โรงไวน์ Mission Estate, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 5.2

จาก Esk Valley เราขับลงใต้ผ่านสนามบินแล้ว เลี่ยงออกนอกเมืองไปยังถนน Church Road เพื่อไปยังโรงไวน์ที่ 2 ของวันนี้ โรงนี้มีชื่อว่า Mission Estate ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Church Road Winery ที่เราเดินทางมาเมื่อวาน

Mission Estate เป็รโรงไวน์ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดอีกแห่งของ New Zealand โดยย้อนประวัติไปได้ถึงปี 1838 ที่กลุ่มมิชชันนารีจากฝรั่งเศสได้เดินทางมาถึงที่นี่ ก่อตั้งโรงไวน์แห่งนี้ในปี 1851 และได้เริ่มผลิตไวน์จำหน่ายวินเทจแรกเป็นปี 1870 เรียกว่ามีอายุกว่า 160 ปีเลยทีเดียว

ที่นี่มี Wine Tasting แล้วก็มีส่วนที่เป็นห้องอาหารด้วย เรามาถึงช่วงบ่าย จะวางแผนจะมาทานข้าวกลางวันที่นี่ด้วยเลย มีอย่างนึงที่แปลกใจก็คือ ไวน์ที่ขายบริเวณที่ชิมกับในร้านอาหารจะคนละราคา คือต่างกันหลายเท่า เหมือนไปเปิดตามร้านอาหารข้างนอก เราก็เลยทานแต่ข้าว ไม่ได้เปิดไวน์ ใช้ซื้อกลับไปกินเอาดีกว่าประหยัดเงินไปเยอะพอสมควร

NZ14_0517
ทางเข้าจากถนนใหญ่ บรรยากาศดีเลยครับ
NZ14_0518
สองข้าง จากทางเข้าปลูกองุ่นทั้งหมดครับครับ
NZ14_0554
ตัวคารหลักครับ สวยงามดี
NZ14_0519
ชื่ mission น่าจะมาจาก missionary นั่นหละครับ
NZ14_0520
วันอาทิตย์จะเปิดสายปิดเร็วหน่อย
NZ14_0529
โถงทางเข้าครับ จะมีของที่ระลึก โชว์และจำหน่ายอยู่
NZ14_0521
ตรงนี้ดูเหมือนโบสถ์
NZ14_0531
อีกมุมนึงของห้องนี้
NZ14_0530
ถังไวน์โบราณของดั้งเดิม
NZ14_0534
โลโก้ ของ Mission บนกล่องไม้
NZ14_0524
กำแพงด้านหลังเคาเตอร์ Wine Tasting ครับ
NZ14_0525
คุณพี่คนนี้เป็นคนเติมไวน์ และอธิบายแต่ละตัวให้ฟัง
NZ14_0522
ส่วนมากจะเริ่มด้วยไวน์ขาว เพราะมีรสชาติที่อ่อนกว่าไวน์แดง
NZ14_0527
มีน้ำเปล่าให้ล้างปากก่อนจะเปลี่ยนตัวต่อๆไป
NZ14_0523
คุณพี่กำลังอธิบายเรื่องสี และ กลิ่น หลังจากชิมครบ เราถูกใจพวกไวน์ขาว เช่น Sauvignon Blanc, Pinot Gris และ Late Harvest ซึ่งหวานหอมสดชื่น คุณป้าบอกไว้ทานล้างปาก
NZ14_0528
นอกจากกรุ๊ปเรา ก็มีอีกสองกรุ๊ปมาลองชิม
NZ14_0532
คุณพี่จับท้ายขวดอย่างมือโปร
NZ14i_0111
แต่ละเดือนขวดที่เปิดให้ชิมจะผลัดเปลี่ยนกันไป ประมาณ 6-7 พันธุ์องุ่น ถ้าชิมแล้วชอบตัวไหนก็สามารถซื้อได้เลย
NZ14_0535
ตู้โชว์ไวน์วินเทจเก่าๆ ที่ได้รางวัล
NZ14_0536
ไม้แกะแผ่นใหญ่มาก
NZ14_0537
ชิมเสร็จเราก็เดินมาที่ห้องอาหารซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน
NZ14i_0112
รายการอาหารครับ
NZ14i_0113
อีกหน้านึง
NZ14_0538
อาหารที่นี่ค่อนข้างช้านิดนึง จานนี้เป็น caesar salad มี โพชเอ็กโปะมาด้วย
NZ14_0539
Pork Belly เสิร์ฟมากับ Black Pudding
NZ14_0540
Fish & Chips เสิร์ฟมาคู่กับ ฟราย และ สลัด
NZ14_0541
จานนี้เป็นปลา ด้านบนแปะมาด้วยคีนัว เสิร์ฟมาพร้อมกับบีทรูทบดและดอกกะหล่ำ
NZ14_0542
เส้น Beetroot pappardelle ผัดกับ seafood
NZ14_0543
สเต็ก Eye Fillet
NZ14_0545
จานสุดท้ายเป็น Slow cooked lamb shoulder rack โดยรวมอาหารก็อร่อยดีทุกอย่างครับ
NZ14_0546
ทานข้าวเสร็จก็ออกมาถ่ายรูปด้านหลังกันครับ
NZ14_0552
ด้วยความที่อยู่บนเนินสูง ก็จะมองลงไปเห็น ไร่องุ่นอยู่ที่ราบด้านล่าง
NZ14_0549
ฟ้าใสพอดีวันนี้
MissionPano01
Panorama บ้าง
MissionPano02
อีกซักรูป
NZ14_0550
ด้านหลังของอาคารก็สวยงามครับ
NZ14_0551
มีโซนที่นั่งทานแบบเอาท์ดอร์ได้ด้วย

