เที่ยวถนนยีนส์ที่เมือง Kojima – Japan Nov ตอนที่ 6.2

หลังจากทานซูชิที่ร้าน Uosho เสร็จ เราแยกจากชาวคณะ เพื่อจะไปยังเมือง Kojima ที่อยู่ทางใต้ของ Okayama จุดมุ่งหมายของเราก็คือถนนยีนส์ หรือ Jeans Street

ที่ถนนยีนส์มาอยู่เมือง Kojima นี่ก็เพราะว่าเป็นเมืองที่นับเป็นจุดกำเนิดของยีนส์ญี่ปุ่นโดยมีประวติยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 16 เลยครับ เริ่มจากที่ Ukita Hideie ไดเมียวของโอคายาม่า ได้ถมทะเลบางส่วนจนกลายมาเป็นเมือง Kojima นี่เอง ซึ่งที่ดินบริเวณนี้นั้นไม่สามารถปลูกข้าวได้ จึงได้มีการปลูกฝ้ายแทน เพราะสามารถปลูกได้แม้ว่าดินจะเค็มก็ตาม

หลังจากนั้นโอคายาม่าก็เป็นแหล่งผลิตสิ่งทอต่างๆที่ใช้ในการผลิตเสื้อผ้าของคนญี่ปุ่น พอถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชาวต่างชาติเริ่มเข้า พร้อมกับเสื้อผ้าแบบตะวันตก ทำให้ความนิยมในการใส่เสื้อผ้าแบบดั้งเดิมลดความนิยม อุตสาหกรรมสิ่งทอของโอคายาม่าจึงต้องหาผลิตภัณฑ์อย่างอื่นทดแทน ตอนแรกก็ผลิตพวกยูนิฟอร์มของนักเรียน ซักพักก็มีการคิดค้นใยสังเคราะห์ขึ้นมาแทน ผ้าฝ้ายสู้ไม่ได้ ทำให้ต้องหาอย่างอื่นผลิตขายอีกครั้ง

ตอนนี้เองที่พวกทหารอเมริกันเอา denim เข้ามาด้วย ทำให้เกิดอุตหกรรมผลิตยีนส์ที่ใช้ผ้า denim ซึ่งผลิตจากผ้าฝ้ายนั่นเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของยีนส์แบรนด์ยี่ห้อแรกชื่อ “Big John” 

เดิมที Jeans Street นี้มีชื่อว่า Ginza ก็เป็นถนนที่ขายของทั่วไป ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กๆไม่ค่อยมีอะไร วัยรุ่นหนุ่มสาวก็เลยย้ายไปเมืองใหญ่ๆอย่างโตเกียวหรือโอซาก้า จนกระทั้งผู้ผลิตยีนส์หลายๆเจ้าร่วมมือกันเปลี่ยนเป็นถนนยีนส์ทำให้เมืองนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง (เหรอ?)

การเดินทางเรานั่งรถไฟจากสถานี Okayama ประมาณ 40 นาที ก็จะมาถึงสถานี Kojima จากสถานีนั่ง Taxi ไปได้เลยครับไม่แพงมาก บอกคุณลุงคนขับว่าไป Jeans Street ลุงพาไปถูกแน่นอน

