|

รีวิว Emirates Lounge สนามบิน Chek Lap Kok – Hong Kong

ขากลับของ Emirates จากฮ่องกงไฟลท์ EK 385 ก็ได้เข้าไปลองใช้เลาจน์ของสายการบินด้วยครับ โดยนั่งรถมาถึงสนามบินหัวค่ำหน่อย แล้วก็เช็คอินโหลดกระเป๋า ซึ่งไฟลท์นี้ผู้โดยสารค่อนข้างเยอะ ขนาดชั้นธุรกิจก็ยังต้องเข้าแถวรอครับ

พอผ่านตรวจความปลอดภัยและต.ม. ก็เดินทางไปยังเกต 40 ครับ ซึ่งไกลพอสมควร ผมไม่แน่ใจว่าเค้ามีรถไฟไปรึเปล่า แต่ผมเดินๆๆ ถือว่าเป็นการย่อยบะหมี่เมื่อตอนเย็นออก พอมาถึงใกล้ๆเกตก็มีบันไดเลื่อนขึ้นมาชั้น 2 ครับ เลาจน์อยู่ฝั่งซ้ายมือ

เข้ามาด้านในที่นี่จะเป็นโถงโล่งๆ หลังคาสูง ผู้โดยสารค่อนข้างเยอะ มีไลน์อาหารและเครื่องดื่มอยู่ฝั่งซ้ายมือ มีห้องอาบน้ำด้วย บรรยากาศที่นี่ส่วนตัวรู้สึกว่าสู้ของที่สุวรรณภูมิไม่ได้ครับ

emiratesloungehk_01
ป้ายบอกทางไปเลาจน์ครับ อยู่ใกล้ๆ เกต 40
emiratesloungehk_02
ขึ้นบันไดเลื่อนมา เจอป้ายบอกว่าเลาจน์ไหนอยู่ฝั่งไหนบ้าง
emiratesloungehk_03
ด้านหน้าของ Emirates Lounge ครับ
emiratesloungehk_04
เข้ามาด้านในจะโถงโล่งๆ แบบนี้
emiratesloungehk_13
บริเวณตรงกลาง
emiratesloungehk_14
ฝั่งทางด้านซ้ายมือครับ
emiratesloungehk_27
อีกมุมนึง
emiratesloungehk_26
ไลน์อาหารจะอยู่ด้านหลังครับ
emiratesloungehk_06
อาหารก็มีพาย มีข้าวแซฟฟรอน
emiratesloungehk_07
ผักและเนื้อน้ำมันหอย
emiratesloungehk_20
แกงไก่และเนื้อไก่สะเต๊ะ
emiratesloungehk_24
ซุปมะเขือเทศและถั่วเลนทิล
emiratesloungehk_15
บาร์ของเย็น
emiratesloungehk_16
มีผลไม้สด
emiratesloungehk_17
แอปเปิ้ลกับเฟต้าชีส
emiratesloungehk_18
สลัดผักสไตล์เมดิเตอเรเนียนครับ
emiratesloungehk_19
ชีสเค้ก
emiratesloungehk_08
ไวน์และแชมเปญครับ
emiratesloungehk_09
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
emiratesloungehk_10
เครื่องชงกาแฟ
emiratesloungehk_12
ชาครับ
emiratesloungehk_11
ตู้แช่เครื่องดื่มอื่นๆ อยู่ด้านล่าง
emiratesloungehk_25
ลองชิมซุปถั่วจืด รสอ่อน บดหยาบๆ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
emiratesloungehk_28
ที่นี่มีห้องอาบด้วยครับ
emiratesloungehk_29
มีส้วมอยู่ในตัว
emiratesloungehk_32
ผ้าเช็ดตัว
emiratesloungehk_30
ฝักบัว

โดยรวมรู้สึกไม่ค่อยประทับใจ คืออาหารที่ได้ลองชิมอีก 2-3 อย่างแต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ไม่ค่อยอร่อย สู้เลาจน์ที่สุวรณภูมิไม่ได้ นั่งแป๊บๆ ผมเลยลองย้ายไปอีกเลาจน์ (Plaza Premium)
แต่ถ้าไม่เรื่องมากก็ถือว่าพอได้ครับ ไม่ได้เลวร้ายมาก

