| |

Camelback แซนด์วิชและกาแฟ Shibuya

ร้าน Camelback อยู่ในย่านที่ชื่อว่า Kamiyama ซึ่งก็มีร้านเก๋ๆ เท่ๆ อยู่หลายร้านครับ ใกล้ๆ กันก็มี ME ME ME มี Funglen มี Shibuya cheese stand และอีกหลายๆ ร้าน โดยร้าน Camelback นี่ Monocle ก็เชียร์เหมือนกัน ไม่ใช่อะไรเพราะร้านอยู่ห่างจากหน้าร้าน Monocle Shop ไม่ถึง 100 เมตร

ตัวร้านเป็นห้องเล็กๆ ไม่ลึก มีทางเข้าทางออกทาง เข้าไปสั่งออเดอร์จ่ายเงินแล้วก็รอ วันที่ผมไปลูกค้าค่อนข้างเยอะ คิวยาวเพราะว่าเค้าทำใหม่ทีละออเดอร์ หลังจากที่สั่งและจ่ายเงินแล้ว ผมพยายามหยิบมือถือขึ้นมาจะถ่ายรูปภายในร้าน พนักงานบอกห้ามถ่ายๆ เลยออกมาเก็บบรรยากาศหน้าร้านแทนครับ

สำหรับที่ร้านนั้นจะมีขายกาแฟทั้งร้อนและเย็น ส่วนของกินก็มีขายแซนด์วิช เป็นแซนด์วิชแบบที่ใช้ขนมปังฝรั่งเศส ผ่าตรงกลางแล้วใส่เข้าไปครับ มีให้เลือกทั้งหมด 8 ไส้ ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนได้ ผมได้ลองขอให้ใส่อันนู่นอันนี้เพิ่มแล้ว พนักงานบอกไม่ได้ ฮ่าๆ โดยสามารสั่งได้ 2 ขนาดคือครึ่งอันและเต็มอัน

camelback_01
บรรยากาศหน้าร้านครับ
camelback_07
เมนูแซนด์วิชและกาแฟ
camelback_08
ด้านในพนักงานห้ามถ่ายรูปเลยได้แค่ส่องๆ จากด้านนอก
camelback_02
ผมสั่งกาแฟ Salted Caramel Latte ไม่รู้สึกถึงรสเค็ม รู้สึกหวานมากกว่า รสกาแฟเข้มข้นดี
camelback_03
แซนด์วิชจะมาในถุงแบบนี้
camelback_06
แกะออกมามีไข่หวานจิ้มอยู่แปลกดีครับ เอามาทานตอนหลังจากทานแซนด์วิชเค็มๆ ล้างปากดี
camelback_04
ผมสั่งไปเต็มอัน แต่จริงๆ เค้าก็หั่นให้ 2 ชิ้น รู้อย่างนี้สั่ง ครึ่งละรสดีกว่า เพิ่งมานึกออกตอนได้ของแล้ว
camelback_05
ขของผมเป็นไส้เบคอนแกะ มะเขือเทศแห้งและผักชี ขนมปังกรอบ นุ่ม รสผักชี ตัวแกะเค็มๆ มะเขือเทศแห้งก็ออกเค็มๆ ส่วนขนมปังแข็งไปนิด กินจนเมื่อยปากเลยครับ

รวมๆ สำหรับแซนด์วิชผมไม่ค่อยรู้สึกว้าวมาก ก็อร่อยดี ส่วนกาแฟอร่อยดีครับ มันเข้มข้นดี ส่วนตัวว่าร้านนี้ก็ไม่ได้อะไรมากขนาดนั้น หรือผมสั่งไม่ถูกเมนูก็ไม่รู้

Camelback Shibuya
เบอร์โทร : +81 3-6407-0069
เปิด : 10.00-19.00 ปิดวันจันทร์
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Daibutsu พระใหญ่ Kamakura

    เช้านี้เดินทางออกนอกโตเกียวอีก 1 วันครับ จุดหมายก็คือ Kamakura เมืองที่อยู่ทางใต้ของโตเกียวประมาณ 70 กิโลเมตรครับ การเดินทางก็จะนั่งรถไฟสาย Shonan-Shinjuku วิ่งลงใต้ผ่าน Yokohama ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็จะถึง Kamakura สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมก็คือพระใหญ่ Daibutsu (Great Buddha) ซึ่งอยู่ในวัด Kotokuin พระพุทธรูปทองสำริด สูง 13.35 เมตร หนักประมาณ 121 ตัน มีอายุเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1252 ในปี 1498 เกิดคลื่นยักษ์มาทำลายตัววัดที่อย่รอบๆ แต่องค์พระไม่เป็นอะไร พอปี 1923 ก็เกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง คราวนี้ตัวฐานถูกทำลาย ก่อนบูรณะครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 1960-1961 ซึ่งที่นี่เป็นที่ที่นิยมในการมาสวดมนต์ของพรให้มีลูกกันด้วยครับ วิธีการเดินทางไปพระใหญ่ก็คือนั่งรถจากสถานี Kamakura ต่อมายังสถานี Hase แล้วก็เดินต่อครับ ระหว่างทางก็จะมีร้านขนม ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกขายประปราย ระยะทางประมาณ 800 เมตรก็จะถึงองค์พระครับ ค่าเข้าชม 200 เยน ถ้าอยากดูด้านในองค์พระด้วยก็จ่ายเพิ่มอีก…