**ขอบคุณข้อมูลประวัติยีนส์ญี่ปุ่นและเมือง Kojima จากเว็บ rawdenim.com
JapNov14i_231
จาก Okayama เรามาลงที่สถานี Kojima ครับ
JapNov14i_233
ป้ายหน้าสถานี ‘เมืองยีนส์’
แผนที่ Jeans Street
JapNov14i_234
ลุงแทกซี่มาส่งทางเข้าฝั่งถนนด้านหน้า Kojima Citizen Center
JapNov14i_235
แผนที่ Jeans Street ครับ
JapNov14i_236
เดินเข้ามาถนนโล่งๆ
JapNov14i_237
ร้านแรกเป็น Pure Blue Japan ปิด
JapNov14i_241
ป้ายบอกทางไปร้าน Japan Blue Jeans
JapNov14i_242
ป้ายถนนเขียนว่า Jeans St. เลย
JapNov14i_243
เพนท์ไปบนประตูร้าน
JapNov14i_244
ตกแต่งเสาไฟด้วยกางเกง
JapNov14i_245
เดินไปเดินมาเริ่มไม่แน่ใจ ร้านปิดกันเยอะมากครับ
JapNov14i_246
ร้านนี้ทาสีผนังสวยเลย
JapNov14i_247
ป้ายยอดนิยม Kojima Jeans Street
JapNov14i_257
ร้านนี้ชื่อ Dania
JapNov14i_248
หน้าร้านมีผ้ายีนส์ขายเป็นพับ พับละ 1000 เยน รื้อไปรื้อมาถูกใจเลยสอยกลับบ้านมา 2-3 พับครับ หนักเอาเรื่องอยู่
JapNov14i_249
เดินมาต่อจนเจอร้านดัง Rampuya บริษัททอยีนส์ที่อยู่เครือเดียวกับแบรนด์อย่าง Momotaro และ Japan Blue Jeans (เครือ Japan Blue Group)
JapNov14i_250
ติดกันก็คือร้าน Momotaro Jeans ครับ

JapNov14i_251

JapNov14i_252
ด้านข้างของร้านมีกางเกงยีนส์ตัวใหญ่แขวนอยู่
JapNov14i_255
ภายในร้านโมโมทาโร่ครับ
JapNov14i_254
มีตัวอย่างกางเกงแบบต่างๆให้ดู
JapNov14i_256
สาขานี้สามารถเลือกแบบ customize ได้เองด้วยครับ
JapNov14i_253
เดินมาอีกฝั่งเป็นร้าน Japan Blue Jeans คนเข้าออกเยอะเหมือนกันครับ
JapNov14i_258
ร้าน senio
JapNov14i_260
ร้าน Tenryo หน้าร้านสวยดีครับ
JapNov14i_261
ยี่ห้อนี่ตั้งชื่อเล่นกับคำว่า genes-jeans
JapNov14i_262
Iron Heart อีกหนึ่งแบรนด์ดัง
JapNov14i_263
ปิดท้ายด้วยกางเกงตัวใหญ่อีกตัว

เดินจนครบเริ่มเย็นก็โบก Taxi กลับไปสถานีครับ ค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อย คิดว่ามันจะครึกครึ้นกว่านี้ ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรทำไมมันดูเงียบๆ จะว่าไปสายก็ไม่น่าใช่ หรือวันหยุดก็ไม่ใช่อยู่ดี คือมันต่างจากที่คิดไว้ในหัว

ถ้าใครเป็นคนรักยีนส์หรืออยากจะมาซื้อแบรนด์ดังๆซักตัวก็โอเคครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่สำหรับ  Jeans Street

Similar Posts

  • |

    Chiichan (ちいちゃん) ร้าน Okonomiyaki สไตล์ hiroshima – osaka ตอนที่ 7.3

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – มื้อเย็นของวันที่ 7 ของทริป เราได้ไปลอง Okonomiyaki เป็นมื้อที่ 2 ของทริป คราวนี้เป็นสไตล์ Hiroshima หลังจากที่ได้ลองแบบ Osaka ไปแล้วเมื่อเย็นวันแรกของทริปที่ร้าน Mizuno ขออธิบายข้อแตกต่างของ 2 แบบ อีกรอบสั้นๆ ดังนี้ 1.แบบโอซาก้าจะผสมวัตถุดิบทุกอย่างรวมกันแล้วทอด 2. แบบฮิโรชิมาจะปรุงทีละอย่างแล้วมาประกอบร่างกัน (ขอบคุณข้อมูล คุณ Tmac จากบอร์ด trekkingthai) โดยเราไปกันที่ร้าน Chiichan (ちいちゃん) ซึ่งอยู่ที่ชั้น 2 ของตึก Okonomi-Mura เป็นตึกที่มีแต่ Okonomiyaki ทั้งตึกเลย สำหรับ Chiichan แปลว่า คุณยาย พอเห็นคนในร้านก็จะเข้าใจเลยว่าทำไมชื่อร้านงี้ 😀

