|

จิบเบียร์ Brew Dog สดๆที่ร้าน Brew Dog Bar Roppongi, Tokyo

คอคราฟท์เบียร์และเบียร์อิมพอร์ตน่าจะคุ้นชื่อกับแบรนด์ BrewDog กันนะครับ สำหรับผมแล้วตอนที่เริ่มสนใจและศึกษาหาความรู้ หาเบียร์มาลองชิม ก็มีแบรนด์ BrewDog นี่หละครับที่เป็นยี่ห้อแรกเลยที่ทำให้รู้จัก IPA โดยสองตัวแรกที่ได้ทานคือ Punk IPA กับ 5 A.M. หลังจากนั้นก็เลยไปสู่เบียร์ยี่ห้ออื่น ชนิดอื่นๆตามมาครับ

ก่อนจะถึงตัวร้านก็เกริ่นคร่าวๆ เกี่ยวกับแบรนด์ BrewDog ซะหน่อยครับ ก่อตั้งในปี 2007 นี่เองที่เมือง Fraserburgh โดย 2 ชาวสกอตแลนด์ James Watt และ Martin Dickie ที่เบื่อหน่ายเบียร์แบบดั้งเดิมในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันฐานการผลิตอยู่ที่เมือง Ellon แล้วก็ส่งขายไปทั่วโลก ในไทยก็มีตัวแทนจำหน่ายคือ Smilling Mad Dog ครับ เบียร์ของแบรนด์นี้ก็จะมีหลากหลายตัว หลากหลายชนิด โดยเป็นเบียร์ที่มีการทดลองสูตรใหม่ๆ แปลกๆให้ชิมอยู่เสมอ แม้ว่าจะมาจาก Scotland แต่ก็วัยรุ่นไม่แพ้พวกคราฟท์เบียร์จากอเมริกาครับ นอกจากนี้เจ้าของทั้ง 2 คน James Watt และ Martin Dickie ยังมีรายการชื่อ Brew Dogs รายการที่จะพาไปทั่วอเมริกาเพื่อชิมคราท์เบียร์ทุกเมืองๆ ไปลองเปิดๆ ดูรายการน่าสนุกมากครับ

สำหรับตัว Bar เริ่มในปี 2010 ที่ Aberdeen จนปัจจุบันมีทั้งหมด 26 แห่งทั่วโลก ที่ Roppongi เปิดในปี 2014 ครับ บรรยากาศร้านจะให้อารมณ์ผับอังกฤษ แต่ดูทันสมัยไม่เป็นแบบโบราณ มีเบียร์สด 20 แทปครับ นอกจากเบียร์ก็มีอาหารขายด้วย ตัวร้านอยู่ใกล้สถานีเมโทร Roppongi แค่ 300 เมตรเองครับ เดินสบายๆ

