Appia อาหารอิตาเลียนร้านอร่อย – สุขุมวิท 31

สำหรับร้านที่ไปวันนี้เป็นอีกร้านที่ผมได้ยินชื่อมานาน แล้วก็เห็นตามเว็บตามเพจอยู่บ่อยๆ แต่ก็มีอาการลังเลนิดนึง เพราะมีความรู้สึกว่าอาหารอิตาเลียน จะแป้งเยอะ แบบพวกพิซซ่า พาสต้าอะไรอย่างนี้ แต่พอดูๆ เมนูก็เออ เลี่ยงไม่สั่งพวกแป้งละกัน

ร้านที่พูดถึงอยู่นี้ชื่อว่า Appia ครับ อยู่ในซอย สุขุมวิท 31 ซอยที่ร้านอาหารเยอะสุดๆ รวมถึงร้าน Le Cochon Blanc ที่ผมไปคราวก่อนด้วยครับ ถ้ามาจากปากซอย 31 ฝั่งสุขุมวิทก็จะประมาณ 400 เมตรครับ ตัวร้านจะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นห้องแนวยาวขนานกับถนน บรรยากาศสบายๆ ด้านขวาสุดเป็นบาร์และก็ครัว

วันที่ผมไปเป็นช่วงเย็นวันธรรมดา ตอนแรกยังไม่ค่อยไม่มีคนครับ แต่ดูตามโต๊ะก็คือมีป้ายจองเกือบทั้งหมด แนะนำว่าควรจองครับ walk in มีโอกาสอดทานสูงเหมือนกัน พอซักประมาณทุ่มครึ่งนี่ลูกค้ามาเต็มร้านเลย

เมนูอาหารของที่นี่จะมี 3 แผ่น คือ Classic, เมนูพิเศษประจำวันและเมนูประจำฤดูกาล อย่างตอนที่ผมไปนี่เป็น Spring ครับ แต่ละแผ่นก็จะมี สามหมวดคือ เรียกน้ำย่อย จานรอง และก็จานหลักครับ

ด้านหน้าร้าน
ทางเข้าร้านฝั่งด้านข้าง
โซนเอาท์ดอร์ด้านนอกร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้านอีกมุมครับ
ขาหมู
Porchetta
ผักดองต่างๆ
มื้อนี้ทานคู่กับไวน์แดงครับ
ขนมปังหนึบๆครับ
ตับไก่ เมนูขึ้นชื่อของร้าน ขนมปังหนึบ ขอบกรอบ ตัวตับเนียน เค็มมัน อร่อยครับ
Cold Cut มีเนื้อทั้งหมด 4 แบบ ชีสอีก 2-3 ชนิด ผลไม้แห้งและผักดองครับ ฝั่งซ้ายสุดน่าจะเป็น Porchetta สไลซ์บางๆ เย็นๆ ส่วนอันขาวๆ นุ่มมัน อันขวาสุดเค็มนิด ตัวผักดองรสออกเปรี้ยวหวานครับ รวมๆ อร่อยดี
เมนูผักอีกจานเป็นรวมมะเขือ ซ้ายสุดมะเขือม่วง หนึบๆ รสเผ็ด มันๆ ตรงกลางเป็นมะเขือเทศ เนื้อนิ่ม เย็น รสเปรี้ยวหวาน สุดท้ายเป็นมะเขือยาว รสเค็ม หอมควันๆ อร่อยเลยครับ
จานหลักผมสั่งเป็นซี่โครงแกะครับ
เนื้อนุ่ม หอมโรสแมรี่ เค็มกำลังดี ชอบมากครับ เมนูนี้ผมและเพื่อนๆ ชอบที่สุดในมื้อเลย
จานนี้ Porchetta เป็นเมนูดังของร้าน เป็นหมูสามชั้นม้วนแล้วเอาไปอบ เสิร์ฟมาพร้อมกับ ซอสแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวหวาน
ตรงหนังกรอบ ส่วนเนื้อนุ่ม รสออกเค็ม รวมๆ ก็อร่อยดีครับ แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนหมูกรอบตามร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ เลยเฉยๆ ไม่ว้าวมาก
ก่อนกลับปิดมื้อด้วย Pannacotta ครีมสด ด้านบนร้านด้วยเสาวรสเสิร์ฟมาพร้อมเค้กอัลมอนด์ ตัวเค้กรสหวานเนื้อเนียน ส่วนพานาคอตต้าเนื้อเนียนเย็นๆ เสาวรสเปรี้ยวหวาน อร่อย ล้างปากดีมากครับ

อาหารอร่อยดีทุกรายการตัวเมน ซี่โครงแกะ นี่ประทับใจมากครับ ส่วน Porchetta เมนูดังของร้าน ผมและเพื่อนๆ เฉยๆ ครับไม่ว้าว เท่าไหร่ บรรยากาศร้านดี พนักงานบริการดี โดยรวมประทับใจครับ เป็นอีกร้านอิตาเลียนที่ชอบเลย ถ้ามีโอกาสจะแวะไปอีกครับ