  • |

    Sakanaten Asha Izakaya สถานี Nagasaki

    ข้าวเย็นในเมือง Nagasaki คืนนี้ ผมไปทานร้าน Izakaya ชื่อ Sakanaten Asha อยู่ด้านหน้าสถานี JR Nagasaki ครับ เดินข้ามสะพานนิดเดียวถึง ตอนก่อนมาผมให้โรงแรมโทรจองที่นั่งให้ครับ กลัวไม่มีที่ พอเข้ามาในร้านถึงได้รู้ว่า อ๋อ เป็นเจ้าของเดียวกับร้าน Tarafuku ที่กินที่ Nagasaki เมื่อคราวก่อน เหมือนว่าเค้าจะมีร้านในเครือหลายร้านอยู่ เป็นแนวๆ Izakaya ทั้งหมด พอมาถึงพนักงานก็พาไปนั่งโต๊ะด้านในที่จองไว้ครับ บรรยากาศร้านก็ตามสไตล์ Izakaya ขรึมๆ หน่อย คนเยอะครับวันนี้ แต่อหารก็ไม่ช้านะครับ เมนูค่อนข้างเยอะ เมนูญี่ปุ่นเหมือนจะมีรายการเยอะกว่าตัวเมนูภาษาอังกฤษครับ เมนูภาษาญี่ปุ่นเป็นแบบเขียนมืออ่านยากนิดนึงครับ

  • |

    Oasis Cafe and Bar – New Zealand 2014 ตอนที่ 9.1

    วันนี้เรามีโปรแกรมขับรถยาววันสุดท้าย ราวๆ 180 กิโลเมตร เพื่อจะไปพักที่ Queenstown ซึ่งเราจะไปแวะเที่ยวที่ Lake Wanaka ด้วย check out เสร็จก็ออกเดินทาง โดยแวะซื้อขนมปังและกาแฟ ที่ร้านใกล้ๆที่พักชื่อ Oasis Cafe and Bar ตั้งชื่อได้ตรงดีครับ เพราะเมืองนี้มันเงียบและเล็กจริงๆ 😀 เติมพลังแล้วเราก็ลุยต่อไปจุดหมายแรกของวันนี้ ‘Lake Wanaka’ ซึ่งจริงๆ ถ้าไม่แวะ Lake Wanaka กูเกิ้ลก็จะแนะนำให้เราไปถนนหมายเลข 8 ซึ่งเส้นและขับง่ายกว่า แต่ไปอ่านมาว่าจาก Wanaka ไป Queenstown นี่ให้วิ่งเส้น Cardrona Valley Rd เพราะจะสวยกว่า วิ่งฝ่ากลางเขาไปทั้ง 2 ข้าง แต่ก็ต้องขับยากกว่าเช่นกันครับ