BrewDog_15
ด้านหน้าร้านครับ
BrewDog_16
โลโก้อันคุ้นตา หมาซิ่งบนโล่
BrewDog_14
เบียร์สด 20 แทป พร้อมเวลาเปิดปิดครับ
BrewDog_17
เข้ามาในร้านก็จะเจอบาร์
BrewDog_28
หัวแทปเบียร์สดครับ
BrewDog_30
Brew Dog Draft Beer
BrewDog_29
ลิสต์เบียร์จะแสดงบนจอทีวีหลังบาร์ครับ
BrewDog_31
บรรยากาศบริเวณบาร์ครับ
BrewDog_12
อีกมุมของร้าน
BrewDog_11
ด้านใน
BrewDog_21
ขั้นตอนการทำเบียร์แบบคร่าวๆ
BrewDog_01
รายการเบียร์สดวันนี้
BrewDog_02
อีกฝั่งเป็นเบียร์ขวดครับ
BrewDog_13
แก้วแรกสีสวย Vagabond Pale Ale เป็นเบียร์ Gluten Free แปลกดีครับ เบา ใส ขมนิดๆ ทานลื่น แต่ไม่ค่อยโดน
BrewDog_20
Jack Hammer เป็น American IPA ชอบครับตัวนี้ ขมนำยาวติดลิ้น รสส้มตาม บอดี้กลางๆ
BrewDog_22
Hardcore IPA อีกตัวดังของ BrewDog แก้วนี้ของพี่ชายครับ ผมแค่จิบๆ
BrewDog_23
Dead Metaphor เป็น Oatmeal Stout ไม่ขมมาก รสชาติติดหวาน น้ำหนืดนิดๆ มีรสกาแฟบางๆ
BrewDog_18
สั่งของมาทานเล่น จานแรกเป็น Haggis เมนูดังของชาวสกอตช์ รสก็เครื่องเทศๆ กลิ่นเนื้อแกะ มีเม็ดข้าวบาร์เลย์ มันบดเนียนดีครับ ชอบเลยจานนี้
BrewDog_24
ฟิชแอนด์ชิปส์ ปลาสดดีมาก ตัวแป้งบางแต่ไม่กรอบ อร่อยครับ
BrewDog_25
แก้วสุดท้ายตัวโหด Cocoa Psycho เป็น Russian Imperial Stout แรง แอลกอฮอล์ 10% เลยครับ
BrewDog_26
แว้บไปดูในห้องน้ำ ก๊อกน้ำเท่เลยเป็นหัวแทปเบียร์
BrewDog_10
เล่มนี้แจกครับ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับ BrewDog คร่าวๆ
BrewDog_03
แนะนำเบียร์ตัวต่างๆ
BrewDog_04
หน้านี้สายโหด 7% ขึ้นทั้งนั้น
BrewDog_05
บาร์เปิดไปทั่วโลก ยกเว้นอเมริกา สงสัยกลัวอัดกะเจ้าถิ่นไม่ได้ หะหะ
BrewDog_06
ด้านหลังเป็นแผนที่ครับ

ก็ถึงฝั่งฝันครับ ได้มา Offical Bar ของ BrewDog ราคาก็ไม่แพงครับ ตกแก้วละประมาณ 1,000 เยน อาหารก็ค่อนข้างถูก คอเบียร์ที่แวะมาโตเกียว มีโอกาสน่าแวะมาชิมครับ

Brew Dog Bar Roppongi สถานีเมโทร Roppongi
เบอร์โทร : +81 3-6447-4160
เปิด : จันทร์-ศุกร์ : 17.00-24.00 เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุด 17.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare
tabelog

BrewDog_07
เมนูอาหาร BrewDog Roppongi
BrewDog_08
เมนูอาหาร BrewDog Roppongi

 

Similar Posts

  • Beer Cat คราฟท์เบียร์บาร์สำหรับคนรักแมว – ไทเป ไต้หวัน

    จาก Mikkeller Taipei ผมเดินต่ออีกไม่ไกลมากประมาณ 900 เมตร มายังบาร์ที่ 2 ของคืนนี้ ข้างทางค่อนข้างเงียบ แต่ก็ดูปลอดภัยดี ตอนแรกก็หวั่นๆ ว่าจะอันตรายไหม ไม่นานก็ถึงร้านที่ 2 ที่มีชื่อว่า Beer Cat ครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ฝั่งนึงเป็นบาร์ยาว แล้วก็มีโต๊ะกระจายๆ อีก สามสี่โต๊ะ มีเบียร์สด 8 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดและกระป๋องอีกหนึ่งตู้ เป็นเบียร์นอกผสมกับเบียร์ของไต้หวันเอง ในร้านแอร์เย็นสบาย เปิดเพลงปอปญี่ปุ่นคลอเบาๆ ความพิเศษของที่นี่ซึ่งก็เลยกลายมาเป็นที่มาของชื่อร้าน นั่นก็คือในร้านจะมีแมวเดินเดินมา มาคลอเคลียอยู่ที่หน้าบาร์ครับ ถ้าเป็นคนรักแมวก็ได้เล่นเพลินเลย แต่ถ้าใครไม่ชอบหรือแพ้แมวอาจจะต้องเลี่ยงร้านนี้ครับ