  • |

    ประสบการณ์พัก Airbnb ครั้งแรก ย่าน Akasaka, Tokyo

    ทริปญี่ปุ่นครั้งล่าสุดผมเดินทางไปโตเกียวครับ ไม่ได้ไปอยู่โตเกียวยาวๆ นานแล้วเหมือนกัน ส่วนมากจะมาผ่านแว้บๆ แล้วออกไปภูมิภาคอื่น เมืองอื่นซะมากกว่า (Hokkaido,Osaka และ Kyushu เป็นต้น) ช่วงที่ไปทริปนี้ดันคาบเกี่ยวกับวันหยุดยาวของญี่ปุ่น Golden Week พอดี ปี 2015 นี่อยู่ช่วงวันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม ทำให้สถานที่ท่องเที่ยว รถไฟและโรงแรมของญี่ปุ่นจะวุ่นวาย และถูกจองเต็มหมด เลยได้ฤกษ์ลอง Airbnb ที่อยากจะลองมานานแล้วซะทีครับ แต่ก็ไม่ได้นอนยาวทั้งทริปนะครับ นอนแค่ช่วงแรกของทริป 3 คืน หลังจากนั้นก็ไปนอนโรงแรมตามปกติ อีก 6 คืน

  • |

    MASH คราฟท์เบียร์ร้านสวยใจกลางเมือง – ซอยคอนแวนต์ สีลม

    อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์บาร์ที่เพิ่งเปิดตัว มีชื่อร้านว่า MASH ครับ ชื่อร้านมาจากกระบวนการ mashing ในการทำเบียร์นั่นเอง ตัวร้านอยู่ในซอยคอนแวนต์บนถนนสีลม โลเคชันดีมากๆ เดินจากรถไฟฟ้าศาลาแดงนิดเดียว ใครทำงานย่านนี้ เดินมาจิบหลังเลิกงานได้สบายๆ หน้าร้านเป็นกระจกใสมองทะลุเข้าด้านในได้ ตัวร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำครับ อย่างตัวบาร์ก็เป็นหินอ่อนขาวยาวเป็นรูปตัว L  มีโต๊กระจายอยู่ด้านหน้า และด้านหลังของร้านอีก 2-3 ตัว ผมไปร้านช่วงประมาณ 3 ทุ่มนิดๆ ของวันทำงาน มีลูกค้าอยู่นิดหน่อยครับ มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ที่ร้านมีเบียร์สดจัมป์อยู่เยอะใช้ได้ครับ มีทั้งหมด 16 ตัว เป็นคราฟท์ไทยและนอกผสมๆ กันตรงท่อและป้ายชื่อเบียร์นี่ทำสวยงามมาก ท่อมันวับ ส่วนป้ายเป็นฟอนต์สีขาวบนเพลตสีดำ ดูเนี้ยบ ด้านในร้านมีตู้แช่เบียร์ขวดอีกหนึ่งตู้ครับ สำหรับอาหารมีหลายเมนูพอสมควรพวกเบอร์เกอร์และบาร์บีคิว ได้ยินมาว่าอร่อยเลยด้วย ส่วนตัวไม่ได้ลองเพราะวันที่ไปนี่อิ่มตื้อเลยครับ

  • Misato ทงคัตสึร้านเก่าแก่ ชาญอิสสระ พระราม 4

    เข้าเมืองไปอีกหนึ่งวันครับ คราวนี้ไปแถวพระรามสี่ สีลม ที่ตึกชาญอิสระ ตึกนี้ตอนเด็กๆ ผมมาประจำเพื่อทำฟัน ฮ่าๆ พอแก่ก็ไม่ค่อยได้มาครับ คราวนี้ได้ไปลองชิมอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ชั้นล่างของตึก เป็นร้านเก่าแก่อีกหนึ่งร้าน มีชื่อ Misato ครับ ที่นี่เมนูอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิดๆ เช่น เทมปุระ ซูชิ ชุดข้าว และเมนูเส้นต่างๆ สำหรับมื้อเที่ยงจะมีชุดอาหารกลางวัน ที่เป็นที่นิยมก็คือ ชุดหมูชุบแป้งทอด (Tonkatsu) ครับ