  • |

    HK BrewCraft ร้านขาย Craft Beer และอุปกรณ์ Homebrew สถานี Central Hong Kong

    ในบ้านเราตอนนี้นั้นมีคราฟท์เบียร์เข้ามาจำหน่ายหลายยี่ห้อจากหลายประเทศ เป็นโชคดีของผู้บริโภคอย่างเราที่มีตัวเลือกที่มากขึ้นครับ แต่ความโชคดีก็ยังมีความโชคร้าย ด้วยความที่ผลิตอย่างพิถีพิถัน แล้วก็จำนวนไม่มาก พอมาเจอภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันโหดร้ายของบ้านเรา ทำให้คราฟท์เบียร์เหล่านี้มีราคาสูงมาก ตั้งแต่ 170 -400 บาท ต่อหนึ่งขวดเล็ก (330ml.) เมื่อมีโอกาสไปต่างประเทศ การได้แวะไปชิม ไปซื้อเบียร์เหล่านี้ในราคาที่พอรับไหว ก็เป็นความสุขอีกอย่างนึงของคนชอบดื่มอย่างเราครับ พอดีมีโอกาสได้มาฮ่องกง ก็เลยสืบหาร้านคราฟท์เบียร์จนเจอแหล่ง ร้านนี้ชื่อ HK BrewCraft อยู่ไม่ไกลจากสถานี MTR Central ตัวร้านอยู่ใกล้ๆ ห่านย่างร้านดัง หยุงกี่ เดินนิดเดียวก็ถึงครับ ร้านจะอยู่บ้านถนน Cochrane Street ชื่อตึก Kwok Lun Commercial House บ้านเลขที่ 15 ครับ อยู่ชั้น 4 ของตึก ก็เป้นร้านสไตล์ฮ่องกงคือขึ้นลิฟต์ไปแล้วโผล่ร้านเลย ในร้านวันที่ไปมีพนักงานสาวฮ่องกงอยู่คนเดียว ดูวุ่นๆกับงานอยู่ เลยไม่ค่อยได้คุยมาก แต่ตอนเราซื้อเสร็จก็ให้เธอช่วยแพคของให้ครับ ที่นี่มีทั้งเบียร์ กระป๋องและเบียร์ขวด หลายๆยี่ห้อที่มีจำหน่ายในบ้านเราที่นี่ก็มีเยอะเลย เช่น Evil Twin, Hitachino, Tuatara ของ New Zealand,…

  • เดินซื้อของกินของฝากที่ตลาด Ameyoko – Japan 2014 ตอนที่ 10.2

    ทานโซบะที่ร้าน Ueno Yabu Soba เสร็จเราก็เดินมาชอปปิ้งของกินของฝากที่ตลาดใกล้ๆกัน สำหรับตลาดที่เดินมันๆ สนุกๆ ของเยอะๆ ในโตเกียวก็ต้องมาที่นี่เลยครับ ตลาด Ameyoko (アメ横) มีขายของหลากหลายชนิด ถ้าเปรียบกับบ้านเราก็คล้ายๆตลาดนัดจตุจักร ผสมๆ กับถนนคนเดิน การเดินทางก็ให้ลงที่สถานี Ueno แล้วออกประตูทางฝั่งทิศใต้ ชื่อตลาดนี่เต็มๆ คือคำว่า Ameya Yokocho แปลเป็นไทยได้ว่า “ตรอกลูกอม” ซึ่งเมื่อก่อนเคยมีร้านลูกอมมากมายอยู่ที่นี่ แต่ก็มีอีก 1 ข้อสันนิษฐานว่า Ame อาจจะมาจาก America เพราะบริเวณนี้เคยเป็นตลาดมืดในยุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับสินค้าที่นี่ก็จะมีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ของสดของแห้ง เสื้อผ้า ยา ขนม รองเท้า ร้านราเม็งร้านข้าว หรือจะไปเดินดูเครื่องใช้ไฟฟ้าในร้าน Yodobashi สาขา Ueno ก็ได้

  • |

    กินเนื้อย่างร้าน BBQ Terrace – Huis Ten Bosch

    ร้านสุดท้ายที่ทานใน Huis Ten Bosch คือร้าน BBQ Terrace ครับ ทานคืนที่ 2 หลังจากดูพลุเสร็จ ร้านอื่นปิดหมดแล้วมีร้านนี้เปิดอยู่ร้านเดียว ดูน่าทานดีด้วยครับ ตัวร้านติดอยู่กับคลองเล็กๆ แต่อากาศเย็นเค้าก็ปิดพลาสติกกั้นเอาไว้ครับ ตอนที่ไปถึงเหลือลูกค้าอยู่ 2-3 โต๊ะ เพราะร้านใกล้ปิดแล้ว เมนูส่วนมากจะเป็นเนื้อครับ แต่หมูกับไก่ก็มี แล้วก็ยังมีหอยนางรมด้วย ซึ่งทานไปตะกร้านึงแล้วถูกปากมาก ผมเลยสั่งมาเพิ่มอีกชุดครับ อร่อยดีจริงๆ


แสดงความคิดเห็น