  • Mojiko Retro Beer โรงเบียร์ท้องถิ่นในเมือง Kitakyushu, Fukuoka

    หลังจากทานข้าวแกงกระหรี่ที่ร้าน Curry Honpo เสร็จแล้ว ผมและครอบครัวก็เดินเล่นอยู่แถวๆ ริมทะเล มีห้างมีร้านขนมนิดๆ หน่อยๆ  จนถึงช่วงบ่ายเราก็เข้าไปต่อกันอีกร้านครับ เป็น Brewpub เก่าแก่ของเมือง มีชื่อว่า Mojiko Retro Beer เป็นตึกอยู่ตรงหัวมุมใกล้ๆ กับสะพานเปิดปิดที่เป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมของเมือง บรรยากาศในร้านก็จะเป็นไม้ๆ ทองๆ ดูย้อนยุคเล็กน้อย พนักงานพาพวกเราขึ้นลิฟต์มาด้านบนครับเพราะเหมือนว่าชั้น 1 จะลูกค้าแแน่นๆ หน่อย ที่ชั้นบนมีนั่งอยู่อีก 2 โต๊ะ

  • Temple Cellars คราฟท์เบียร์บาร์และบอทเทิลชอป สถานี Fort Canning สิงคโปร์

    ในทริปสิงคโปร์เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ผมได้ไปแวะร้านคราฟท์เบียร์ 2-3 ร้านครับ ร้านแรกที่จะเล่าถึง ชื่อว่า Temple Cellar อยู่แถวสถานี Fort Canning ร้านนี้ผมเคยมาแล้วเมื่อปี 2018 ครับ แต่ไม่ได้เขียนถึง  ตัวร้านอยู่ในตึก UE Square ครับขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก ผังในร้านปรับจากคราวก่อนที่ผมมานิดหน่อย ฝั่งขวามือเป็นตู้แช่เบียร์ขวดและกระป๋อง ที่นี่ของเยอะพอสมควร มีเบียร์ให้เลือกชิมจากหลายประเทศ หลายสไตล์เลย ส่วนเบียร์สดมีทั้งหมด 8 แทป วันที่ผมไปเป็นแบรนด์สิงคโปร์ผสมกับแบรนด์อื่นๆ ในเอเชีย มีคราฟท์จากอเมริกาแทรกมาแทปเดียวครับ เครื่องดื่มอื่นๆก็มีเป็นไวน์และวิสกี้ ส่วนอาหารจะเป็นของทานเล่นง่ายๆ อย่างชิปสและชีส

  • White Labs ชิมเบียร์ในแทปรูมของผู้ผลิตยีสต์เจ้าดัง San Diego

    จากโรง Pure Project สมาชิกในทริปส่วนใหญ่ก็เตรียมนั่งรถกลับเข้าไปในตัวเมือง San Diego ครับ แต่ก็มีกลุ่มย่อยที่จะไปแวะอีกที่นึงก่อน อยู่ไม่ไกลกัน ที่นี่คือ White Labs ครับ สำหรับคนต้มเบียร์น่าจะคุ้นชื่อกัน คือเป็นยี่ห้อของยีสต์ที่ใช้หมัก (รวมถึงหมักไวน์ด้วย) ก่อตั้งโดยคุณ Chris White เมื่อปี 1995 ที่ San Diego นี่หละครับ หลายๆ โรงคราฟท์เบียร์ที่เริ่มในช่วงนั้นก็เป็นทั้งเพื่อนและลูกค้า กลายเป็นเจ้าใหญ่ก็หลายเจ้า ปัจจุบัน White Labs มีจำหน่ายทั่วอเมริกา รวมถึงอีก 35 ประเทศทั่วโลก  ความพิเศษของสาขาที่เรามาก็คือนอกจากขายยีสต์แล้ว ที่นี่ยังเป็น taproom ด้วยครับ ซึ่งความเจ๋งมันจะอยู่ตรงที่เบียร์ที่เสิร์ฟนั้นจะเสิร์ฟ เป็นคู่หรือสามแก้ว เพื่อให้ชิมความแตกต่างของยีสต์แต่ละตัว ว่าตัวไหนคาแรคเตอร์เป็นยังไง