Similar Posts

  • โรงไวน์ Church Road, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.3

    หลังจากทานข้าวที่ร้าน Ujazi เสร็จก็เข้าสู่ไฮไลท์ช่วงแรกของทริป NZ 2014 ในครั้งนี้ คือเริ่มตะลุยโรงไวน์ต่างๆ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เรามีความสุขมาก ก่อนหน้านี้เราไม่เคยทัวร์โรงไวน์เลย เคยแต่ไปโรงเหล้าและโรงเบียร์ เช่นที่ Dewar’s Whiskey Distillery หรือ Yamazaki Distillery ของ Suntory การมาเยือนโรงไวน์ในทริปนี้เลยทำให้เราได้เข้าใจกระบวนการขั้นตอนการผลิตแบบเห็นของจริง หลังจากที่อ่านมาในหนังสือ เกริ่นเรื่องไวน์คร่าวๆ ออกตัวก่อนว่าไม่ได้เป็นโปร หรือกูรูใดๆ เป็นเพียงคนที่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็จะขอเล่าตามที่พอรู้เพื่อให้ผู้ที่ไม่สันทัดอ่านตามได้เข้าใจขึ้นเล็กน้อย แต่อาจจะไม่ดีเทลมากมายนะครับ ไวน์ New Zealand นับเป็นหนึ่งในไวน์โลกใหม่ ตัวอย่างไวน์โลกใหม่อื่นๆก็เช่น ออสเตรเลีย ชิลี อเมริกา แอฟริกาใต้ พูดง่ายๆก็คือนอกยุโรปนั่นเอง ถ้าเป็นไวน์โลกเก่าก็จะมี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เป็นต้น นอกจากสถานที่แล้ว กระบวนการผลิตของแต่ละที่ก็จะต่างกันไป สำหรับไวน์ New Zealand พันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงก็คือ ไวน์ขาว Sauvignon Blanc ส่วนไวน์แดงจะมีพันธุ์ที่เด่นคือ Pinot Noir, Syrah และการเบลนด์หลายๆพันธุ์สไตล์ Bordeaux

  • |

    Brasserie de Paris อาหารฝรั่งเศส วิวทะเล – หัวหิน

    ได้มีโอกาสไปเที่ยวหัวหินอีกครั้งครับ คร่าวๆ ประมาณปีละครั้งนี่ต้องมีโผล่ไปซะหน่อย รอบนี้ทานร้านสังเวียนที่ชะอำตอนมื้อเที่ยงของวันแรก ส่วนที่เหลือมื้อเย็นอีกสองวัน ทานอาหารฝรั่งสองเจ้า ด้วยความที่คราวนี้พัก Hilton ก็เลยใกล้ร้านต่างๆ บนถนนนเรศดำริห์ครับ ไม่ต้องขับรถเดินเอาอย่างเดียว ร้านแรกที่ไปชื่อว่า Brasserie de Paris ห่างจากโรงแรมเพียง 350 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้ ผมเห็นตั้งแต่ปีทีแล้วตอนทานข้าวเช้าที่ร้าน Ye Olde Buffalo Tavern เดินผ่านแล้วเออ ดูท่าทางน่ากิน ก็เลยจดไว้ พอมาคราวนี้ก็เลยไปเย็นวันแรกเลย ตัวร้านจะเดินขึ้นชั้น 2 มา เป็นร้านแบบเปิดโล่งไม่มีแอร์ เดินไปด้านในสุดก็จะเป็นชายหาด วิวก็ไม่ว้าวมากครับ แต่ลมพัดเย็นสบายดี วันที่ไปเป็นวันธรรมดา มีลูกค้าน้อยหน่อย สองสามโต๊ะ อาหารก็เลยออกค่อนข้างเร็ว

