shibuya cheese stand และอีกหลายๆ ร้าน โดยร้าน Camelback นี่ Monocle ก็เชียร์เหมือนกัน ไม่ใช่อะไรเพราะร้านอยู่ห่างจากหน้าร้าน Monocle Shop ไม่ถึง 100 เมตร ตัวร้านเป็นห้องเล็กๆ ไม่ลึก มีทางเข้าทางออกทาง เข้าไปสั่งออเดอร์จ่ายเงินแล้วก็รอ วันที่ผมไปลูกค้าค่อนข้างเยอะ คิวยาวเพราะว่าเค้าทำใหม่ทีละออเดอร์ หลังจากที่สั่งและจ่ายเงินแล้ว ผมพยายามหยิบมือถือขึ้นมาจะถ่ายรูปภายในร้าน พนักงานบอกห้ามถ่ายๆ เลยออกมาเก็บบรรยากาศหน้าร้านแทนครับ สำหรับที่ร้านนั้นจะมีขายกาแฟทั้งร้อนและเย็น ส่วนของกินก็มีขายแซนด์วิช เป็นแซนด์วิชแบบที่ใช้ขนมปังฝรั่งเศส ผ่าตรงกลางแล้วใส่เข้าไปครับ มีให้เลือกทั้งหมด 8 ไส้ ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนได้ ผมได้ลองขอให้ใส่อันนู่นอันนี้เพิ่มแล้ว พนักงานบอกไม่ได้ ฮ่าๆ โดยสามารสั่งได้ 2 ขนาดคือครึ่งอันและเต็มอัน

  • 7 Days Craft Kitchen คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – สถานี Nagoya

    คืนที่สามของทริปนาโกย่า ร้านคราฟท์เบียร์ที่ผมได้แวะไปนั้นอยู่แถวสถานี Nagoya เลยครับ จากสถานีประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ร้านนี้ชื่อว่า 7 Days Craft Kitchen ครับ ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของตึกตรงหัวมุมตรงแยกพอดี ชั้นบนเข้าใจว่าเป็นร้านไวน์ ที่นั่งในร้านจะเป็นเคาท์เตอร์นั่งติดครัวจำนวน 8 ที่ วันที่ไปนี่ลูกค้าเยอะเหมือนกันนั่งกันแน่นเลย ในร้านเปิดเพลงฝรั่งโบราณๆ กลิ่นไม้สนในลอยมาเรื่อยๆ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 10 แทป เป็นคราฟท์นอกเป็นหลักครับ ส่วนอาหารก็จะมีพวกกับแกล้มง่ายๆ แบบ ชีส แฮม พาเต้ หรือถ้าจะกินจริงจังก็มีพวกเบอร์เกอร์ พาสต้า และก็เนื้อสัตว์อีกนิดหน่อยครับ

  • สวนดอกไม้ Shikisai no oka – Hokkaido ตอนที่ 5.1

    วันที่ 5 ของการเดินทางวันนี้เราออกนอกตัวเมือง Asahikawa ไปไกลขึ้นอีกหน่อย จุดหมายคือเมือง Biei Biei (美瑛町) อยู่ห่างจาก Asahikawa มาทางใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร 25 กิโล ดูไม่ไกลมาก แต่พอไปจริงก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะ 1. เราไม่คุ้นทาง ไม่ชินจราจร 2. ที่ญี่ปุ่นจำกัดความเร็วค่อนข้างต่ำ 60-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง เท่านั้น ซึ่งกลัวผิดกฎจราจรแล้วจะอดมาอีก หะหะ เลยขับตามกฎเป๊ะๆ 25 กิโล ก็เลยใช้เวลาราว 40-50 นาที สถานที่แรกที่เราจะไปวันนี้ก็คือสวนดอกไม้ Shikisai no oka (四季彩の丘)

  • |

    รีวิว Emirates Lounge สนามบิน Chek Lap Kok – Hong Kong

    ขากลับของ Emirates จากฮ่องกงไฟลท์ EK 385 ก็ได้เข้าไปลองใช้เลาจน์ของสายการบินด้วยครับ โดยนั่งรถมาถึงสนามบินหัวค่ำหน่อย แล้วก็เช็คอินโหลดกระเป๋า ซึ่งไฟลท์นี้ผู้โดยสารค่อนข้างเยอะ ขนาดชั้นธุรกิจก็ยังต้องเข้าแถวรอครับ พอผ่านตรวจความปลอดภัยและต.ม. ก็เดินทางไปยังเกต 40 ครับ ซึ่งไกลพอสมควร ผมไม่แน่ใจว่าเค้ามีรถไฟไปรึเปล่า แต่ผมเดินๆๆ ถือว่าเป็นการย่อยบะหมี่เมื่อตอนเย็นออก พอมาถึงใกล้ๆเกตก็มีบันไดเลื่อนขึ้นมาชั้น 2 ครับ เลาจน์อยู่ฝั่งซ้ายมือ เข้ามาด้านในที่นี่จะเป็นโถงโล่งๆ หลังคาสูง ผู้โดยสารค่อนข้างเยอะ มีไลน์อาหารและเครื่องดื่มอยู่ฝั่งซ้ายมือ มีห้องอาบน้ำด้วย บรรยากาศที่นี่ส่วนตัวรู้สึกว่าสู้ของที่สุวรรณภูมิไม่ได้ครับ

  • Daibutsu พระใหญ่ Kamakura

    เช้านี้เดินทางออกนอกโตเกียวอีก 1 วันครับ จุดหมายก็คือ Kamakura เมืองที่อยู่ทางใต้ของโตเกียวประมาณ 70 กิโลเมตรครับ การเดินทางก็จะนั่งรถไฟสาย Shonan-Shinjuku วิ่งลงใต้ผ่าน Yokohama ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็จะถึง Kamakura สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมก็คือพระใหญ่ Daibutsu (Great Buddha) ซึ่งอยู่ในวัด Kotokuin พระพุทธรูปทองสำริด สูง 13.35 เมตร หนักประมาณ 121 ตัน มีอายุเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1252 ในปี 1498 เกิดคลื่นยักษ์มาทำลายตัววัดที่อย่รอบๆ แต่องค์พระไม่เป็นอะไร พอปี 1923 ก็เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง คราวนี้ตัวฐานถูกทำลาย ก่อนบูรณะครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 1960-1961 ซึ่งที่นี่เป็นที่ที่นิยมในการมาสวดมนต์ของพรให้มีลูกกันด้วยครับ วิธีการเดินทางไปพระใหญ่ก็คือนั่งรถจากสถานี Kamakura ต่อมายังสถานี Hase แล้วก็เดินต่อครับ ระหว่างทางก็จะมีร้านขนม ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกขายประปราย ระยะทางประมาณ 800 เมตรก็จะถึงองค์พระครับ ค่าเข้าชม 200 เยน ถ้าอยากดูด้านในองค์พระด้วยก็จ่ายเพิ่มอีก…


แสดงความคิดเห็น