|

รีวิว ANA Lounge สนามบิน Narita

ขากลับจาก Narita ได้เข้าใช้ ANA Lounge ตอนก่อนขึ้นบินครับ เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้บริการที่นี่ สายการบินในเครือ Star Alliance อย่างการบินไทยก็ใช่ที่นี่เช่นเดียวกันครับ ทำให้ในเลาจน์มีคนไทยอยู่เลยคนเลย

ตอนก่อนเข้ามีคิวนิดหน่อย ขนาดของเลาจน์ค่อนข้างใหญ่ครับ เข้ามามีแยกสองฝั่งซ้ายขวา ทั้งสองฝั่งมีไลน์อาหารและเครื่องดื่มเหมือนๆ กัน วันที่ผมใช้บริการนี่เป็นช่วงเย็นๆ คนแน่นทั้งสองฝั่ง คือเยอะมา เอเชีย ฝรั่ง คนไทย เต็มไปหมด

สำหรับอาหารก็มีฝรั่งฝรั่งอย่างพาสต้า แซนด์วิช ขนมปังนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเน้นอาหารญี่ปุ่น พวกข้าวแกงกระหรี่ ข้าวปั้น ซูชิ ผัดเส้น นอกจากนี้ก็มีราเม็งให้เราไปสั่งได้แบบทำใหม่ชามต่อชาม ซึ่งตรงนี้จะคิวยาวหน่อยครับ สำหรับเครื่องดื่มแอกอฮอล์มีพวกสาเกให้ดื่มด้วยครับ

ทางขึ้นเลาจน์ครับ
มีคิวยาวนิดหน่อย แต่ก็ไหลเร็วครับ
เข้ามาด้านในคนเพียบเลย ในรูปคือฝั่งขวาของเลาจน์ครับ
ไลน์อาหารและเครื่องดื่มของฝั่งขวา
คนเต็มเกือบทุกที่
ผมเดินมาทางฝั่งซ้ายครับ
ฝั่งนี่ใหญ่ ยังพอมีที่นั่งบ้าง
จากมุมด้านในฝั่งซ้าย
บรรยากาศรอบๆ
มีห้องเล็กๆ เป็นก้าวอี้นอนพักได้
เป็นเก้าอี้นวดก็มีครับ
เริ่มเดินสำรวจอาหารและเครื่องดื่มครับ เริ่มด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ
เครื่องรินเบียร์สดของ Asahi
ตู้กดน้ำอัดลมและชา
เครื่องชงกาแฟครับ
สาเกใส่ในไหแบบนี้ครับ
มาที่อาหารบ้าง สองหม้อนี้เป็นซุป
คุ้กกี้
ขนมปัง
แซนด์วิช
เพนเน่
ข้าวปั้นและข้าวห่อเต้าหู้
ไก่ทอด
ผัดเส้น
รายการอาหารอย่าง อุด้ง โซบะ ราเม็งสามารถไปสั่งได้
คิวยาวแบบนี้เลยครับ แต่สั่งเสร็จเข้าจะให้ก้อนบัตรคิวมา พอเสร็จมาก็ดังปี๊บๆ เราค่อยมารับอาหาร
ลองชิมข้าวห่อสาหร่าย
ผัดยากิโซบะครับ
ลองชิมเหล้าบ๊วย รสหวานๆ นึกถึงลูกอมเซี่ยงไฮ้
ขนมปังอันนี้รสแบบยี่หร่า
ราเม็งรสขิงเยอะครับ ชิ้นหมูโอเคแต่เส้นเหมือนนี่สำเร็จรูปไปหน่อย
ข้าวแกงกระหรี่ ข้าวนุ่ม แกงหวานเค็มกำลังดี อร่อย
ซุปปหัวหอมก็อร่อยดีใช้ได้ เค็มเข้มข้น
ข้าวห่อสาหร่าย รสไข่หวานๆ ส่วนข้าวปั้นพลัมดอง เปรี้ยวเค็ม อร่อยดี
ปิดท้ายด้วยสาเกซักคร่งถ้วย ตัวนี้ติดหวานๆ นิดนึงครับ

พอซักพักคงถึงเวลาบินกันคนหายวับไปเกือบหมดเลยครับ บรรยากาศกลับมาเงียบสงบเลย โดยรวมก็โอเคครับ อาหารค่อนข้างใช้ได้ ยิ่งถ้าใครชอบดื่มก็น่าจะถูกใจ เพราะมีสาเกให้ลองหลายตัวเลยครับ
บรรยากาศก็พอได้ สะอาดสะอ้านดี

Similar Posts

  • |

    Ladybird Hill Restaurant – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.10

    เก็บกระเป๋าเสร็จ เราออกมาทานข้าวเย็นกันครับ จากที่พักมาประมาณ 800 เมตรเท่านั้นเอง มาถึงตอนแรกมืดสนิท ในใจก็เอ เปิดรึเปล่า เดินๆ ส่องๆ จนเห็นว่า ตัวร้านอยู่ห่างจากที่จอดพอสมควรก็เดินฝ่าความมดเข้าไปจนถึงตัวร้าน มีลูกค้าอยู่เพียง 2-3 โต๊ะเท่านั้นครับ ที่นี่นอกจากจะเป็นร้านอาหารแล้ว ในช่วงกลางวันก็จะมีกิจกรรมต่างๆให้เล่นด้วย เช่นจับ ปลาแซลมอน นั่งเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็ะวก เดินป่า ปั่นจักรยานอะไรอย่างนี้ครับ บรรยากาศร้านดูโล่งๆ สบายๆ อาหารไม่ช้า แต่ก็ไม่เร็วเท่าไหร่ น่าจะเพราะมีพนักงานอยู่ 2-3 คนครับ