Similar Posts

  • | |

    Ramen to Biiru กินราเม็ง จิบคราฟท์เบียร์ Copenhagen

    ดูแปลกๆ หน่อยที่จะมาทานราเม็งกันที่ Copenhagen แต่ร้านนี้พิเศษเพราะเป็นร้านราเม็งที่เปิดโดย Mikkeller แบรนด์เบียร์เจ้าดังของเดนมาร์กนั่นเองครับ ร้านมีทั้งหมด 2 สาขาคือ nørrebro และ vesterbro สาขาที่ผมไปลองคือ nørrebro ครับ สำหรับชื่อร้านนั้นก็ตรงๆ ตัว ramen to biiru ราเม็ง โต๊ะ บิหรุ ภาษาไทยก็แปลได้ว่า ราเม็งและเบียร์ครับ ตัวร้านนั้นเค้าพยายามเลียนแบบบรรยากาศร้านราเม็งที่ญี่ปุ่นมา โดยวิธีการสั่งก็คือให้กดคูปองจากตู้ จะใส่ไข่เพิ่มก็กดมาด้วย แต่ต่างจากของจริงคือ ยังไม่ต้องใส่เงิน กดเอาคูปองไปจ่ายเงินด้านในครับ

  • |

    Mangal ร้านอาหารปิ้งย่างสไตล์ตุรกี ย่าน Dalston – London

    ร้านนี้เป็นร้านทานพี่ผมแวะมาทานหลังจากเดินทางกลับมาจากที่ Deya Brewing ครับ ตัวร้านอยู่บนถนน Arcola ไม่ไกลจากสถานี Dalston Junction ที่ลงรถไฟเท่าไหร่ประมาณ 600 เมตร พอเดินได้ครับ ตอนแรกมาถึงหน้าร้านก็หวั่นๆ กลัวคิวยาว เพราะคนแน่นมาก ระหว่างรอก็ยืนดูตู้แช่ที่มีชิ้นส่วนเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ เสียบไม้รอปิ้งอยู่ ข้างๆกันเป็นกระจกใสกั้นเตาปิ้งควันท่วมๆ กลิ่นหอมฉุยเลยครับ ปรากฎว่ารอไม่นาน พนักงานก็พาเข้าไปห้องด้านในอีกฝั่งของร้านครับ คืออีกฝั่งเป็นห้องใหญ่ แล้วก็ยังมีห้องเล็กๆอยู่ด้านข้างอีก คนแน่นเต็มร้าน ทั้งฝรั่ง ทั้งเอเชีย กระจายเต็มร้านไปหมด

  • |

    มื้อแรกใน Auckland ที่ร้าน Elliott Stables – New Zealand 2014 ตอนที่ 1

    จากตอนที่แล้ว (เตรียมตัวก่อนมา New Zealand) หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรม The Quadrant Hotel & Suites เสร็จ เราก็ออกมาทานข้าวเย็น โดยเป็นร้านที่หามาตั้งแต่เมืองไทย ร้านนี้ดูจาก 4sq ว่าคะแนนเยอะและไม่ไกลจากโรงแรมมาก เดินพอไหว พอเดินจริงก็เหนื่อยนิดๆ เพราะระยะทางไม่ไกล แต่เป็นทางลาดขึ้นลงเยอะ เล่นเอาหอบเหมือนกัน ตอนแรกที่ดูในรูปและอ่านมา ก็งงๆ ว่าร้านมันเป็นยัง ดูมันมีหลายๆ ร้าน หลายๆ ชนิด พอมาถึงร้านถึงได้เข้าใจว่าในนี้จะมีโต๊ะอยู่เยอะแยะ คล้ายๆ food court แล้วรอบๆก็จะเป็นร้านแต่ละร้าน ขายอาหารและเครื่องเดิมต่างๆกันไป มีหลายชนิดหลายประเภท วิธีการก็คือหาโต๊ะให้ได้ก่อน เสร็จแล้วก็เดินไปสั่งร้านว่าจะเอาอะไร โดยบอกเบอร์โต๊ะไปแล้วก็จ่ายเงิน ส่วนใหญ่จะไม่มีใบเสร็จให้ ตอนแรกๆก็เสียวเหมือนกันว่าจะโดนเบี้ยวรึเปล่า พอถึงเวลาเค้าก็จะทยอยยกของมาเสิร์ฟให้เราถึงโต๊ะเลย ร้านไหนคนเยอะก็รอนานหน่อย วันที่เราไป คนแน่น ตอนแรกเกือบจะไม่ได้โต๊ะแล้วด้วยซ้ำ แต่รอแป๊บๆ พนักงานก็พาไปนั่งในโซนซ้ายมือของร้าน หลังคาเตี้ยนิด คุยแล้วเสียงก้องๆ

