รีวิว Business Class สายการบิน EVA AIR BANGKOK-AMSTERDAM-BANGKOK

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในทริป Road To Holland ของ Captain Barrel นั้นผมเดินทางด้วยสายการบิน EVA เป็นครั้งแรกครับ

คือจากกรุงเทพไปสนามบิน Amsterdam Schiphol นั้น ถ้าบินตรงจะมี KLM และ EVA ครับ โดยของ EVA จะออกเดินทางประมาณเที่ยงครึ่งและไปถึงช่วงค่ำของเนเธอแลนด์

สำหรับเลาจน์ที่สุวรรณภูมิมีเลาจน์ของ EVA เอง หรือจะใช้บริการเลาจน์ของสายการบินอื่นๆ ในเครือ Star Alliance ก็ได้ครับ (การบินไทย, Turkish, Singapore Airlines)

ผมและพี่ชายเข้าเลาจน์ของ EVA ครับ พอประมาณ  12.10 ก็เดินมายังเกต G5 ครับ ไฟลท์ขาไปนี่คือ BR75 เป็น codeshare กับ การบินไทยด้วย เป็นเครื่อง Boeing 777-300ER ครับ

สำหรับ Business Class จะมีทั้งหมด 20 ที่นั่ง 5 แถวแบบ 1-2-1 reverse herringbone ผมเองได้นั่งหมายเลข 2D เป็นตรงกลางแถวที่ 2 ฝั่งซ้ายครับ

นั่งที่เรียบร้อยพนักงานก็มาเสิร์ฟเครื่องดื่ม ซึ่งพนักงานของ EVA หน้าตาน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใสมาก หน้าหมวยสวยงาม อย่างกับนักร้องเกาหลี ฮ่าๆ ขนาดนั้น คือตั้งแต่บินมาผมให้ EVA นี่สวยน่ารักที่สุดเลยครับ 

นอกจาก amenity kit แล้วทาง EVA มีชุดนอนให้ด้วยครับ เป้นงานการออกแบบของ Jason Wu นักออกแบบลูกครึ่งไต้หวันแคนาดา ใส่สบายดีครับ

ส่วนอาหารนั้นจะเสิร์ฟสองมื้อ คือมื้อเที่ยงหลังจากเครื่องขึ้นประมาณ 2 ชั่วโมงได้ครับ มื้อแรกผมจานหลักเป็นข้าวผัดไข่กับเนื้อลูกเต๋าผัดครับ

มื้อที่สองก่อนจะลงที่ Amsterdam มีให้เลือกได้สองแบบคือแบบฝรั่งและแบบจีน ผมเองเลือกแบบจีนคือเสิร์ฟเป็นข้าวต้มกับครับ อร่อยดี

ไฟลท์บินประมาณ 12 ชั่วโมง ผมหลับสบายดีมากครับที่นั่งปรับลาดหลับสบายเลย มีผ้าปูเตียงมาใส่ให้ตอนก่อนจะนอนด้วยครับ หลับๆ ตื่นๆ แป๊บเดียวก็มาถึง Amsterdam แล้วครับ

เข้าประตู 8 จะใกล้ที่สุดครับ
เคาเตอร์ของ EVA AIR จะอยู่ที่แถว R แถวเดียวกับ Japan Airlines ครับ
คนไม่เยอะมากเท่าไหร่ครับ
ตั๋ว
เอาเดินทางที่เกต G5 ครับ
เครื่องของเราวันนี้ Boeing 777-3000ER ครับ
บรรยากาศภายในชั้น Business Class
ที่นั่ง 2D ครับ
พนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ก่อนขึ้นครับ
Amenity Kit เป็นของ Rimowa
ภายใน
ชุดนอนออกแบบโดย Jason Wu
มีเสื้อและกางเกงครับ
รองเท้า
กล่องหูฟัง
ชุดหูฟัง
ที่นั่งยาวดีครับ
ปุ่มปรับที่นั่ง
จอ
จอเป็นแบบพับ
รีโมท
ปลั๊กไฟ usb และหูฟัง
ช่องเก็บของ
ผ้าปูตอนก่อนนอน
มีชอคโกแลตแจกด้วยครับ
จานเรียกน้ำย่อยเป็นเนื้อเค็มหนึบๆ ผสมกับครีมชีสมีผิวกรุบๆ เป็นพิทาชิโอ้ อีกไม้เป้นแซลมอนรมควันห่อด้วยสาหร่าย เนื้อนุ่ม เค็มกำลังดีเข้ากันกับรสดิลล์
ผมเลือกดื่มไวน์แดงคู่กันครับ
พนักงานมาปูโต๊ะให้ครับ
ขนมปังหนึบ อุ่น
กุ้งพันอกเป็ด ผมทานไม่ได้เลยทานแค่มะเขือเทศกับผักข้างล่างครับ
ซุปแครอทกับผักชี ข้นหนา รสหวาน รสผักชีชัด อร่อยดีครับ
สลัดผักกรอบสดดี น้ำข้นหนา หวานกำลังดี
ทานกับไวน์ขาวครับ
จานหลักเป็นข้าวผัดไข่กับเนื้อ เนื้อเปื่อยแน่น รสเค็มหวาน เห็ดนุ่ม กระเทียมหนึบๆ ตัวข้าวผัดแห้งดี ปรุงรสอร่อย พริกหยวกนุ่มอุ่น
ปิดท้ายด้วยชีสรสเข้มข้น รุนแรง แนวบูลชีสครับ ออกฟังกี้ๆ
ก่อนลงเริ่มเสิร์ฟอีกมื้อผมททานคู่กับน้ำส้ม
เป็นชุดข้าวต้มกับครับ
ผักซาโยเต้ นุ่ม อุ่นๆ
ไข่อุ่น มัน รสอ่อน ไส้แบบหมูสับ
เต้าหู้ยี้ รสเค็มหวาน เข้มข้น
เครื่องข้าวต้ม มีขุยๆคล้ายหมูหยองหวานหน่อย เห็ดหูหนูนุ่มมัน รากบัวกรอบๆ แตงดองกรอบหวานเค็ม
ผลไม้สด
จิบกาแฟอีกถ้วยครับ
ภายในห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำ

ส่วนไฟลท์ขากลับจาก Amsterdam จะเป็นไฟลท์ BR076 ครับ คือกรุปใหญ่ออกจากเดินทางโรง De Molen เข้าเมือง Amsterdam มาจอดที่โรงแรม ผมและพี่ชายก็เรียก Uber ไปสนามบิน 

ปรากฎว่าไปถึงเร็วไปหน่อยก็เลยนั่งจิบเบียร์รออยู่ที่ร้านด้านนอกครับ จนถึงเวลาจึงได้เข้าไปด้านใน แวะกินบะหมี่ถ้วยที่ Aspire Lounge ครับ

ขากลับก็เป็นเครื่อง Boeing 777-300ER ซึ่งผมก็ได้ที่นั่งเดิมเลยคือ 2D ครับ อาหารเสิร์ฟ 2 มื้อ เป็นมื้อดึก และ มื้อเช้า ผมเองก็เลือกมื้อเช้าเป็น ข้าวต้มเหมือนเดิม ฮ่าๆ

ใช้เวลาบินทั้งหมดประมาณ 12 ชั่วโมง ขากลับนี่หลับไม่สนิทเท่าขาไปครับ มีเปิดดูสารคดีท่องเที่ยวไต้หวันอยู่หลายตอนเหมือนกัน เครื่องมาถึงไทยประมาณบ่ายสองครึ่งครับ

ตัวขากลับ
บรรยากาศบนไฟลท์ขากลับ BR076
ผมได้ที่นั่ง 2D เหมือนเดิมครับ
จานเรียกน้ำย่อย เป็นปลาแมคเคอเรล นุ่มมันอร่อย ด้านล่างเป็นขนมปังไรย์หนึบๆ ชิ้นเล็กเป็นฮัมมูสกับพายกรอบๆ อร่อยดีครับ
ขนมปังขอบแข็ง อุ่น เนื้อหนึบ
ด้านหน้าเป็นพาเต้ขอบมันกรึ่บ เนื้อเนียนรสเค็มกำลังดี ผักดองเปรี้ยวเค็ม รสบ๊วย ด้านหลังเป็นพลัมนุ่ม รสหวาน เปรี้ยว เซอราโน่แฮมเนื้อหนึบ รสเค็ม
จานหลักเป็นเนื้อลูกวัวครับ เนื้อนุ่ม ซอสรสเค็มหวาน แต่ตัวเนื้อจืดไปหน่อย ตรงมันละลายๆ มาคู่กับมันฝรั่งเละๆ รสเนยๆ ด้านข้างเป็นแครอทนุ่มๆ ถั่วนุ่มเปื่อยหวาน พริกเปื่อยนุ่ม เปรี้ยวหวาน
ชุดของหวานและชีส
เลมอนเมอแรง รสปรี้ยวหวาน ตรงฐานกรอบๆ ผงๆ
ผมไม้สด
ก่อนถึงกรุงเทพเสิร์ฟอาหารเช้าอีกมื้อครับ ผมทานข้าวต้มเช่นเดิม
ไข่นุ่มเนียน รสอ่อนหน่อย
ถั่วผัดหมูอร่อยดี นุ่มๆ
เครื่องข้าวต้ม หมูหยองรสหวาน ฟองเต้าหู้อร่อยดีครับ และก็ผัดผักเห็ดนุ่ม กับเซอลารี่กรอบๆ
เต้าหู้ยี้รสหวานเข้มข้น
ข้าวต้มข้นเนื้อเนียน

