|

ร้าน The Fork & Tap, Arrowtown – New Zealand 2014 ตอนที่ 10.2

เดินเที่ยวเล่นในเมือง Arrowtown ซักพัก ก็ได้เวลาอาหารหลางวันครับ ตอนแรกมีเล็งๆไว้ 2-3 ร้าน แต่พอเดินไปดูก็คนเยอะ แน่น ไม่มีที่ ต้องรอคิว ก็เลยหาร้านอื่นๆดูว่ามีอะไรทานบ้าง จนมาเจอร้านนี้ The Fork & Tap

ตัวร้านจะอยู่ตรงหัวมุม ถนน Buckingham ตัดกับถนน Wiltshire พอดี มีที่นั่งด้านนอกด้วย อากาศกำลังดี แดดไม่แรง เราก็เลยนั่งข้างนอกครับ ด้านในบรรยากาศจะให้อารมณ์เหมือนอยู่ในผับสไตล์อังกฤษ ประมาณนั้น

ร้านนี้นอกจากอาหารแล้วก็จะมีเบียร์หลายๆ ชนิดให้ดื่มได้ โดยเบียร์สดก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วง ซึ่งเราก็ได้ลองสั่งมาทาน 2-3 แบบครับ สำหรับอาหารโดยรวม ก็อร่อยใช้ได้นะครับ

NZ14_0920
ป้ายหน้าร้านครับ ฟ้าครึ้มแล้ว
NZ14_0919
ด้านข้างร้าน
NZ14_0921
บริเวณโซนเอาท์ดอร์จะอยู่ที่ลานหลังร้านครับ
NZ14_0922
พอบ่ายแก่ๆแล้วยังมีลูกค้านั่งข้างนอกอยู่ 2-3 โต๊ะ
NZ14_0928
บรรยากาศด้านในร้านครับ
NZ14_0925
ลูกค้าในร้านมีหลายโต๊ะหน่อย
NZ14_0923
มุมนี้เป็นสตูลสูงครับ
NZ14_0929
บริเวณบาร์ มาสั่งอาหารและเครื่องดื่มตรงนี้ครับ
NZ14_0926
tap เบียร์สด
NZ14_0924
อันนี้เป็นยี่ห้อทั่วๆไปของ NZ ครับ
NZ14_0930
พนักงานของร้าน เราสามารถคุยและสอบถามให้เค้าแนะนำชนิดเบียร์ต่างๆได้ด้วยครับ
NZ14_0932
มาแล้วครับเบียร์ดำ 5 แก้ว
NZ14_0933
Tap Burger เนื้อขนาด 180 กรัม พร้อม หัวหอม บีทรูท มะเขือเทศและชีส เสิร์ฟมาคู่กับฟรายครับ
NZ14_0934
Tasty Toasted Sandwiches เป็นไส้แฮม ดิยองมัสตาร์ดกับชีสครับ
NZ14_0935
ฟิชแอนด์ชิปส์เช่นเคย เป็นปลา blue cod ครับ
NZ14_0937
จานนี้นี้จะเป็น All Day Breakfast มี โพชเอก เสิร์มากับเบคอน มะเขือเทศ และมันฝรั่งครับ

สรุปว่าก็อร่อยดี ราคาปกติ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกถ้ามาที่เมือง Arrowtown ครับ

The Fork & Tap Arrow Town
เบอร์โทร : +64 3 442 1860
เปิด : 11.00-23.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare
ที่จอดรถ : ริมถนนใกล้ร้าน

แผนที่ร้าน The Fork & Tap
NZ14i_0429
เมนูร้าน The Fork & Tap
NZ14i_0426
เมนูร้าน The Fork & Tap
NZ14i_0427
เมนูร้าน The Fork & Tap
NZ14i_0428
เมนูร้าน The Fork & Tap