Appia ซอย สุขุมวิท 31
เบอร์โทร : 02-261-2056
เปิด : 18.00-23.00 อาทิตย์มีมื้อกลางวัน 11.30-14.30
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    ครัวอาสา – กาญจนบุรี

    สำหรับร้านที่ 2 ในจังหวัดกาญจนบุรีที่จะเขียนต่อจากร้าน ครัวท้องถิ่น คือร้าน ครัวอาสา อยู่ในอำเภอ ไทรโยคเช่นกัน ตัวร้านอยู่บนถนนแสงชูโต บริเวณสามแยกปราสาทเมืองสิงห์ เป็นตึกสูง 3 ชั้น ร้านอยู่ที่ชั้น 1 ระยะทางจากอำเภอเมืองประมาณ 30 กิโลเมตรครับ อาหารที่ขายก็จะเป็นอาหารป่า เน้นพวกปลาต่างๆ ซึ่งก็สดไม่แพ้ร้านอื่นๆ ถ้ามากาญจนบุรี ใน 1 มื้อต้องเมนูปลาซัก 1 จานเป็นอย่างต่ำครับ พวก ปลาคัง ปลาเค้า ปลากด ปลาเนื้ออ่อน ของเค้าสดดีจริงๆ จากการหาข้อมูลในเน็ตทำให้ทราบว่าเป็นร้านเก่าแก่ มีเมนูเด็ดคือขากอบทอดกระเทียม เมนูนี้พี่เจ้าของรีสอร์ตแนะนำมา แล้วก็เห็ดโคน พริกแกงต่างก็เป็นสูตรของทางร้านที่ทำเองไม่ได้ซื้อมาครับ

  • ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรางน้ำ เนื้อเปื่อยอร่อย ปากซอยราชปรารภ 14

    ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ได้ไปชิมอีกร้าน เป็นร้านที่ได้ยินชื่อเสียงมานานครับแต่ไม่เคยได้มีโอกาสไปแม้ว่าจะผ่านไปแถวร้านประจำ เพราะว่าตัวร้านอยู่อีกฝั่งของถนน เป็นทางที่ผมไม่ได้วิ่งไป ร้านนี้คือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรางน้ำ ครับ ชื่อรางน้ำเพราะว่าเมื่อก่อนเคยอยู่ในซอยรางน้ำ แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่บนถนนราชปรารภ ฝั่งที่วิ่งเข้าเมืองครับ เลยจากปากซอยรางน้ำมาประมาณ 120 เมตร ใกล้ๆ กับ 7-Eleven ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง ไม่มีป้ายใหญ่ๆ โดดเด่น ที่นี่มีทีเด็ดคือ เนื้อเปื่อย หั่นมาชิ้นใหญ่ เปื่อยนุ่ม พังผืดกรุบๆ และก็เอ็นที่นุ่มกำลังดี ถ้าไปเช้าๆ อาจจะยังไม่นุ่มมาก ขอบกระด้งดี แต่ม้ามขมนิดหน่อย ส่วนน้ำซุปไม่เข้มข้นมาก รสเค็มหวาน ติดเค็มซีอิ๊วหน่อย กลมกล่อม หอมกำลังดี มีรสกระเทียมแทรก

  • ลาบไก่ป้ามัย หนองควาย หางดง เชียงใหม่

    จากร้านลาบช่างคำน้อย ชาวคณะก็ลังเลอยู่ว่าจะไปไหนต่อดี เข้าเมืองเลยดีไหม แต่เปิดแผนที่ก็เจอร้านที่ได้ปักหมุดไว้อยู่ห่างออกไปนิดเดียว ก็เลยตกลงว่าไปแวะลองอีกร้านแล้วกัน  ร้านนี้มีชื่อว่า ลาบไก่ป้ามัย อยู่บนเส้นชลประทาน แถวหนองควาย ถ้ามาจากในตัวเมืองก็นั่งรถออกมาประมาณ 11 กิโล ตัวร้านถอยจากถนนใหญ่เข้าไปนิดหน่อย ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ มีโต๊ะเยอะพอสมควร ตอนที่เราไปถึงนั้นเงียบเลยครับ ไม่มีลูกค้า เร่ิมใจเสียว่าเอ๊ะ ดังจริงเปล่าวะ ไม่มีคนเลย แต่พอซักพัก เที่ยงๆ ลูกค้าก็เริ่มทยอยมาจนแน่นร้านครับ 

