เมือง Arrowtown – New Zealand 2014 ตอนที่ 10.1

โปรแกรมวันนี้ของเราคือเดินทางมายังเมืองข้างๆ Queenstown อยู่ห่างกันเพียง 18 กิโลเมตรเท่านั้น ชื่อว่าเมือง Arrowtown เรียกว่าถ้าใครมา Queenstown ก็จะต้องมา Arrowtown ซัก 1 วันแน่นอน

ในอดีตนั้นเมืองนี้เคยมีประชากรสูงถึง 7,000 คน เพราะว่าเคยเป็นเหมืองทองมาก่อน พอเลิกเหมือง ประชากรก็ลดลงจนเหลือเพียง 200 กว่าคน ก่อนจะกลับมาเป็นที่นิยมและมีผู้คนมาเปิดกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆกันอีกครั้ง

บรรยากาศของเมืองจะเป็นตึกเก่าๆ ดูโบราณๆ แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ แล้วก็ทำใหม่บวกซ่อมแซมไปเยอะเหมือนกัน มีร้านข้าว ร้านขนม ร้านขายของที่ระลึกอยู่รอบๆใจกลางเมือง ตอนหาข้อมูลเหมือนว่ามีพิพิธภัณฑ์เล็กๆด้วย แต่เราก็ไม่ได้ไปดู เป็นการมาเดินเล่นในเมืองกับทานข้าวซะมากกว่า

day10route
เส้นทางของเราในวันนี้ สั้นนิดเดียวครับ
NZ14i_0422
ถนนทางเข้าตัวเมือง ดูร่มรื่นดี
NZ14_0894
ที่จอดรถอยู่ติดกับป่าเขาลำเนาไพร
NZ14_0893
เห็นคนมาเดิน trail ตรงนี้ด้วย เปิดดูเหมือนจะมีเส้นทางเดินไป Queenstown ไปได้ทั้งเดิน ทั้งปั่นจักรยาน
NZ14_0892
ป้ายแสดงว่ามีการพบทองที่นี้โดย Jack Tewa ชาวเมารีหลังจากนั้นผู้คนก็แห่มาขุดทอง ส่วนตัวแจคนั้นไม่ได้สนใจอะไร
NZ14_0896
จากที่จอดรถ เดินขึ้นมาก็จะเจอลานสเก็ต มีเด็กๆมาเล่น สเก็ตอยู่
NZ14_0897
บางคนก็มาปั่นจักรยาน
NZ14_0905
เดินต่อมาเจอแผนที่ของเมือง เมืองขนาดเล็กครับ มีถนนหลักอยู่ 2 เส้นเท่านั้น
NZ14_0906
ร้านรวงหลักๆจะอยู่ที่ถนน Buckingham
NZ14_0908
มี Museum เล็กๆอยู่ แต่เราไม่ได้เข้าไปดูนะครับ
NZ14_0909
ไปรษณีย์
NZ14_0913
ร้านขายของชำ
NZ14_0911
หน้าร้านมีเพลทเล็กๆแปะอยู่บอกว่า ตรงนี้เป็นร้านของชำมานานแสนนานตั้งแต่ปี 1870
NZ14_0912
อีกมุมของถนนเส้นนี้
NZ14_0918
ที่ร้านไวน์มีแผนที่บอก winery ในบริเวณนี้ ซึ่งวันต่อๆมาเราจะทยอยแวะไปชิมครับ
NZ14_0914
เหรียญต่างๆของ New Zealand
NZ14_0938
สุดทางเป็นร้านข้าวที่เราจะไป มีเจ้าม้านี่ยืนอยู่หน้าร้าน
NZ14_0907
ต้นไม้ใหญ่ดี