NZ14i_0430

Similar Posts

  • Artur Restaurant สเต็กเฮาส์ร้านอร่อย ซอยต้นสน – เพลินจิต

    เข้าเมืองกันอีกหนึ่งมื้อครับ คราวนี้ไปชิมสเต็กที่ร้าน Artur Restaurant ในซอยต้นสนแถวเพลินจิตมากครับ ตัวร้านอยู่ใน Bliston Suwan Park View เป็นโรงแรมและ Serviced Apartment ครับ เปิดบริการมื้อกลางวันและมื้อเย็นทุกวัน ก่อนมาผมไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับร้านมากนัก รู้แค่ว่าเป็นร้านดัง มีชื่อเสียงเรื่องสเต็กมาหลายปี พอกลับมาหาข้อมูลก็อ่านเจอว่าเจ้าของคือคุณ Artur นี่เคยทำงานอยู่ที่ห้องอาหาร New York Steakhouse ของโรงแรม JW Marriott แล้วก็ออกมาเปิดร้านนี้เป็นของตัวเองครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงเย็นวันธรรมดาแต่ลูกค้าก็เกือบเต็มร้านครับ แนะนำว่าให้โทรโต๊ะเพื่อความชัวร์ มาถึงหน้าร้านพนักงานก็มาต้อนรับแล้วคุณ Artur เจ้าของก็พาไปนั่งโต๊ะ บรรยากาศในร้านตกแต่งดูสวยงาม หรูหรา พนักงานนำเมนูเครื่องดื่มมาให้ ส่วนตัวรู้สึกว่าสบายๆ เป็นกันเองดี ไม่เกร็งมากครับ

  • Xiao Chen Gu Shi Bak Kut Teh บักกุ๊ดเต๋ย่าน Clarke Quay เปิดยันเช้า สิงคโปร์

    ช่วงดึกๆ หลังจากไปจิบที่ร้านคราฟท์เบียร์ ก่อนกลับที่พัก ผมและพี่ชายแวะกินมื้อดึกอีกหนึ่งมื้อครับ เป็นร้านที่ผ่านหลายทีแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้แวะ คือคิดในใจเหมือนกันว่า จะอร่อยรึเปล่า อยู่ที่ดีแบบนี้ เป็นทัวรริสต์ๆ รึเปล่า ร้านนี้ชื่อ Xiao Chen Gu Shi ตั้งอยู่บนถนน River Valley บริเวณ Clarke Quay เลยครับ เป็นร้านที่เปิดสายๆ ปิดเช้า 6.00 ! ลูกค้ารอบดึกก็จะเป็นนักเที่ยวราตรีจากคลับดัง Zouk ที่อยู่ติดกันนั่งเองครับ ที่นี่มีบักกุ๊ดเต๋ หรือซุปซี่โครงหมูเมนูขึ้นชื่อของสิงคโปร์เป็นจานหลักครับ แล้วก็จะมีพวก กระเพาะ ไส้ เซี่ยงจี๊ มีทั้งแบบซุปใสเน้นพริกไทยและน้ำดำแบบพะโล้ รวมถึง ถั่วต้ม เต้าหู้และผักดองครับ

  • บ่อน้ำพุร้อน Shiraike, Chinoike และ Tatsumaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 10.3

    เดินชมไปทั้งหมด 5 บ่อ ( Oniyama, Kamado และ Yama, Umi, Oniishibozu ) ได้เวลาพักทานข้าวก่อนครับ ต้วร้านอยู่เลยจากบ่อ Yama ขึ้นมานิดหน่อย เมนูไม่เยอะ แต่อร่อยดีครับ เป็น จัมปงกับ ดังโงะ อิ่มแล้วเดินต่อไปยังบ่อ Shiraike บ่อนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่น้ำจะเป็นสีขาวเหมือนน้ำนม รอบๆบ่อมีตู้ปลาแสดงอยู่ด้วยครับ เสร็จจากบ่อนี้ ต้องนั่งบัสต่อไปเพราะว่า สองบ่อที่เหลือนั้นอยู่ไกล เดินกันเหนื่อยแน่นอน ขึ้นรถเอาสะดวกกว่าครับ รถจอดที่หน้าบ่อ Chinoike บ่อนี้จะมีสีแดงเลยถูกเรียกว่าบ่อเลือด ที่มีสีแดงก็เนื่องจากดินโคลนบริเวณนี้เป็นสีแดงครับ จากนั้นก็เดินต่อไปยังบ่อสุดท้ายของวันนี้ชื่อว่า Tatsumaki ที่นี่ไม่เชิงเป็นบ่อแต่เป็นน้ำพุร้อนพุ่งๆ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Geyser เหมือนกับที่ New Zealand ที่ผมมีโอกาสไปเมื่อปีก่อนครับ (Lady Knox Geyser) ความเจ๋งของที่นี่คือไม่ต้องใส่อะไรลงไปเร่งให้มันพุ่ง มันจะพุ่งเองเป็นเวลาทุกๆวันครับ

  • |

    รีวิว Japan Airlines กรุงเทพ – โตเกียว (ฮาเนดะ)