  • |

    รีวิว Sakura Lounge (Japan Airlines) สนามบิน Haneda – Tokyo

    ทริปนี้ขากลับจาก Tokyo ก็ขึ้นที่สนามบิน Haneda  เป็นชั้นธุรกิจเหมือนตอนขามาครับ ผมค่อนข้างชอบ Haneda นะครับ มันเดินทางสะดวกดี ใกล้ดี สำหรับขากลับนี่เป็นไฟลท์ดึก ผมฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแถว  Shinjuku พอหัวค่ำก็แวะมารับกระเป๋า นั่งรถไฟสาย Yamanote มาลงที่สถานี Shinagawa แล้วนั่งสาย Keikyu ไปสนามบินก็อีกแค่ 13 นาทีครับ รวมๆ จาก Shinjuku ถึงสนามบินใช้เวลาราวๆ 45 นาที เท่านั้นครับ จากใต้ดินก็ขึ้นมาเช็คอินที่เคาท์เตอร์แถว F ครับ แล้วก็เข้าด่านตรวจความปลอดภัย เข้าช่องปกติ เพราะถามเจ้าหน้าที่แล้วว่า Fast Lane ต้องเป็นบัตรทองของสายการบินต่างๆ ครับ ตรวจไม่นานมาก็เข้ามาด้านในไปที่ Sakura Lounge ชั้น 4 ครับ

  • เดินทางจาก Mount Cook – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.6

    จบจาก Hooker Valley Track ฉบับสั้นกุดของเรา เราก็ออกเดินทางกลับมาตามถนน หมายเลข 80 เส้นเดิม ย้อนกลับมาทางเดียวกับเมื่อเช้า จากจุดนี้เราจะต้องเดินทางอีก ประมาณ 100 กิโลเมตรเพื่อไปยังที่พักในเมืองเล็กๆ ชื่อ Omarama ฟ้าเริ่มใสขึ้น ทำให้เราแวะหยุดถ่ายรูปซ้ำ บริเวณจุดชิมวิวที่เมื่อเช้าก็แวะไปแล้ว ฟ้าใสขึ้น แต่แสงก็ไม่ได้แรงมากขึ้นเท่าไหร่ ถ่ายรูปเสร็จก็ออกเดินทาง แต่ยังไม่ได้มุ่งหน้าไป Omarama เลยทีเดียว เราจะแวะชิมแซลมอน ซักร้าน 2 ร้านก่อนจะไปถึงที่พัก

  • |

    Craft SINGAPORE 2016

    เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สิงคโปร์มีงานเบียร์งานใหญ่ครับ ชื่อ Craft Singapore 2016 คิดว่าน่าจะจัดเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นบริเวณ Marina Bay Waterfront ใกล้ๆ กับตึก Marina Bay Sands งานมี 3 วันครับ 4-5-6 มีนาคม ค่าเข้างานโหดเหมือนกันคือ 95 SGD หรือประมาณเกือบๆ 2,500 บาท แต่ก็จะได้ voucher ไว้ซื้อเบียร์และอาหารกลับมา 50 SGD ครับ (โหดอยู่ดี) ภายในงานก็จะมีคราฟท์เบียร์เจ้าต่างๆ มาขายทั้งแบรนด์จากฝั่งยุโรปและอเมริกา และแบรนด์เล็กๆ จากเอเชียอีกหลายเจ้าเลยหละครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเบียร์ลำซิ่งและ Stonehead ซึ่งนับว่าเป็นตัวแทนคราฟท์ไทย ไปออกบูธในงานและร่วมประกวดเบียร์ด้วย น่าเสียดายที่พลาดรางวัลไป แต่ก็ถือว่าเป็นนก้าวแรกของคราฟท์ไทยในเวทีระดับสากลครับ นอกจากเบียร์แล้วก็มีร้านอาหารมาอีกประมาณ 7-8 เจ้า แต่ละเจ้าก็จะเน้นอาหารทานง่าย พวกเบอร์เกอร์อะไรแบบนี้ ตัวผมเองได้ลองชิมสามเมนูก็ใช้ได้เลยครับ ส่วนเบียร์นั้นลองชิมไปประมาณ 6-7 ตัว ก็มีที่ถูกใจและไม่ถูกใจปนๆกัน


แสดงความคิดเห็น