  • | |

    จิบเบียร์ที่บาร์บรรยากาศดี Buxton Tap House เมือง Buxton – ประเทศอังกฤษ

    ผมออกเดินทางจากลอนดอนที่สถานี London Euston ตอนประมาณ 10 โมงกว่า ขึ้นรถไฟ Virgin Train มุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร โดยการเดินใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครับ มาถึงแมนเชสเตอร์ที่สถานี Manchester Piccadilly ช่วงเที่ยงๆ มึนทางนิดหน่อยจนงมๆมาขึ้น loop bus ด้านหน้าสถานี เป็นรถฟรีครับ มาลงที่พัก Airbnb ที่จองไว้เจอหน้าเจ้าของห้อง พูดคุยนิดหน่อยแล้วรีบกลับไปยังสถานีเพราได้จองตั๋วไปเมือง Buxton เอาไว้แล้ว รถไฟจากแมนเชสเตอร์ถึง Buxton ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ เดินจากสถานีมานิดเดียวก็จะเจอเป้าหมายแรกของเราในวันนี้นั่นก็คือ Buxton Tap house

  • |

    Pidgin ร้านมิชลินหนึ่งดาวย่าน Hackney เมือง London – ประเทศอังกฤษ

    ร้านแรกของทริปอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคมนั้น มีชื่อร้านว่า Pidgin ครับ ร้านนี้ผมจองจากในแอพ opentable ไปตั้งแต่ก่อนออกจากไทย ซึ่งจริงๆ ก็ลุ้นพอสมควร เพราะเครื่องจากตุรกีดีเลย์นิดหน่อย กว่าจะออกจากสนามบินเดินทางมาเก็บของที่ห้องพัก Airbnb ก็ต้องรีบพุ่งไปที่ร้านเลยครับ จากที่พักไม่ไกลเดินไหว แป๊บเดียวก็มาถึงหน้าร้านครับ ไม่มีลูกค้าเลยอุส่าห์จองมา ฮ่าๆ สำหรับมื้อกลางวันจะเปิดเฉพาะวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ครับ บรรยากาศร้านดี ดูสบายๆ อบอุ่น ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก บนผนังตกแต่งด้วยกิ่งไม้ มีพนักงานผู้หญิงมาต้อนรับอย่างดีครับ นั่งไปซักพักถึงได้มีลูกค้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน ร้านนี้เสิร์ฟอาหารสไตล์ Modern British คือเป็นอาหารอังกฤษที่มีการตีความใหม่ ดัดแปลง ตกแต่ง ใช้เทคนิคการปรุงให้ดูทันสมัยขึ้น ทางร้านจะไม่มีเมนูให้เราสั่งครับ ทุกคนจะได้รับประทานชุด 4 course เหมือนกันหมด โดยเมนูจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ครับ

  • โรงไวน์ Murdoch James, Martinborough – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.3

    ทานข้าวกลางวันเสร็จเราออกจากตัวเมืองเพื่อไปแวะโรงไวน์สุดท้ายบนเกาะเหนือ ก่อนที่เราะจไปขึ้นเครื่องที่ Wellington ในช่วงเย็น โรงที่เราจะไปกันมีชื่อว่า ‘Murdoch James’ Murdoch James ก่อตั้งขึ้นไปในปี 1986 โดย Roger Fraser ซึ่งตั้งชื่อโรงไวน์ตามชื่อพ่อของเขา (Murdoch James Fraser) ที่นี่ก็เรียกว่าเป็น Premium hand-crafted อีกแห่ง เพราะยังใช้มือในการเลือกองุ่นและผลิตไวน์อย่างพิถีพิถัน ผสมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมและเทคนิคสมัยใหม่เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ไวน์ที่มีรสชาติและคุณภาพดีที่สุด สายพันธุ์องุ่นที่โดดเด่น คือ Pinot Noir, Syrah และ Pinot Gris สำหรับที่นี่คุ้นๆว่าถ้าชิมต้องเสียเงินรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ก็ประมาณ 4-5 NZD ต่อคนเท่านั้น ได้ชิมไวน์คนละ 4-5 แก้ว โดยมีคุณลุงที่ดูขรึมๆหน่อย อธิบายไว้แต่ละชนิดให้ฟังด้วย

  • |

    ซื้อ data sim ที่ฝรั่งเศส เดินถนน Champs Elysees ดูประตูชัย – budapest/paris ตอนที่ 9.2

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – จากตอนที่แล้วที่ไปหอไอเฟล เราเดินทางมาโผล่ที่แถวถนน Champs-Élysées ชอปปิ้งสตรีทชื่อดังของโลก โผล่มาจากใต้ดินก็เจอ ประตูชัย Arc de Triomphe


แสดงความคิดเห็น