โดยรวมค่อนข้างประทับใจครับ EVA เครื่องใหม่ อาหารโอเค และพนักงานน่ารักมาก ฮ่าๆ เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ หากจะเดินทางไปยัง Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ครับ

Similar Posts

  • Beer Cat คราฟท์เบียร์บาร์สำหรับคนรักแมว – ไทเป ไต้หวัน

    จาก Mikkeller Taipei ผมเดินต่ออีกไม่ไกลมากประมาณ 900 เมตร มายังบาร์ที่ 2 ของคืนนี้ ข้างทางค่อนข้างเงียบ แต่ก็ดูปลอดภัยดี ตอนแรกก็หวั่นๆ ว่าจะอันตรายไหม ไม่นานก็ถึงร้านที่ 2 ที่มีชื่อว่า Beer Cat ครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ฝั่งนึงเป็นบาร์ยาว แล้วก็มีโต๊ะกระจายๆ อีก สามสี่โต๊ะ มีเบียร์สด 8 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดและกระป๋องอีกหนึ่งตู้ เป็นเบียร์นอกผสมกับเบียร์ของไต้หวันเอง ในร้านแอร์เย็นสบาย เปิดเพลงปอปญี่ปุ่นคลอเบาๆ ความพิเศษของที่นี่ซึ่งก็เลยกลายมาเป็นที่มาของชื่อร้าน นั่นก็คือในร้านจะมีแมวเดินเดินมา มาคลอเคลียอยู่ที่หน้าบาร์ครับ ถ้าเป็นคนรักแมวก็ได้เล่นเพลินเลย แต่ถ้าใครไม่ชอบหรือแพ้แมวอาจจะต้องเลี่ยงร้านนี้ครับ

  • รีวิว KAL Prestige Lounge สนามบิน Incheon เกาหลี

    ทริปเกาหลีที่ผ่านมานั้น ผมเดินทางด้วยชั้น Business ของสายการบิน Korean Air ครับ ทำให้สิทธิ์เข้าเลาจน์ทั้งขาไปและกลับ โดยขาไปที่สุวรรณภูมินั้นเข้าที่ CIP Louis Tavern ส่วนขากลับเป็นเลาจน์ของ Korean Air เอง มีชื่อว่า KAL Lounge ครับ ที่สนามบินอินชอนเลาจน์ KAL จะแยกระหว่างผู้โดยสารชั้น First Class กับชั้น Business Class ครับ โดยชั้น Business Class จะมีชื่อว่า Prestige Class ตัวเลาจน์จะอยู่ไม่ไกลจากบริเวณ ตม. อยู่ชั้นบน มีบันไดเลื่อนขึ้นมาครับ ภายในเลาจน์ขนาดค่อนข้างใหญ่ คนเยอะพอสมควรครับ แต่นั่งกันเงียบสงบดีมากๆ มีที่นั่งติดกระจก เป็นวิวสนามบินแล้วก็ที่นั่งตรงกลางมีพาร์ติชันกั้นๆ อาหารและเครื่องดื่ม มีทั้งคาวหวานและแอลกอฮอล์ แต่ไม่ค่อยเยอะมากเท่าไหร่ครับ

  • Mikkeller Taipei จิบคราฟท์เบียร์ในตึกเก่าบรรยากาศดี – ไทเป ไต้หวัน

    รับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ Meinong Xian Zuo Dao Qie Niurou Mian กันเรียบร้อย ผมก็เดินต่ออีกไม่ไกลประมาณ 280 เมตรเท่านั้น ก็จะถึงคราฟท์เบียร์บาร์ร้านแรกของค่ำคืนนี้ครับ นั่นก็คือ Mikkeller Taipei นั่นเอง ตัวร้านเป็นตึกโบราณหน้าตาสวยงามอยู่หัวมุมถนนพอดี ลองอ่านประวัติถึงได้ทราบว่าเป็นตึกเก่าแก่ของ Dadaocheng ย่านท่าเรือตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 12 พอเข้ามาด้านในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์สแกดิเนเวียน คล้ายๆ กับ ร้าน Mikkeller สาขาอื่นๆ ซ้ายมือด้านหน้าร้านเป็นบอร์ดเมนู ของทานเล่น แล้วก็เป็นบาร์ยาวลึกตามตัวตึกเข้าไปด้านใน พอสั่งเบียร์จ่ายเงินเสร็จ ก็ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของร้านครับ เป็นแนวคลีนๆ เช่นกัน ไฟออกเหลืองส้มหน่อย วันที่ผมไปลูกค้าพอมีอยู่หลายโต๊ะ แอร์เย็นสบาย เพลงตื๊ดเบาๆ ชิลล์ดีครับ