ตอนต่อไปจะไปที่ร้าน The Fork & Tap ที่เราไปทานข้าวกลางวันกันครับ

Similar Posts

  • |

    Mackenzie’s Stonegrill, Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.2

    จากที่พักเราขับกลับเข้ามาบริเวณร้านค้าใกล้ทะเลสาบ จริงๆก็พอเดินได้แต่ก็ขี้เกียจเลยขับมา หาที่จอดแล้วก็ลงเดิหาร้านข้าวทาน มีร้านเล็กๆหลายร้าน เป็นคาเฟต์บ้าง เบเกอรี่บ้าง ตอนแรกที่เราหาข้อมูลมา มีร้านญี่ปุ่นได้คะแนนเยอะอยู่หนึ่งร้าน แต่ที่บ้านไม่มีใครอยากทาน แล้วร้านก็ดูเฉยๆ ดูไปดูมาจนมาลงที่ร้านชื่อ Mackenzie’s Stonegrill Mackenzie’s Stonegrill มีเมนูเด่นตามชื่อร้านก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆย่างบนแผ่นหินที่เผามาจนร้อน เวลาเสิร์ฟก็ยกเนื้อมาแบบดิบๆ ให้เรามา cook เองบนหิน นอกจากเมนูหินร้อน ที่ร้านก็ยังมีเมนูอื่นๆขายด้วย อย่าง นาโช หรือ พาสต้า ต่างๆ แล้วก็มีเบียร์ยี่ห้อ Monteith’s หลายๆสีเสิร์ฟอยู่

  • โรงไวน์ Esk Valley, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 5.1

    เริ่มวันที่ 5 ของทริป เรายังอยู่ใน Napier, Hawke’s Bay โปรแกรมของเราวันนี้ก็เลยยังเป็นทัวร์โรงไวน์ต่อจากเมื่อวานที่ไป Church Road Winery มา โดยเราจะเที่ยวทั้งหมด 3 โรง แล้วก็เดินทางลงใต้ไปยังเมือง masterton เมืองเล็กๆระหว่างทางที่จะไป Wellington เมืองหลวงของ New Zealand โรงแรกที่เราจะไปคือ Esk Valley Winery เป็นหนึ่งในโรงที่อยากมาตั้งแต่ตอนจัดโปรแกรมที่บ้าน เพราะอ่านมาว่าเป็นโรงที่ยังทำไวน์แบบทำมือ (Premium hand-crafted) ยังไม่เป็นแบบอุตสาหกรรมมาก แล้วโลโก้ก็สวยดีมีดีไซน์ดี (มันเกี่ยวกับรสชาติไหม ?) ที่มีอายุกว่า 80 ปี โดยวินเทจที่ออกจำหน่ายคือ 1933 ซึ่งผลิตโดย Robert Bird เจ้าของดั้งเดิม สำหรับเจ้าของปัจจุบันเข้าซื้อกิจการตั้งแต่ปี 1989 เป็นต้นมา Esk Valley จะมี 2 แหล่งปลูก คือที่นี่ Hawke’s Bay กับ Marlborough ที่อยู่เกาะใต้…

  • Nagasaka Sarasina ร้านโซบะ สาขา Shinjuku

    มื้อเที่ยงวันนี้ลงใต้ดินสถานี JR Shinjuku อีกครั้งครับ ร้านที่หามาเป็นร้านโซบะครับ ชื่อร้านว่า Nagasaka Sarasina เป็นร้านเชน มีหลายสาขา หน้าตาดูเป็นร้านดั้งเดิม ไม่วัยรุ่นครับ หน้าร้านมีตัวอย่างแต่ละเมนูให้ดูด้วย ตอนที่ไปคนไม่ค่อยเยอะครับ พนักงานพาไปนั่งโต๊ะใหญ่กลางร้าน เป็นโต๊ะแบบแชร์กันหลายๆ คน ที่ร้านมีเมนูภาษอังกฤษ และพนักงานก็สื่อสารอังกฤษได้ครับ สำหรับเมนูจะมีทั้งแบบจานเดียวและเป็นเซ็ต มีทั้งโซบะร้อนและเย็น มีเส้นสามแบบ ผมได้ลองไปสองแบบครับ เป็นแบบโซบะเย็นหนึ่งชุด และโซบะร้อนใส่ไก่และไข่อีกหนึ่งชาม สามารถสั่งเทมปุระ หรืออกเป็ดมาเพิ่มด้วยได้ครับ