  • |

    สวนอาหารล้านนาเฮือนฮิมดอย แม่สาย

    ข้าวเย็นในแม่สายผมนั่งรถออกจากโซนตัวเมืองมาประมาณ 6-7 กิโลเมตรครับข้างทางมีแต่ทุ่มหน้า ไฟไม่ค่อยเยอะ จนมาถึงแยกที่เลี้ยวเข้าถนนหมายเลย 123 ก็จะเจอร้านขนาดใหญ่ชื่อ เฮือนฮิมดอย หรือ เรือนริมดอยนั่นเอง ตัวร้านเป็นเหมือนเรือนไม้ผสม ห้องอาหารอยู่ชั้น 2 ต้องเดินขึ้นบันไดครับ มีโซนนั่งลานด้านนอกกับห้องด้านใน ข้างนอกบรรยากาศดีเหมือนกัน เห็นวิวเป็นภูเขา แต่กลัวหนาวเลยเข้าไปนั่งด้านใน อาหารก็จะเป็นอาหารเหนือ มีพวกเมนูปลาจากแม่น้ำโขงด้วย อาหารค่อนข้างเร็ว จัดจานมาสวยงามครับ ตอนสั่งหิวไปหน่อย สุดท้านชยกินไม่หมด เลยนิดๆหน่อยๆ

  • 7 Days Craft Kitchen คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – สถานี Nagoya

    คืนที่สามของทริปนาโกย่า ร้านคราฟท์เบียร์ที่ผมได้แวะไปนั้นอยู่แถวสถานี Nagoya เลยครับ จากสถานีประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ร้านนี้ชื่อว่า 7 Days Craft Kitchen ครับ ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของตึกตรงหัวมุมตรงแยกพอดี ชั้นบนเข้าใจว่าเป็นร้านไวน์ ที่นั่งในร้านจะเป็นเคาท์เตอร์นั่งติดครัวจำนวน 8 ที่ วันที่ไปนี่ลูกค้าเยอะเหมือนกันนั่งกันแน่นเลย ในร้านเปิดเพลงฝรั่งโบราณๆ กลิ่นไม้สนในลอยมาเรื่อยๆ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 10 แทป เป็นคราฟท์นอกเป็นหลักครับ ส่วนอาหารก็จะมีพวกกับแกล้มง่ายๆ แบบ ชีส แฮม พาเต้ หรือถ้าจะกินจริงจังก็มีพวกเบอร์เกอร์ พาสต้า และก็เนื้อสัตว์อีกนิดหน่อยครับ

  • |

    ชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆเมือง budapest – budapest/paris ตอนที่ 4

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – เข้าวันที่ 2 ใน budapest วันนี้เราจะออกไปตามสถานที่ท้องเที่ยวยอดนิยมของเมืองบูดาเปสต์กัน โดยมีไกด์ของโรงแรมพาเราเที่ยว

  • เดินเล่นใน Napier เมืองที่ตกแต่งเป็นสไตล์ Art Deco ทั้งเมือง – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.1

    วันที่ 4 เราเดินทางกันแต่เช้าอีก 1 วัน วิ่งไปบนทางหลวงหมายเลข 5 วิ่งลงไปทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ จุดหมายของเราวันนี้คือ Hawke’s Bay โดยเราจะไปพักกันที่เมือง Napier เราเดินทางประมาณ 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงก็มาถึง Napier เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามคลาสสิคของตัวอาคารบ้านเรือน ซึ่งเป็นตึกแบบ Art Deco แรกเริ่มเดิมที ตัวเมืองไม่ได้เป็นอย่างนี้ แต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในปี 1931 ทำให้บ้านเมืองเสียหายเป็นจำนวนมาก เมื่อสร้างขึ้นใหม่ก็เลยเป็นสไตล์แบบ Art Deco ทั้งเมือง เรียกว่า Napier นี่เป็นอันดับต้นๆที่เป็นสไตล์นี้ เดินไปเดินมาในเมืองเหมือนได้ย้อนยุคกลับไป 70-80 ปีที่แล้ว ตึก ร้าน ต่างๆจะเป็นสีออกพาสเทล นุ่มๆ ถ้าเกิดสนใจอยากดูแบบรู้ประวัติเพิ่มเติม ก็มีทัวร์พาเดินชมเมืองด้วยเช่นกัน นอกจากตัวตึกแล้ว บริเวณ Hawke’s Bay นี่ยังขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ Wine โดยในบริเวณนี้มีไร่องุ่นมากว่า 100 ไร่ และมีโรงไวน์กว่า…

  • |

    Soul Bird คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Hamamatsucho

    ต่อจากร้าน On The Table คืนเดียวกันผมไปที่ร้านชื่อ Soul Bird ครับ ร้านอยู่ใกล้สถานีเช่นกันครับ ประมาณ 150 เมตรเท่านั้น สามารถลงที่ Hamamatsucho หรือ สถานีใต้ดิน Daimon ก็ได้ครับ ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เข้าไปด้านในตกแต่งแบบไม้ๆ ผสมปูนเปลือย บริเวณเคาเตอร์อยู่ฝั่งซ้ายมือมีเบียร์สดอยู่ 10 แทป อากาศในร้านอุ่นๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ ลูกค้ายังแน่นร้าน ผมไปถึงค่อนข้างดึกแล้ว พนักงานรีบออกมาบอกก่อนว่าสั่งอาหารไม่ได้แล้วนะ ผมบอกไม่เป็นไรมาจิบเบียร์เฉยๆ ก็เลยโอเค ได้โต๊ะนั่งติดกับบาร์ครับ


แสดงความคิดเห็น