  • รีวิว Business Class สายการบิน Japan Airlines โตเกียว-กรุงเทพ

    ทริปโตเกียวที่ผ่านมา ผมเดินทางด้วยสายการบิน Japan Airlines เช่นเคยครับ ลง Narita กลับ Narita โดยออกเดินทางแต่เช้าทั้งสองไฟลท์ ก็คือไปถึงโตเกียวเย็นๆ ขากลับก็มาถึงกรุงเทพเย็นๆ ส่วนตัวชอบบินเวลาประมาณนี้รู้สึกไม่ง่วงดีครับ ขาไปไฟลท์ JL708 เป็นเครื่อง Boeing 787 ซึ่งชั้นธุรกิจก็จะเป็นที่นั่งแบบ Shell Flat Neo ซึ่งเส้นทางจากกรุงเทพก็เจอที่นั่งแบบนี้เป็นประจำ อย่างเช่นทริป ซัปโปโรหรือทริปนาโกย่า ของผม ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ครับ ทีนี้พอขากลับไฟลท์ JL717 ผมก็คิดว่าคงเป็นที่นั่งแบบเดิม เพราะดูใน seatguru ก็เห็นว่าเป็น 787 เหมือนกัน ปรากฎพอขึ้นเครื่อง เป็นที่นั่งแบบ Sky Suite ที่อยากลองมาหลายทีแล้ว เพราะเคยนั่งแต่แบบ Sky Suite III ครับ

  • |

    รีวิว ANA Lounge สนามบิน Narita

    ขากลับจาก Narita ได้เข้าใช้ ANA Lounge ตอนก่อนขึ้นบินครับ เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้บริการที่นี่ สายการบินในเครือ Star Alliance อย่างการบินไทยก็ใช่ที่นี่เช่นเดียวกันครับ ทำให้ในเลาจน์มีคนไทยอยู่เลยคนเลย ตอนก่อนเข้ามีคิวนิดหน่อย ขนาดของเลาจน์ค่อนข้างใหญ่ครับ เข้ามามีแยกสองฝั่งซ้ายขวา ทั้งสองฝั่งมีไลน์อาหารและเครื่องดื่มเหมือนๆ กัน วันที่ผมใช้บริการนี่เป็นช่วงเย็นๆ คนแน่นทั้งสองฝั่ง คือเยอะมา เอเชีย ฝรั่ง คนไทย เต็มไปหมด สำหรับอาหารก็มีฝรั่งฝรั่งอย่างพาสต้า แซนด์วิช ขนมปังนิดหน่อย ส่วนใหญ่จะเน้นอาหารญี่ปุ่น พวกข้าวแกงกระหรี่ ข้าวปั้น ซูชิ ผัดเส้น นอกจากนี้ก็มีราเม็งให้เราไปสั่งได้แบบทำใหม่ชามต่อชาม ซึ่งตรงนี้จะคิวยาวหน่อยครับ สำหรับเครื่องดื่มแอกอฮอล์มีพวกสาเกให้ดื่มด้วยครับ

  • รีวิว Business Class สายการบิน Japan Airlines Nagoya กรุงเทพ

    สำหรับทริปญี่ปุ่นคราวนี้ เป็นการลงที่ Nagoya ครั้งแรกของผมครับ คือเป็นเมืองที่ไม่เคยได้มาเลยเคยแต่นั่งรถไฟโฉบๆ ในเส้นทางนี้จากกรุงเทพมีบินตรงทั้งหมด 2 เจ้า ก็คือ การบินไทย และ Japan Airlines ซึ่งผมก็ใช้บริการเจ้าโปรดก็คือ JAL นั่นเองครับ ขามาเป็นไฟลท์ JL 738 ออกเดินทางเวลา 0.55 แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ผมเจอดีเลย์ คือเปิดเช็คสถานะไฟลท์ใน google มันเขียนเลื่อน 2 ชั่วโมง ตอนแรกยังไม่แน่ใจโทรไปถามที่สนามบิน ก็ได้รับคำยืนยันว่าดีเลย์จริง แต่จองรถตู้ไปแล้วก็เลยต้องไปแกร่วในเลาจน์หลับๆตื่นๆ อยู่จนถึงประมาณ ตีสองครึ่งครับ ทำให้ขามาไม่มีแรงถ่ายรูปเลย หลับยาว ฮ่าๆ ขากลับ เป็นไฟลท์ JL 737 ออกจาก สนามบิน Chubu Centrair International Airport กำหนดการคือ 10.25 ผมพักที่โรงแรม Centrair Hotel ในสนามบิน พอแปดโมงก็มาดรอปกระเป๋า ไฟลท์อื่นๆ คนเยอะพอสมควรครับ คือช่วงเย็นนี่สนามบินเงียบเลย


แสดงความคิดเห็น