    เก็บตกอีกหนึ่งรีวิวของทริปญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม 2015 คราวที่แล้วเป็นโรงแรม คราวนี้เป็นเครื่องบินบ้างครับ ทริปนี้ผมและชาวคณะเดินทางด้วยสายการบิน Japan Airlines ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วก็ลงที่สนามบิน Haneda (ฮาเนดะ) ส่วนขากลับก็กลับออกจาก Narita ครับ ส่วนตัวผมคุ้นๆ ว่าไม่เคยลงที่ Haneda มาก่อนน่าจะเป็นครั้งแรก ปกติจะลงแต่ที่ Narita ซึ่งการลงที่ Haneda ก็มีสะดวกดีเหมือนกันนะครับ คนไม่ค่อยเยอะ และใกล้ตัวเมืองกว่าเดินทางใช้เวลาน้อยกว่า ถ้ากระเป๋าไม่เยอะนั่งรถไฟเอาสะดวกมากๆ นั่งสาย Keikyu-Kuko ลงสถานี Shinagawa แล้วก็เปลี่ยนเป็นสาย Yamanote นั่งต่อถึง Shibuya หรือ Shinjuku ได้เลย แต่บางคนอาจจะไม่ชอบ Haneda เพราะรู้สึกว่าของฝาก ร้านต่างๆ น้อยกว่าที่ Narita ครับ กลับมาที่เรื่องเครื่องบินต่อ จริงๆ Japan Airlines (JAL) นั่นมีลงทั้ง Narita และ Haneda ราคาไม่ต่างกัน ก็คือเลือกเอาที่สะดวกได้เลย เวลาเดินทางออกจากกรุงเทพจะมี 3 ไฟลท์…

  • | | |

    ชีวิตธรรมดา ร้านกาแฟน่ารัก เชียงราย

    ทานก๋วยเตี๋ยวเสร็จก็หาร้านกาแฟนั่งพักผ่อนครับ ร้านที่ไปชื่อว่า ชีวิตธรรมดา อยู่ริมแม่น้ำกกครับ ห่างออกมาจากหอนาฬิกาประมาณ 4.5 กิโลเมตร ผมเดินทางมาด้วย taxi ครับ บรรยากาศร้านน่ารักมาก เป็นอาคารไม้ อารมณ์เหมือนบ้านต่างจังหวัดสไตล์อังกฤษ หรือยุโรปประมาณนั้น และก็มีส่วนเอาท์ดอร์ครับ ซึ่งข้างนอกนี่ต้นไม้ดอกไม้เพียบเลย มีลมโชยๆ สบายๆ คลอไปกับเพลงแจส ที่นี่มีส่วนของสปาและก็ส่วนของร้านกาแฟและอาหารครับ มีเมนูอาหารเช้าขาย มีขนมมีกาแฟ เมนูค่อนข้างเยอะ มีทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทยจานเดียว รวมถึงพวกอาหารเหนือก็มีด้วยครับ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีเบียร์จากหลากหลายประเทศให้ได้ดื่มกัน

  • ตัวเมือง Amanohashidate – Japan Nov14 ตอนที่ 3.2

    ทานข้าวเสร็จเรานั่งรถไฟต่อมาจาก Miyazu นิดเดียวก็ถึงสถานี Amanohashidate จากสถานีเราเดินไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งว่ากันว่าดูวิวของตัว Sand Bar ได้สวยกว่าการดูจากฝั่งนี้ เรือจะใช้เวลาประมาณ 12 นาที แต่ถ้าใครฟิตๆ หรือเวลาเยอะหน่อย อาจจะเดินไปบน Sand Bar ซึ่งมีความยาว 3.6 กิโลเมตร เดินราวๆ 1 ชั่วโมง หรือปั่นจักรยานก็จะเหลือ 20 นาที ระหว่างทางเดินไปก็จะมีร้านขนมและของที่ระลึกประปราย เราเดินมาเจอร้านใหญ่ร้านนึง ดูมีของเยอะ แล้วก็ไม่ผิดหวังได้คราฟท์เบียร์ของแถวนี้กลับมา 3-4 ขวด เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ถามว่ามาจากไหน มานานไหม จะไปไหนบ้าง ซื้อเสร็จเราก็เดินต่อไปยังท่าเรือ ช่วงที่เราไปมีนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ ตัวเรือจะมีตารางเวลาเป็นรอบๆต้องคอยดูให้ดีทั้งขาไปและขากลับครับ


แสดงความคิดเห็น