  • จิบเบียร์เบลเยี่ยม St Feuillien ที่ฐานทัพ Captain Barrel

    เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำเบียร์ ‘St Feuillien’ ที่ทางผู้นำเข้า Captain Barrel จัดขึ้นครับ วันที่ไปนี่คือมีงาน Open House ของทางบริษัทที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณร้านค้าอยู่แล้ว ปีนี้มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นคือชวนสื่อมาพูดคุยกับแบรนด์เบียร์ด้วยครับ St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ ว่า ซานฟูเยน เป็นแบรนด์จากเบลเยี่ยมครับ เป็นโรงเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี 1873 ปัจจุบันยังเป็น Family owned คือไม่มีกลุ่มทุนมาถือหุ้นเจ้าของคนปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 ของตระกูล ซึ่งรุ่นที่ 5 ก็เข้ามาช่วยทำงานในโรงแล้วด้วยครับ เบียร์จากแบรนด์มีหลายตัวหลายสไตล์ ซึ่งแน่นอนว่าคาแรคเตอร์จะออกสไตล์เบลเยี่ยม โดยที่นี่จะมีเบียร์แบบที่คลาสสิค สูตรแบบดั้งเดิม ทำแบบดั้งเดิมแบบนี้จะเป็น Abbey Beer คือเหมือน Trappist Beer แต่ปัจจุบัน ไม่ได้มีพระเป็นผู้ผลิตแล้วนั่นเองครับส่วนอีกแบบที่ St Feuillien ก็คือจะเป็นเบียร์สไตล์ใหม่ๆ ที่โรงคิดค้นขึ้น คือมีความเป็นเบลเยี่ยมแต่ก็ผสมผสานเทนนิคแบบเบียร์ในปัจจุบันเข้าไปด้วย อย่างเช่นมีการ Dry Hops เพิ่มเติมซึ่งเป็นวิธีในการทำเบียร์สมัยใหม่

  • อบทรายร้อนที่ Beppu Beach Sand Bath

    จาก Yufuin ผมเดินทางมายังเมืองที่อยู่ใกล้ๆ กันนั่นก็คือ Beppu ซึ่งเคยเดินทางมาแล้วเมื่อทริปก่อนครับ ที่ Beppu จะขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อนที่มีกระจายอยู่รอบตัวเมือง ทริปนี้ก็ไปซ้ำทุกบ่ออีกหนึ่งรอบ มีที่ได้ไปเพิ่มเติมก็คือการอบทรายร้อน โดยข้อมูลและตำแหน่งนั้นอ่านมาจากกระทู้ของคุณป้าปุ๊ ใน pantip.com ครับ วิธีเดินทางก็ไม่ยาก นั่งรถไฟจากสถานี Beppu มาลงสถานี Beppudaigaku ซึ่งอยู่ห่างกันสถานีเดียวครับ ออกจากสถานีเลี้ยวซ้ายพอเจอถนนใหญ่ก็เลี้ยวขวาไม่ถึงร้อยเมตรก็จะเจอร้านทรายร้อน ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่คนละ 1,030 เยน ได้อบประมาณ 15 นาทีครับ วันที่ไปคิวยาวเหมือนกัน นั่งรอราวๆ 25 นาทีได้ครับ มีห้องให้นั่งรอ หรือจะไปนั่งริมหาดชมวิวรอก็ได้ พอถึงคิวเค้าก็จะมาตาม ก็เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะแล้วไปยังบ่อ


แสดงความคิดเห็น