  • รีวิวโรงแรม The Ridge Queenstown – New Zealand 2014 ตอนที่ 9.4

    วิ่งมาจาก Lake Wanaka เรื่อยๆ ตามถนน Cardrona valley และ Crown Range ตรงสุดท้ายที่จะลงจากเขา ถนนจะมันมากครับ หักไปหักมาเหมือนลำไส้ เหมือนหนอนเลย  พอถึงข้างล่างก็จะเป็น ทางหลวงหมายเลข 6 วิ่งอีกนิดเดียวก็จะถึง Queenstown ครับ ที่พักของเราอยู่ก่อนจะเข้าไปในโซนตัวเมือง Queenstown เป็น Resort อยู่บนเขา ขับรถขึ้นไปยากนิดหน่อย เราไปถึงเย็นวันอาทิตย์ พนักงานไม่อยู่แล้ว แต่ก็เอากุญแจใส่ไว้ในตู้เซฟหน้าบ้าน พอเราถึงก็โทรไปหาเค้า เค้าก็บอกรหัสมา หยิบกุญแจไปบ้านได้เลย ที่พักนี้เป็นแบบ Time Sharing คือเหมือนกับเราซื้อสมาชิกไว้แล้วก็จ่ายค่ารายปี ปีๆนึงเราจะไปพักที่โรงแรม/รีสอร์ต ที่เป็นสมาชิกได้ทุกโลก โดยเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย เฉลี่ยจำนวนวันก็จะเข้าพักได้ประมาณ 7-10 วัน ไอ้ Time Sharing นี่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วได้รับความนิยมมากครับ (พ่อ-แม่ซื้อเอาไว้) ตัวบ้านพักเป็น 2 ชั้น ครึ่ง มีส่วนทำกับข้าว กินข้าว ห้องนั่งเล่น…

  • Lake Tekapo – New Zealand 2014 ตอนที่ 7.3

    ออกเดินทางจาก Christchurch มาราวเกือบ 3 ชั่วโมง ทานข้าวกลางวันตอนบ่ายๆเสร็จ เราก็มาเดินเล่นและถ่ายรูปที่ริมทะเลสาบ เทคาโป หรือ Lake Tekapo นั่นเอง ทะเลสาบ Tekapo มีขนาดประมาณ 86 ตารางกิโลเมตร ใหญ่เป็นอันดับ 10 ของทะเลสาบใน New Zealand เป็นอีกจุดหมายที่ทุกคนจะต้องมาเยี่ยมชม เพราะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ และมีวิวเป็น Southern Alps แนวเทือกเขาที่ทอดตัวยาวอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของเกาะใต้ ด้านบนของยอดเขาก็จะมีหิมะปกคลุมโดยทั่ว ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวก็จะขาวโพลนไปทั้งลูกเลย บริเวณริมทะเลสาบที่เราพอจะเดินลงไปได้ก็จะเป็นก้อนหินขนาดกลางๆ สีสวย ในน้ำมีเป็ดว่ายไปว่ามาอยู่ฝูงใหญ่เหมือนกัน อีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปก็คือโบสถ์ Church of the Good Shepherd ที่สร้างขึ้นในปี 1935 เราถ่ายแค่ไกลๆ ไม่ได้ไปถ่ายตรงโบสถ์เพราะขี้เกียจ

  • โรงไวน์ Murdoch James, Martinborough – New Zealand 2014 ตอนที่ 6.3

    ทานข้าวกลางวันเสร็จเราออกจากตัวเมืองเพื่อไปแวะโรงไวน์สุดท้ายบนเกาะเหนือ ก่อนที่เราะจไปขึ้นเครื่องที่ Wellington ในช่วงเย็น โรงที่เราจะไปกันมีชื่อว่า ‘Murdoch James’ Murdoch James ก่อตั้งขึ้นไปในปี 1986 โดย Roger Fraser ซึ่งตั้งชื่อโรงไวน์ตามชื่อพ่อของเขา (Murdoch James Fraser) ที่นี่ก็เรียกว่าเป็น Premium hand-crafted อีกแห่ง เพราะยังใช้มือในการเลือกองุ่นและผลิตไวน์อย่างพิถีพิถัน ผสมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมและเทคนิคสมัยใหม่เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ไวน์ที่มีรสชาติและคุณภาพดีที่สุด สายพันธุ์องุ่นที่โดดเด่น คือ Pinot Noir, Syrah และ Pinot Gris สำหรับที่นี่คุ้นๆว่าถ้าชิมต้องเสียเงินรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ก็ประมาณ 4-5 NZD ต่อคนเท่านั้น ได้ชิมไวน์คนละ 4-5 แก้ว โดยมีคุณลุงที่ดูขรึมๆหน่อย อธิบายไว้แต่ละชนิดให้ฟังด้วย


แสดงความคิดเห็น