  • Muginae Homemade Ramen ราเม็งน้ำใสคะแนนอันดับ 1 ของโตเกียว สถานี Omori

    วันแรกตื่นไปเข้าคิวร้าน Tomita วันที่สองไปเข้าคิวราเม็งอีกร้านครับเป็นร้านดังเช่นกันคะแนนในเว็บ Tabelog เป็นอันดับ 1 ของโตเกียวร้านนี้มีชื่อว่า Muginae Homemade Ramen ครับ ร้านอยู่แถวสถานี Omori ทางทิศใต้ของกรุงโตเกียวครับลงต่อมาจาก Shinagawa อีก2 สถานีผมเดินทางจาก Ikebukuro ใช้เวลาราวๆ50 นาที ร้าน Muginae นี้จะใช้ระบบคิวแบบคนต่อคนคือไม่สามารถมาจองเผื่อคนอื่นๆได้จะทาน 5 ต้องมาคิว 5 คนเลยครับซึ่งทางร้านจะเริ่มแจกคิวตอน 10.45 ผมเองมาถึง 9.45 มีผู้ชายมาก่อนหน้าหนึ่งคนหน้าร้านมีเก้าอี้อยู่ 5 ตัวครับแล้วก็จะเป็นแถวยืนยาวๆวันที่ไปนี่แดดแรงพอสมควรขาจะไหม้เอา  ผมได้คิว 11.20 ครับ ส่วนเพื่อนมาสายกว่าชั่วโมงนึง ได้คิว 11.50 สรุปว่า วันธรรมดา มาถึงร้านซัก 10.30 กำลังดี ไม่ต้องรอคิวนาน ได้ใบเสร็จก็ไปเดินเล่นรอแป๊บเดียว ถึงเวลาพนักงานก็ให้เข้าร้านครับที่นี่ใช้วิธีกดคูปองจากตู้เอา ซึ่งรับแค่เหรียญกับแบงค์ 1000 เยน แบงค์ 5000 , 10000 ไม่รับนะครับ แลกมาให้พอดี น้ำซุปของที่นี่จะเป็นสองแบบครับคือซุปไก่และซุปปลา (niboshi) ผมเองอยากลองทั้งสองอย่างแต่คงจะไม่ไหวเลยสั่งแค่ซุปไก่และเพิ่มข้าวหมูย่างเป็น side dish เพื่อนบอกให้เพิ่มเกี๊ยวด้วย แต่วันนี้เกี๊ยวไม่พอเลยอดครับ ได้คูปองก็ให้พนักงานผู้หญิงไป ที่จริงเธอไม่ได้เป็นพนักงานหรอกครับแต่เป็นเจ้าของร้านนั่นแหละ คือร้านนี้ทำกันสองคน ผู้ชายเป็นพ่อครัวส่วนผู้หญิงก็ดูและลูกค้าและช่วยเรื่องอื่นๆ บรรยากาศภายในร้านมีความเหมือนคาเฟจิบกาแฟ ขนม มากกว่าร้านราเม็งทั่วไป…

  • |

    รีวิว Southwark Apartments Christchurch – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.4

    ขับออกจาก Murdoch James เรามุ่งหน้าไปทางทิศะวันตกเฉียงใต้บนทางหลวงหมายเลข 2 สู่ Wellington เมืองหลวงของประเทศ New Zealand ที่อยู่ห่างออกไปราว 90 กิโลเมตรได้ ระหว่างทางผ่านภูเขาหลายช่วง ซึ่งขับค่อนข้างยาก ทางเล็ก ขึ้นเนินลงเนินตลอด ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็พอดีกับที่กะเอาไว้ มาถึง Wellington เราไม่ได้แวะเที่ยวอะไรเลย มุ่งหน้าไปสนามบิน ระหว่างทางมีซ่อมถนนทำให้รถติดเป็นบางช่วง เข้าเขตสนามบิน เราก็เอารถไปเติมน้ำมันให้เต็มถัง เสร็จก็เข้าไปจอดบริเวณจุดรับรถคืนของบริษัทเช่ารถ เอากุญแจไปให้พนักงานที่อยู่ในตัวคารผู้โดยสาร แล้วก็ไปเช็คอิน โหลดกระเป๋ากัน เราบินด้วยสายการ JetStar สายการบินโลว์คอสต์ ทำให้ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มสำหรับกระเป๋าเดินทาง ในส่วนนี้เรากะคร่าวๆตั้งแต่ตอนจองตั๋วมาแล้ว ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร เครื่องใช้เวลาแป๊บเดียว 40 นาที เราก็ข้ามก็มายังเกาะใต้ โดยลงจอดที่เมือง Christchurch เมืองที่หลายๆคนน่าจะคุ้นหูเพราะมีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ไปไม่กี่ปีก่อนนี้ และเป็นเมืองที่มีนักเรียนไทยมาเรียนกันเยอะเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย พอมาถึงเราก็ไปทำเรื่องรับรถรุ่นเดิมหน้าตาเหมือนเดิมเปี๊ยบ เสร็จก็ขับไปยังที่พักของเราวันนี้ เป็น Apartment ข้างนอกดูโทรมๆหน่อย ลานจอดรถก็พื้นเป็นดาวอังคาร  มาถึงไม่มีคนรับเรื่องแล้ว โทรไปโทรจนทราบว่าเค้าเอากุญแจเก็บไว้บนโต๊ะ โทรคุยจนได้ code เปิดเข้าอาคารไป…


แสดงความคิดเห็น