  • Wholly Cow อารีย์

    สำหรับร้านนี้เป็นอีกร้านที่เราได้ยินชื่อมาซักพักแล้ว เคยขับผ่านไปผ่าน 2-3 ที แต่ก็ไม่สบโอกาส จนคราวนี้มีธุระแถวๆ พหลโยธิน เลยแว้บไปลองซะหน่อย เราไปช่วงกลางวันวันธรรมดา ลูกค้าไม่ค่อยเยอะ ที่จอดรถของร้านน้อยไปนิดนึง แต่ก็สามารถจอดแปะๆด้านนอกริมถนนหน้าร้านพอได้ ตัวร้านดูโมเดิร์นทันสมัย บรรยากาศดี ถ้าเป็นช่วงกลางคืนคงจะสวยงามมาก ฝั่งซ้ายของร้านจะมีห้องแยกเป็น Cigar Bar ส่วนด้านนอก กลางวันจะมีขายก๋วยเตี๋ยวด้วย ที่ร้านนี้จะมีเมนูสเต็กเป็นจานเด่น มีเนื้อให้เลือกประมาณ 9-10 ชนิด ถ้าไม่ทานเนื้อก็จะมีเมนูอย่างอื่นเช่น หมู และ ปลา นอกจากสเต็ก ก็จะมีของทานเล่น เช่น ไส้กรอกรวม รวมถึงอาหารฝรั่งอย่าง พาสต้าก็มีให้สั่งได้เช่นกัน ไวน์ของทางร้านมีอยู่หลายยี่ห้อ มีห้องเก็ยไวน์ขนาดย่อมๆ ให้เข้าไปเลือกได้ เราไปช่วงกลางวันเลยขอผ่านก่อน คราวหน้าไปช่วงเย็นจะลองชิมดู

  • |

    Dixie Brown’s Cafe, Taupo – New Zealand 2014 ตอนที่ 3.4

    จบจาก Wai-O-Tapu Thermal Wonderland เราก็เดินทางไปยัง Lake Taupo จุดหมายที่เราจะไปพักค้างคืนกันในวันนี้ Lake Taupo เป็นทะสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน New Zealand (616 ตารางกิโลเมตร วัดจากพื้นที่รวมของผิวน้ำ) อยู่ห่างจาก Rotorua มาทางทิศใต้ประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นสถานที่ยอดนิยมที่มีคนมาเที่ยวต่อปีสูงเป็นอันดับต้นๆ อีกแห่งหนึ่งของเกาะเหนือ กิจกรรมที่ได้รับความนิยมของที่ก็จะเป็นพวก advanture ต่างๆ อย่าง skydiving นั่ง jet ในทะเลสาบ ล่องเรือไปดูหินเมารีโบราณ ขี่จักรยาน และตกปลาก็เป้นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ส่วนบ้านเราไม่ได้ไปทำกิจกรรมอะไรมาก มีไปดูน้ำตก Huka falls อย่างเดียว (จะเขียนถึงในตอนหน้าครับ) พอมาถึงเราก็เข้าตัวเมืองไปหาข้าวทานก่อน เป็นมื้อเที่ยงที่ค่อนข้างเลทมากๆ เพราะเราออกเดินทางจากที่ Wai-O-Tapu ช้าไปหน่อย ทำให้ ข้าวเที่ยงเลยคล้อยๆ มาเป็นข้าวบ่ายแก่ๆ มื้อนี้ทานกันที่ร้าน Dixie Browns เป้นร้านที่อยู่ไม่ไกลจากตัวทะเลสาบ สามารถเดินไปถ่ายรูปเล่นแถวทะเลสาบได้ แต่วันที่เราไปฟ้าไม่ค่อยสวยเลยไม่ได้เท่าไหร่

  • จิบเบียร์เบลเยี่ยม St Feuillien ที่ฐานทัพ Captain Barrel

    เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำเบียร์ ‘St Feuillien’ ที่ทางผู้นำเข้า Captain Barrel จัดขึ้นครับ วันที่ไปนี่คือมีงาน Open House ของทางบริษัทที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณร้านค้าอยู่แล้ว ปีนี้มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นคือชวนสื่อมาพูดคุยกับแบรนด์เบียร์ด้วยครับ St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ ว่า ซานฟูเยน เป็นแบรนด์จากเบลเยี่ยมครับ เป็นโรงเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี 1873 ปัจจุบันยังเป็น Family owned คือไม่มีกลุ่มทุนมาถือหุ้นเจ้าของคนปัจจุบันคือรุ่นที่ 4 ของตระกูล ซึ่งรุ่นที่ 5 ก็เข้ามาช่วยทำงานในโรงแล้วด้วยครับ เบียร์จากแบรนด์มีหลายตัวหลายสไตล์ ซึ่งแน่นอนว่าคาแรคเตอร์จะออกสไตล์เบลเยี่ยม โดยที่นี่จะมีเบียร์แบบที่คลาสสิค สูตรแบบดั้งเดิม ทำแบบดั้งเดิมแบบนี้จะเป็น Abbey Beer คือเหมือน Trappist Beer แต่ปัจจุบัน ไม่ได้มีพระเป็นผู้ผลิตแล้วนั่นเองครับส่วนอีกแบบที่ St Feuillien ก็คือจะเป็นเบียร์สไตล์ใหม่ๆ ที่โรงคิดค้นขึ้น คือมีความเป็นเบลเยี่ยมแต่ก็ผสมผสานเทนนิคแบบเบียร์ในปัจจุบันเข้าไปด้วย อย่างเช่นมีการ Dry Hops เพิ่มเติมซึ่งเป็นวิธีในการทำเบียร์สมัยใหม่


แสดงความคิดเห็น